ความสามารถในการสร้างสุดยอดเมด ที่โคตรจะโอพี

    ตอนที่ 55 เมดในตะเกียงแห่งการประลอง

    ตอนที่ 55 เมดในตะเกียงแห่งการประลอง

     

     

    ตะเกียงแห่งการประลองชูชันอยู่ตรงหน้าพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของฟอย

     

    “สนใจมาประลองตัวต่อตัวกับชั้นไหม”

    เสียงชักชวนท้าประลองอย่างเป็นมิตรที่สุดของฟอยแต่กอนนั้นรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าต้องการสิ่งใด

     

    “ถ้าชั้นประลองตัวต่อตัวกับแกแล้วชั้นจะได้อะไรล่ะ”

     

    ใบหน้าที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆใบหน้าที่เหิมเกริมของกอนนี่แหละคือสิ่งที่ฟอยไม่พอใจเป็นที่สุด ‘ทำตัวเหิมเกริมได้แค่วันนี้เท่านั้นแหละเพราะไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับแกแล้ว...’

     

    “หากแกชนะชั้นจะยอมเป็นลูกหมาของแกเชื่อฟังแกทุกอย่างเลยและหากชั้นชนะมันก็แค่ชนะชั้นไม่ต้องการอะไรจากแกหรอกนะ”

     

    กอนจ้องไปที่ฟอยที่ยังคงพล่ามไม่หยุด...

    “ส่วนการตัดสินแพ้ชนะข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายที่มีต่อตะเกียงแห่งการประลองคือการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดสภาพไปก่อนไม่จำเป็นต้องถึงขั้นตายก็สามารถออกจากมิติของตะเกียงแห่งการประลองได้แล้ว....ว่ายังไงน่าสนใจใช่ไหมล่ะ”

     

    เด็กหนุ่มตรงหน้านั้นต้องการที่จะสู้กับเขาจนแทบใจจะขาดหากเข้าไปในมิติแห่งการประลองด้วยเงื่อนใขการประลองตัวต่อตัวเมื่อไหร มันคงเล่นงานเขาจนร่างกายพังยับเยินเป็นแน่...

     

    ก่อนหน้านี้ฟอยเคยถามโคบี้อยู่หลายครั้งว่าเขาสามารถเอาชนะเมดของเด็กหนุ่มที่ชื่อกอนได้ไหม

    แต่คำตอบทุกครั้งที่ได้มากับเป็นคำพูดประมาณว่า“ผมไม่แน่ใจครับ”

    และทุกครั้งที่ฟอยได้คำตอบก็โวยวายออกมา

    “ทำไมถึงไม่แน่ใจ” หรือไม่ก็ “นายต้องมั่นใจว่าจะสามารถชนะเมดคนนั้นได้สิ...ชั้นจะได้เล่นงานเจ้าเด็กคลาสบราวน์ทอรัสนั่นได้อย่างสบายใจ”

     

    และทุกครั้งที่โคบี้ได้ยินเสียงนายน้อยของเขาโวยวายภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย‘จะไปหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวทำไมว่ะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่เป็นหรือไง...ตั้งแต่ที่แกไปบุกคฤหาสน์รัชเกทของคนในตระกูลนานาเคะแล้ว’

     

    โคบี้และฟอยพวกเขารับรู้ว่าคฤหาสน์รัชเกทเป็นของใครบางคนในตระกูลนานาเคะ เพราะล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ทางตระกูลนานาเคะได้ป่าวประกาศไปทั่วว่าคฤหาสน์รัชเกทเป็นของพวกตน

    .

    .

    “ตกลง!ชั้นจะประลองตัวต่อกับแก”

    คำตอบที่เรียบนิ่งของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเส้นเหล็กสีแดงทำให้ฟอยรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

     

    “นี่แกพูดจริงเหรอแกตกลงที่จะประลองตัวต่อตัวกับชั้นคนนี้จริงๆเหรอ”

    ฟอยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะโคตรโง่กว่าที่เขาคิดตอบรับการประลองตัวต่อตัวกับเขาแทบจะในทันที...ในทีแรกเขากะว่าจะต้องใช้คำพูดลอลวงเกลี้ยกล่อมมากกว่านี้เสียอีก

     

    ฟอยยิ้มฉีกกว้างออกมาพยายามเก็บอาการทุกอย่างไว้แล้วค่อยไประเบิดทีเดียวภายในมิติแห่งการประลอง

     

    “เอาล่ะมาจับที่หูหิ้วอีกข้างของตะเกียงสิ”

    เสียงพูดที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเก็บอาการแบบขั้นสุด

    …กอนเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆพร้อมจับที่หูหิ้วของตะเกียงอีกข้าง

     

    “พูดตามชั้นนะ‘ตะเกียงเอ๋ย...จงเบิกเส้นทางสู่ลานประลอง และการประลองนั้นจะเป็นการประลองในแบบตัวต่อตัวผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆได้เลยทั้งสิ้นส่วนผู้ชนะคือผู้ที่สามารถทำให้อีกฝ่ายหมดสภาพได้ก่อน’”

    และเด็กหนุ่มคนั้นก็ยอมพูดตามเขาอย่างว่าง่าย...‘อดกลั้นไว้ฟอยอดกลั้นไว้ อีกเดี่ยวแกก็จะได้ปลดปล่อยอย่างเต็มที่แล้ว’

     

    หลังจากนั้นร่างกายของทั้งคู่ก็เรืองแสงก่อนที่จะถูกพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

    เป็นสถานที่เล็กๆอยู่ในมิติที่ปิดกั้นเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีขนาดเท่าสนามฟุตบอล และสูงประมาณ 50 เมตร

    มิติสีขาวที่แทบไม่มีสิ่งใดเจือปน...ไม่เคยมีผู้ใดสามารถเข้าออกมิติแห่งนี้ได้หากผู้นั้นไม่ทำตามข้อตกลงของตะเกียง

    .

    .

    “ฮ่าาาา!!!!ฮ่าาาฮาาฮาๆๆๆ”

    ในทันทีที่เข้ามาในมิติแห่งการประลองฟอยก็ปลดปล่อยเสียงหัวเราะที่ดังลั่นออกมา...

     

    “แกนี่มันโคตรโง่สุดๆไปเลยว่ะชั้นไม่เคยเจอใครที่โง่แบบแกมาก่อนเลย...จริงอยู่ที่เราได้ตกลงกันไว้ว่าแพ้ชนะตัดสินกันที่ใครจะหมดสภาพไปก่อนแต่การทำให้ร่างกายทุกส่วนของอีกฝ่ายพิการก็ถือเป็นการทำให้หมดสภาพเช่นกันหรือไม่ก็ฆ่าให้ตายไปเลยก็สามารถออกจากมิติแห่งการประลองได้”

    ฟอยยังคงหัวเราะอย่างสะใจออกมา

     

    “เสียใจด้วยนะในมิติแห่งการประลองแห่งนี้ไม่ว่าแกจะร้องให้ฟูมฟายหรือขอร้องให้ใครมาช่วยก็ตามไม่มีใครมาช่วยแกได้ทั้งนั้นแม้แต่เมดของแกก็ตาม...เมื่อมิติแห่งการประลองจบลงเมดของแกจะได้เห็นเพียงแค่ร่างที่ไร้วิญญาณของแกฮ่าฮาๆๆๆๆ”

    ฟอยในตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่เก็บกดและปลดปล่อยทุกอย่างออกมาในครั้งเดียว

     

    ...ส่วนกอนนั้นไม่ได้มีท่าทีแตกตื่นอะไรเขายังคงมีสีหน้าที่เรียบ

    รอคอยให้ฟอยปลดปล่อยพูดความในใจออกมาจนจบ

     

    แล้วหลังจากนั้นเองที่กอนพูดออกมา...

    “ซีโร่เธอคิดว่าไงบ้าง”

     

    คำพูดของกอนนั้นทำให้ฟอยงุนงงขึ้นมาทันที‘ไอหมอนี่ร้องเรียกหาเมดผู้ติดตามของมัน...สงสัยไอคงจะกลัวจนเสียสติไปแล้วจิงๆ’

     

    ...

    “ดิฉันคิดว่านายท่านไม่น่าเสียเวลามาทำอะไรแบบนี้เลยค่ะ”

    เสียงของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่เผยออกมายืนอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มคลาสบราวน์ทอรัส

    เธอคือเมดสาวคนนั้นของมัน...

     

    และในทันทีที่ฟอยเห็นร่างกายของเมดสาวหน้ากากขาวตัวของเขาก็แข็งทื่อไปทันทีด้วยความตะลึงแบบขั้นสุด

    จ้องมองไปที่เมดสาวด้วยดวงตาที่เบิกกว้างแทบจะถลนออกมา...

     

    นิ้วของเขาที่สั่นเทิ้มชี้ไปที่เมดสาว

    “ธ-เธอเข้ามาในนี้ได้ยังไงนี่มันมิติของตะเกียงแห่งการประลอง”

    ฟอยมั่นใจเป็นอย่างมากว่าข้อตกลงที่พวกเขาให้ไว้กับตะเกียงคือการประลองในแบบ‘ตัวต่อตัว’

     

    เมดสาวนั้นไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรฟอยมีเพียงออร่าที่อาฆาตแผ่ออกมาใส่เขา...

    และเพียงแค่ออร่าที่เมดสาวผแผ่ออกมาก็ทำให้จิตใจของฟอยสั่นไหวสัมผัสได้ถึงความตายที่เฉียบพลัน

    ร่างกายของเขายืนแทบไม่ไหวจนเข่าแทบทรุดลงไปกับพื้น‘ไม่จริง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...’

    .

    .

    “เฮ้อ!!!”

    กอนถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย...

     

    ในขณะที่ตอนนี้ฟอยก้มหน้าด้วยอาการจิตตกไปแล้วทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่เลย

     

    “ชั้นจะบอกความจริงให้แกรู้ไว้ก็ได้นะ”

    ...หลังจากที่กอนพูดออกมาดวงตาของฟอยก็เบิกกว้างด้วยความตะลึงยิ่งกว่าเก่า

    .

    .

    .

    ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic

    คล้ายกับเรื่องความสามารถในการสร้างสุดยอดเมด ที่โคตรจะโอพี ที่คุณอ่าน