บทที่3 คนที่เกลียด?
หนิงเทียนถูกหนิงเหอลากออกมาจากจวนไปยังร้านของตระกูลเหอสมุดบัญชีมากมายถูกวางกองตรงหน้าเขาหนิงเทียนขมวดคิ้วมองกองบัญชีแล้วเงยหน้ามองหนิงเหอ
“พี่ใหญ่นี่...”ผมชี้ไปที่สมุดบัญชี
“อาเทียนพี่ใหญ่ต้องรบกวนเ้าแล้ววันนี้พี่ใหญ่ต้องไปส่งสินค้าที่อีกเมืองคงกลับมาเย็นๆคงกลับมาทำบัญชีพวกนี้ไม่ทัน”หนิงเหอยิ้มแห้งผมหลุบตามองสมุดบัญชีอีกครั้งแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“พี่ใหญ่ไปเถอะข้าทำเอง”บอกพี่ชายน้ำเสียงราบเรียบ
“อ่า...เซียนเอ๋อร์ก็ทำได้ให้น้องมา...”
“ข้าทำคนเดียวดีกว่า”
หนิงเหอยังพูดไม่ทันจบหนิงเทียนก็กล่าวขึ้นมาเสียก่อนขืนให้เด็กขี้อายไม่ค่อยออกจวนมาช่วยคงช้ากว่าเดิมน้องนางคงนั่งเหนียมอายไม่ต้องได้ทำกันละบัญชี
“อืมเช่นนั้นพี่ใหญ่ขอตัวก่อน”
หนิงเทียนพยักหน้านิ่งๆเปิดสมุดบัญชีแล้วก็พ่นลมหายใจอย่างดูถูก บัญชีของง่ายๆแค่นี้แค่ครึ่งชั่วยามก็ทำหมดแล้วผมหยิบพู่กันมาแล้วเริ่มทำทันทีลูกค้าก็เดินเข้ามาในร้านเรื่อยๆแต่มีคนงานคอยดูและคอยต้อนรับอยู่แล้วร้านที่เขานั่งอยู่ตอนนี้เป็ร้านขายเครื่องเรือนและถ้วยชามเครื่องเคลือบต่างๆ เป็ร้านใหญ่ร้านหลักของตระกูลเหอ
“ข้าซื้อของร้านตระกูลเหอไปแต่มีรอยร้าวในเครื่องเรือนที่ข้าซื้อเ้าจะรับผิดชอบอย่างไร!!”
เสียงบุรุษผู้หนึ่งโวยวายอยู่หน้าร้านผู้ดูแลร้านหลัวเล่อเดินเข้าไปพูดคุยแทนคนงานในร้านด้วยสีหน้ายิ้มการค้ากริยานอบน้อม
“ขออภัยคุณชายมิทราบว่าสินค้าเครื่องเรือนชิ้นใดหรือขอรับที่ซื้อจากร้านสกุลเหอไป”
คุณชายผู้นั้นทำเสียงขึ้นจมูกแล้วหันไปบอกให้คนของตนยกแจกันเครื่องเคลือบที่มีร่องรอยของความเสียหายรอยร้าวรอยเล็กๆ
“นี่อย่างไร!!สินค้าไร้คุณภาพเอามาขายให้ข้าคุณชายใหญ่ตระกูลจิ่นได้อย่างไร!!”
คุณชายสกุลจิ่นโวยวายเสียงดังหลัวเล่อชายวัยกลางคนพอเห็นสินค้าว่ามีรอยร้าวจริงก็หน้าเสียแต่ตอนห่อแจกันเครื่องเคลือบชิ้นนี้เขาตรวจดูแลห่อเองกับมือก่อนหน้านี้มันสมบูรณ์ดีมิใช่หรือ...หนิงเทียนหลุบตามองด้วยแววตาเรียบเฉยชาวบ้านที่ให้ความสนใจต่างก็ตำหนิร้านของตระกูลเหอว่าเอาของไร้คุณภาพมาหลอกขาย
“แน่ใจรึว่ามันไม่ได้เกิดรอยร้าวตอนที่ท่านนำมันกลับไป”น้ำเสียงเรียบนิ่งของคุณชายรองเอ่ยถาม
“เ้า...เหอหนิงเทียนหึ...”
คุณชายสกุลจิ่นหัวเราะในลำคอสายตาจ้องมองหนิงเทียนอย่างดูแคลนหนิงเทียนเอียงคอมองแววตาเรียบเฉย อะไรของมันวะเคยเจอกันหรอทำท่าทางแบบนี้ใส่กันเนี่ย?
“ว่าอย่างไร”หนิงเทียนถามอย่างใจเย็นหลัวเล่อขยับถอยไปยืนด้านหลังคุณชายรองแล้วกระซิบบอกเสียงเบา
“คุณชายขอรับตอนห่อข้าน้อยห่อเองกับมือและตรวจทานอย่างดีขอรับก่อนหน้านี้มันไม่มีรอยชำรุดใดๆขอรับ”หนิงเทียนเพียงพยักหน้านิ่งๆ
“จะปัดความรับผิดชอบรึ”เหมือนคุยกับคนที่ฟังคำถามคนไม่รู้เื่อะน่ารำคาญชิบ!
“ท่านไม่ได้ตอบคำถามเอาสินค้ามา”หนิงเทียนปรายตามองคนของคุณชายจิ่นบอกให้ส่งสินค้ามาให้เขามันเดินเอามาให้เขาแต่โดยดีหนิงเทียนหมุนแจกันมองสำรวจด้วยแววตาเรียบเฉยก่อนจะยกขึ้นสูงทุ่มลงพื้นตรงเท้าคุณชายจิ่น
เพล้ง!!
“เ้าทำอันใด!!!”
คุณชายจิ่นะโหลบโวยวายเสียงดังลั่นหลัวเล่อและคนงานในร้านตาโตอ้าปากค้างใการกระทำของคุณชายรองหนิงเทียนแสยะยิ้มเย็นเดินเข้าไปหาคุณชายจิ่น
“ครานี้สินค้าก็เสียหายของจริงแล้วเื่รับผิดชอบร้านข้าจะคืนเงินให้แต่คุณชายจิ่นต่อไปนี้ท่านไม่สิทธิ์เข้ามาซื้อสินค้าในร้านข้าอีกมิใช่เพราะท่านมาโวยวายแต่ข้าเบื่อหน่ายที่จะมายืนฟังคำพูดไร้ค่าหลัวเล่อ!จ่ายเงินคืนให้คุณชายจิ่นเป็สองเท่าและติดป้ายห้ามคนๆนี้เข้าร้านตระกูลข้าอีก!”
“ขะ...ขอรับ!”หลัวเล่อรับคำสั่งเสียงสั่นคุณชายรองผู้อ่อนโยนมีโทสะกับเขาเป็ด้วยหรือมิใช่ว่าต้องไกล่เกลี่ยอย่างนุ่มนวลอย่างที่ทำตลอดรึ?
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร!!”คุณชายจิ่นถามน้ำเสียงแข็งกร้าวใบหน้ามืดครึ้มสลับแดงด้วยความโกรธ
“เหอหนิงเทียน...”
ตอบกลับหน้าตายคุณชายจิ่นกำหมัดแน่นพุ่งตนเข้าหาหนิงเทียนแต่คุณชายรองเอียงกายหลบไปด้านข้างทำให้คุณชายจิ่นพุ่งไปที่โต๊ะสินค้าที่ตั้งอยู่หน้าร้านแตกกระจาย
“เหอหนิงเทียน!!!”
คุณชายจิ่นโมโหเืขึ้นหน้าคว้าเศษจานที่แตกพุ่งใส่หนิงเทียนแต่หนิงเทียนไวกว่าคว้าจับแขนเขาไว้ได้ทันริมฝีปากแสยะยิ้มเย็นะเืกล่าวน้ำเสียงแหบทุ้ม
“จะฆ่าข้าต่อหน้าคนมากมายหรือคุณชายจิ่น...หึหึหึฮ่าๆๆน่าขันยิ่งนักเป็หมาบ้าหรือไรค่าเสียหายก็ชดใช้ให้หรือที่มาโวยวายหน้าร้านตระกูลข้าเพื่อทำให้เกิดความเสียหายกัน”
คุณชายจิ่นชะงักทันควันหนิงเทียนรู้อยู่แล้วที่เขาจงใจทุ่มทิ้งเพราะมันไม่ใช่รอยร้าวเป็เพียงรอยขีดเพียงเท่านั้นแต่เขาแน่ใจว่าของในร้านทุกชิ้นตรวจสอบอย่างดีก่อนห่อให้ลูกค้า
“หึหึหึหึ...”เสียงหัวเราะที่ฟังแล้วหลอนจิตใจอย่างหน้าประหลาดคุณชายจิ่นเริ่มตัวสั่นมือที่กำเศษจานสั่นจนร่วงลงพื้น
“ปล่อย...ปล่อยข้า!”คุณชายจิ่นสะบัดแขนแรงๆหนิงเทียนยอมปล่อยแต่โดยดีเขายิ้มให้แต่เป็ยิ้มไม่ถึงดวงตา
“ใครอยากเชื่อสิ่งใดก็เชื่อแต่ร้านข้าตรวจสอบสินค้าทุกชิ้นก่อนห่อส่งให้ลูกค้ารับเงินแล้วไสหัวไปไกลๆร้านข้าเกะกะลูกตายิ่ง!!”
กล่าวจบก็สะบัดอาภรณ์เดินเข้าร้านสีหน้าราบเรียบคนงานในร้านรวมทั้งหลัวเล่อไม่เคยเห็นคุณชายรองเป็เช่นนี้มาก่อนปกติท่านอ่อนโยนและเป็มิตรกับทุกคนแต่ยามนี้ราวกับ...ปีศาจที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่ง...
“ไม่เจอกันไม่กี่เดือนเ้าเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยรึอาเทียน”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มฟังแล้วชวนเคลิ้มฝันเอ่ยถามหนิงเทียนชะงักหันไปมองแล้วก็ต้องขมวดคิ้วนึกหน้าว่าคนๆนี้ในความทรงจำของหนิงเทียนคือใครจ้าวเฟยเทียนหลง(องค์ชายสาม) ทุกคนจึงรีบพากันคุกเข่ารวมทั้งหนิงเทียน
“ถวายพระพรองค์ชายสามพะยะค่ะ/เพคะ”องค์ชายสามยิ้มอบอุ่นกวาดตามองชาวบ้านและหนิงเทียนแล้วโบกมือให้ลุกขึ้นได้
“ไม่ต้องมากพิธี...ข้าเพียงมาเดินเล่นแล้วก็เห็นพวกเ้ามีปากเสียงกันพอดี”
หนิงเทียนยืนสงบนิ่งแววตาว่างเปล่าองค์ชายสามจึงเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าหนิงเทียน
“เงยหน้าขึ้นอาเทียน”
ผมถอนหายใจเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับองค์ชายสามราบเรียบเขาเลิกคิ้วคล้ายแปลกใจที่ถูกผมมองด้วยสายตาเช่นนี้
“บางครั้งคนเราก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างพะยะค่ะ”หนิงเทียนตอบน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“อืม”องค์ชายสามพยักหน้ายิ้มๆมือทั้งสองข้างไพล่หลัง
“หากไม่มีอันใดแล้วกระหม่อมขอตัวพะยะค่ะ”
หนิงเทียนโค้งคำนับเดินกลับเข้าไปทำงานต่อในร้านหยิบพู่กันขึ้นเขียนบัญชีต่อองค์ชายสามเดินตามเข้ามาพร้อมกับคนติดตามแล้วนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเขาหนิงเทียนชะงักหลุบตาขึ้นมองหน้าองค์ชายสาม
“เปิ่นหวางเพียงเข้ามานั่งพักคงไม่รบกวนอาเทียนใช่หรือไม่...”
หากตอบว่ารบกวนคุณจะสั่งตัดหัวผมไหม? ตายไม่กลัวแต่ตายไปแล้วจะได้ไปเกิดหรือเข้าร่างใครอีกแบบนั้นน่าเบื่อแย่ขอตายแล้วไปนรกอะไรแบบนี้เลยง่ายกว่า
“ตามสบายพะยะค่ะ”
ตอบกลับน้ำเสียงราบเรียบองค์ชายสามนั่งมองหนิงเทียนที่นั่งทำบัญชีแววตาอ่านยากเปลี่ยนไปมากจริงๆอาเทียนที่ชอบชวนเขาพูดคุยแววตาน้ำเสียงอ่อนโยนคนนั้นหายไปเป็เพราะเื่ครานั้นหรือเมื่อถูกจ้องนานเกินไปผมเลยหลุบตาขึ้นมององค์ชายสามจ้องกันนิ่งนานๆแบบนี้ก็อึดอัดเป็นะครับพี่!
“พระองค์จ้องหน้ากระหม่อมมีสิ่งใดอยากพูดหรือพะยะค่ะ”เฟยเทียนหลงยิ้มใจดีพลางส่ายหน้า
“ทำงานเสร็จแล้วไปจิบชากันที่โรงน้ำชาสกุลจวางดีหรือไม่”
ไม่รู้จงใจหรืออะไรรู้ทั้งรู้ว่าสกุลเหอกับสกุลจวางไม่ค่อยลงลอยกันแต่ก็ยังจะชวนเขาไปที่นั่นผมกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายในใจ
“กระหม่อมต้องขออภัยองค์ชายสามพะยะค่ะหนิงเทียนผู้ต่ำต้อยมิอาจเอือมไปนั่งดื่มชากับเชื้อพระวงศ์ได้อีกแล้ว”องค์ชายสามชะงักไม่คิดว่าตนจะถูกยอกย้อนกลับมาเช่นนี้
“เ้าพูดเช่นนี้คล้ายโกรธพวกเปิ่นหวางที่ทำให้อาเทียนหลงป่าจนถูกเสือทำร้าย”เฟยหลงเทียนกล่าวน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“....”หนิงเทียนนิ่งเงียบมองคู่สนทนาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“อาเทียนที่เปิ่นหวางรู้จักใจดีอ่อนโยนและมีเมตตาไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเื่นี้มิใช่รึ”
ผมแค่นหัวเราะในใจคนอื่นอาจมองว่านิสัยเช่นนี้เป็คนดีจิตใจดีแต่สำหรับผมมันคือคนโง่ที่ให้อภัยแม้กระทั่งคนที่คิดจะกำจัดเราให้ตาย ผมยิ้มแต่เป็ยิ้มไม่ถึงดวงตา
“เื่ที่กระหม่อมหลงป่ากระหม่อมก็มิได้ใส่ใจพะยะค่ะแต่ที่กระหม่อม
ปฎิเสธองค์ชายสามเพราะกระหม่อมคิดได้แล้วว่ามิควรทำตนใกล้ชิดสนิทสนมกับพวกองค์ชายมากเกินไปเพราะหนิงเทียนเป็คนต่ำต้อยเป็เพียงสามัญชน”
องค์ชายสามหัวเราะในลำคอแล้วกล่าวกับหนิงเทียนน้ำเสียงขบขัน
“เปิ่นหวางคงล้ออาเทียนเล่นแรงไปเปิ่นหวางก็ลืมไปเสียสนิทว่าสกุลเหอกับสกุลจวาง...”องค์ชายสามลากเสียงยาวก่อนจะยิ้มใจดีแล้วพูดต่อ
“เพื่อเป็การไถ่โทษไปจิบชาที่ตำหนักเปิ่นหวางนะ”
นี่ก็เป็อีกคนที่พูดด้วยแล้วฟังภาษาคนไม่รู้เื่ผมพึ่งพูดไปนะครับว่าไม่อยากไปสนิทชิดใกล้กับพวกคุณมากจนเกินควร
“พะยะค่ะ”ยิ่งดึงดันปฎิเสธองค์ชายสามผู้นี้คงหาเื่ไล่ต้อนให้เขาไปด้วยให้ได้อยู่แล้ว
“อา...แต่เปิ่นหวางนัดเสด็จพี่ใหญ่น้องเจ็ด น้องเก้าไว้ด้วยดีเลยอาเทียนเสด็จพี่ใหญ่เป็ห่วงสุขภาพเ้ามาก”
ใบหน้าหนิงเทียนกระตุกหงึกๆเป็ห่วงในความหมายพวกคุณคือจะดูว่าทำไมร่างกายที่แสนจะโปร่งบางนี้จึงได้ตายยากตายเย็นนักใช่หรือไม่...
“....”
หนิงเทียนไม่เอ่ยสิ่งใดก้มหน้าทำงานของตนให้เสร็จ
ผ่านไป2 เค่อหนิงเทียนก็ปิดสมุดบัญชีเล่มสุดท้ายแล้วเงยหน้ามององค์ชายสามเขานั่งโบกพัดไปมารอเขาอย่างใจเย็นรอยยิ้มใจดีที่คนอื่นมองว่าช่างเป็คนที่ใจดีอบอุ่นอะไรอย่างนี้แท้จริงแล้วก็เป็เพียงหน้ากากหนิงเทียนส่งสมุดบัญชีของร้านให้หลัวเล่อแล้วฝากเขาบอกหนิงเหอว่าตนจะไปตำหนักขององค์ชายสามนั่งรถม้าที่แสนหรูหราขององค์ชายสามมาจนถึงหน้าตำหนัก
“องค์ชาย...องค์รัชทายาทองค์ชายเจ็ด องค์ชายเก้ารออยู่ที่ศาลาหยกแล้วพะยะค่ะ”เฟยเทียนหลงพยักหน้ายิ้มๆ
“มาเถอะอาเทียน...”
องค์ชายสามเอือมมือมาจะจับแขนหนิงเทียนให้เดินไปพร้อมกันแต่หนิงเทียนรู้และถอยหลบมายืนด้านหลังได้อย่างเนียนๆองค์ชายสามมองหนิงเทียนด้วยแววตาอ่านยากก่อนจะเดินนำไปที่ศาลาหยก
“ถวายพระพรองค์รัชทายาทองค์ชายเจ็ด องค์ชายเก้า พะยะค่ะ”
หนิงเทียนคุกเข่าก้มหมอบต่ำองค์รัชทายาทจ้าวลู่ชิงหลงปรายตามององค์ชายสามอย่างเป็คำถาม
“เสด็จพี่ใหญ่อยากทราบอาการของอาเทียนน้องสามเลยพามาให้ถามไถ่ถึงที่”เฟยเทียนหลงกล่าวยิ้มๆ
“งั้นหรือ...ลุกขึ้นเถิดอาเทียน”องค์รัชทายาท
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ”
หนิงเทียนลุกขึ้นยืนก้มหน้ามองพื้นแววตาว่างเปล่าเพราะตนเองกำลังถูกจ้องจากบุรุษสูงศักดิ์ที่หน้าตาดีมากถึงสี่คน
“แข็งแรงดีนะอาเทียน”องค์รัชทายาทถามเสียงเรียบ
“พะยะค่ะ”
ตอบพลางหลุบตาขึ้นมององค์ชายเก้าจ้าวหยางหลงเขาหันกลับไปนั่งจิบชาใบหน้าเรียบเฉย ไม่พูดหรือไม่เอ่ยถามสิ่งใดกับเขา
ทั้งที่ชวนเขามาจิบชาแต่ก็ไม่มีใครเชื้อเชิญให้เขานั่งแม้แต่คนเดียวองค์ชายสามที่เป็คนชวนเขามาแท้ๆกลับนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสบายๆนี่ไม่ใช่ว่ากำลังแกล้งผมอยู่ใช่ไหม?
อ่า...แบบนี้สิเขาถึงจะเรียกว่าคนเกลียดกันของจริงนี่ขนาดผมไม่ไปยุ่งกับเหล่าองค์ชายแล้วนะแต่ก็ไม่วายถูกคนพวกนี้ตามมาหาเื่กลั่นแกล้งแค่โดนหนิงเทียนคนเก่าตามติดและพยายามสนิทสนมด้วยจำเป็ต้องเกลียดกันขนาดนี้ไหม...
“คุณชายรองเหอ...”อู่กงกงที่เดินนำเล่านางกำนัลด้านหลังเอ่ยเรียกเขา
“อู่กงกง...”หนิงเทียนโค้งคำนับขันทีชราอย่างนอบน้อม
“หายดีแล้วหรือขอรับ”หนิงเทียนพยักหน้าแววตาเรียบเฉย
“ขอรับ”
“องค์ชาย...องค์หญิงสี่มาพบพะยะค่ะ”อู่กงกงไม่ถามไถ่อะไรเขาอีกเดินตรงไปหาองค์ชายสามแล้วกล่าวรายงาน
“อืมไปพานางมาที่นี่”
มากันครบเลยนะครับองค์หญิงองค์ชายที่เกลียดหนิงเทียนเข้าไส้วันนี้ก้าวขาไหนออกจากบ้านวะถึงได้ซวยอย่างนี้เป็เพราะหนิงเหอนั่นแหละลากเขาออกมาเจอแต่เื่เฮงซวยแบบนี้ถ้าอยู่แต่ในเรือนคงไม่ต้องมาเจอคนพวกนี้หรอกลอบกรอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย
“อาเทียนมานั่งนี่”
อ่าวรู้แล้วหรอว่ายังไม่ได้ชวนให้ผมนั่ง...ผมยอมเดินไปนั่งลงข้างองค์รัชทายาทแต่โดยดีเขาปรายตามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเด็กสาวใบหน้างดงามล่มบ้านล่มเมืองนั่นคือองค์หญิงสี่จ้าวลู่เสียนน้องสาวแท้ๆขององค์รัชทายาท
“ถวายบังคมเสด็จพี่ใหญ่พี่สามเพคะ ”กล่าวน้ำเสียงหวานใสพร้อมกับยอบกายลงอย่างงดงาม องค์รัชทายาทสะบัดมือให้นางลุกขึ้นได้
“พี่หนิงเทียน...”องค์หญิงสี่มองเขาอย่างแปลกใจแล้วยิ้มกว้าง
“ถวายพระพรองค์หญิงสี่พะยะค่ะ”หนิงเทียนลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“พี่หนิงเทียนมากพิธีไปแล้ว...”
องค์หญิงสี่เดินมาหาแล้วเกาะแขนเขาหนิงเทียนกะพริบตาปริบๆหลุบตามองแขนตนที่ถูกองค์หญิงสี่เกาะอยู่
“องค์หญิงสี่กระหม่อมว่า...”
“ดีเลยข้ากำลังจะมาชวนพวกเขาไปเยี่ยมท่านแต่เจอท่านที่นี่ก็ดีแล้ว”
องค์หญิงสี่กล่าวน้ำเสียงสดใสอะไรคือคนที่เกลียดกันเข้าไส้ดีใจที่ได้เจอเขา หรือจริงๆแล้วองค์หญิงสี่เป็คนเดียวที่ไม่ได้เกลียดหนิงเทียน?
พรึ่บ!
แขนอีกข้างของผมถูกกระชากให้ออกห่างจากองค์หญิงสี่ผมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเสียหลักล้มไปทางที่ถูกกระชากมือที่ใช้กระชากแขนผมพอเห็นว่าผมเสียหลักจะล้มก็ปล่อยและอ้าแขนรอรับร่างของผมไว้ได้ทันท่วงทีแต่ผมว่ามันแปลกๆนะครับท่านี่ก็ดูไม่เหมาะที่ผู้ชายกับผู้ชายกอดกันแบบนี้แล้วท่านจะกระชากแขนข้าทำไมเนี่ย!
“ขออภัยองค์รัชทายาทกระหม่อมล่วงเกินพระองค์แล้ว”
หนิงเทียนรีบผละออกมาแล้วคุกเข่าองค์หญิงสี่ที่ได้สติหลังจากเห็นภาพน่าอายก็กล่าวกับพี่ชายตนน้ำ
เสียงไม่พอใจ
“พี่หนิงเทียนไม่ผิดเป็พี่ใหญ่ที่กระชากแขนพี่หนิงเทียนแรงเกินไปนะเพคะพี่หนิงเทียนพึ่งจะหายป่วยร่างกายก็ผอมลงไปมากถูกพี่ใหญ่กระชากแรงเช่นนั้นจะยืนตรงได้อย่างไร”
หนิงเทียนหลุบตาขึ้นมององค์หญิงสี่ที่ช่วยปกป้องเขาก็ขมวดคิ้วไยนางจึงปกป้องเขามิใช่ว่าเกลียดหรอกหรือ...ความทรงจำเก่าคือองค์หญิงสี่มักจะพาหนิงเทียนคนเก่าไปแต่งกายเป็หญิงมันเป็ความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของหนิงเทียนคนเก่าเลยก็ว่าได้...
“เป็เปิ่นไท่จื่อที่ผิดเองเ้าลุกขึ้นเถอะ”
หนิงเทียนลุกขึ้นและยืนนิ่งคล้ายถูกสายตาของใครบางคนมองจ้องเขม็งก็เหลือบมองเป็องค์ชายเก้าที่มองมาที่เขาอย่างไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดอา...ไม่ต้องคิดให้มากเลยองค์ชายเก้านี่แหละเกลียดเขาที่สุดแล้วมั้ง!
“หนิงเทียน...ไปกับเปิ่นหวาง”
ไป...ไปไหนองค์ชายเก้าเห้ย!ไม่อยู่ให้เขาถามแล้วว่าจะพาไปไหนกล่าวสั่งจบก็ลุกเดินออกไปเลย หนิงเทียนหันไปเคารพลาทุกคนที่ยังงงกับท่าทางขององค์ชายเก้าอยู่เขาเดินตามองค์ชายเก้าออกมาที่หน้าตำหนักขององค์ชายสามก็ถูกองค์ชายเก้ายกร่างเขาให้ขึ้นไปบนม้าส่วนตนเองก็ะโตามขึ้นมานั่งซ้อนที่ด้านหลังเดี๋ยวเห้ย! จะมาทำเหมือนผมเป็สาวน้อยแบบนี้ไม่ได้นะครับ!!ตัวผมก็ไม่ได้เล็กๆยกขึ้นมาง่ายๆงี้เลยหรอวะ!!!