ตำราวิเศษบอกข้าเถิด ทางกลับบ้านข้าอยู่หนใด

    บทที่ 5 โมโหจนอกแตกตาย


     ในไม่ช้าอ๋องสี่ก็ได้เดินทางจากไป ขบวนเสด็จที่หยุดรออยู่ประตูหน้าของจวน บัดนี้ก็ได้เคลื่อนกลับสู่จวนของตน  ท่านพ่อและท่านแม่ก่นด่าฉันเป็นการใหญ่ และให้เหตุผลว่าตัวฉันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เอาเถอะก็ฉันไม่รู้จริงๆนี่นา...  ในเช้าวันรุ่งขึ้น มีคนรับใช้จากจวนของอ๋องสี่นำพาเครื่องมือและช่างตัดเย็บมาถึงจวนสกุลเซี่ย เป็นอีกครั้งที่ฉันถูกขุดขึ้นมาจากเตียงนอนแสนรักของฉัน ช่างตัดเย็บทั้งสามคนกำลังวัดขนาดตัวและจดบันทึกขนาดตัวของฉันเอาไว้เพื่อที่จะได้ไม่มีสิ่งใดผิดพลาดสำหรับชุดเจ้าสาวของพระชายา "อ๋องสี่เสด็จ!" มิรู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ใบหน้าของฉันมีเหงื่อหยดเล็กไหลรินออกมา รู้สึกตัวอีกทีก็ได้หลิวหลิวมาช่วยซับเม็ดเหงื่อเหล่านั้นให้เสียแล้ว ข้าทาสบริวารทั้งหลายต่างวิ่งวุ่นจัดเตรียมที่นั่งให้กับเขา เมื่อเขามาถึงเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ไม้นั้นด้วยใบหน้าที่เหมือนกับจิ้งจอกทิเบตอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ในอากัปกิริยาใดๆ ดวงหน้าของเขาก็ยังคงเรียบนิ่งอยู่เหมือนเดิม  ไม่นานนักก็มีคนนำเอาม้วนผืนผ้าสีแดงลวดลายที่หลากหลายขนออกมาวางตั้งไว้ตรงหน้าของเด็กสาวผมสีดอกท้อ มีทั้งปักลายหงส์ทอง ดอกกุ้ยฮวาและดอกโบตั๋น "มัวมองอยู่ใยเล่า รีบเลือกลายที่เจ้าชื่นชอบเสียสิ" เจ้าคนหน้าจิ้งจอกทิเบตกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทีเหนื่อยหน่าย ฉันมองค้อนใส่เขาไปหนหนึ่งจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาอีก ฉันเลือกหยิบเอาลายดอกโบตั๋นขึ้นมาดู มันเป็นลวดลายดอกโบตั๋นที่งดงามและประณีตที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบเจอมา "ข้าชอบลายนี้ เป็นดอกโบตั๋นที่งดงามมาก" "คุณหนูเซี่ยช่างตาถึงนัก ดอกโบตั๋นดอกนี้ถูกปักโดยช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญในการปักลายดอกไม้ทุกชนิดเจ้าค่ะ" หนึ่งในสามช่างตัดเย็บเอ่ยกล่าวขึ้นมาด้วยความชื่นชม ฉันที่ได้ยินคำชมที่ออกมาจากปากของนางก็อดที่จะยิ้มเขินขึ้นมาไม่ได้ แต่แล้วความสุขของฉันก็ได้พังทลายลงในเวลาต่อมา "เป็นถึงพระชายาแต่กลับสวมชุดแต่งงานปักลายดอกโบตั๋นรึ? รสนิยมของเจ้าช่างย่ำแย่นัก เปลี่ยนเป็นลายหงส์ทองเสีย มันจะได้เข้าคู่กับลายมังกรทองของเปิ่นหวาง" ฉัน "..." ช่างตัดเย็บทั้งสาม "..."  แล้วท่านให้ฉันเลือกเพื่ออันใด? ฉันชี้นิ้วเลือกลายดอกโบตั๋น แต่ทว่าเขากลับสั่งให้ช่างตัดเย็บเลือกเอาลายหงส์ทองไปตัดชุดเจ้าสาวเสียแทน รสนิยมของฉันคงไม่ได้แย่ลงจริงๆหรอกใช่หรือไม่? ร่างเล็กดวงหน้าหงิกงอบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างสุดซึ้ง แต่ทว่าอ๋องสี่ผู้ตายด้านก็หาได้รับรู้ถึงความไม่พอใจนั้นไม่ เขาเพียงปรายตามองเด็กสาวน้อยๆก่อนจะเดินจากไป ก่อนที่จะได้แต่งกับเขา ฉันกลัวว่าฉันจะโมโหจนอกแตกตายไปเสียก่อนเหลือเกิน  หลังจากที่ฉันวัดขนาดตัวและเลือกลายผ้าเสร็จแล้ว อยู่ๆอ๋องสี่ก็นึกคิดสิ่งใดขึ้นมาก็ไม่อาจทราบได้ ช่วงเย็นของวันนี้เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะมาร่วมรับประทานมื้อเย็นกับพวกเราด้วย ท่ามกลางความอึดอัดของทุกคนในจวน มีร่างของเขากำลังนั่งคีบเอาอาหารเข้าปากด้วยความใจเย็นก่อนจะส่งเสียงแกมบังคับฉันขึ้นมา "มานั่งข้างๆเปิ่นหวางตรงนี้" หลิวหลิวที่เห็นฉันยังคงยืนนิ่งก็ได้รีบผลักร่างของฉันให้นั่งลงข้างๆเขา ใครเป็นนายของหล่อนกันแน่? ตะเกียบไม้ไผ่ของเขาคีบเอาเนื้อหมูติดมันมาวางบนถ้วยข้าวของฉันพลางออกคำสั่ง "กิน" ฉันจ้องมองเนื้อหมูติดมันที่อยู่บนถ้วยและจัดการเขี่ยมันออกไปอย่างช้าๆ ก่อนจะคีบเอาเห็ดผัดมากินแทน  บุรุษข้างกายดูเหมือนจะไม่พอใจการกระทำของฉันเป็นอย่างมาก เขาจึงจัดการคีบเจ้าเนื้อหมูติดมันมายัดใส่ปากของฉัน โชคยังดีที่ฉันเม้มเอาไว้ทันท่วงที แต่ทว่าแรงดันของมือแกร่งยังคงถูกส่งออกมายังชิ้นเนื้ออย่างต่อเนื่อง พวกเรายื้อยุดฉุดกระฉากกันไปมาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนานทีเดียว "เปิ่นหวางคีบให้เจ้า เจ้าก็ต้องกิน" เขายังคงดึงดันที่จะนำชิ้นเนื้อยัดเข้าปากของฉัน แต่ฉันเกลียดเนื้อหมูติดมันนี่นา!    เซี่ยซูอวิ๋นตัดสินใจยกเอาตะเกียบของตนขึ้นมาปัดป้องชิ้นเนื้อติดมันอย่างแรง แรงนั้นส่งผลให้ตะเกียบของอ๋องสี่ปลิวกระเด็นออกไปพร้อมๆกับเจ้าชิ้นเนื้อที่น่าเวทนาด้วยเช่นกัน บรรยากาศเงียบงันขึ้นมาอีกครั้ง ไหล่ของผู้คนภายในนั้นไหวสั่นน้อยๆ เดาไม่ถูกเลยว่าพวกเขาอยากที่จะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมากันแน่  การร่วมโต๊ะอาหารในมื้อเย็นวันนี้ มันช่างอึดอัดและยาวนานเหลือเกิน พวกเราไม่แม้แต่จะพูดคุยกัน เพราะกลัวว่าอ๋องสี่ผู้นี้จะเดือดดาลขึ้นมาอีกหน

    และนี่ก็คือโฉมหน้าของเจ้าจิ้งจอกทิเบตค่ะ ถ้าชอบก็ช่วยกดติดตาม กดแชร์นิยายเรื่องนี้และคอมเม้นท์ให้กำลังใจนักเขียนกันด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

    error loadedจิ้งจอกทิเบต