ถ้าหากเซย์รินสามารถทำการศึกษาหนังสือทักษะของราชาแห่งพิษได้สำเร็จมันจะเป็นผลดีต่อเด็กหนุ่มอย่างมากมายมหาศาลไม่ว่าจะเป็นการสร้างพิษร้ายแรงหรือแม้แต่การทำยารักษาโรคร้ายที่เป็นผลเกิดจากพิษเซย์รินก็สามารถที่จะจัดการกับพวกมันได้ทั้งหมดราวกับเทพพระเจ้า คำว่าราชาแห่งพิษนั้นมันไม่ได้มาโดยง่ายและผู้ใดจะเรียกกันตามใจชอบ
แต่มันคือผู้ที่ถูกผู้คนยอมรับกันไปทั่วทั้งโลกนั้นว่าตัวมันคือที่สุดของที่สุดจากจำนวนผู้ใช้พิษหลายล้านคน หนังสือทักษะเล่มนี้มันมีมูลค่าสูงล้ำจนไม่อาจนำมาประเมินค่าได้มันคือความรู้ทั้งชีวิตของ ฮาร์ดี ราชาแห่งพิษ และในอนาคตข้างหน้านี้เซย์รินจะเป็นผู้ใช้พิษอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอนไม่ว่าพวกมันนั้นจะมีความแข็งแกร่งที่ระดับใดหากพวกมันถูกลอบจู่โจมด้วยพิษร้ายพวกมันก็จะสิ้นชีพได้ด้วยเช่นกันหลังจากที่ได้หนังสือทักษะเล่มนี้มาตัวมันจึงรีบเร่งทำการศึกษาโดยทันทีสติปัญญาของเด็กหนุ่มนั้นสูงล้ำเกินกว่าที่บุคคลธรรมดาจะเข้าใจมันใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็ทำการศึกษาจนหมดสิ้นในยามนี้นั้นศาสตร์แห่งพิษ
เซย์รินล้วนมีความเข้าใจจนถึงระดับแก่นแท้ของพวกมันไม่ว่าจะเป็นยาพิษสังหารหรือแม้แต่ยารักษาโรคประเภทต่างๆเซย์รินล้วนเข้าใจเกี่ยวกับพวกมันจนหมดสิ้นแต่ปัญหาที่แก้ไม่ตกก็คือยิ่งพิษนั้นมันร้ายแรงเพียงใดคุณค่าของมันและระดับความหายากก็ยิ่งเพิ่มเป็นเงาตามตัวในยามนี้นั้นเด็กหนุ่มสามารถสรรค์สร้างได้แต่เพียงแค่พิษระดับกลางเท่านั้นหากต้องการใช้งานพิษระดับสูงตัวมันยังขาดเครื่องมืออะไรอีกหลายอย่าง
ความร้ายแรงของพิษระดับสูงนั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากโรคระบาดร้ายแรงที่จะสามารถสังหารผู้คนได้ไปทั่วทั้งเมืองภายในหนังสือทักษะเล่มนี้มันยังเล่าเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับพิษระดับพระเจ้าด้วยปัจจุบันไม่มีผู้ใดที่จะสามารถสรรค์สร้างมันได้แม้แต่ ราชาแห่งพิษ ฮาร์ดีก็ยังไม่มีปัญญาที่จะสร้างมันได้ขึ้นมา มันกำลังพยายามค้นคว้าทดลองแต่ตัวมันดันต้องมาจบชีวิตลงเสียก่อน
และพิษสังหารราชันตัวมันนั้นก็จัดได้ว่าเป็นพิษในระดับพระเจ้าเช่นกันมันเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นไม่สามารถที่จะสกัดมันขึ้นมาด้วยตนเองได้มันต้องใช้เวลานับล้านปีถึงจะออกผลมาสักครั้งนึงอันเป็นผลมาจากต้นไม้ยมโลกที่มีแต่เพียงในตำนานหรือในนิทานเท่านั้นมันคือตำนานที่ไม่มีอยู่จริงแต่ในยามนี้นั้นมันกับอยู่ภายในมือของเซย์ริน
เด็กหนุ่มจะไม่ทำการค้นคว้าใดๆเกี่ยวกับพิษทั้งสิ้นเพราะมันจะต้องจับผู้คนเป็นจำนวนมากเพื่อการทดลองถึงแม้พลังอำนาจของมันนั้นจะน่าเย้ายวนใจ ที่จะสามารถพิชิตโลกได้ในระยะเวลาอันสั้นหากแต่มันจะต้องมาแลกกับชีวิตคนจำนวนมากมันก็ไม่ยอมที่จะทำเป็นอันขาดเพราะในยามนี้นั้นความรู้ที่ตัวมันได้รับสืบทอดมาจากภายในหนังสือทักษะเล่มนี้มันก็น่าที่จะเพียงพอแล้วหากเป็นคนอื่นที่มีจิตใจชั่วร้ายอำมหิตมาได้มันไปคงจะสร้างปัญหาให้กับชาวโลกเป็นจำนวนมากเป็นแน่
มันอยู่ที่วิธีการใช้ว่าจะนำมันไปใช้วิถีทางไหนหากนำความรู้ที่ใช้ไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรคนๆนั้นอาจจะกลายเป็นหมอเทวดาก็เป็นได้ที่จะสามารถรักษาโรคได้ทุกโรคที่ไม่มีทางรักษาและไม่มีทางหายหากนำความรู้ที่ได้มาไปใช้ไปในทางที่พิษก็จะกลายเป็นบุคคลที่ชั่วร้ายอย่างเช่นราชาพิษฮาร์ดี ถึงแม้ว่าตัวมันนั้นจะเป็นผู้คิดค้นศาสตร์แห่งนี้ไปจนถึงจุดสุดยอดของมวลมนุษย์แต่มันก็นำความรู้ที่ได้มานำมาใช้ไปในทางที่ผิดและตัวมันนั้นได้จับผู้คนจำนวนมากมาทำการทดลองไม่ทราบว่าจะต้องมีผู้เคราะห์ร้ายเป็นจำนวนเท่าไรที่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะการทดลองของมัน
ในยามนี้นั้นเซย์รินได้ออกมาจากดันเจี๊ยนระดับ10 แล้วตัวมันอยู่ด้านหน้าภูเขาไฟแห่งหุบเขาต้องห้ามภาพตรงหน้าของมันนั้นได้มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากภูเขาไฟที่สุดแสนจะร้อนแรงในยามนี้นั้นมันได้หมอดดับลงแล้วจากสภาพอุณหภูมิที่สูงจนถึงขีดสุดท้องฟ้าสีแดงฉานที่ดูเหมือนกับเป็นวันสิ้นโลกก็กลับกลายเป็นอากาศแจ่มใสเย็นสบาย
สถานที่แห่งนี้เป็นที่รกร้างไร้ผู้คนไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตต้นไม้ใบหญ้าล้วนแห้งตายกันไปหมดอันเป็นผลมาจากภูเขาไฟแห่งหุบเขาต้องห้ามแต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะต้องเปลี่ยนไปหลังจากวันนี้เพราะสภาพแวดล้อมมันได้กลับมาเช่นดั่งเดิมอย่างที่มันควรจะเป็นแล้วและจะไม่มีสถานที่ชื่อว่าหุบเขาต้องห้ามอีกต่อไปอันตรายภัยร้ายจากดันเจี๊ยนล้วนถูกเซย์รินกำจัดสิ้นแล้วมันจะไม่มีสถานที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้อีก
เพียงแค่รอเวลาเท่านั้นธรรมชาติจะซ่อมแซมด้วยตัวมันเองจะมีต้นไม้ใบหญ้าอีกครั้งรวมทั้งเหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่ก็จะกลับมาเวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่าง เหตุผลที่ทำให้สภาพแวดล้อมของป่าต้องห้ามเลวร้ายจนถึงขั้นร้อนนรกแตกนั้นอันเป็นผลมาจากศิลาไฟที่มันปลดปล่อยพลังงานอันมหาศาลออกมาแต่ในยามนี้นั้นพลังงานของมันทั้งหมดล้วนอยู่บนร่างของเซย์ริน
เด็กหนุ่มได้ทักษะมากมายอันเป็นจำนวนมหาศาลจากเซอร์ชาเด็กหนุ่มนั้นสามารถรับรู้ได้ว่าทักษะเหล่านี้เป็นพลังทำลายล้างที่รุนแรงเป็นอย่างมากจากสัมผัสจิตใต้สำนึกของตนเองแต่มันก็อยากจะเห็นพลังทำลายร้างระดับนั้นด้วยตาของตนเองทักษะนี้มันถูกคิดค้นโดยบุคคลที่บ้าคลั่งโหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนั้นเลยนะและตัวมันจะไม่อยากลองได้อย่างไร
ไม่รอช้าอีกต่อไปเซย์รินอัดแน่นพลังเวทของตนมิติรอบข้างถึงกับสั่นสะท้านมวลความร้อนอันมหาศาลร่องรอยอยู่บนเหนือน่านฟ้าท้องฟ้ากับกลายเป็นสีแดงฉานจนดูหน้ากลัวแม้แต่ที่หมู่บ้านกรีนที่ห่างจากที่นี่ไปไม่ไกลนักพวกมันต่างก็เห็นปรากฏการณ์เช่นนี้ด้วยจิตใจผู้คนเต็มไปด้วยความหวาผวารู้สึกไร้ค่าและไร้พลังที่จะต่อต้านพลังในระดับนี้ ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าพวกมันนั้นเป็นวันสิ้นโลกเป็นวันพิพากษาของพระผู้เป็นเจ้า
“มันเกิดอะไรขึ้นมันเป็นแบบนี้ได้เช่นไร มันมาจาทิศทางหุบเขาต้องห้าม หรือว่าท่านเทพพระเจ้าแห่งไฟท่านจะพิโรธเข้าแล้วเจ้าหนุ่มนั้นจบสิ้นแน่ แม้แต่พวกเราก็อาจจะจบสิ้นไปด้วย”ภาพเหตุณ์การตรงหน้าต่างก็ทำให้เหล่าชาวบ้านและนักผจญภัยอยู่กันไม่เป็นสุขเพราะพวกมันไม่เคยพบเห็นสถานะการณ์ที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
ทางด้านเซย์รินเองน่าตาของมันก็ซีดเผือดลงเล็กน้อยอันเป็นผลจากที่มันรวบรวมพลังเวทเป็นจำนวนมหาศาลถึงจะเป็นแบบนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่หยุดยังคงรวบรวมพลังต่อไปเพราะเขาต้องการจะเห็นศักยภาพสูงสุดของทักษะนี้และแล้วมันก็ได้ปล่อยพลังทั้งหมดออกไปที่ภูเขาไฟแห่งหุบเขาต้องห้ามที่ยามนี้นั้นเงียบสงบแล้ว
“นรกผลาญสวรรค์”ฟิ๊ว…..ตู๊ม……
มวลมิติสั่นไหวอีกครั้งพร้อมทั้งแสงสะท้อนไปทั่วเหนือน่านฟ้าราวกับมีปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งใหญ่แม้แต่ผืนแผ่นดินยังเกิดการสั่นไหวเป็นเวลานานจนกระทั่งเส้นแสงได้หายลับไปในยามนี้นั้นภายตรงหน้าของเซย์รินเต็มไปด้วยของเหลวใส่ความร้อนสูงภูเขาไฟขนาดยักษ์แห่งหุบเขาต้องห้ามที่สูงล้ำหลายพันเมตรในยามนี้นั้นมันถึงกับหายวับไปตาเซย์รินถึงกับแข็งขาสั่นเมื่อได้เห็นพลังทำลายล้างของมัน
“สุดยอดจริงๆมันสามารถลบได้แม้กระทั่งภูเขาไฟขนาดยักษ์ช่างเป็นทักษะที่ทรงพลังยิ่งนักแต่มันก็ต้องแรกกับการที่ตัวข้านั้นต้องสูญเสียพลังไปเป็นจำนวนมหาศาลและเสียเวลารวบรวมพลังจนเกินไป”พื้นที่บริเวณโดยรอบเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างมันไม่ต่างอะไรไปจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเลย