หลังจากที่เทพสงครามจื่อยวนประกาศเริ่มการบุกเบิก เวลาก็ผ่านไปหนึ่งวันแล้วทางด้านดราก้อนการ์เด้นสามารถบุกเบิกและปักหมุดแผนที่ได้เกือบสามสิบตางรางกิโลเมตรแล้ว
ซึ่งที่มันช้าขนาดนี้ก็เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับแหล่งรวมของอบิสระดับเทพสงคราม ดังนั้นกว่าที่พวกเขาจะสังหารมันได้ก็ใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีด้วยกัน
และต้องบอกก่อนว่าสามสิบนาทีนี้ต้องเป็นกรณีที่เทพสงครามจำนวนห้าถึงสิบคนร่วมมือกันสังหารเท่านั้น ถ้าหากเป็นกรณีหนึ่งต่อหนึ่งน่าจะใช้เวลาเป็นวันสำหรับจัดการอบิสระดับเทพสงครามหนึ่งตนก็เป็นได้
แต่ถึงอย่างไรก็ตามกรณีนี้ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับไป๋ฉีและภรรยา หนึ่งวันมานี้พวกเขาบุกเบิกยี่สิบห้าตารางกิโลเมตรด้วยจำนวนเพียงหกคนเท่านั้น หากนำไปรวมกับดราก้อนการ์เด้นก็เท่ากับว่าตอนนี้พวกเขามีอาณาเขตการบุกเบิกห้าสิบห้าตารางกิโลเมตรด้วยกัน และที่อยู่ในอันดับหนึ่งของการจัดอันดับพื้นที่การบุกเบิกในตอนนี้
รองลงมาก็คือประเทศอีเดนการ์เด่น และ เดอะ ฟินิกซ์ ซึ่งมีพื้นที่การสำรวจอยู่ที่สามห้าตารางกิโลเมตรและสามสิบตารางกิโลเมตรตามลำดับ
จะเห็นได้ชัดเลยว่าพวกไป๋ฉีนั้นเป็นตัวแปรในการบุกเบิกในครั้งนี้จริงๆ เพราะไม่เช่นนั้นดราก้อนการ์เด้นก็ยังเป็นประเทศอันดับที่สองร่วมกับ เดอะ ฟินิกซ์อยู่เลย
"สามี หลังจากที่จ้าวพิภพปรึกษากันอยู่นานในที่สุดเกณฑ์การคัดเลือกราชาก็ออกมาแล้ว ดูสิ"บนยานรบของไป๋ฉี เสียงโรสดังขึ้นพร้อมกับฉายกฏเกณฑ์การคัดเลือกราชาประเทศใหม่ออกมา ทำให้ทุกคนต้องหันหน้าไปมองที่หน้าจอใหญ่
"จะคัดเลือกจากกองกำลังที่ได้ที่หนึ่งในการบุกเบิกพื้นที่ ต่อมาก็จะดูว่าใครสังหารอบิสระดับเทพสงครามได้มากกว่ากันงั้นหรือ กฏข้อนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตัดโอกาสพวกองค์กรใต้ดินโดยเฉพาะเลยนี่"ไป๋ฉีกล่าวออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อย
หากเลือกจากบุคคลที่สังหารอบิสระดับเทพสงครามได้มากที่สุดแน่นอนว่าพวกเทพสงครามของกองกำลังใต้ดินอาจจะมีโอกาสได้ตำแหน่งนี้ไป
แต่ด้วยกฏข้อนี้ที่เหล่าจ้าวพิภพตั้งขึ้นมานี่มันคือการตัดโอกาสของพวกมันอย่างชัดเจน เพราะต้องไม่ลืมว่ากองกำลังใต้ดินมีนักสู้ระดับเทพสงครามน้อยมากหากเทียบกับสิบประเทศใหญ่ ดังนั้นแล้วมันจึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่พวกเขาจะทำลายสถิติที่คงอยู่นี้
"อย่าประมาท แม้กฏข้อนี้ออกมาเพื่อจำกัดพวกมันแต่พวกมันก็ไม่ได้โง่ เพราะเมื่อกฏข้อนี้ออกมาดูเหมือนว่าพวกมันก็จับมือกันแล้วล่ะ ซึ่งต่อไปเห็นว่าจะใช้ชื่อ กองกำลังพันธมิตรใต้ดิน"โนอากล่าวออกมาขณะที่ดูแผนที่การบุกเบิก
ซึ่งสิ่งที่เห็นก็คือพื้นที่ของกองกำลังใต้ดินอย่าง ตลาดมืด องค์นักฆ่า และองค์กรคุมกฏใต้ดิน ได้กลายเป็นพื้นที่สีเดียวกันแล้วตอนนี้ในชื่อ กองกำลังพันธมิตรใต้ดิน แถมเมื่อนำมารวมกันแล้วพวกมันก็จะมีพื้นที่ถึงสี่สิบตารางกินโลเมตรด้วยกัน และกลายเป็นอันดับที่สองรองจากดราก้อนการ์เด้นในทันที
"อืม ดูเหมือนพวกมันจะไม่ยอมแพ้งั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราเองก็จะประมาทไม่ได้เหมือนกัน พวกเธอไปพักผ่อนก่อนเถอะพรุ้งนี้จะเป็นของจริงแล้ว"ไป๋ฉีกล่าวกับภรรยา แน่นอนว่าพวกเธอทั้งห้าคนก็ล้วนแต่เชื่อฟังไป๋ฉีและกลับห้องไปพักผ่อนในทันที
ส่วนตัวของไป๋ฉีนั้นยังคงนั่งนิ่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง กองกำลังใต้ดินหรือดูเหมือนจะมีตัวปัญหาอยู่ ไป๋ฉีเปิดดูรายชื่อก่อนที่มาหยุดลงที่ภาพของหญิงสาวผมสีแดงคนหนึ่ง เมื่อไป๋ฉีคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของผู้หญิงคนนั้นก็ปรากฏออกมาให้เขาได้เห็น
หมิงเย่
อายุ 150 ปี
ระดับเทพสงครามขั้นปลาย ฉายาเทพพลังจิต
สังกัดกองกำลังองค์ผู้คุมกฏใต้ดิน ตำแหน่งหัวหน้าใหญ่
"โอ้ มีข้อมูลมากขนาดนี้เลย"ไป๋ฉียกยิ้ม เทพพลังจิตอย่างนั้นหรือนี่คือสิ่งที่เขาควรระวัง เพราะพลังจิตเป็นสิ่งที่พิศวงมากและยังเป็นจุดอ่อนของนักสู้ส่วนใหญ่อีกด้วย
"จะว่าไปหน้าตาของผู้หญิงคนนี้ก็คุ้นๆอยู่แห๊ะ....................ช่างเถอะๆ ศึกษาคู่ต่อสู้ต่อจะดีกว่า"ไป๋ฉีบิดขี้เกียจเล็กน้อย ตัวเขาใช้เวลาทั้งคืนในการอ่านข้อมูลของสมาชิกพันธมิตรใต้ดิน
เมื่อฟ้าสางไป๋ฉีก็พุ่งทะยานออกจากยานในทันทีพร้อมกับเหล่าภรรยา การไล่ล่าเป็นไปอย่างดุเดือดอีกครั้ง ภรรยาทั้งห้าคนของไป๋ฉีแต่ละคนนับว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก
ด้วยทักษะแก่นแท้อาวุธของพวกเธอบวกกับพลังแฝดและความสามารถในการต่อสู้ข้ามขั้น พวกเธอสามารถสังหารอบิสในการโซโล่โดยใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อหนึ่งตัวเท่านั้น
แม้จะเทียบไม่ได้กับไป๋ฉีแต่ก็ถือว่าความแข็งแกร่งของพวกเธอเป็นเลิศกว่าเทพสงครามคนอื่นๆเป็นไหนๆ
ทางฝั่งของไป๋ฉีเองตอนนี้เขาอยู่เบื้องหน้าอบิสระดับเทพสงครามรูปร่างพยัคฆ์ ชายหนุ่มกระชับดาบและตวัดเพียงหนึ่งคราเท่านั้นก็กำจัดมันลงได้ แน่นอนที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขามาถึงขั้นจิตแห่งดาบ การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นจะถูกขจัดออกไป ดังนั้นแค่ตวัดดาบหนึ่งครั้งก็เพียงพอ
ไป๋ฉีเก็บซากอบิสระดับเทพสงครามเข้ามิติเก็บของไร้ขอบเขต ปักหมุดเขตแดน และบินขึ้นฟ้าไป จากนั้นเขาก็ใช้จังหวะนี้ผสานคอสมิคฟรอสสายฟ้าและแม่เหล็กเข้าด้วยกันและขยายขอบเขตออกไปเพื่อตรวจสอบอบิสว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง
"เขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้า"
ชายหนุ่มใช้เวลาสแกนไม่ถึงสิบวินาทีก็ลืมตาขึ้นมาแล้วพุ่งไปยังตำแหน่งที่มีอบิสอยู่ในทันที นี่คือการแข่งขันดังนั้นเขาจำเป็นต้องเร่งมือเสียหน่อย เพราะหากปล่อยไปขอบเขตการล่าที่กำหนดเอาไว้จะถูกคนอื่นชิงไปเสียก่อน
"อบิสระดับเทพสงครามสองตัวกับอบิสระดับจอมพลอีกหนึ่งกองทัพ"ไป๋ฉีวิเคราะห์สถานการณ์จากนั้นก็ทะยานร่างลงไปพร้อมกับมีดบินยี่สิบเล่มที่ปรากฏขึ้นมาด้านหลัง
"บูม!"
เมื่อลงมาถึงพื้นไป๋ฉีก็ไม่รอช้าทักษะดาบประกายแสงไร้สิ้นสุดสำแดงออกมาพร้อมกับมีดบินยี่สิบเล่มด้านหลังที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำและฉับไว ชายหนุ่มฟาดฟันอบิสเบื้องหน้าจนตายเกือบทั้งหมดเหลือเพียงอบิสระดับเทพสงครามที่รูปร่างเหมือนเต่ากระดองสีน้ำตาล
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเกราะของมันแข็งเสียจนเขาฟันไม่เข้าแม้จะประสานธาตุสายฟ้าที่มีอำนาจเจาะทะลวงแล้วก็ตามที แต่ถึงแม้เขาจะทะลวงเกราะของมันไปได้ก็ยังต้องเจอกับกระดองที่ดูจะแข็งไม่แพ้กัน
ไป๋ฉีคิ้วขมวด จากนั้นกระชับดาบเพื่อหมายจะโจมตีอีกทีแต่ทว่าอยู่ดีๆอบิสเต่าตนนั้นก็กรีดร้องและสิ้นใจลงไปอย่างง่ายดาย
ชายหนุ่มหยุดชะงักแล้วหันไปมองบนฟากฟ้า สิ่งที่เห็นคือหญิงสาวในชุดเกราะสีเงินเงางามด้านหลังมีมีดบินลอยอยู่คล้ายคลึงกับไป๋ฉีเป็นอย่างมาก แต่ทว่าน่าตกใจยิ่งกว่าคือเธอคนนี้มีมีดบินลอยวนเวียนอยู่เกือบหนึ่งร้อยเล่มด้วยกัน การควบคุมมีดบินได้มากขนาดนี้พลังจิตต้องแข็งแกร่งเอามากๆและฝีมือแน่นอนว่าย่อมไม่ธรรมดา
ไป๋ฉีปลดเกราะส่วนหัวออกแล้วมองไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยความไม่พอใจ "เฮ้ ป้า! นี่มันเหยื่อของผมนะ ป้าทำแบบนี้มันเสียมารยาทรู้หรือเปล่า"
"หึ เจ้าเด็กปากเสีย พื้นที่นี้ยังไม่ได้ปักหมุดเสียหน่อย ดังนั้นฉันจะล่าก็ไม่เห็นผิดอะไร"เสียงอันไพเราะดังขึ้นพร้อมกับเกราะส่วนหัวที่เปิดออกทำให้เห็นหน้าตาที่งดงามและเรือนผมสีแดงสดสลวยที่มาพร้อมกับใบหน้าที่ดูเซ็กซี่เกินบรรยาย
ไป๋ฉีที่เห็นก็ถึงกับหรี่ตามองในทันที เพราะหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเทพสงครามหมิงเย่ ที่เขาพึ่งดูข้อมูลของเธอไปเมื่อคืนนี้