เปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 44 ไม่ขึ้นอยู่กับการให้อภัย

            “คุณหนู ชุดแต่งงานของคุณหนูสวยมากเลยนะคะ วันนั้นคุณหนูของป้าต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดแน่นอนเลยค่ะ” แม่บ้านหลี่มองชุดแต่งงานที่แขวนอยู่แล้วยิ้ม

            “ตอนที่พี่สะใภ้แต่งเข้ามา คุณป้าหลี่ก็พูดอย่างนี้เหมือนกันนะคะ” หลิงผูเถาหัวเราะ

            (เคยพูดถึงแม่บ้านหลี่ไว้ในตอนที่ 2 และพูดถึงคุณลุงหลี่คนขับรถไว้ในตอนที่ 12 ค่ะ)

            “ก็คุณหนูกับคุณหนูเหนิงเหนิงสวยทั้งคู่จริงๆ นี่คะ คนหนึ่งก็สวยหวาน อีกคนหนึ่งก็สวยคม”

            “คุณป้าหลี่ชมหนูจนตัวจะลอยแล้วนะคะเนี่ย” หลิงผูเถาพูดไปด้วยแต่งหน้าไปด้วย 

            “ป้าพูดจริงนะคะ”

            “คุณป้าหลี่คะ วันนี้หนูจะไปที่บ้านตระกูลเย่ คุณป้าบอกคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยนะคะว่าหนูจะไม่กลับมาทานข้าวเย็น ให้ท่านทานไปก่อนได้เลย อ้อ...พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็มีงานเลี้ยง พวกเขาคงไม่กลับมาเหมือนกันค่ะ”

            “ได้เลยค่ะ คุณหนูจะให้ป้าไปบอกน้องชายให้เตรียมรถเลยไหมคะ” 

            “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวจื่อหานจะมารับหนูเอง คุณป้าบอกให้คุณลุงหลี่กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

            “คุณจื่อหานโทรมาบอกว่าวันนี้เธอติดประชุม ก็เลยมารับคุณหนูไม่ได้แล้วค่ะ” 

            “จื่อหานโทรมาเหรอคะ ทำไมเขาไม่โทรเข้ามือถือหนูล่ะ”

            แม่บ้านหลี่ไม่ตอบคำถาม “เดี๋ยวป้าไปบอกน้องชายให้เตรียมรถเลยนะคะ”

            หลิงผูเถาเห็นแม่บ้านหลี่เดินออกไป เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเย่จื่อหานกับหลิงซีฮัน เธอเลือกที่จะไม่โทรเพราะกลัวว่าแม่บ้านหลี่จะแอบฟังอยู่หน้าประตู ซึ่งก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ แม่บ้านหลี่ยืนเอาหูแนบประตูเพื่อแอบฟังหลิงผูเถาจริงๆ และแม่บ้านหลี่ก็ยิ้มอย่างพอใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงหลิงผูเถาต่อสายหาเย่จื่อหานหรือต่อสายหาคนอื่น

            ผ่านไปสักพัก แม่บ้านหลี่ก็เดินกลับเข้ามา “รถจอดรออยู่ด้านล่างเรียบร้อยแล้วค่ะ”

            “งั้นฉันไปก่อนนะคะ คุณป้าอย่าลืมบอกคุณพ่อคุณแม่ตามที่ฉันบอกด้วยนะคะ พวกท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็คืนนี้ฉันจะกลับดึกสักหน่อย”

            “ป้าไม่ลืมหรอกค่ะ จะบอกคุณท่านกับคุณนายให้ครบทุกคำแน่นอน ขอให้คุณหนูไปเที่ยวกับคุณชายเย่ให้สบายใจเลยนะคะ”

            หลิงผูเถาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำเหมือนจะกดโทรออก แต่คุณป้าหลี่กลับทำท่าเซและล้มมาชน ทำให้โทรศัพท์ของเธอหล่นลงพื้น

            “ป้าขอโทษค่ะคุณหนู” ป้าหลี่รีบก้มเก็บมือถือของเจ้านายขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าหน้าจอมือถือดับไป ทั้งหน้าจอยังแตกละเอียด เธอก็แอบยิ้มอย่างพอใจ “ทำยังไงดีคะเนี่ย คุณหนูคะ คุณหนูหักเงินเดือนของป้าเพื่อเป็นค่าชดใช้เถอะนะคะ มือถือของคุณหนูเพิ่งซื้อมาใหม่ แต่ป้ากลับทำมันพังไปแล้ว” 

            “คุณป้าไม่ได้ตั้งใจชนฉันสักหน่อย ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องชดใช้ให้ฉันหรอก” หลิงผูเถาพูดอย่างใจดี

            “แล้วคุณหนูจะติดต่อกับคุณชายเย่ยังไงล่ะคะ”

            “ฉันนัดกับเขาไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องโทรหาเขาอีก ให้คุณลุงหลี่ขับรถไปส่งฉันที่บ้านตระกูลเย่ก็พอค่ะ ถ้าเขาโทรหาฉันไม่ได้ เขาคงรู้ว่าฉันรอเขาอยู่ที่บ้านแล้ว”

            “นั่นสินะคะ คืนนี้คุณหนูไม่จำเป็นต้องโทรหาใครอีกแล้ว” แม่บ้านหลี่พูดเป็นนัย

     

            คนขับรถหลี่ขับรถไปส่งหลิงผูเถาที่บ้านตระกูลเย่ แต่ระหว่างทาง หลิงผูเถากลับรู้สึกง่วงจนทนไม่ไหว จากนั้นเธอก็หลับไป คนขับรถเหลือบมองกระจกหลังอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าเจ้านายหลับไปแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเส้นทางแล้วขับรถไปที่จุดนัดหมาย

            หลิงผูเถาตื่นขึ้นมาก็มองเห็นสถานที่ที่คุ้นเคย เพราะที่นี่คือเกสเฮ้าส์ที่หานซูฉีให้หวงหมิงเฉินจับตัวเธอมา ‘ไม่รู้จักเปลี่ยนสถานที่บ้างเลย ไม่ต้องเปิดสัญญาณติดตามตัว จื่อหานก็คงจะเดาได้แล้วมั้ง’

            “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะหลิงผูเถา” หานซูฉีเดินเข้ามาพร้อมกับแม่บ้านหลี่

            “คุณหนูอย่าโทษป้าเลยนะคะ ก็ใครใช้ให้คุณหนูมาแย่งคนรักของลูกสาวป้ากันล่ะ” แม่บ้านหลี่พูดขึ้น

            “ลูกสาว? หานซูฉีคือลูกสาวของคุณเหรอ” หลิงผูเถางงมากจริงๆ หากแม่บ้านหลี่บอกว่าหานซูฉีคือหลานสาว เธอก็ยังจะพอเดาได้ว่าแม่บ้านหลี่กับหลี่ซูหว่านคงเป็นพี่น้องกัน แต่แม่บ้านหลี่กลับบอกว่าหานซูฉีคือลูกสาว 

            “คุณแม่ของฉันคือหลี่ซูหว่าน แม่บ้านหลี่คนนี้คือลูกพี่ลูกน้องที่อาศัยอยู่ชนบทของคุณแม่ฉัน” หานซูฉีปฏิเสธ เธอเป็นคุณหนูตระกูลหาน อยู่ดีๆ จะให้เธอไปเป็นลูกสาวของคนรับใช้ได้ยังไง

            “เมื่อกี้เธอไม่ได้ยินที่คุณป้าหลี่พูดหรือไง” หลิงผูเถาถาม

            “ฉีฉี แม่คือแม่ของหนูจริงๆ นะจ๊ะ หลี่ซูหว่านไม่ใช่คุณแม่ของหนูหรอก หนูเรียกแม่ให้แม่ได้ชื่นใจสักครั้งได้ไหมจ๊ะ” แม่บ้านหลี่พูดกับหานซูฉี

            “ฉันจะพูดอีกครั้งว่าคุณแม่ของฉันคือคุณแม่หลี่ซูหว่าน”

            “ฉีฉี” แม่บ้านหลี่น้ำตาคลอที่ลูกสาวไม่ยอมรับตนเอง

            โครม! 

            “ที่เธอพูดมามันหมายความว่ายังไง ทำไมเธอถึงบอกว่าฉีฉีเป็นลูกสาวของเธอ” หลี่ซูหว่านถีบประตูเข้ามาแล้วเดินไปกระชากผมแม่บ้านหลี่ “หลี่เหนียน แกรีบพูดความจริงออกมาให้หมด ตกลงแล้วฉีฉีเป็นลูกของใคร?”

            แม่บ้านหลี่ถูกหลี่ซูหว่านตบจนทนไม่ไหว “บอกแล้ว! ฉันบอกแล้ว ฉีฉีเป็นลูกสาวของฉันกับสามีเธอ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ คืนนั้นฉันกับพี่เขยเมาด้วยกันทั้งคู่ พวกเราไม่ได้ตั้งใจทำผิดกับเธอจริงๆ”

            “ถ้าฉีฉีเป็นลูกสาวของเธอ แล้วลูกสาวฉันล่ะ ตอนนี้ลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน?”

            “ฉันไม่รู้ แต่...แต่เด็กคนนั้นน่าจะตายไปแล้ว เพราะตอนที่ฉันขโมยลูกสาวของเธอกับยัยเด็กหวงเหมยลี่ไปส่งให้ครอบครัวที่ชนบท ฉันบอกพวกเขาว่าเด็กทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกัน ฉันให้เงินพวกเขาไว้ก้อนหนึ่ง แต่หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้ติดต่อครอบครัวนั้นอีกเลย จนกระทั่งตระกูลหวงตามหาหวงเหมยลี่เจอ แต่กลับไม่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับฝาแฝดหญิงอีกคนหนึ่ง”

            หลิงผูเถาได้ยินเรื่องทั้งหมด “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นคุณที่ลักพาตัวฉันไปให้ตระกูลหวงเลี้ยงอย่างนั้นเหรอ คุณทำอย่างนี้ทำไม”

            “ก็เพราะฉันแค้นที่แม่ของเธอมาแย่งคนที่ฉันรักไปน่ะสิ ฉันหลงรักพี่หลิงตั้งแต่ที่ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นทายาทมหาเศรษฐีด้วยซ้ำ ฉันเป็นเพื่อนบ้านกับเขามานาน แต่อยู่ดีๆ แม่ของเธอก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ สุดท้ายพี่หลิงก็หันไปสนใจหล่อน ในเมื่อมันแย่งคนรักของฉันไป ฉันก็อยากให้มันเจ็บปวดเหมือนฉันบ้าง

            แต่ตอนนั้นฉันยังใจดำไม่พอ ก็เลยไม่กล้าส่งเธอไปอยู่ชนบท ดีเท่าไหร่แล้วที่เธอได้เติบโตมาในตระกูลหวง เธอยังมีที่ซุกหัวนอนที่ดี ได้กินข้าวอิ่มทุกมื้อ เธอควรจะขอบใจฉันสิ” แม่บ้านหลี่พูดออกมาจนหมด

            “ที่คุณพูดมาทั้งหมดคือเรื่องจริงเหรอ?” หานซูฉีถามเสียงสั่น เธอไม่อยากยอมรับความจริงในเรื่องนี้

            “ที่แม่พูดมาคือความจริงทุกคำ ถึงแม้แม่จะไม่ได้เลี้ยงดูหนูมา แต่หนูก็ยังได้อยู่กับคุณพ่อไม่ใช่เหรอจ๊ะ” แม่บ้านหลี่ชี้หน้าหลิงผูเถา “พอแม่ได้ยินว่าหนูชอบเย่จื่อหาน แม่ก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้หนูได้สมหวัง แม่ไม่อยากให้หนูต้องแพ้ให้กับลูกสาวของนังจินลี่ซือ แม่ไม่อยากให้หนูแพ้เหมือนกับแม่ หนูต้องได้แต่งงานกับคนที่หนูรัก”

            “แม่บ้านหลี่ แกมันเลว!” จินลี่ซือเดินเข้าประตูมาแล้วตรงเข้าไปตบหน้าแม่บ้านหลี่หลายที “ครอบครัวฉันดูแลแกสองคนพี่น้องไม่ต่างจากดูแลญาติของตัวเอง แต่แกกลับตอบแทนด้วยการจับลูกสาวของฉันไปให้คนอื่นเลี้ยงเนี่ยนะ แกรู้ไหมว่าเราเสียใจกันมากขนาดไหน แล้วรู้บ้างไหมว่าเถาเถาต้องมีชีวิตวัยเด็กที่โหดร้าย”

            แม่บ้านหลี่ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก “เหอะ แกเสียใจก็ไม่เท่ากับที่ฉันเสียใจหรอก ถ้าแกไม่มาแย่งคนรักของฉัน ฉันจะทำอย่างนี้ไหมล่ะ”

            “ฉันไม่เคยเป็นคนรักของเธอ! เราเป็นแค่เพื่อนบ้านกันเท่านั้น ตอนนั้นฉันไม่น่าใจดีรับเธอเข้ามาทำงานด้วยเลย ฉันน่าจะให้พ่อแม่ของเธอขายเธอกับน้องชายไปซะ” หลิงเหวินไฉชี้หน้าแม่บ้านหลี่

            “ไม่จริง! เธอรักฉัน ไม่อย่างนั้นตอนที่ฉันกำลังจะถูกพ่อเลี้ยงรังแก เธอจะเข้ามาช่วยฉันทำไม” แม่บ้านหลี่ยังไม่อยากยอมรับ

            “ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธอแล้ว ปล่อยให้เธอคิดบ้าๆ ไปคนเดียวก็แล้วกัน” หลิงเหวินไฉตะโกนบอกลูกชาย “เรียกตำรวจมาจับคนพวกนี้ให้หมด ไม่ว่าจะคดีเก่าหรือคดีใหม่ ฉันจะไม่ยอมความใครทั้งนั้น”

            “คุณแม่คะ คุณแม่ช่วยหนูด้วยนะคะ หนูไม่อยากถูกจับ” หานซูฉีวิ่งเข้าไปเกาะแขนหลี่ซูหว่าน

            “เธอไม่ใช่ลูกสาวฉัน ถ้าจะขอร้องก็ไปขอร้องแม่ของเธอโน่น” หลี่ซูหว่านแกะมือหานซูฉีออกแล้วชี้ไปที่แม่บ้านหลี่ก่อนที่จะเตรียมตัวจากไป “คุณหลิงคะ ฉันไม่รู้มาก่อนว่าลูกพี่ลูกน้องของฉันทำงานอยู่กับคุณ และฉันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่เบื้องหลังการสลับตัวเด็กในตอนนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ขอให้คุณตรวจสอบอย่างยุติธรรมด้วยนะคะ”

            “คุณแม่! คุณแม่จะทิ้งหนูไปเหรอคะ คุณแม่เป็นแม่ของหนูนะ และที่หนูจับตัวหลิงผูเถามาวันนี้ คุณแม่ก็รู้เห็นด้วยทุกอย่าง ถ้าหนูไม่รอด คุณแม่ก็ไม่รอดเหมือนกัน” หานซูฉีจับพยายามเกาะแขนหลี่ซูหว่านไว้แน่น

            “คุณป้าหานคะ เรื่องในวันนี้ไม่เกี่ยวกับคุณป้าเลยค่ะ ต่อไปนี้คุณป้าเอาเวลาทั้งหมดไว้คอยดูแลพี่ซ่งเฉวียนเถอะนะคะ ถึงเขาจะอยู่ในเรือนจำ แต่คุณป้าก็ต้องหาเวลาไปเยี่ยมเขาบ้าง” หลิงผูเถาพูดขึ้น

            “ขอบใจนะหนูเถาเถา และป้าต้องขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมาด้วย” หลี่ซูหว่านพูดจบก็เดินออกไป เธอไม่ได้ตั้งใจจะกลับบ้านในทันที แต่เธอเดินทางไปสำนักงานกฎหมายเอกชนเพื่อทำเรื่องฟ้องหย่ากับสามี และจะขอรับสิทธิ์ดูแลลูกชายแค่คนเดียว

            เย่จื่อหานเดินเข้าไปประคองและแกะเชือกที่มัดอยู่บนมือคู่หมั้น “คราวนี้เราจับคนผิดได้ทั้งหมดแล้วนะ”

            “ฉันสงสัยคุณป้าหลี่มาตั้งนานแล้วว่าเธออาจจะมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการอุ้มเด็กสลับตัวระหว่างฉันกับลี่ลี่ แต่ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับหานซูฉีด้วย” หลิงผูเถาจับมือคู่หมั้นไว้ “แต่คนที่น่าสงสารที่สุดคือคุณป้าหาน ตอนที่ลี่ลี่กลับมาจากชนบท ฉันไม่เคยได้ยินเธอพูดว่าเธอมีพี่สาวฝาแฝดเลย นายส่งคนออกไปตามหาให้ทีสิ ตอนนี้คุณป้าหานแทบจะไม่เหลือใครแล้ว พี่ซ่งเฉวียนก็อยู่ในเรือนจำ ถ้าลูกสาวเธอยังมีชีวิตอยู่แล้วแม่ลูกได้กลับมาอยู่ด้วยกัน พวกเขาคงจะมีความสุขมาก”

            “เธออภัยให้พวกเขาหมดแล้วสินะ” เย่จื่อหานยิ้ม

            “ตั้งแต่ลี่ลี่จากไป ฉันก็คิดได้แล้วว่าถึงฉันกับนายจะไม่ลงมือแก้แค้นพวกเขา แต่ผลกรรมที่พวกเขาทำไว้ก็จะย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาอยู่ดี เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการให้อภัยของฉันหรอก”

            ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำกำลังมาจำนวนหนึ่ง หานซูฉี แม่บ้านหลี่ และคนขับรถหลี่ถูกจับในข้อหาลักพาตัว

            หานซูฉียังมีคดีที่เคยลักพาตัวหลิงผูเถามาก่อนหน้านั้นด้วย รวมถึงคดีที่เธอติดสินบนผู้คุมให้ส่งนักโทษในเรือนจำร่วมยี่สิบคนไปทำร้ายหานซ่งเฉวียน

            แม่บ้านหลี่กับคนขับรถหลี่ก็มีคดีสลับตัวเด็ก รวมถึงคดีที่พวกเขาร่วมกันสังหารแม่และพ่อเลี้ยง แม้คดีจะหมดอายุความไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเย่จื่อหานและหลิงซีฮันที่จะสร้างข้อหาหนักให้สองพี่น้องได้รับโทษไปยาวๆ

            หลี่ซูหว่านทำเรื่องหย่ากับสามี ทีแรกหานเฟิงไม่ยอมหย่าเพราะไม่อยากแบ่งสินสมรส แต่เมื่อหลี่ซูหว่านยืนยันว่าเธอไม่ต้องการเงินของสามี เธอขอแค่สิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองของหานซ่งเฉวียนคนเดียวเท่านั้น หานเฟิงจึงยินยอมเซ็นหนังสือหย่าให้ภรรยา

            จินลี่ซือเห็นใจที่หลี่ซูหว่านต้องมาสูญเสียลูกสาวไปจากเหตุการณ์สลับตัวเด็ก เธอจึงขอให้หลี่ซูหว่านมาทำงานเป็นผู้ช่วยของเธอ หลี่ซูหว่านไม่อยากรับน้ำใจเพราะรู้สึกละอายใจที่เคยทำไม่ดีไว้กับหลิงผูเถา แต่หลิงผูเถาให้เหตุผลว่าคุณป้าหานยังมีลูกชายกับลูกสาวที่ต้องดูแล คุณป้าควรที่จะรับงานนี้ไว้ หลี่ซูหว่านนึกถึงลูกชายที่เป็นอัมพาตอยู่ในเรือนจำ และลูกสาวที่เย่จื่อหานสัญญาว่าจะตามหาตัวให้ เธอจึงตอบตกลงที่จะไปทำงานเป็นผู้ช่วยให้กับจินลี่ซือ

    คล้ายกับเรื่องเปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน