ตอนที่ 34 เพราะข้าต้องเก็บมันไว้ให้กับนักเล่นแร่แปรธาตุของข้าใช้
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นประตูห้องประชุมก็ได้เปิดออกพร้อมกับทหารนายหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าเร่งรีบก่อนจะชันเข่าลงและเปิดปากพูดขึ้นว่า.......
“เรียนท่านบารอนที่นอกเมืองมีชายชราผู้หนึ่งมาขอพบท่านขอรับเขาบอกว่าเขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ท่านต้องการตัว” ทหารนายนั้นกล่าวรายงานในทันที......
นักเล่นแร่แปรธาตุ?
ทันทีที่อากอร์นได้รับฟังรายงานนี้ใบหน้าของเขาก็เกิดรอยยิ้มขึ้นอย่างมีความสุขเพราะในที่สุดบุคคลที่เขาต้องการก็มาแล้วเขาจึงได้ลุกขึ้นยื่นและสั่งการออกไปว่า.....
“ไปเชิญนักเล่นแร่แปรธาตุผู้นั้นเข้ามา”
ขอรับ!!
เมื่อทหารนายนั้นรับคำสั่งเขาก็เตรียมตัวที่จะลุกขึ้นและเดินจากไปแต่ทันใดนั้นเอง.....
“ไม่เดียวก่อน!!เดียวข้าจะออกไปต้านรับเขาเอง”อากอร์นรีบสั่งให้ทหารนายนั้นหยุดทันทีและบอกว่าเขาจะออกไปรับนักเล่นแร่แปรธาตุนั้นเอง.....
หือ...?
ทั้งหมดรู้สึกมึนงงและสงสัยอย่างมากกับการกระทำของอากอร์นแต่ไม่นานเหล่าอัศวินและคนที่เคยอยู่กับอากอร์นมาก่อนก็แสดงสีหน้าเข้าใจและไม่พูดสิ่งใดก่อนจะเดินตามอากอร์นออกไปรับนักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้นด้วย.......
ที่หน้าประตูเมืองณ กำแพงชั้นที่สอง.....
“ท่านนักเล่นแร่แปรธาตุกรุณารอสักครู่ อีกไม่นานคงมีคำสั่งให้คนมาเชิญท่านเข้าไปแน่”ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูได้พูดขึ้นอย่างสุภาพกับชายชราที่ดูสติไม่ครบเต็มร้อยคนนี้......
“หึ!!ข้าเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุที่ใครๆ ต่างก็ต้องการตัวแต่เจ้าเมืองของพวกเจ้ากับให้ข้ารออยู่ที่นี่นะเรอะ!? รู้อย่างนี้ข้าไม่น่ามาที่นี่ให้เสียเวลาเลย!!”ชายชรานักเล่นแร่แปรธาตุพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจจ้องมองไปที่ทหารยามที่คุยกับเขาหนึ่งเพื่อทดสอบความอดทนของทหารคนนี้ สองเพื่อบรรเทาความเบื่อของตัวเอง......
“ท่านนักเล่นแร่แปรธาตุกรุณาใจเย็นลงก่อน อีกไม่นานเกินรอแน่นอน”ทหารยามคนนั้นยังคงแสดงท่าทีสุภาพเช่นเคยถึงแม้จะถูกชายชราคนนี้พูดจาไม่ดีใส่.......
ซึ่งภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ชายชรานักเล่นแร่แปรธาตุรู้สึกตกใจมากเพราะปกติแล้วมันเป็นเรื่องยากมากที่ทหารยามทั่วไปจะมีความอดทนอดกลั้นได้ขนาดนี้แล้วยิ่งเป็นเมืองขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ความเจริญด้วยแล้วมันยิ่งเป็นเรื่องยากมาก......
“ช่างเถอะช่างเถอะ หากว่าเจ้าเมืองของพวกเจ้ายังไม่รีบเชิญข้าเข้าไปละก็.........”
กรุบกรับกรุบกรับ กรุบกรับ!!
ตุบ!!
ในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าของม้าจำนวนมากก็ดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังควบม้าเข้ามาและมาหยุดที่เบื้องหน้าของทหารยามและชายชรานักเล่นแร่แปรธาตุ......
“คารวะท่านเจ้าเมือง!!”
ทหารยามทั้งหมดชันเข่าลงพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงทันทีพร้อมกับกล่าวทักทายเจ้าเมืองของพวกเขาด้วยความเคารพและนับถือ.......
เจ้าเมือง?”
ชายชราที่ได้ยินเหล่าทหารยามแสดงท่าทางและกล่าวทักทายออกไปเขาก็รีบมองหาเจ้าเมืองที่ว่าภายในกลุ่มคนที่พึ่งมาทันทีก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่เรเว่นผู้ที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง......
ชายชราเดินไปหยุดที่หน้าเรเว่นในทันทีก่อนจะพูดขึ้นว่า“คารวะท่านเจ้าเมืองข้า อาจารย์ดุ๊ก นักเล่นแร่แปรธาตุจากสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุยินดีที่ได้พบท่านและเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้ร่วมงานกับท่าน”เมื่อพูดจบเขาก็แสดงสีหน้าอย่างภาคภูมิใจออกมา......
“คือ.......คือข้าไม่ใช้เจ้าเมืองท่านนี้ต่างหากเจ้าเมือง” เรเว่นที่เห็นชายชรากล่าวทักทายตนว่าเป็นเจ้าเมืองเขาก็รีบแก้ต่างและชี้นิ้วไปที่อากอร์นในทันทีและบอกว่านี่คือเจ้าเมืองตัวจริง.......
หือ....?
ชายชราถึงกับหน้าเปลี่ยนสีในทันทีเมื่อคนที่อยู่ข้างหน้าเขาไม่ใช่เจ้าเมืองแต่เป็นชายหนุ่มที่อายุน้อยราวๆ ยี่สิบปีเท่านั้น ซึ่งเขาคิดว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นเพียงบุตรชายของเจ้าเมืองเท่านั้น......
“เขานะเหรอเจ้าเมือง?ทำไมถึงเด็กขนาดนี้? เฮ้อ!!ถ้างั้นข้าก็มาเสียเที่ยวแล้วละซิ? ต้องขอโทษด้วยพอดีข้ามาผิดที่น่ะข้านึกว่าที่นี่คือเมืองเซนต์จูรี่ที่สามารถเอาชนะกองทัพของเมืองแซนดี่ได้ซะอีกต้องขออภัยด้วย”
ชายชรานักเล่นแร่แปรธาตุกล่าวพร้อมกับใช้สายตาที่ถูกไม่พอเท่าไหร่นักมองไปที่อากอร์นก่อนที่เขาจะเตรียมตัวจากไปแต่ทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงที่อยู่รอบๆ ตัวของเขาเขาจึงหันไปมองว่าเป็นใครแต่สิ่งที่เขาพบก็คือสายตาของอัศวินและทหารทั้งหมดที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรงก่อนจะมีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น.......
“ไอ้เฒ่าโสโครกไหนแกลองพูดอีกทีซิ บังอาจว่ามานายท่านแบบนี้คิดว่าจะได้กลับออกไปอย่างครบทุกส่วนอย่างนั้นรึ?”แรมโบ้เป็นคนแรกที่พูดขึ้นหลังจากที่ชายชราพูดจาไม่เหมาะสม......
“คิดว่าเจ้าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุคนเดียวภายในโลกนี้หรือยังไงกันหึ!?”คนที่สองที่พูดขึ้นก็คือวิลเลี่ยมซึ่งเขาเป็นคนประเภทเดียวกับแรมโบ้อยู่แล้วด้วย......
“อย่าคิดว่าพูดแบบนี้แล้วจะได้รอดกลับไปนะถึงท่านจะเป็นคนที่นายท่านต้องการข้าก็ไม่อาจที่จะปล่อยท่านไปได้หรอก”เรเว่นที่ก่อนหน้านี้ชายชราได้เข้าไปทักได้พูดขึ้นอย่างไม่ใจเช่นกัน......
“นายท่านหากท่านประสงค์ให้ข้าจัดการ มอแกรนผู้นี้จะเป็นสำเร็จโทษตาเฒ่าผู้นี้เอง” มอแกรนเองก็รู้สึกไม่พอใจต่อชายชราเช่นกันเขาจึงได้ขอเป็นคนจัดการฆ่านักเล่นแร่แปรธาตุคนนี้ซะ......
“ขอเพียงนายท่านสั่งคำเดียวดิฉันพร้อมกับที่หั่นศพตาเฒ่าโสโครกนี้ออกเป็นหมื่นๆ ชินเลย”ลอลิที่มีความเคารพและรักต่ออากอร์นอยู่แล้ว เมื่อเห็นชายชราทำท่าทางไม่สุภาพนางก็เกิดความไม่พอใจและแสดงเจตนาฆ่าออกมาทันที......
อ้า!!
ชายชราที่กำลังจะจากไปนั้นถึงกับหน้าเสียเลยเขาไม่คิดว่าคนเหล่านี้จะไม่พอใจเขามากขนาดนี้และไม่คิดว่าคนเหล่านี้จะไม่สนใจเขาที่เป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุที่สำคัญเลยแม้แต่น้อยอีกอย่างเขาก็คิดไม่ถึงว่าอัศวินที่น่าเกรงขามเหล่านี้จะจงรักภักดีต่อเจ้าเมืองอายุน้อยเช่นนี้ได้ขนาดนี้......
แม้แต่ทหารยามที่ดูสุภาพและอดทนตลอดมาในช่วงที่คำตอบจากเจ้าเมืองของเขาก็พลันเปลี่ยนสีหน้าและท่าทางของพวกเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าเมืองอายุน้อยคนที่เขามองด้วยสายตาดูถูกแล้วว่าเขาจะตัดสินอย่างไร........
พรึบ!!
อากอร์นยกมือของเขาขึ้นมาเพื่อสั่งให้ทุกคนเงียบก่อนที่จะพูดออกมาว่า“ทุกคนเงียบก่อน พวกเจ้าช่างทำตัวเสียมารยาทกับท่านอาจารย์ดุ๊กนัก พวกเจ้าทั้งหมดจงกล่าวขอโทษท่านอาจารย์ดุ๊กเดียวนี้”เขาพูดพร้อมกับใช้สายตาดุดันมองไปยังเหล่าอัศวินและนักรบของเขา......
ขอรับท่านอากอร์น!!
ทั้งรีบตอบรับคำสั่งของอากอร์นในทันทีอย่างไม่มีปากมีเสียงใดๆกลับมา พวกเขาทั้งหมดรีบแสดงท่าทางสุภาพและกล่าวขอโทษชายชราในทันที......
“ดีมาก!เอาละคราวนี้ทุกคนถอยหลังกลับไป ข้าจะคุยกับท่านอาจารย์ดุ๊กเอง”
พรึบ!!
เมื่อสิ้นสุดเสียงของอากอร์นทั้งอัศวินนักรบ ทหารและคนอื่นๆ ล้วนถอยหลังออกไปทันที......
“ข้าในฐานะเจ้าเมืองเซนต์จูรี่ต้องอภัยกับความไม่สุภาพของเหล่าอัศวินและคนอื่นๆ ของข้าด้วยหากท่านอาจารย์ดุ๊กไม่ว่าอะไรข้าอยากจะเชิญชวนท่านอาจารย์เข้าไปพักผ่อนและทานอาหารที่เมืองของข้าก่อนซักคืนก่อนที่ท่านจะเดินทางไปที่อื่นได้หรือไม่?” อากอร์นยังคงกล่าวด้วยคำพูดสุภาพและนอบน้อมถึงแม้ชายชราจะมองเขาด้วยสายตาดูถูกก็ตาม......
ซึ่งการกระทำของอากอร์นนั้นมันช่างแตกต่างกับคนของเขามากและมันก็ได้ทำให้ความคิดมากมายเกิดขึ้นภายในหัวของชายชราเกี่ยวกับเจ้าเมืองอายุน้อยคนนี้เพราะเขาสังเกตเห็นได้ว่าในตอนที่อากอร์นสั่งคนของเขานั้นทุกคนล้วนทำตามอย่างเต็มใจละยินดี.......
และจากสายตาของเหล่าทหารที่มีต่ออากอร์นแล้วมันย่อมบ่งบอกได้เป็นอย่างดีกว่าเจ้าเมืองหนุ่มคนนี้เป็นที่รักของทหารและเหล่าอัศวินมากน้อยแค่ไหน......
“อแฮ่ม!!ท่านเจ้าเมืองเกรงใจไปแล้ว ข้าเป็นเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุแก่ๆ คนหนึ่งไหนเลยจะคู่ควรกับการต้อนรับเช่นนี้ และการกระทำที่ข้าน้อยได้ทำไปก่อนหน้านี้ข้าน้อยต้องขออภัยด้วยเนื่องจากข้าน้อยไม่เคยเห็นเจ้าเมืองที่อายุน้อยแบบนี้บ่อยนัก”ชายชรากล่าวสุภาพมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังลังเลที่จะเข้าไปภายในเมืองอยู่ดีเพราะเขากลัวว่านี้จะเป็นแผนของเจ้าเมืองหนุ่มคนนี้......
“เกรงใจอะไรกันท่านเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าสำคัญแค่ไหนการต้อนรับแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำแต่เนื่องจากตอนนี้เมืองเซนต์จูรี่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาดังนั้นข้าจึงไม่อาจที่จะจัดเตรียมสิ่งของใดได้ทัน เว้นเสียแต่ของสิ่งนี้” เมื่ออากอร์นพูดจบเขาก็หยิบของบางอย่างออกมาจากภายในเสื้อของเขา......
“นะ....นะ.....นั่นมันแร่อดาคัมสีเงิน?” ชายชราถึงกับตาลุกวาวเลยทีเดียวเมื่อเขาได้เห็นแร่ก้อนเล็กๆ ที่อยู่ภายในมือของอากอร์น......
“ถูกต้องแล้วท่านอาจารย์ดุ๊กมันคือแร่อดาคัมสีเงิน เป็นแร่ที่จำเป็นมากต่อนักเล่นแร่แปรธาตุในการใช้เป็นส่วนผสมในการทดลองต่างๆ”อากอร์นกล่าวอธิบายเกี่ยวกับแร่ในมือของเขาให้ชายชราฟังในทันทีซึ่งแน่นอนว่าชายชราเองก็รู้อยู่แล้วเพราะเขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุนิ......
“ใช่มันสำคัญมากกับนักเล่นแร่แปรธาตุ แต่น่าเสียดายที่มันมีอยู่เพียงแค่นี้?” ชายชรารู้ว่าแร่นี้หายากแค่ไหน ถึงแม้ว่าเพียงก้อนเล็กๆในมือของอากอร์นี้ก็ราคาสูงแล้วหากมีมากกว่านี้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยสำหรับเขา.......
“แน่นอนว่ามันมีมากกว่านี้”อากอร์นไม่รอช้ารีบตอบกลับชายชราทันทีว่าเขายังมีมันอีกมาก.....
ห๊ะ!!?
“เมื่อครู่นี้จะ.......เจ้........ทะ.....ท่านว่ายังไงนะ?ท่านบอกว่ายังมีมันอยู่อีกมากอย่างนั้นเหรอ? แล้วมันมีเท่าไหร่?ไม่ทราบว่าพอจะแบ่งขายให้ข้าได้หรือไม่?” ชายชรากลายเป็นตื่นเต้นผสมตกใจและดีใจอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับขอให้อากอร์นแบ่งขายแร่ชนิดนี้ให้กับเขา.......
“เรื่องนั้นคงไม่ได้หรอกท่านอาจารย์ดุ๊ก!”อากอร์นกล่าวปฏิเสธชายชราในทันทีอย่างไม่ลังเลใดๆพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากของเขาก่อนจะพูดต่อไปว่า“เพราะข้าต้องเก็บมันไว้ให้กับนักเล่นแร่แปรธาตุของข้าใช้” เมื่อพูดจบอากอร์นก็หันหลังและเตรียมตัวที่จะเดินจากไป........
“ดะ......ดะ....เดียวก่อน!!”