ตอนที่ 27
จากนั้นฟางหรงก็ได้พาองค์หญิงซินอี๋ย้ายออกมาจากตำหนักในวังออกมาอยู่ที่เรือนตัวเองดังเดิมและที่นี่ก็ดูเหมือนว่านางจะมีความสุขมากกว่าที่อยู่ในวังเสียอีก ไม่วุ่นวายไม่ต้องมีกฎระเบียบพิธีรีตองอะไรมากดูไม่อึดอัดแค่ต่างกันตรงที่ว่าวังจะใหญ่กว่าเท่านั้นเอง
“ดูเ้าจะอารมณ์ดีมากเลยภรรยาข้าที่ได้กลับมาเรือนหลังนี้”
“แน่นอนเพคะ หม่อมฉันย่อมรู้สึกว่าที่นี่มันคุ้นเคยและมีความสุขเสียมากกว่าทำอะไรก็สะดวก ไม่ต้องมีกฎระเบียบเข้มงวดเหมือนอยู่ในวัง”
“เห็นภรรยาข้ามีความสุขเช่นนี้ ข้าย่อมมีความสุขที่สุด เอาล่ะเราไปทำหน้าที่ของเราดังเดิมดีกว่า ที่จะไปสนุกอยู่กับร้านค้าของพวกเราดังเดิม”
“เพคะ”
ไม่กี่วันผ่านมาก็ต้องมีเื่ที่ทำให้นางต้องทุกข์ใจอีกครั้งเมื่อสามีจะต้องกลับไปยังแคว้นเยี่ยเพื่อจัดการปัญหาที่ได้ทำค้างไว้ ตอนนี้ก็เหลือแต่บ้านเมืองของตนที่ยังไม่เสร็จสิ้นดีเมื่อเสด็จพ่อสละราชสมบัติเสด็จพี่ย่อมต้องขึ้นเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไปและเขาต้องไปจัดการเื่นี้ให้ราบรื่น
“แล้วพระองศ์จะไปนานไหมเพคะ” ซินอี๋ที่กอดสามีไม่ปล่อยเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงและรู้สึกน้อยใจที่ต้องห่างกันอีกแล้วซึ่งนางไม่้าเช่นนั้น
“ไม่น่าจะนานนะ ต้องจัดการอะไรให้เรียบร้อยก่อน แต่งตั้งเสด็จพี่เป็ฮ่องเต้เสร็จและดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ถึงจะกลับได้ถ้าไม่มีอะไรที่น่าเป็ห่วงแล้ว”
“แล้วหม่อมฉันไปด้วยไม่ได้เหรอเพคะ หม่อมฉันอยากไปดูบ้านเมืองของพระองค์บ้างและก็ไม่อยากจะต้องอยู่ห่างพระองค์ไปไกล”
น้ำเสียงนางออดอ้อนจนทำให้ฟางหรงถึงกับหัวเราะชอบใจในคำพูดของนาง รู้สึกปลื้มปริ่มเมื่อได้ยินว่าไม่อยากห่างไกลจากตัวเอง เขาก็เช่นกันไม่อยากจะห่างไกลนาง แต่ด้วยที่ว่าบ้านเมืองยังไม่เรียบร้อยดีจึงไม่อยากจะเอานางไปเสี่ยงด้วย และตอนนี้ก็ได้ข่าวลับที่ไม่ดีเกี่ยวกับบ้านเมืองอีก จึงไม่อยากจะพานางไปเสี่ยง
“น้องหญิงอย่าน้อยใจไปเลยข้าต้องพาเ้าไปแน่แต่ต้องบ้านเมืองสงบเรียบร้อยเสียก่อน ตอนนี้กำลังจัดการปัญหายุ่งเหยิงภายในให้เสร็จสิ้น เสร็จแล้วข้าจะพาเ้าไปข้าสัญญา”
“ก็ได้เพคะ หม่อมฉันจะรอ”
จวนเสนาบดีจาง
เมื่อฮูหยินและลูกสาวทั้งสองของเสนาบดีจางรู้ข่าวว่าสามีขององค์หญิงก็ไม่ใช่พ่อค้าธรรมดาแต่เป็เชื้อพระวงศ์ก็ต่างรู้สึกอิจฉานางที่โชคดีไปเสียทุกอย่างเมื่อนึกถึงความสุขสบายและ ยศถาบรรดาศักดิ์ของนางแล้วต่างไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็เื่จริง
“เป็ไปได้ยังไงกันทำไมนางถึงโชคดีอย่างนี้นะ เป็ถึงองค์หญิงแล้วยังได้สามีเป็องค์ชายอีก” อ้ายเหรินที่ยังคงรู้สึกใอยู่ไม่น้อยนางไม่คาดคิดว่าชีวิตผู้หญิงที่พวกนางไม่ชอบและแกล้งนางมาตลอดตอนนี้ได้ดิบได้ดีไปแล้ว แถมไม่ใช่ได้ดีธรรมดาแต่โคตรได้ดีและโชคดีกว่าพวกนางหลายเท่า ทำให้ต่อมความอิจฉาริษยาทำงานและคิดว่าจะต้องได้ดีเหมือนนางให้ได้
“อ้ายเหรินพี่ว่า...องค์ชายมักจะไม่มีเมียเดียวเอาอย่างงี้ไหมเ้าไปตีสนิทกับองค์หญิงบ่อยๆ เพื่อเข้าหาองค์ชายดีเหรอไม่” อ้ายฉิงที่อยากเห็นน้องไปได้ดี จึงคิดว่าวิธีนี้ดีที่สุด เมื่อนางสบายพวกตนก็จะสบายไม่แพ้กัน
“จริงด้วยลูก แม่ว่าวิธีนี้ของพี่เ้าแม่เห็นด้วย ลูกจะได้เป็มเหสีขององค์ชายอีกคน จากนั้นพวกแม่และพี่ของเ้าจะได้พึ่งใบบุญวาสนาเ้า” ฮูหยินพูดอย่างยินดีถ้าหากทำวิธีนี้ครอบครัวจะยกฐานะไปอีกขั้นหนึ่งและจะเทียบเท่านางได้
สามคนแม่ลูกคุยกัน แต่ก็ไม่อาจพ้นการได้ยินของเสนาบดีจาง
“หยุดจาบจ้วงเสียที ถ้าหากพวกเ้าปากแบบนี้และคิดที่จะเข้าไปยุ่งกับองค์ชายล่ะก็ ข้าจะตบเ้าให้เืชั่วๆได้ออกมาซะบ้างจะได้คิดว่าอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำ ต่างคนต่างอยู่ก็ดีอยู่แล้วมิใช่เหรอ”
เสียงตวาดดังลั่นไปทั่วเรือน เมื่อไม่พอใจกับพฤติกรรมเมียและลูกที่มีใจคิดมิซื่อ การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับองค์หญิงพวกนางคงมีแผนการเป็แน่จึงได้พูดขัดไว้ก่อน
“ท่านพ่อทำไมต้องมาดุมาว่าพวกข้าด้วยเล่า ข้าก็แค่้ามีชื่อเสียง ถ้าข้ามีชื่อเสียงท่านพ่อก็พลอยได้รับความดีความชอบด้วยนะเ้าคะ” อ้ายเหรินพูดอย่างไม่สำนึกว่าการกระทำของตนนั้นเป็สิ่งที่ไม่ดีอย่างยิ่ง
“ถ้าเป็ความดีความชอบแบบนั้นข้าไม่้า”
“โธ่ท่านพ่อ”
นางยังไม่ทันที่จะอ้าปากเพื่อเถียงต่อ เสนาบดีจางก็สวนขึ้นมาทันที
“เพราะข้าตามใจพวกเ้าจนเกินไปทั้งแม่ของเ้าชีวิตพวกเ้าถึงไม่ไปไหนเสียที”
“ท่านแม่ท่านพ่อดุพวกเรา ท่านพ่อไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน” อ้ายฉิงเข้าไปเขย่าตัวแม่ให้พูดอะไรบ้างไม่ใช่ให้พ่อพูดว่าพวกนางฝ่ายเดียว
ฮูหยินได้แต่ทำหน้าเศร้าสลดไม่กล้าที่จะเถียงสามีเนื่องด้วย่นี้สามีแปลกคน ไม่ก้มหัวให้นางเหมือนเมื่อก่อน กลับทำตัวแข็งกระด้างกับนางจนนึกกลัว
เสนาบดีจางมองหน้าฮูหยินด้วยนึกขุ่นเคือง ทำให้ฮูหยินที่ไม่กล้าเมื่อเห็นสายตานั้นของสามี เพราะนางไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่ๆ เขาก็ทำท่าทางแบบนั้นกับนางทำให้นางนึกกลัวได้แต่ยอมอยู่เงียบๆ แม้ว่าลูกสาวจะสะกิดให้แม่พูดอะไรหน่อย แต่แม่ก็ได้แค่ส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่เสนาบดีจางจะเดินออกไปจากเรือน
“ท่านแม่ ทำไมท่านไม่พูดอะไรบ้างเลยล่ะเ้าคะ”
“เดี๋ยวนี้แม่จะพูดอะไรกับพ่อเ้าได้ หลังๆ มานี้พ่อเ้าเปลี่ยนไปเป็คนละคนไม่ได้ยินยอมเหมือนเมื่อก่อน”
“นั่นสิท่านแม่ ข้าก็คิดว่าท่านพ่อเปลี่ยนไป ว่าแต่เื่ที่เราคิดให้น้องละท่านแม่ เราจะหยุดแค่นี้จริงหรือเ้าคะ”
“ไม่...เมื่อพ่อเ้าไม่สนับสนุนแต่แม่จะสนับสนุนลูกของแม่เอง แต่รอจังหวะและโอกาสกว่านี้ก่อน ตอนนี้พวกเราเงียบๆ ไปก่อนแล้วกันอย่าให้พ่อเ้าระแคะระคายได้”
“เ้าค่ะ”
ทั้งสามคนยิ้มอย่างพอใจ เมื่อความคิดที่คิดกันไว้ยังไงก็ต้องทำ ก็เพื่ออนาคตของตระกูลและความสุขสบายของพวกนางเอง
ตอนรุ่งสาง
ซินอื๋ลืมตาตื่นลุกขึ้นนั่ง นางรู้สึกว่าตัวเองนั้นร่างกายอ่อนเพลียเหลือเกิน พอจะลงจากเตียงนางรู้สึกมีอาการหน้ามืดจนต้องนั่งลงดังเดิม
เมื่อหลิงเอ๋อที่มารับใช้เห็นอาการแบบนั้น นางรีบไปประคองทันที “องค์หญิงท่านเป็อะไรเ้าคะ ให้ตามหมอไหมเพคะ”
“ไม่ต้องหรอก สงสัยข้าจะลุกเร็วไปหน่อยทำให้หน้ามืด” นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลุกอีกครั้ง
“งั้นองค์หญิงระวังนะเพคะ”
หลิงเอ๋อช่วยพาซินอี๋มานั่งลงที่โต๊ะ แล้วรินน้ำชาให้นาง พร้อมกับถือผ้ามาให้นางซับหน้า ดูใบหน้าขององค์หญิงแล้วไม่ค่อยสู้ดีนัก หลิงเอ๋อคิดว่าพอให้องค์หญิงกินมื้อเช้าเสร็จจะไปตามหมอเพื่อมาดูอาการสักหน่อย
ระหว่างที่หลิงเอ๋อกำลังเตรียมอาหารเช้าเหมือนอย่างเช่นเคยวางไว้ให้องค์หญิงตรงหน้า
“หลิงเอ๋อทำไมอาหารพวกนี้เหม็นนัก ข้ารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดแล้ว” นางเอามือปิดจมูกทำหน้าหยีเหมือนกับรังเกียจของตรงหน้า
ป้าลี่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอได้ยินเช่นนั้นแล้วก็รีบกระซิบนางกำนัลให้รีบไปทันที
“องค์หญิงอาหารก็เหมือนอย่างเช่นเคย หอมจะตายทำไมองค์หญิงว่าเหม็นแล้วทำท่าทางอย่างนั้นด้วยเพคะ”
“ไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าวันนี้มันเหม็นผิดปกติข้าไม่อยากกิน ยกไปให้ไกลข้าเลย” ไม่ทันที่นางกำนัลจะยกไป ซินอี๋ก็อ๊วกใส่กระโถนที่อยู่ตรงนั้น
อ๊วก..!อ๊วก!..
“องค์หญิง...องค์หญิงเป็อย่างไรบ้างเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะรีบตามหมอมา” หลิงเอ๋อมีอาการร้อนรนก่อนที่นางจะสั่งนางกำนัลแต่ป้าลี่ก็ได้ห้ามไว้
“ป้าว่าองค์หญิงกำลังทรงพระครรภ์”
“ห๊าส์!!...จริงเหรอท่านแม่” หลิงเอ๋อทำหน้าใเมื่อได้ยินเช่นนั้นไม่แพ้องค์หญิงที่ได้ยินเช่นกัน
ป้าลี่พยักหน้าให้กับลูกสาว เื่แบบนี้นางผ่านมาแล้วย่อมมีประสบการณ์ว่าดูไม่ผิดแน่
ซินอี๋ที่ได้ยินดังนั้น ก็มีความยินดีอย่างยิ่ง นางลูบท้องเบาๆและรอยยิ้มมีความสุขมากเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์
“ลูกแม่เ้ามาเกิดแล้ว ท่านพ่อของเ้าคงดีใจไม่ใช่น้อยถ้ารู้ข่าวนี้”
แคว้นเยี่ย
ทางด้านฟางหรงเมื่อกำลังเดินอยู่กับอ๋องฉีในวัง หลังจากที่ฟางหรงเดินทางกลับบ้านเมืองพร้อมกับอ๋องฉีที่ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้ไปร่วมแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งกษัตรองค์ใหม่ของเมืองเยี่ย
“เ้าคงคิดถึงองค์หญิงใช่หรือไม่” อ๋องฉีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าฟางหรง่นี้เงียบไป
“ทำไมรึ”
“ก็ข้าเห็นว่าเ้าเงียบไป ไม่ค่อยร่าเริงเสียเลย”
“ข้าย่อมคิดถึงนางทุกลมหายใจข้าอยู่แล้ว”
“ว่าแต่ตอนนี้เื่ขึ้นครองราชย์ก็เสร็จสิ้นแล้วเ้าจะกลับไปหาภรรยาเ้าเลยหรือไม่”
“ก็คงอย่างนั้น แต่ข้าก็อดห่วงไม่ได้ว่าจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าวันใด มีหนอนบ่อนไส้ในราชสำนักข้าต้องหาตัวบงการอีก”
“เ้านี่ก็มีเื่ต้องให้ปวดหัวตลอดเลยนะ”
“ทำไงได้ล่ะ ปัญหาย่อมมีทุกที่แหละ ข้าย่อมต้องจัดการได้แน่”
“ขอให้เ้าจัดการได้เร็วๆ และบ้านเมืองสงบสุข พวกเราจะได้อยู่กันอย่างเงียบสงบ แต่ก็นั่นแหละบ้านเมืองเ้าก็ไม่ต่างจากบ้านเมืองข้าตอนนี้ที่กำลังคิดว่าจะมีการนองเืกันเกิดขึ้นแน่”
“เ้ารู้ด้วยเหรอเื่นี้”
“ทำไมข้าจะไม่รู้ บ้านเมืองข้าย่อมที่จะรู้อยู่แล้วขนาดเ้าเป็คนนอกเ้ายังรู้เลย”
“ว่าแต่ฮ่องเต้ทรงรู้เื่นี้หรือไม่”
“ท่านก็ทรงทราบเหมือนกัน แต่ตอนนี้กำลังจัดการภายในอย่างเงียบๆ อยู่”
เมื่อสองคนพูดเื่นี้ได้แต่ถอนหายใจกับการต้องแย่งชิงอำนาจกัน ซึ่งทั้งสองคนไม่ชอบเอาเสียเลย
แคว้นจงหลี
“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงทรงตั้งครรภ์แล้ว” ท่านหมอที่มาตรวจได้รายงานทันทีเมื่อตรวจเสร็จสิ้นอย่างดีว่าไม่มีอะไรผิดพลาด
“หม่อมฉันดีใจด้วยนะเพคะองค์หญิง ต่อไปในเรือนก็จะมีเด็กน้อยวิ่งเล่น ให้ข้าได้วิ่งจับแล้ว” หลิงเอ๋อที่มีอาการดีใจอย่างมากที่องค์หญิงกำลังจะมีลูก นั่นย่อมทำให้เรือนนี้คึกคักขึ้นมา
“หม่อมฉันดีใจด้วยนะเพคะ”
“ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ”
“เมื่อไหร่เสด็จพ่อเ้าจะกลับมานะ ถ้าเขารู้จะเป็เช่นไร แม่แค่คิดถึงภาพนั้นแม่ก็ดีใจเสียเหลือเกิน” นางลูบท้องเบาๆ เอ่ยถึงสามีที่อยู่ไกลที่ต้องไปจัดการเื่บ้านเมืองให้เสร็จสิ้น