“พวกมันคิดว่าตัวเองเป็ใคร แม้แต่คุณชายหวังก็ยังกล้าไม่ให้หน้า” พี่ชายคนรองในบรรดาพี่น้องหม่าคำรามด้วยความไม่พอใจ
ส่วนพี่น้องอีกสองคนที่เหลือต่างก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี คำพูดหลังจากนั้นจึงมุ่งเป้าไปที่โจวเฉินและเหล่าสหายของเขาโดยตรง
สามพี่น้องต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างคุณชายหวัง กับกลุ่มของโจวเฉินในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนการกระทำของพวกเขาที่ผ่านมาจะไม่ได้สูญเปล่า เพราะถ้อยคำเ่าั้ดันไปกระตุ้นความรู้สึกนับถือในตัวเองของคุณชายหวังเข้า
จนในที่สุด ความไม่พอใจเล็ก ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็ความขุ่นเคืองใหญ่โตที่ไม่อาจให้อภัย
ด้วยความที่เป็คนใจแคบบวกกับนิสัยเ้าคิดเ้าแค้นเป็ทุนเดิม จึงไม่ใช่เื่แปลกที่คุณชายหวังคิดจะก่อปัญหา ให้คนที่ทำให้เขาไม่มีความสุขที่งานประมูล
ต่อให้จะไม่สามารถใช้กำลังกดขี่ฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ก็ยังมีวิธีการสร้างความลำบากอีกมากมิใช่หรือ
ตราบใดที่คนในกลุ่มของโจวเฉินมีความคิดที่จะประมูล รับรองได้เลยพวกมันจะไม่มีทางชนะ
คราวนี้คุณชายหวังตั้งใจไว้ว่า เขาจะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้สิ่งที่้ากลับไปแม้แต่ชิ้นเดียว
“คอยจับตาดูพวกมันเอาไว้” คุณชายหวังหันไปกล่าวทิ้งทายกับผู้ติดตาม แล้วเดินนำเข้าไปในโรงประมูล
ขณะเดียวกัน โจวเฉินที่อยู่ห่างออกไปไม่รู้เลยว่า ในตอนนี้เขาได้กลายเป็ศัตรูของใครบางคน เพียงเพราะการเพิกเฉยไม่เข้าไปทักทายแค่นั้น
แต่ในฐานะผู้มีประสบการณ์เขาก็พอจะเดาความคิดคนประเภทนี้ออก ไม่ช้าอีกฝ่ายต้องมาสร้างความลำบากให้เขาอย่างแน่นอน
เมื่อคาดการณ์ได้ดังนั้นแล้ว จะไม่ให้เขาเตรียมการโต้กลับได้อย่างไร
หลังถูกนำเข้ามาที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง ความคิดแรกคือการค้นหาภูมิหลังของศัตรู
และผู้ที่เหมาะแก่การให้ข้อเท็จจริงกับเขาคงเป็ใครไปไม่ได้ นอกจากสหายทั้งสองอย่างจางเหลียงและหลิวชวนที่นั่งอยู่ที่นี่
“คุณชายหวังอะไรนั่นมันเป็ใคร” โจวเฉินเอ่ยคำถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ในเวลาเดียวกันก็เปิดดูรายการที่จะถูกนำขึ้นประมูลไปพลาง ๆ
เ้าอ้วนจางที่ได้ยินดังนั้น แวบแรกเผยสีหน้าแปลก ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างสงสัยว่า
“นี่เ้าไม่รู้จักหวังหย่งงั้นเหรอพี่เฉิน นั่นน่ะนายน้อยผู้มากพร์ของตระกูลหวังเชียวนะ แล้วอีกอย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยังได้รับเลือกกลายเป็ศิษย์ของผู้าุโนิกายกำเนิดดาวโดยตรงอีกด้วย”
“เป็ไปได้ยังไงที่คนเมืองจันทร์เงินอย่างเ้าจะไม่รู้จัก” หลิวชวนกล่าวเสริมขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“ไม่ใช่ไม่รู้จัก ข้าแค่เพิ่งเคยเห็นหน้า”
โจวเฉินคลายความสงสัยออกไปอย่างส่ง ๆ ดวงตายังคงจ้องรายชื่อบนกระดาษในมือด้วยอารมณ์สงบ แต่ความคิดภายในกลับไม่เป็เช่นนั้น
ตระกูลหวังมีคนอย่างหวังหย่งด้วยหรือ ทำไมข้าถึงจำไม่ได้ แล้วรายการประมูลนี้หลายส่วนก็ไม่เหมือนครั้งที่ข้าเคยมาในชีวิตก่อน
นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเหตุการณ์ในชีวิตนี้อาจแตกต่างไปจากเดิม รายการประมูลที่ผิดเพี้ยนจากครั้งที่แล้ว และการมีอยู่ของหวังหย่งยืนยันเื่นี้ได้อย่างชัดเจน
แน่นอนว่ายังมีหลายเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนเก่า แต่นั่นเป็ผลกระทบมาจากการกระทำของเขาเอง มันจึงไม่แปลกเลยที่สิ่งเ่าั้จะเปลี่ยนแปลงไป
ในทางกลับกัน ส่วนที่เขาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยพื้นฐานแล้วทุก ๆ อย่างก็น่าจะเหมือนใน่เวลาก่อนไม่ใช่หรือ
เพราะต้องอย่าลืมว่านี่คือการย้อนกลับมาตามเส้นเวลาเดิม ไม่ใช่ตายแล้วเกิดใหม่ในเส้นเวลาอื่น
ลำดับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก็ควรจะเป็ไปตามนั้นอย่างที่มีในความทรงจำ นี่เป็ความเข้าใจของเขาในตอนนี้
ไม่ได้การณ์แล้ว ข้าต้องรีบเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้ไวกว่านี้ จะได้เตรียมรับมือกับเื่ไม่คาดฝัน ่เวลานี้อาจจะไม่ใช่อดีตที่ข้าเคยรู้จัก
“พี่เฉินงานประมูลเริ่มแล้ว” สุ้มเสียงที่กำลังตื่นเต้นของจางเหลียง ได้ปลุกโจวเฉินให้หลุดจากความคิดอันลึกซึ้ง
ในเวลาเดียวกัน ด้านล่างก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวบางอย่างบนเวทีประมูล
สตรีผู้งดงามในชุดน้ำเงินเข้มก้าวออกมาด้วยท่าทางสง่า เมื่อเดินมาถึงตำแหน่งที่เหมาะสม นางได้เผยให้เห็นความมีเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มที่ค่อย ๆ ผลิบาน
จากนั้นนางใช้โอกาสที่ทุกคนเงียบเพราะตะลึงในความงามที่ปรากฏ กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงานเข้าสู่การประมูลทันที
เ้าอ้วนจางในห้องส่วนตัวยังอดใจไม่ไหวถึงกับเปิดปากชม “พี่สาวน่าหลันงดงามอย่างแท้จริง”
“เหมาะสมแล้วกับชื่อเสียงงามล่มเมืองโดยแท้” หลิวชวนก็เป็อีกคนที่เห็นด้วยกับเื่นี้ ทั้งแววตาและสีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความหลงใหล
ส่วนโจวเฉินยังคงสงบเงียบ เหตุผลเพราะเขาจำไม่ได้ว่าในเมืองจันทร์เงินมีความงามระดับนี้อยู่
“เ้าก็คิดว่าสวยเหมือนกันใช่ไหมพี่เฉิน” จางเหลียงหันมาพูดด้วยสีหน้าหื่นกาม
“เ้าหมายถึงใคร”
“อ้าว ก็นางนั่นไง ข้ากำลังหมายถึงน่าหลันว่านเอ๋อร์ที่เป็ผู้ดูแลการประมูลน่ะ” เ้าอ้วนจางขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนการแสดงออกทางใบหน้าจะกลับไปเป็อย่างเดิม จากนั้นจึงพูดต่ออีกว่า
“เ้าไม่เห็นเหรอพี่เฉิน ดูตรงนั้นสิ โดยเฉพาะที่กระต่ายั์ตัวใหญ่สองตัวนั่น นางคงเลี้ยงดูพวกมันมาเป็อย่างดีแน่ ไม่เช่นนั้นจะตัวอ้วนกลมขนาดนี้ได้ยังไงจริงไหม”
“ฮ่า ๆ” หลิวชวนอดไม่ได้ที่จะะเิเสียงหัวเราะ แต่เขาไม่อาจปฏิเสธคำพูดของเ้าอ้วนจางว่ามีเหตุผลได้เลย
“ดูสิแค่นางขยับตัวนิดหน่อย มันก็แทบจะกระโจนออกมา ข้าล่ะอยากรับกระต่ายอ้วนพวกนั้นมาดูแลจริง ๆ” จางเหลียงแทบจะน้ำลายไหลออกมา ในความคิดเขาของอร่อยและความงามของสตรีคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว
“ฮ่า ๆ”
ในขณะเดียวกัน ของชิ้นแรกในการประมูลก็ถูกนำออกมา มันคือเม็ดยาที่เรียกว่าโอสถทะลวงปราณ
ที่มีไว้สำหรับให้นักศิลปะต่อสู้ ทะลวงไปเป็ผู้ฝึกฝนรวบรวมพลังได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
โดยพื้นฐานทุก ๆ การก้าวหน้าในฐานพลังระดับขั้นใหญ่ ผู้ฝึกฝนจะต้องเผชิญสิ่งที่เรียกว่าคอขวดซึ่งคอยปิดกั้นไม่ยอมให้ไปสู่ระดับใหม่
และเม็ดยาประเภทดังกล่าวจึงถูกนำมาใช้เพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ แต่ก็เหมาะกับผู้มีระดับรากิญญาไม่สูงเท่านั้น
เพราะในบรรดาอัจฉริยะที่มีระดับรากิญญาไม่ธรรมดาเ่าั้ การทะลวงระดับรวบรวมพลังสำหรับพวกเขาแล้ว เม็ดยาไม่มีความจำเป็เลย
แต่อย่างที่ทราบกันดีหากไม่นับคนธรรมดา จำนวนผู้มีรากิญญาระดับด้อยกว่าอีกทั้งไม่มีภูมิหลัง ถือว่าเป็ประชากรที่มีจำนวนมากที่สุดในโลกแห่งการฝึกฝน
ทุกครั้งที่โอสถประเภทนี้ถูกนำออกมา เลยเกิดความวุ่นวายจนงานประมูลพลันคึกคักขึ้นมาในทันที
อีกเหตุผลหนึ่งที่เป็เช่นนั้น นั่นเพราะกองกำลังต่าง ๆ ที่นักปรุงยา ต่างจงใจควบคุมเม็ดยาประเภทนี้ให้ออกสู่ตลาดครั้งละไม่มาก
นี่จึงเป็ต้นเหตุให้แทบทุกครั้งที่มีงานประมูลในระดับนี้ เม็ดยาทะลวงปราณก็มักจะถูกนำออกมาเพื่อสร้างความนิยม และครั้งนี้เองก็เช่นเดียวกัน
ส่วนโจวเฉินและสหาย พวกเขาต่างก็พอจะมีภูมิหลังจึงมิได้ใส่ใจของประมูลชิ้นแรกเท่าใดนัก
ในระหว่างนั้นเวลาได้ผ่านไปอีกชั่วครู่ ก่อนที่โอสถทะลวงปราณขวดที่ร้อยจะถูกประมูลออกไปในราคาสูง
“ต่อไปนี่คือดาบระดับหนึ่งชั้นยอด” น่าหลันว่านเอ๋อร์เปิดปากน้อย ๆ อธิบาย พร้อมนำผ้าสีแดงที่คลุมสิ่งของที่นำขึ้นประมูลออก
จากนั้นนางก็กล่าวเสริมอีกว่า “ดาบเมฆลมเล่มนี้เป็ผลงานจากคฤหาสน์เฟิงเหอที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏ ราคาเริ่มประมูลอยู่ที่ 5,000 หินิญญา เพิ่มราคาต่ำที่สุดได้ครั้งละ 100 หินิญญา”
“5,100” เสียงจากชายคนหนึ่งที่อยู่ในที่นั่งชั้นแรกะโขึ้น
“5,200 หินิญญา”
“5,200”
ถัดมาก็กลายเป็การต่อสู้ด้านราคาต่อไปอีกสักพัก ก่อนท้ายที่สุดดาบเมฆลมจะไปสิ้นสุดที่ราคา 8,900 หินิญญา โดยมาจากห้องส่วนหนึ่งบนชั้นที่สาม
ในโลกแห่งการฝึกฝนอาวุธหรือสิ่งของวิเศษระดับหนึ่ง จะเทียบเท่ากับระดับรวบรวมพลังในผู้ฝึกฝน ส่วนที่ต่ำกว่านั้นนับเป็แค่ของธรรมดาทั้งหมด
แม้จะใช้โดยนักศิลปะต่อสู้ที่มีชื่อเสียง แต่ความจริงที่ว่าสิ่งเ่าั้มิใช่ของวิเศษ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้
“นี่คือหอกเกลียวิญญา เป็อาวุธวิเศษระดับหนึ่งชั้นยอดเช่นเดียวกัน ราคาเริ่มต้นที่ 5,000 หินิญญา สู้ราคาขั้นต่ำครั้งละ 100 หินิญญา”
“5,500” โจวเฉินส่งเสียงลงไปจากชั้นที่สองในทันที
ความจริงใน่ชีวิตที่แล้ว นอกจากกระบี่ที่เขาชื่นชอบใช้เป็อาวุธแล้ว หอกก็เป็อีกหนึ่งที่เขาใช้ได้อย่างถนัดมือ
เหนือสิ่งอื่นใด หอกเกลียวิญญายังเคยเป็อาวุธคู่กายโจวเฉินใน่แรก ๆ ที่ออกหาประสบการณ์อีกด้วย
พอมีโอกาสได้เห็นหอกเกลียวิญญาอีกครั้ง จะให้เขาทนเพิกเฉยต่อไปได้อย่างไร
แต่ทันทีที่เสียงของโจวเฉินสิ้นสุดลง อีกเสียงหนึ่งที่น่ารำคาญพลันดังมาจากห้องส่วนตัวหนึ่งบนชั้นที่สาม
“5,600 หินิญญา”
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเสียงของคุณชายหวังผู้ซึ่งเฝ้ารอโอกาสนี้ั้แ่เข้ามา
“5,700” เสียงชายอีกคนที่ดังขึ้นจากชั้นที่หนึ่ง
“5,800” โจวเฉินส่งเสียงสู้ราคาอีกครั้ง แต่คุณชายหวังก็ตามมาไม่หยุดหลังจากนี้
ราคาที่ทั้งสองสู้กันดำเนินจนไปถึง 9,800 หินิญญา ทว่าก่อนที่โจวเฉินจะทันได้เผยรอยยิ้มยินดี เสียงกังวานใสจากห้องส่วนตัวชั้นที่สี่ก็แทรกเข้ามา
“10,000 หินิญญา”
เป็นางเองเหรอ
ยามนี้ภายในหัวของเขา ผุดภาพเด็กสาวผมสั้นที่เปล่งรัศมีกล้าหาญองอาจ นางคือสตรีงามล่มเมืองที่มีนิสัยเยี่ยงบุรุษ
ด้วยอาวุธประจำตัวที่มักใช้หอกให้ความรู้สึกราวกับเป็แม่ทัพหญิงโดยแท้
หากเป็นางข้ายอมให้ก็ได้