“ อาจารย์เหวิน คุณให้คำแนะนำเด็กๆยังไงบ้างครับ ทำไมให้พวกเขาเคลื่อนไหวในช่วงอันตรายแบบนี้ แต่ละคนไม่ได้พกแว่นมองกลางคืนด้วย แบบนี้ชักจะอันตรายเลยนะครับ ”
อาจารย์สวมกั๊กสอบถาม เขาอยากรู้ว่าอาจารย์เหวินแนะนำอะไรให้กับเด็ก การถามนี้กลับเต็มไปด้วยน้ำเสียงดูถูกเนื่องจากว่าเด็กของอาจารย์เหวินกำลังเดินทางเข้าสู่อันตราย การล่าในกลางคืนไม่มีใครคิดทำแม้แต่ฮันเตอร์มืออาชีพก็ด้วย ยิ่งเป็นคืนไร้ซึ่งพระจันทร์คอยส่องแสงนำทางแล้วยังไม่มีอุปกรณ์ช่วยมองกลางคืนยิ่งทำให้อันตรายมากขึ้นไปอีก
“ ไม่มีอะไรมากครับ ผมแค่ใช้ประสบการณ์ของเหล่าฮันเตอร์ที่เคยเจอมาเล่าให้นักศึกษาของผมฟัง อย่างแรกเลยต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าพื้นที่ที่ตัวเองจะเข้าไปล่าเนี่ย มีมอนสเตอร์ระดับสูงอาศัยอยู่หรือเปล่าผมก็เลยให้พวกเขาตรวจสอบก่อนจนกว่าจะมั่นใจเพราะยังไงพื้นที่ล่าก็มีขอบเขต มันต่างจากพื้นที่ล่าของจริงที่ไม่มีขอบเขตที่แน่นอน ”
เจี่ยลี่ฟังอย่างตั้งใจเธอเห็นพัฒนาการของเป่าเป้ยจึงคิดว่าอาจารย์เหวินจะต้องมีเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านี้แน่
“ หลังจากที่ผมให้นักศึกษาสำรวจแล้วก็เลยบอกพวกเขาให้หาสถานที่พักผ่อน วันแรกนักศึกษาที่เข้าไปจะต้องล่ากันอย่างบ้าคลั่งแน่นอนเพื่อทำแต้ม ในช่วงที่คนอื่นล่าพวกเขาจะพักผ่อน หลังจากรู้สึกพักพอแล้วพวกเขาก็เพียงแค่ออกล่าก็เท่านั้น ”
“ คุณบอกให้พวกเขาล่าตอนกลางคืนด้วยเหรอคะ ”
อาจารย์เจี่ยลี่เป็นฝ่ายถามเพราะอยากรู้ว่าเฉินห่าวเป็นคนแนะนำนักศึกษาให้ออกล่าตอนกลางคืนด้วยหรือเปล่า
“ ใช่แล้วครับ ตอนกลางคืนนี่แหละดี นอกจากจะไม่มีใครแย่งแล้วมอนสเตอร์ยังเยอะอีกด้วย ”
“ แล้วเด็กของคุณจะไม่อันตรายเหรอคะ ฉันเห็นพวกเขาไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ช่วยมองตอนกลางคืนเลย ”
“ ผมไม่อธิบายดีกว่า เอาเป็นว่าคอยดูสิ่งที่เด็กๆของผมจะทำก็แล้วกัน ”
เฉินห่าวมองไปยังเหมยลี่ เขาไม่ได้กลัวเลยว่าอีกฝ่ายจะถูกเล่นงานในช่วงกลางคืนเช่นนี้เพราะเธอเป็นคนที่ได้หลายสิ่งจากเขาไปเยอะที่สุด รองลงมาเป็นหลี่อิงแม้จะมีการชี้แนะน้อยกว่าเหมยลี่ก็ตาม เธอสามารถล่าในตอนกลางคืนได้ไม่ต่างจากตอนกลางวัน นักศึกษาคนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน พวกเขากำลังเดินหลบหลีกสิ่งกีดขวางโดยไม่มีใครใช้ไฟส่องนำทางเลย สิ่งนี้สร้างความตกใจให้อาจารย์ที่เฝ้ามองไม่น้อย การกระทำของพวกเขาไม่ต่างจากมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่ออกล่าในช่วงกลางคืน
“ เด็กกลุ่มนี้เจอมอนสเตอร์แล้ว ”
อาจารย์เจี่ยลี่ขยายภาพมุมหนึ่งให้ใหญ่ขึ้นแล้วเรียกอาจารย์ทุกท่านให้หันมาสนใจ ทุกคนจึงดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนักศึกษาของอาจารย์เหวิน การต่อสู้ในครั้งนี้จะมีคนบาดเจ็บถึงขั้นต้องเรียกเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปช่วยเหลือหรือเปล่า
ทันใดนั้น
นักศึกษาคนหนึ่งได้ยกโล่ขึ้นมากำบังตนเองก่อนจะพุ่งเข้าหามอนสเตอร์รูปร่างคล้ายหมูป่าสูง 3 เมตร เลเวลของมันสูงถึง 40 โดยมีเลเวลเท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม
เมื่อโล่กระแทกหน้ามอนสเตอร์เต็มแรงนักศึกษาที่เป็นนักเวทและนักธนูก็เริ่มยิงสนับสนุนจากระยะไกลปล่อยให้อาชีพต่อสู้ระยะใกล้พุ่งเข้าประชิดร่างของหมู ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นสร้างความตกใจไม่น้อยเพราะนักศึกษาของอาจารย์เหวินฟันร่างหมูป่าจนขาดออกเป็นหลายส่วน แต่ละคนล้วนแล้วโจมตีเพียงแค่ 1 ก็ช่วยกันสังหารมอนสเตอร์เลเวล 40 ลงได้แล้ว
“ ไม่สิ พวกเขาไม่ควรฆ่าได้ง่ายแบบนี้หรือว่าจะมีการใช้ไอเทมอย่างอื่นจนทำให้หมูติดสถานะผิดปกติ ”
อาจารย์แต่ละท่านพยายามมองหาไอเทมที่ใช้สำหรับสร้างสถานะผิดปกติ รอบตัวของนักศึกษากลุ่มนี้กลับไม่มีสิ่งใดส่องแสงนอกจากร่างของพวกเขาที่ส่องแสงจากผลของสกิลติดตัว
ในระหว่างที่มองหาสาเหตุการตายของหมูพวกเขาก็พบว่านักศึกษาของอาจารย์เหวินอีกกลุ่มสังหารมอนสเตอร์ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวไม่ต่างจากกลุ่มก่อนหน้า หลังจากนั้นก็เริ่มมีการสังหารของกลุ่มอื่นๆเกิดขึ้นโดยทุกกลุ่มโจมตีมอนสเตอร์ไปคนละหนึ่งที
“ แม้แต่เลเวล 50 ก็ด้วยงั้นเหรอ ”
คิ้วของเหล่าอาจารย์ขมวดเข้าชนกัน ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มของเหมยลี่และหลี่อิงที่สังหารมอนสเตอร์ได้ง่ายดาย กลุ่มอื่นๆที่อยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์เหวินล้วนแล้วสังหารมอนสเตอร์ได้ง่ายเช่นกัน
ภาพการสังหารของนักศึกษาอาจารย์เหวินเริ่มต้นขึ้น เมื่อตัวแรกของกลุ่มถูกสังหารพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนตัวเร็วขึ้นราวกับว่ามองเห็นในที่มืดได้ดี มอนสเตอร์แต่ละตัวที่พบเจอระหว่างทางล้วนถูกสังหารทิ้งอย่างไม่ใยดีราวกับพวกมันเป็นเพียงมดปลวก
เฉินห่าวเห็นการลงมือของลูกศิษย์ค่อยๆฉีกยิ้ม เขารู้ตั้งแต่เดินทางแล้วว่าครั้งนี้ศิษย์ทั้ง 65 ของเขาจะต้องติดท็อป 100 กันทุกคน แม้เลเวลของหลายคนจะยังสู้เด็กที่มีขุมอำนาจขนาดใหญ่หนุนหลังไม่ได้ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่มีทางหลุดท็อป 100 แน่นอน
“ อาจารย์เหวินคะ พวกเขามองเห็นได้ยังไง ”
อาจารย์เจี่ยลี่ยังไม่ได้รับคำตอบจึงสอบถามอาจารย์เหวินเกี่ยวกับวิธีที่จะทำให้นักศึกษามองเห็นในตอนกลางคืน
“ แค่ขยายรูม่านตาให้กว้างขึ้นเหมือนกับมอนสเตอร์ตอนกลางคืนใช้กัน ”
“ คุณจะบอกว่าใช้วิธีโคจรมานาไปที่ดวงตาเหมือนพวกนักฆ่าใช้อย่างนั้นเหรอคะ ”
“ ใช่ แม้จะสอนยากหน่อยแต่ทุกคนก็ทำได้ดีเลยล่ะเพราะผมยังไม่เห็นใครวิ่งชนต้นไม้เลย ไม่คิดว่าการใช้งานจริงครั้งแรกจะทำได้ดีขนาดนี้ ”
เฉินห่าวพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยจนทำให้อาจารย์สวมเสื้อกั๊กรู้สึกหมั่นไส้ ต่อให้จะเป็นเขาก็ไม่กล้าสอนสิ่งนี้ให้กับนักศึกษาเพราะมันเป็นวิธีการโคจรมานาที่ละเอียด หากพลาดเพียงน้อยนิดอาจจะทำลายดวงตาได้จึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญในการโคจรมานาไปที่ดวงตาสอน
อาจารย์เหวินกลับสอนในสิ่งที่อันตรายให้กับนักศึกษาของตนและเหมือนว่ามันจะผ่านมาได้ด้วยดี เพียงเท่านี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าการประเมินอาจารย์ของเทอมนี้จะเป็นอย่างไร
“ ดูเหมือนจะใช้ได้เชี่ยวชาญทุกคนเลยสินะ ดีที่มีเวลาให้ฝึก 3 - 4 อาทิตย์ ”
ทุกคนให้ความสนใจกับสิ่งที่เฉินห่าวพูดก่อนจะขมวดคิ้วด้วยท่าทางตกตะลึงเมื่อเห็นว่านักศึกษากำลังใช้ออกด้วยทักษะฝ่าเท้าเมฆา ต่อให้จะเป็นหลี่อิงและเหมยลี่ที่มีทักษะเท้าสุดยอดยังใช้ทักษะนี้ในการทดสอบ
เจี่ยลี่เห็นความสามารถของนักศึกษาเธอทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ หากว่านักศึกษาทั้งหมดได้รับการสอนจากอาจารย์เหวิน มหาวิทยาลัยชิงหัวคงสร้างสัตว์ประหลาดออกมาได้นับพันอย่างแน่นอน เพียงเวลาเกือบเดือนเขากลับฝึกทักษะเท้าที่ไม่มีใครหยิบจับมาฝึกให้นักศึกษา นอกจากนั้นยังเสริมด้วยการสอนการโคจรมานาไปที่ดวงตาให้อีกด้วย
แต่สิ่งที่เธอเห็นชัดเจนที่สุดคือท่วงท่าในการต่อสู้ของนักศึกษาอาจารย์เหวิน เมื่อลองนำมาเปรียบเทียบกับนักศึกษาที่ตนเองสอนแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว
นักศึกษาที่กำลังเคลื่อนไหวในความมืดตอนนี้ดูคล่องแคล่วไม่ต่างจากมืออาชีพที่คุ้นชินกับการล่ามาเป็นระยะเวลาสิบปี ส่วนนักศึกษาของเธอตอนนี้กำลังหลบด้วยท่าทางหวาดกลัวเพราะมอนสเตอร์ในช่วงกลางคืนกำลังออกล่า
“ ดูเหมือนว่าฉันจำเป็นต้องรวมคลาสกับอาจารย์เหวินสินะ ”
การรวมคลาสไม่ใช่การยอมแพ้ เธอเป็นอาจารย์ประจำชั้นปี 1 จึงมีเวลาพบนักศึกษา 5 วันเต็มต่างจากอาจารย์เหวินที่เป็นอาจารย์พิเศษเจอนักศึกษาอาทิตย์ละ 1 วัน
หากเธอสละเวลา 1 วันให้นักศึกษาตนเองได้อยู่กับอาจารย์เหวินคงจะได้ความรู้มากไม่น้อย
การตัดสินใจเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อให้นักศึกษาของเธอแข็งแกร่งเพื่อสร้างผลงานให้กับเธอ แต่มันคือหลักการของมหาวิทยาลัยชิงหัวที่พยายามผลักดันให้นักศึกษาแข็งแกร่ง หากเธอรั้งนักศึกษาเอาไว้อาจจะทำให้เธอเองที่กลายเป็นคนตกต่ำเพราะไม่ปล่อยให้นักศึกษาได้มีโอกาสเติบโตทั้งที่มีโอกาสอยู่ตรงหน้า
เฉินห่าวเดินออกมาจากห้องปล่อยให้นักศึกษาของเขาล่าต่อไป อีก 2 - 3 ชั่วโมงพวกเขาคงหยุดล่ากันแล้วเพราะต้องปรับเวลาให้กลับไปเป็นปกติเหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ หากให้ล่าเฉพาะช่วงกลางคืนจะเป็นอันตรายกับนักศึกษาของเขา ดังนั้นวันแรกนี้เขาจึงแนะนำวิธีพิเศษเพื่อให้พวกเขารู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองปลอดภัยและสามารถไล่ตามคนอื่นได้ทัน พรุ่งนี้เช้าจะเป็นวันที่พวกเขาเริ่มต้นในจุดเดียวกับคนอื่นๆ เพียงแต่ว่าจะปลอดภัยกว่าเพราะได้สำรวจพื้นที่รอบๆไปทั้งหมดแล้ว
ในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ห้ามนักศึกษาขายข้อมูลกัน นักศึกษาของเขาจึงใช้เวลาช่วงบ่ายออกสำรวจแล้วแลกเปลี่ยนข้อมูลจนรู้ว่าแต่ละทิศทางมีอะไรบ้าง
“ กี่ชั่วโมงแล้ว มีอาจารย์ท่านใดได้จับเวลาการล่าของเด็กอาจารย์เหวินไว้ไหมครับ ”
อาจารย์จื่อหานสอบถามอาจารย์ที่เหลืออยู่ อาจารย์เจี่ยลี่จึงเป็นฝ่ายตอบคำถามแทนเพราะเธอเริ่มนับเวลาตั้งแต่ที่นักศึกษาของอาจารย์เหวินเก็บที่พัก
“ 2 ชั่วโมงแล้วเหรอ พวกเขาไม่ควรจะล่าได้นานแบบนี้สิ ”
อาจารย์สวมกั๊กพูดด้วยท่าทางประหลาดใจ นักศึกษาของอาจารย์ดูอึดเกินไป แต่ละคนยังคงวิ่งได้ราวกับว่าพวกเขายังมีพลังเหลืออีกเยอะ
“ หวังว่าพวกเขาจะไม่ได้ใช้สารกระตุ้นนะ ”
“ คงไม่หรอกค่ะ ถ้าหากทุกคนใช้สารกระตุ้นคงจะแสดงอาการออกมาแล้ว ” อาจารย์เจี่ยลี่แก้ต่าง เธอไม่เห็นท่าทางเจ็บปวดบนใบหน้านักศึกษาของอาจารย์เหวินเลย แม้จะมีคนเหนื่อยแต่ก็ยังไม่มากพอจะทำให้พวกเขาหยุดวิ่ง
สิ่งที่เธอประหลาดใจนอกจากความอึดแล้ว รูปแบบการล่าในคืนนี้ของเหล่านักศึกษาคล้ายกับวิธีของมือสังหาร ทุกครั้งที่เข้าประชิดมอนสเตอร์พวกมันจะรู้ตัวแค่ตอนที่อีกฝ่ายพุ่งชนเท่านั้น การต่อสู้ของเด็กอาจารย์เหวินจึงกลายเป็นการสังหารแต่เพียงฝ่ายเดียว
เมื่อมองไปยังคะแนนพบว่าคนที่ได้ 50 อันดับแรกเริ่มร่วงหล่นหลังจากถูกรายชื่อเด็กของอาจารย์เหวินเข้าไปแทนที่ คะแนนของนักศึกษาที่ล่าในช่วงเช้าไม่มีใครขยับเพราะทุกคนใช้เวลานี้พักผ่อน
“ ทำไมพวกเขาหยุดล่ะ ”
อาจารย์สวมกั๊กแสดงท่าทางสงสัย เด็กของอาจารย์เหวินหยุดล่าแล้ว แต่ละคนรีบวิ่งกลับไปยังที่พักก่อนจะพากันผลัดเปลี่ยนคนเฝ้าเวรยาม สภาพของพวกเขาจึงไม่ต่างจากนักศึกษากลุ่มอื่นๆที่กำลังนอนพักเอาแรงไว้สู้ต่อในช่วงเช้า
ไม่มีใครหาคำตอบได้นอกจากอาจารย์เหวินจะอธิบายหรือนักศึกษาบอกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำ เหล่าอาจารย์จึงทำได้เพียงเฝ้ามองดูต่อไป
ท่ามกลางการเฝ้าจับตามองของเหล่าอาจารย์มากมาย อาจารย์จื่อหานรู้สึกกังวลเพราะตอนนี้คะแนนนักศึกษาของเขาที่เคยเป็นอันดับ 1 ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 23 นับเป็นการร่วงที่น่ากลัวไม่น้อย