ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 5 บทที่ 139 เริ่มการทดสอบ คลื่นลมโหมกระหน่ำอีกครั้ง

            เธอยังพูดไม่ทันจบลู่เซิ่งก็เป็นฝ่ายโบกมือตัดบทเสียก่อน

            “วางใจเถอะ ฉันรู้ขอบเขตของตัวเองดี”

            “ถ้ารู้ก็แปลกแล้ว”

            ลั่วเซวียนเซวียนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกลอกตามองบน

            เพราะจากที่เธอรู้จักลู่เซิ่งในช่วงเวลานี้ไอ้หมอนี่แม้จะบอกไม่ได้ว่าใจกล้าเทียมฟ้าแต่ก็เรียกได้ว่าไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิดตราบใดที่เป็นเรื่องที่เขาตัดสินใจแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาไม่กล้าทำ

            เมื่อคิดได้ดังนี้ลั่วเซวียนเซวียนจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี“ลู่เซิ่ง มอนสเตอร์ระดับบอสไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะถึงนายจะมีฝีมือดี แต่ฉันก็ยัง...”

            “เอาละ ฉันเข้าใจแล้ว”

            เป็นอีกครั้งที่ลั่วเซวียนเซวียนพูดไม่ทันจบเธอก็ถูกลู่เซิ่งโบกมือตัดบทด้วยสีหน้าท่าทางรำคาญใจ

            “นายนี่มัน”

            ลั่วเซวียนเซวียนเห็นท่าทางนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนใจรู้ดีว่าลู่เซิ่งไม่ฟังคำทัดทานของเธอเลยสักนิด

            ยังดีที่ตลอดมาแม้ลู่เซิ่งจะทำอะไรบุ่มบ่ามไปบ้างแต่เขาก็มีจุดเด่นเรื่อง ‘พลังที่ยังเป็นปริศนา’ทุกครั้งที่ลั่วเซวียนเซวียนคิดว่านี่คือขีดจำกัดของเขาแล้วเขาก็มักจะระเบิดผลงานการรบที่เจิดจ้ายิ่งกว่าเดิมออกมาเสมอ

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ลั่วเซวียนเซวียนถึงค่อยๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก และขี้เกียจจะเซ้าซี้ต่อ

            “ดินแดนลับรกร้างมีพื้นที่กว้างขวางมากเพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนหลงทางจนส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมของการทดสอบตอนนี้จะขอเปิดเผยแผนที่แดนลับ ขอให้ทุกคนดูให้ดี”

            ในตอนนั้นเองหลี่ชิวซานที่อยู่กลางเวหาได้เอ่ยขึ้นเสียงดังอีกครั้ง พร้อมกับสะบัดมือวูบหนึ่ง

            วิ้ง...

            วินาทีต่อมาแผนที่โปร่งแสงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าทุกคน

            “นี่คือแผนที่ของดินแดนลับรกร้างบนแผนที่ได้ระบุพิกัดของมอนสเตอร์แต่ละระดับไวอย่างชัดเจนแล้วหลังจากเริ่มการทดสอบทุกคนสามารถเลือกท้าทายในเขตพื้นที่ที่เหมาะสมกับพลังรบจริงของตนเองได้”

            เหล่าผู้เข้าสอบได้ยินดังนั้นต่างก็รีบรวมสมาธิจดจ้องไปยังแผนที่บนอากาศทันที

            ลู่เซิ่งเองก็มีความเห็นเดียวกัน

            บนแผนที่ดินแดนลับรกร้างนี้แบ่งออกเป็นห้าเขตหลัก

            โดยพื้นที่รอบนอกสุดของแดนลับคือเขตมอนสเตอร์ทั่วไปถัดเข้าไปข้างในคือเขตมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง และไล่เรียงกันไปตามลำดับจนถึงเขตมอนสเตอร์ระดับบอสที่อยู่ลึกที่สุด ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่พลังรบของมอนสเตอร์ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

            ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ลู่เซิ่งแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดก็เดาได้ว่าในการทดสอบที่จะถึงนี้เขตมอนสเตอร์ทั่วไปและเขตมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุดอย่างแน่นอน

            เพราะในส่วนของมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงนั้นจัดเป็นตัวตนที่ต้องอาศัยการรวมกลุ่มถึงจะท้าทายได้แล้ว

            ส่วนจ่าฝูงมอนสเตอร์นั้นยิ่งไม่ต่างกับบอสในเหวลึกเลยเว้นเสียแต่จะเป็นพวกผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะหรือผู้ใช้อาชีพลับบางประเภทที่มีพลังรบที่รุนแรงจริงๆผู้ใช้อาชีพทั่วไปที่คิดจะเข้าไปท้าทายเพียงลำพัง คงไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย

            สำหรับมอนสเตอร์ระดับบอส

            มอนสเตอร์ระดับนี้อาจจะหาพบได้ยากแต่ลู่เซิ่งก็เคยประมือด้วยมาแล้วตัวหนึ่งซึ่งก็คือเจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณที่เขาเจอในเขตสงครามทรายโลหิตก่อนหน้านี้!

            ลู่เซิ่งจำได้แม่นว่าตอนนั้นเขายังไม่มีความช่วยเหลือจากออสการ์และเพื่อที่จะรับมือกับมอนสเตอร์ระดับบอสตัวนั้นภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ได้ใช้พรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’แม้แต่เขาก็ยังต้องการการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสวี่ซาซาและเฉาอวี่ถึงจะสามารถสังหารมันลงได้ในที่สุด

            และการสอบระดับชาติยังสั่งห้ามรวมกลุ่มโดยเด็ดขาด

            จึงไม่แปลกใจเลยที่หลังจากหลี่ชิวซานบอกว่ามีมอนสเตอร์ระดับบอสเพียงสี่ตัวเหล่าผู้เข้าสอบในที่นั้นต่างฟันธงทันทีว่ามอนสเตอร์ระดับบอสทั้งสี่ตัวนี้เตรียมไว้ให้สำหรับสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดเท่านั้น

            เพราะลำพังผู้ใช้อาชีพทั่วไปใครจะกล้าไปท้าทายมอนสเตอร์ระดับบอสตัวต่อตัว?

            นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าคนแก่กินยาพิษเพราะอยากตายเร็วหรอกหรือ?

            “นอกจากนี้ การทดสอบในรอบนี้ ยังคงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันจิงหลงของเรา”

            ในขณะเดียวกันหลี่ชิวซานได้กล่าวเสริมเสียงดัง “โดยผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งจะได้รับอุปกรณ์ระดับทองคำมืดสองชิ้น พร้อมกับเงินรางวัลอีก 25 ล้านเหรียญมังกร”

            “อะไรนะ? รอบนี้ไม่ใช่แค่คัดให้เหลือสี่คนสุดท้ายแต่จะมีการเลือกอันดับหนึ่งด้วยเหรอ?”

            “แถมรางวัลยังเป็นอุปกรณ์ระดับทองคำมืดถึงสองชิ้นรวด กับเงินอีก 25 ล้านเหรียญมังกร”

            “แม่-เอ๊ย... ใครได้ที่หนึ่งไปชาตินี้ทั้งชาติคงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองแล้วมั้ง”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้เหล่าผู้เข้าสอบต่างพากันตกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าการทดสอบในรอบนี้จะมีการตั้งรางวัลสำหรับอันดับหนึ่งแยกออกมาต่างหากแถมรางวัลยังมหาศาลขนาดนี้

            แม้แต่ลู่เซิ่งเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน

            หลี่ชิวซานไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของฝูงชนเขาเอ่ยต่อตามระเบียบการ “ส่วนผู้ที่ได้อันดับที่สองสาม และสี่ในการทดสอบรอบนี้ จะได้รับอุปกรณ์ระดับทองคำมืดหนึ่งชิ้นพร้อมเงินรางวัล 15 ล้านเหรียญมังกร”

            ทิ้งท้ายประโยคนี้ไว้หลี่ชิวซานก็สะบัดมือใหญ่ทันที

            “เอาละ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ขอประกาศว่า การทดสอบรอบที่สอง ‘เจนจัดประสบการณ์รบ’ เริ่ม ณ บัดนี้ ทุกคนเข้าสู่แดนลับได้”

            ตูม...

            สิ้นเสียงประกาศทั่วทั้งยอดเขาก็ตกอยู่ในความวุ่นวายทันที

            “ลุยเลย! ยึดชัยภูมิที่ได้เปรียบไว้ก่อน ค่อยว่ากัน!”

            “ฉันอยากจะรู้นักว่าหน้าไหนมันจะกล้ามาแย่งมอนสเตอร์ของฉัน”

            “ใครขวางฉันต้องตาย”

            เสียงตะโกนดังก้องไปทั่ว

            เหล่าผู้เข้าสอบที่เฝ้ารอมานานต่างพุ่งตัวไปยังทางเข้าดินแดนลับรกร้างราวกับฝูงผึ้งแตกรังดูเหมือนจะกลัวว่าถ้าช้าไปเพียงก้าวเดียวจะเสียโอกาสทองไป

            แม้แต่คนที่มีนิสัยเยือกเย็นและวางตัวเฉยเมยต่อทุกสรรพสิ่งอย่างอวิ๋นเทียนหลันในเวลานี้ก็ไม่อาจรักษาความสงบไว้ได้ เขาหันไปเอ่ยกับลู่เซิ่งว่า“สหายลู่ ฉันขอตัวไปร่วมการทดสอบก่อนนะ ไว้เจอกัน”

            “ได้”

            ลู่เซิ่งพยักหน้าและไม่ได้ห้ามปราม

            หลังจากยืนส่งอวิ๋นเทียนหลันจนลับสายตาแล้วลู่เซิ่งจึงหันกลับมาบอกกับลั่วเซวียนเซวียนว่า “เซวียนเซวียนฉันก็จะไปร่วมการทดสอบเหมือนกัน เราแยกกันตรงนี้เถอะ”

            “รอบนี้นายยังคิดจะลุยเดี่ยวอีกเหรอ?” ลั่วเซวียนเซวียนถามพลางทำปากยื่น

            “ใช่แล้ว” ลู่เซิ่งพยักหน้าโดยไม่คิดจะปิดบัง

            “งั้นก็ได้ ขอให้โชคดีนะ”

            เด็กสาวเอ่ยด้วยสีหน้าแง่งอนเห็นได้ชัดว่าเธอยังคงมีความหวังที่จะได้ร่วมมือกับลู่เซิ่ง

            ทว่าการสอบระดับชาติในครั้งนี้มีความสำคัญต่อลู่เซิ่งมากเกินไปเขาไม่อาจปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดได้แม้แต่ครั้งเดียว

            ดังนั้นต่อให้จะเป็นลั่วเซวียนเซวียนที่มีพลังรบไม่เลว เขาก็ไม่กล้าพาติดสอยห้อยตามไปด้วยและตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องเผชิญกับการทดสอบนี้เพียงลำพัง

            เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เขาขึ้นขี่หลังและหนีบสีข้างของออสการ์ที่อยู่ใต้ร่างพร้อมกับออกคำสั่ง

            “ออสการ์ ไปกันเถอะ”

            “ขอรับ นายท่าน”

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน

    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34