25 – วันสบายๆ
ภายในเวลาไม่ถึงเดือน ข่าวลือเกี่ยวกับมังกรดำระดับธรรมดาถูกกำจัดโดยกลุ่มนักผจญภัยและเด็กสาวผมสีเงินก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว กลุ่มของเซน่อนได้รับการเลื่อนระดับจาก Rank B เป็น Rank A ส่วนพริสทีนกับเดฟไกส์เลื่อนจาก Rank A เป็น Rank S และเพราะเหตุการณ์นั้นทำให้ข่าวลือเกี่ยวกับพริสทีนเป็นไปในทางที่ดีมีหลายคนเริ่มยอมรับจนพริสทีนเองก็ไม่ต้องใช้ฮู้ดคลุมหัวขณะออกจากที่พักอีก ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนหวาดกลัวอยู่ดีปัญหาอีกเรื่องคือ...“กษัตริย์ของอาณาจักรต้องการพบเจ้าเป็นกรณีพิเศษ” ประโยคแรกจากเดฟไกส์หลังเขากลับมาจากธุระ ทำเอาก้อนน้ำแข็งในมือที่สร้างขึ้นเพื่อฝึกทักษะ [ประติมากรรม] แตกเป็นเสี่ยงๆด้วยอาการช็อก...แค่นี้ก็พอเดาได้ว่าธุระก่อนหน้านี้ต้องเกี่ยวกับประเทศนี้ และเขาคงบอกเรื่องเธอจนอีกฝ่ายเรียกพบ!สิ่งที่อยากเลี่ยงสุดในชีวิตคือเกี่ยวดองกับคนมีฐานะสูง เพราะกลัวไปทำตัวเงอะงะใส่จนโดนนินทามันเป็นเรื่องฝังใจอีกเรื่องของเธอ เมื่อเข้าสังคมแล้วเผลอทำตัวผิดแปลกก็สามารถถูกประจานหรือกลายเป็นตัวตลกขบขันจนต้องอับอายทุกครั้ง อย่างเช่นตอนเรียน เวลาทำงานกลุ่มแค่มีคนรู้ว่าเป็นลูกแม่ค้าแถมไม่มีเงินก็ถูกนำไปซุบซิบนินทาว่าร้ายได้ตลอดเวลา ที่ได้ยินมากสุดก็คงเป็น ‘ยัยเด็กขี้ขโมย’ ถึงจะทำเป็นไม่สนใจ สุดท้ายก็ต้องเอากลับไประบายให้แม่ปลอบทุกครั้ง แถมครั้งนี้คนเชิญดันเป็นกษัตริย์ล่ะก็....“แต่ข้าปฏิเสธไปแล้ว แค่ดูก็รู้ว่าเจ้าไม่ค่อยอยากยุ่งอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ ก็เลยฝากให้ข้าเอาของตอบแทนมาให้”โชคดีไป...“ของตอบแทนเหรอ?”“สีหน้าแบบนั้นแสดงว่าข้าคิดถูกล่ะสิ เอ้านี่ รับ” โยนกล่องให้แกร๊ก... ภายในเป็นเข็มกลัดสีเงินรูปเทพธิดาหันข้างมีลวดลายสวยงามประดับด้วยเพชรพลอย ภาพเหมือนบนธงในเมืองหลวงไม่มีผิด...“เข็มกลัดสวยจัง...”“นั่นเข็มกลัดของราชวงศ์ เพื่อตอบแทนความกล้าหาญ สามารถใช้เข็มกลัดนั่นในการเข้าพบกษัตริย์โดยตรงได้ ส่วนพวกนักผจญภัยนั่นก็ได้รับเหมือนกัน”“!!!!!!!! เดี๋ยวๆๆ ฉันแค่ช่วยจัดการมังกรไม่เห็นต้องเกี่ยวข้องอะไรกับราชวงศ์เลยนี่!”“? นี่เจ้าไม่รู้เลยรึไงว่าได้ช่วยชีวิตรัชทายาทไว้น่ะ....?”“....เอ๊ะ?” ทำหน้ามึนเป็นคำตอบได้ดี“ก็เจ้าเด็กที่ชื่อเจตต์นั่นไง มันเป็นเจ้าชายลำดับที่ 1 ที่มีสิทธิ์เป็นกษัตริย์คนถัดไป ไม่ใช่แค่หน้าตาแต่ความสามารถถือได้ว่าอยู่ในระดับอัจฉริยะ หากสูญเสียไปทั้งประเทศได้สั่นคลอนแน่ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สร้างความช็อก...ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่ฐานะก็ยังจะเหมือนกับในเกมอีก! จะเหมือนมากเกินไปแล้ว!!นั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าความปลอดภัยของเจตต์ต้องมาเป็นอันดับแรกสินะ“ให้ตายเถอะ คงมีแค่เจ้าคนเดียวที่ไม่รู้แน่...”และอีกปัญหาที่ตามมาจากข่าวลือและยังโด่งดังไม่แพ้กัน นั่นก็คือว่าด้วยการเปิดตัวคู่หมั้นหนุ่มของปีศาจสาวแสนงามเพียงหนึ่งเดียวของเมืองอควอเทีย!!ทำเอาทั้งเมืองเต็มไปด้วยเสียงร้องห่มร้องไห้ของชายหนุ่มโสดไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือวัยทำงาน บ้างก็มาร้องเรียนถามถึงร้านจนเหนื่อยใจตามๆกันไป และเมื่อได้เห็นเคออสหลายคนต่างก็ทำใจกันอย่างรวดเร็วแค่หน้าตาก็สู้เขาไม่ได้แล้ว เรื่องฐานะยิ่งไม่ต้องถามถึง!!!คนมีปัญหาตอนนี้ก็มีแค่เด็กหวงพี่อย่างฟีเร(?)ที่มีปัญหาในตอนแรกแต่สุ ดท้ายก็ต้องยอมเพราะเคออสสามารถทำให้พี่สาวต่างบิดาตนมีความสุขได้“ข้ายอมรับ...ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหล่ะโว้ย!! ถ้าแกทำให้ยัยนั่นร้องไห้ก็รู้ชะตาของแกได้เลยไอ้จิ้งเหลนดำ!!!”ทั้งที่รู้ว่าเป็นราชันย์มังกรแห่งความมืดก็ยังกล้าพูดแบบนั้นใส่คงเพราะความหวงพี่สาวนี่กระมัง?“ข้าไม่คิดจะหักหลังหรือทิ้งเนสไปหาใคร...” ตอบนิ่งๆแต่ยิ่งทำให้ฟีเรหงุดหงิดหนักกว่าเดิม ถึงน้องสาวตัวน้อยจะยอมรับเคออสง่ายๆเพราะรู้สึกได้ว่าเป็นคนดีจึงไม่คัดค้านการหมั้นไม่เหมือนเขาที่ปากบอกยอมรับ แต่แอบจับผิดตลอดเวลาที่ทำไปก็เพราะห่วงพี่สาวล่ะนะนอกจากนี้มีปัญหาตามมาอีกเรื่องคือใบหน้าของเคออส ถึงมันทำให้ลูกค้าผู้หญิงวัยแรกรุ่นมาเข้าร้านมากขึ้น แต่ก็ทำเอาวาเนสซ่าโกรธเลยไล่ไปอยู่หลังร้าน ทำงานเบื้องหลังแทนด้วยความที่เนสไม่เคยแสดงท่าทีโมโหใส่แบบนี้มาก่อน มึนงงจนต้องไปปรึกษาพริสทีนเลยได้เหตุผลว่า...“ก็แค่หวงคุณเท่านั้นแหล่ะ ถ้าฉันเป็นคุณเนสก็คงหวงเหมือนกันที่มีสาวๆมาเกาะแกะใส่คู่หมั้นตัวเองน่ะ” ขำเล็กๆ“หืม...” ผลลัพธ์คือเคออสจะแอบโผล่ไปหน้าร้านบางครั้งบางคราว ดูเหมือนเรื่องแก้เบื่อของราชันย์มังกรแห่งความมืดตอนนี้คงเป็นการกลั่นแกล้งให้คู่หมั้นตนเองหึงหวงแทนเปลี่ยนคนให้กลายเป็นกูลเสียแล้ว.... ถือว่าเป็นเรื่องดีสินะ?ช่วงเวลาที่เคออสอยู่ด้วยแค่ 2 อาทิตย์ก่อนขอตัวออกเดินทางไปพบพี่น้องราชันย์มังกรเพื่อบอกข่าวเกี่ยวกับพริสทีนและจัดการตำแหน่งของเหล่ามังกรดำว่าตนจะกลับมาเป็นราชันย์อีกครั้งกลับมาดำรงตำแหน่งยังดีกว่าให้มังกรตนอื่นเป็นแล้วก่อปัญหาอย่างครั้งก่อน อีกเหตุผลคือป้องกันไม่ให้พวกนั้นเล็งเป้าหมายที่เนสอีกแถมช่วงที่เคออสไม่อยู่กลับเป็นช่วงว่างงาน เนื่องจากที่กิลด์ตอนนี้ไม่ค่อยมีงานรายได้ดีสักเท่าไหร่ มากสุดได้แค่ 50 โกลด์ พวกพริสทีนเลยต้องนอนเนือย เอื่อยเฉื่อยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนชิอินะขอกลับหมู่บ้านชั่วคราว เห็นว่าไปตัดชุดกิโมโนหรือยูกาตะมาขายที่ร้านเนส“โว้ย!!! ทนไม่ไหวแล้ว!! ข้าออกไปฝึกก่อนล่ะ!!” ฟีเรโวยวายก่อนออกจากห้องไป“ฟีเร!”“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวข้าตามหมอนั่นไปเอง เฮ้! รอด้วยสิ!!” ไลรอนรีบตามเพื่อนไป“ให้ตายสิเจ้าพวกนี้ เสียงดังหนวกหูชะมัด” “เดฟเองก็เอาแต่นอน ไม่ไปฝึกด้วยเหรอ?”“ไม่ล่ะ ถ้าไปฝึกด้วยเดี๋ยวพวกนั้นตายกันพอดี ขอนอนสบายใจแบบนี้ดีกว่า...” ว่าจบก็นอนเอกเขนกบนโซฟากว้างอย่างสบาย“แล้ว...เอาไงต่อดีล่ะ?”“นั่นสิคะ... อ๊ะ จะว่าไปพริสทีนเคยไปเมืองหลวงด้วยใช่มั้ย ที่นั่นเป็นไงคะ? ต่างจากที่นี่มากรึเปล่า?”“อื้ม กว้างมากเลยล่ะ มีของซื้อของขายเยอะกว่าที่นี่ เครื่องดับกับเสื้อผ้าสวยๆ อาหาร พวกอาวุธเองก็เยอะมากเลยด้วย ...จริงสิ! ไหนๆก็ไหนๆเราไปเที่ยวกันดีไหมล่ะ?” “แต่ว่าเราต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย...”“ไม่เป็นไรๆ แค่ใช้ [เกท] ล่ะก็แค่ไปเที่ยวแปบเดียวแล้วรีบกลับมาก็ไม่มีปัญหาอะไรจริงไหม?”“ได้เหรอคะ! งั้นไปกันเถอะค่ะ!”“เดฟจะไปด้วยรึเปล่า?”“.....ไม่ล่ะ ไปเที่ยวกันตามประสาผู้หญิงเถอะ”“งั้นเดี๋ยวซื้อของมาเผื่อนะ ไปกันเถอะสเตลล่า!”“ค่ะ!”สองสาวรีบไปเตรียมเงินกับกระเป๋าให้พร้อมสำหรับเดินทาง ตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวเมืองหลวงแบบจริงจังเป็นครั้งแรก ด้วยความกลัวมีปัญหากับคนในเมืองหลวงพริสทีนเลยยังต้องสวมฮู้ดอยู่วิ้ง... วงแหวนเวทย์ปรากฎบนพื้นห้องก่อนมีประตูโผล่ขึ้นมาจากพื้น ขอบประตูแกะสลักเป็นลวดลายสวยงาม บนบานประตูมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยวและดวงดาว มีตะเกียง 8 อันส่องสว่างลอยอยู่รอบตัว ภายในตะเกียงแตกต่างกัน บางอันเป็นท้องฟ้าตอนกลางคืน บางอันก็เป็นท้องฟ้ายามเช้า นาฬิกาทราย น้ำที่มีแมงกะพรุนตัวเล็กลอยไปมา หิมะตกกองกันเป็นตุ๊กตาหิมะ ป่าไม้ที่มีผีเสื้อบินไปมา ลาวาร้อนแรงไหลสาดภายในตะกียง และเมืองเล็กๆ “ว้าว... นี่เหรอคะเวทย์ [เกท] สุดยอด...” สเตลล่าเดินวนรอบประตู ดูตื่นตาตื่นใจไม่น้อย“ไปกันเถอะ!”แอ๊ด... เมื่อเดินผ่านประตูสิ่งแรกที่เห็นคือเมืองหลวงทั้งหมดจากมุมสูง สวยงามจนทำทั้งคู่ตกตะลึงพอควร ดูท่าการตัดสินใจเลือกที่จะโผล่มาข้างบนหอคอยนาฬิกาเพื่อป้องกันไม่ให้คนสงสัยเป็นทางเลือกที่ดีนอกจากไม่มีคนเห็นยังได้เห็นภาพสวยๆอีก“รีบลงไปกันเถอะ จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆ”“อื้ม!” ว่าจบก็รีบวิ่งลงไปข้างล่างกันตอนมาทำภารกิจครั้งนั้นเสร็จก็แค่ไปโรงเตี๊ยมพักผ่อน รอเดฟไกส์กับวาเนสซ่าแล้วเดินทางกลับเท่านั้น ไหนๆมีโอกาสได้มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องเอาให้คุ้มทั้งหาอาหารแปลกตาทานอย่าง [กราสรูม] เห็ดที่ว่าเหมือนแก้วใสส่องสว่าง มักนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำเครื่องแก้ว แต่นี่กลับเอามาย่างกินเป็นอาหาร...กลัวว่ากัดเข้าไปคำแรกจะดังกร๊อบ! แต่ปรากฎว่าเนื้อกลับชุ่มฉ่ำจนต้องสั่งเพิ่มหรือจะเป็นเนื้อหมูป่าพันต้นอ่อนทานตะวันย่าง โรยเครื่องเทศคล้ายหม่าล่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงทานได้สบาย แต่ตอนนี้อยู่ในร่างเด็ก...“เผ็ด!!”“!! น้ำๆๆๆ! ขอซื้อน้ำหน่อยค่ะ!!!” สเตลล่ารีบลนลานวิ่งหาซื้อน้ำมาให้ เรียกเสียงหัวเราะจากพ่อค้ากับพวกลูกค้าคนโชคดีที่สเตลล่าสั่งกราสรูมย่างธรรมดาไป เพราะกลัวเผ็ดอีกเมนูแนะนำของเมืองหลวงคือ [สวีตฮันนี่บอล] เป็นทั้งขนมหวานและเครื่องดื่มขึ้นชื่อของพวกแฟรี่ผึ้งที่เหล่าเอลฟ์นำมาขาย เป็นลูกกลมๆสีเหลืองทอง ในกระปุกเล็กมีทั้งหมด 12 ลูก ผิวสัมผัสนุ่มหยุ่นแต่พอเอาเข้าปาก เจ้าลูกกลมๆนั่นระเบิดออกกลายเป็นน้ำผึ้งหวานฉ่ำ “ฮ่า...” เล่นทำเอาเคลิ้มตามๆกันไปเลยทีเดียว...ได้ของฝากแล้วหนึ่งอย่าง!!“จะว่าไป ไหนๆก็ไหนๆ ไปดูโรงเรียนของพวกชนชั้นสูงดีมั้ย?”“ไปป้วนเปี้ยนอยู่หน้าโรงเรียนเราจะไม่โดนไล่เหรอจ๊ะ?”“อืม... ฉันว่าไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก”ทั้งสองเดินกินสวีตฮันนี่บอลไปเรื่อยจนมาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่มีทหารยามยืนเฝ้าทางเข้า ตอนแรกแอบคิดว่าน่าจะเป็นคฤหาสน์ของพวกขุนนาง แต่ตราสัญลักษณ์ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นโรงเรียนของเหล่าชนชั้นสูง“นี่เหรอโรงเรียนของคนมีฐานะ...” ให้อารมณ์คล้ายโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐบาลเลยแฮะ... “จากที่ได้ยินมาดูเหมือนว่าชุดนักเรียนหญิงของที่นี่น่ารักมากเลยล่ะค่ะ น่าอิจฉาจัง...” เพราะพวกตนเป็นชาวบ้านธรรมดาๆต้องเข้าเรียนที่โบสถ์ ไม่มีชุดเครื่องแบบใส่เหมือนโรงเรียนนี้“สเตลล่าอยากเข้าเรียนเพราะชุดเหรอเนี่ย”“! ป เปล่านะคะ ไม่ใช่อย่างนั้น...” บิดมาด้วยความอายแต่พริสทีนไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายเดิมทีก็ชอบของสวยงามกับน่ารักอยู่แล้ว ตอนต่อสู้เองก็สง่างามสมเป็นสายเลือดเผ่าเอลฟ์ใครได้เป็นแฟนคงภูมิใจน่าดู...“ถ้ามีโอกาสได้เรียนที่นี่ก็คงดีเนอะ”“นั่นสิคะ”ว่าจบก็รีบออกจากบริเวณหน้าโรงเรียนป้องกันพวกยามสงสัยไปมากกว่านี้ รีบไปเดินเที่ยวเล่นหาซื้อเสื้อผ้ากันต่อร้านเสื้อผ้าผู้หญิงร้านดังประจำเมืองหลวงที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่นๆและว่าด้วยความน่ารัก ความสวยงาม ชุดกระโปรงติดระบายและสีสันสดใส ทำให้มีลูกค้าประจำ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคุณหนูลูกผู้ดีหรือชนชั้นสูงไม่ว่าพริสทีนจะดูยังไงมันก็เป็นชุดโลลิต้าดีๆนี่เอง...“ร้านนี้เห็นว่าเป็นร้านดังของเมืองหลวงเลยล่ะค่ะ ตอนเห็นใบปลิวยังไงก็อยากลองมาซักครั้ง”“ก็สมเป็นสเตลล่าดีนะ งั้นเข้าไปกันเถอะ”“จ้-- ว้าย..!!”โครม! ไม่ทันจะได้เข้าร้านก็เกิดปัญหาเข้า จู่ๆก็มีกลุ่มเด็กผู้หญิงสามคนเดินมาชนสเตลล่าจนล้มลงไปกับพื้น และแทนที่พวกเธอจะขอโทษกับช่วยพยุง กลับ...“! ไม่นะ! ชุดข้าสกปรกหมดแล้ว!!” เด็กผู้หญิงที่เด่นสุดในกลุ่มผมสีบลอนด์รวบครึ่งหัวส่วนปลายดัดลอน ตาสีเขียวปนเทา บิดตัวไปมามองชุดตนเองแทนที่จะห่วงคนล้ม“ข ขอโทษค่ะ! เดี๋ยวฉันเช็ดให้...”“!! อย่ามาแตะนะ!” เด็กผู้หญิงอีกคนปัดมือสเตลล่าออก ก่อนจะเช็ดมือเหมือนรังเกียจนักหนา “ให้ตายสิสกปรกจริงๆ!”“กลิ่นพวกสามัญชนทำเอาข้าจะเป็นลมแล้ว รีบๆไปตามช่างประจำซักที!” เด็กอีกคนยกผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก ท่าทีดูถูกแบบนั้นทำเอาลูกค้าคนอื่นเริ่มไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ แค่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายดูก็รู้ว่าเป็นคนรวย พวกพนักงานในร้านเองก็พยายามเข้ามาห้ามปรามคนพวกนี้คือกลุ่มคนแบบที่พริสทีนเกลียดที่สุด ไม่คิดว่าในยุคสมัยนี้จะยังมีคนแบบนี้อยู่ นึกว่าจะหายหมดไปจากโลกเสียแล้วพวกที่ชอบดูถูกคนอื่นว่าตนเองสูงส่งกว่าเขา!!เธอจะทำยังไงดี ทั้งที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกมีฐานะ แต่อีกใจก็โมโหทั้งที่เพื่อนไม่ได้ทำอะไรผิดสุดท้าย...ก็ขอเลือกเพื่อนตัวเองไว้ก่อนไว้ค่อยไปคิดวิธีรับมือทีหลัง เอาไงเอากัน!! “นี่! แทนที่จะห่วงเสื้อผ้าตนเองห่วงคนที่เธอชนจนล้มก่อนจะดีกว่ามั้ย!!” ตะโกนใส่ระหว่างพยุงเพื่อนสนิท“กล้าตะโกนใส่คุณหนูของพวกเรางั้นเหรอยัยขยะ! คนที่ผิดคือยัยนั่นต่างหากที่ยืนขวางทางน่ะ เป็นแค่สามัญชนแท้ๆ!!”“อ๋อ... แล้วว่าคนอื่นขยะไม่ดูตัวเองเลยสินะ กล่าวหาคนไม่ผิดเนี่ยเป็นสิ่งที่ผู้ดีทำงั้นสิ? ว้าว ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย”“นี่เจ้า!!” “ไม่ต้องไปคุยกับยัยนั่นให้ปวดประสาทหรอก ดูก็รู้ว่าไม่มีการศึกษาดีแต่เหาหอน” คุณหนูคนที่ว่าคือเด็กที่ห่วงแต่ชุดของตนเมื่อครู่ แต่สายตาก็ดูแล้วว่าไม่น่าคบหา “พ่อบ้าน เอาของให้พวกมันไป”“ครับ!” ว่าจบก็โยนถุงเงินลงพื้นใกล้เท้าเธอ“ที่เรียกร้องก็เพื่อเงินนี่ใช่ไหมละ เอ้า เก็บซะสิ”คิ้วแอบกระตุกกับสายตาดูถูกเหยียดหยามนั่น ....ไนกี เงินในถุงนี่มีมูลค่าเท่าไหร่...> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: จากการชั่งน้ำหนักและสายตาของท่าน เงินในถุงมีมูลค่า 10,000 โกลด์“....เฮ้อ นี่ เงินนี่น่ะน้อยกว่าเงินที่ฉันหาได้ในแต่ละวันอีกนะ ไม่เอาด้วยหรอก” โยนคืนให้พ่อบ้าน “ที่ฉันต้องการคือคำขอโทษให้สเตลล่าเท่านั้นแหล่ะ ขอโทษมา!”“พริสทีนไม่เป็นไร ข้าไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก กลับกันเถอะ”“แต่ว่า...!” พอจะค้านเอลฟ์สาวตัวน้อยก็พยายามส่งสายตาว่าไม่อยากมีเรื่อง โดยเฉพาะกับอีกฝ่ายที่เป็นถึงพวกชนชั้นสูงด้วยแล้วยิ่งไม่อยากก่อปัญหาซักเท่าไหร่ “ก็ได้ แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ไปเถอะ” รีบจูงมือเพื่อออกไปจากตรงนั้น“ฮึ! ที่แท้ก็พวกสามัญชนดีแต่ปาก!”“เห็นด้วย น่าโมโหซะจริง วันนี้ก่อนกลับคงต้องไปขัดเสนียดจากพวกมันออกแล้วล่ะ ว่างั้นรึเปล่าคะคุณหนูเบียทริซ” หันไปมองคุณหนูของพวกเธอ“ใช่... น่าโมโห... โดยเฉพาะยัยนั่น...” เบียทริซกำกระโปรงเสียแน่น ตอนได้ยินชื่อของคนตะคอกใส่ก็ทำเอาชะงักไปไม่น้อยตนเป็นถึงลูกสาวขุนนางผู้ท้าชิงตำแหน่งพระคู่หมั้นขององค์ชายเจตต์ คนที่เธอหลงรักมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก ถึงเย็นชาแค่ไหนก็ยังรักพยายามมาตลอดในการเรียน ฝึกฝนความสามารถ แต่งหน้าทำผมให้มีสเน่ห์เหมาะกับฐานะของตนเองก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเจตต์... โดยเฉพาะหลายวันมานี้ตอนเจอหน้ากันในงานน้ำชายเจตต์กลับเอาแต่พูดถึงเด็กสาวผมสีเงินที่คุ้มครองตนจากมังกรดำครั้งนั้น เอาแต่ชื่นชมในความงามและความสามารถไม่หยุดทั้งที่เธอมาก่อนแถมได้พบกับเจตต์บ่อยครั้งยังไม่เคยถูกชมเลยแม้แต่ครั้งเดียว...มันช่างน่าโมโหและน่าอิจฉา...“ข้าไม่ยอมยกท่านเจตต์ให้แกแน่...!!”