ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 117

    ข้อเสนอขององค์หญิงทีน่านั้นเล่นเอาทุกฝ่ายถึงกับอึ้งตกใจ พระราชาเริ่มคิดไตร่ตรองเรื่องของลูกสาวตัวเอง ทั้งปราสาทหลังนี้นับว่าทีน่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุด น่าจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างทำให้เธอเลือกเส้นทางนี้ ส่วนเหล่าขุนนางก็ได้แต่เถียงกันเสียงดังลั่น มีทั้งเห็นด้วยยอมขายองค์หญิงเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย กับอีกพวกที่รักราชวงศ์เป็นที่สุด พวกเขาไม่พร้อมที่จะขายราชวงศ์ออกไป พวกเขาพร้อมที่จะทำสงครามกับทุกอาณาจักรที่กล้าเข้ามาภายในอาณาจักรของพวกเขา “ถือว่าพระองค์ฉลาดมากขอรับ ข้าจะแจ้งข้อเสนอของท่านให้เอง แต่อย่างที่บอกว่าข้าไม่รับประกันอะไรทั้งนั้น.. เมื่อได้คำตอบจากทางอาณาจักรของข้าแล้ว ข้าจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบอย่างเร็วที่สุด ข้าขอตัว..” ผู้แทนพระองค์เขาทราบดีว่าองค์หญิงกำลังคิดอะไรอยู่ มันนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เขายิ้มแล้วเดินจากไปทันที“ลูกคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้.. ทำไมถึงได้เสนอตัวเองออกไปเช่นนั้น จักรพรรดิของโอเวอร์ลอร์ดจะเห็นชอบด้วยอย่างนั้นรึ..” พระราชากล่าวถามออกไป เขานึกคิดอย่างไรก็ไม่ทันความคิดของลูกสาวตัวเองเสียที บางทีโลกของคนที่ถูกเรียกว่า ‘อัจฉริยะ’ มันก็มักจะแตกต่างกับคนธรรมดาสามัญทั่วไปอย่างพวกเขาก็เป็นไปได้“ท่านพ่อ.. หากเป็นเรื่องอื่นข้าคงไม่กล้าพอ จากข้อมูลที่เรามีคือสิ่งที่ท่านพี่กระทำนั้นเป็นการเสื่อมเกียรติยศแห่งพระองค์ ซึ่งถ้าเป็นในอาณาจักรเรานั้นต้องฆ่าทิ้งไปนานแล้ว พวกเขาสามารถฆ่าท่านพี่ได้แต่ไม่กระทำใดๆ แถมยังได้ขู่เราเรื่องที่จะทำสงครามอีกด้วย แปลว่าทางองค์จักรพรรดิเองก็ไว้หน้าท่านพ่อเช่นกัน..” องค์หญิงกล่าวพร้อมกับพูดต่อเมื่อเห็นหน้าของท่านพ่อของตนกำลังสงสัยหนักยิ่งไปกว่าเดิม“หนึ่งมันเป็นเพราะอาณาจักรของเรานั้นอยู่ไกลจากอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ด มันจึงเป็นเรื่องยากที่ทำการสงคราม หรือป้องกันเมือง หรือถ้าทำได้จริงก็คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะหาวิธีเคลื่อนทัพมาช่วยเหลือเมืองของตนได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าทหารของพวกเขานั้นไม่มีอาณาจักรไหนสามารถต่อกรได้ในตอนนี้”“สองคือภูมิปัญญาของเราเกี่ยวกับเรื่องแร่ ประชาชนของเราถึงจะขุดสินแร่ขึ้นมาได้ แต่ถ้าขาดภูมิปัญญาของราชวงศ์เราที่เก็บเอามาไว้อย่างยาวนาน จักรพรรดิเองก็ไม่สามารถทำให้มันมีค่าเท่าเดิมได้..”“สามคือเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ทางนั้นรีดไถ ขู่เราในทุกช่องทางที่จะทำให้อาณาจักรเรานั้นจมดิ่งลงเป็นอาณาจักรที่ยากจนได้ ข้าจำเป็นจะต้องเสนอตัวเองเข้าไปภายในเสียเอง ไม่อย่างนั้นทางโอเวอร์ลอร์ดจะต้องทำสัญญาที่ขูดเลือดขูดเนื้อกับอาณาจักรเราเป็นแน่ ถ้ามีข้าอยู่ในตำแหน่งที่พระสนม ก็ยังพอจะช่วยอะไรอาณาจักรเราได้อยู่..” ทีน่ากล่าวออกมา“แต่ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้าไป เท่าที่ข้าดูองค์จักรพรรดิมานั้น พระองค์น่าจะเป็นคนที่แคร์ผู้หญิงของพระองค์ค่อนข้างมาก ข้าเชื่อว่าข้าจะสบายในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แน่นอนว่าข้ามีแผนของข้าเองที่จะสามารถทำให้อยู่ได้อย่างปลอดภัยในอาณาจักรนั้น และคอยป้องกันภัยจากโอเวอร์ลอร์ดให้กับอาณาจักรเรา..แน่นอนว่าเราจะไม่สูญเสียเพียงเท่านี้เราต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติจำนวนหนึ่งแน่ ถ้าอีกฝ่ายตกลงตามเงื่อนไขนั้น...”  เมื่อองค์หญิงกล่าวจบทุกคนก็เข้าใจในทันที มันไม่ต่างอะไรกับคำว่าองค์ประกันสักเท่าไร แต่สิ่งที่องค์หญิงทีน่าเลือกนั้นเป็นการเสียสละอย่างแท้จริง มันไม่ได้จะต้องไปอยู่เพียงแค่เฉยๆเท่านั้น แต่ยังต้องมอบร่างกายอันบริสุทธิ์ของพระองค์ให้กับองค์จักรพรรดิของโอเวอร์ลอร์ดอีกด้วย อัศวินคู่ใจของทีน่าที่ได้ยินก็ได้แต่กัดฟันอย่างขัดใจ ตัวเขาเป็นแค่อัศวินรักษาพระองค์เท่านั้น เขาไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองได้เลย ที่ทำได้ก็มีแต่เพียงต้องยอมรับเท่านั้น ในขณะที่ภายในปราสาทกำลังเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ผู้แทนพระองค์ได้เดินออกมาก่อนจะกดส่งข้อความเป็นรหัสมอสส่งกลับไปให้ทางอาณาจักรของเขา แน่นอนว่าคนที่อ่านข้อความนั้นกำลังนั่งหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะแนนซี่เธอไม่คิดว่าองค์หญิงทีน่าอะไรนี่จะยอมเสนอตัวเองเข้ามาเป็นสนม แนนซี่ส่งรหัสกลับไปถามกับผู้แทนคนนั้นว่าองค์หญิงทีน่างดงามมากน้อยเพียงใด และคำตอบที่ได้รับมาก็เป็นที่น่าพอใจ ‘ดั่งนางฟ้าลงมาเกิด’  อารมณ์ของแนนซี่ที่เบื่อกับความสงบสุขก็นึกสนุกขึ้นมาให้ผู้แทนกล่าวตกลงไปเลยทันที โดยที่ไม่ต้องรอถามกับฌอนเลย จากนั้นเธอก็วางเงื่อนไขเอาไว้ให้มันเหมาะสมกับคำว่าองค์ประกันเสียหน่อย โดยการวางดอกเบี้ยในแต่ละปีของอาณาจักรนี้เอาไว้ในระดับที่พอประมาณ และยังได้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรตราบใดที่องค์หญิงคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ในฐานะสนมเอกของฌอนอยู่ และพูดถึงเงื่อนไขเล็กน้อยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่เธอเชื่อว่าองค์หญิงคนนั้นจะรู้ เท่าที่ฟังจากข้อมูลที่ได้รับ ผู้แทนจดทุกคำพูดของท่านแนนซี่เอาไว้ไม่ตกหรือขาดคำใดเลยแม้แต่คำเดียว ก่อนที่เขาจะไปเข้าเฝ้าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากตอนนั้นที่ผ่านไปได้เพียงแค่ราวๆ 30 นาทีเท่านั้นเอง มันก็ทำให้คนทั้งราชวังต่างสงสัยกันใหญ่ว่าผู้แทนท่านนี้ลืมกล่าวสิ่งใดไปหรืออย่างไร แต่พวกเขาก็ต้องตกใจ เพราะผู้แทนได้เข้าเฝ้าเพื่อที่จะบอกกล่าวกับคำประกาศที่ได้รับมาจากราชอาณาจักร “..ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยองค์หญิง ข้อเสนอของท่านได้รับการพิจารณาแล้ว ผลคือผ่าน แต่... มันก็เงื่อนไขดังนี้...” ผู้แทนกล่าวเงื่อนไขตามที่แนนซี่ให้เขาประกาศออกไป แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้องค์หญิงประหลาดใจเข้าไปใหญ่  ตอนนี้ในใจของเธอนั้นกลัวเป็นอย่างมาก กลัวคนที่วางแผนเอาไว้อย่างนี้ทุกอย่าง ข้อเสนอมันเหมือนจะดีที่มีพันธมิตร แต่ลึกๆแล้วตัวของเธอจะต้องจมอยู่ตำแหน่งสนมนั้นตลอดชีวิตอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนแรกเธอวางแผนที่จะไถ่ตัวเองกลับมาในไม่กี่ปีเท่านั้น แต่เพราะเงื่อนไขนี้ทำให้เธอถึงกับคิดหนัก “หากพระองค์เห็นว่ามันไม่เหมาะสมก็สามารถปฏิเสธได้ทุกเมื่อ แต่ทางอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดของเราเองก็มีคำเตือนถึงท่านด้วยเช่นกัน หนึ่งคือเรื่องของกำลังคน ทางอาณาจักรของเราสามารถตีประชิดเมือง หรือแม้แต่จะส่งผู้คนที่มากฝีมือมาถึงได้เพียงแค่ 12-15 ชั่วโมงเท่านั้น สองคือเรื่องของภูมิปัญญาที่ท่านอาจจะภูมิใจในความรู้ของพวกท่าน แต่เรื่องนี้อาณาจักรของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาณาจักรท่านเลยแม้แต่น้อย อาวุธของพวกเราก็เป็นตัวบ่งบอกทุกอย่างแล้ว ส่วนเรื่องสุดท้ายท่านก็รู้อยู่แล้วว่ามันหมายความว่าอย่างไร..” ผู้แทนเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อไป“สุดท้ายนี้ก็แล้วแต่ท่านจะรับไว้พิจารณาอีกทีหนึ่ง จนกว่าข้าจะเดินออกไปจากประตูบานนั้น หากไม่มีคำตอบใดๆทางอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดจะเริ่มส่งกำลังพลมาโดยทันทีที่ทราบข่าวจากข้า หรือ ไม่มีการติดต่อกลับจากข้าเกิน 30 นาทีหลังจากนี้ และถ้าหากว่าท่านตกลงตามเงื่อนไข ท่านจะต้องเตรียมตัวเดินทางได้เลยในวันรุ่งพรุ่งนี้...จบประกาศขอรับ..” ผู้แทนยิ้มออกมา และปล่อยให้ทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจขององค์หญิงแต่เพียงผู้เดียว ทีน่ามองหน้าของเสด็จพ่อครั้งหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา“ก็ได้ ข้ายอมรับข้อเสนอทั้งหมด โดยที่ไม่มีอะไรคัดค้าน.. เชิญท่านแจ้งกับทางอาณาจักรของท่านได้เลยว่าเราองค์หญิงจะเตรียมตัวออกเดินทางตามคำเชิญ...” ผู้แทนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มก่อนจะกล่าวเวลาที่พระองค์จะต้องเดินทาง เพราะตอนนี้สิ่งที่เรียกว่ารถยนต์กำลังเดินทางมาจากอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ดแล้ว น่าจะมาถึงในเช้ามืดของวันพอดิบพอดี ทีน่ารับรู้ และหันหลังเดินจากไปในทันที โดยที่ไม่อธิบายอะไรต่อสักคำ...