เเสงเเดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านรูหลังคาที่ซ่อมซอของกระท่อมหลังหนึ่ง เด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบเเปดรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาธรรมดาไม่โดดเด่นตื่นขึ้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นมาจากเตียงไม้เก่าๆที่นอนอยู่พร้อมกับลุกเดินไปตักน้ำจากบ่อน้ำเก่าๆข้างกระท่อมขึ้นมาเพื่อล้างหน้าด้วยความเย็นของน้ำจากบ่อใต้ดินทำให้ความงัวเงียหายเป็ปลิดทิ้ง จากนั้นเขานำก้านต้นหลิวมาเคี้ยวเพื่อทำความสะอาดช่องปากในตอนเช้า พร้อมกับนำน้ำมาชำละล้างร่างกายหลังจากนั้นก็เดินไปที่ห้องครัวที่ตั้งอยู่ข้างวกระท่อมคว้านหาหมั่นโถวในหม้อที่ตั้งอยู่หยิบมันออกมาหนึ่งชิ้นเพื่อที่จะกินมันเพื่อประทังชีวิตแน่นอนว่ารสชาติของหมั่นโถวเย็นๆชืดๆค้างคืนมันไม่คอยโสภานัก
เด็กหนุ่มเป็เด็กกำพร้าถูกเก็บมาเลี้ยงโดยผู้เฒ่าคนหนึ่งเเละได้ตั้งชื่อให้ว่า ซีห่าว ปัจจุบันผู้เฒ่าได้เสียชีวิตไปเเล้ว ตอนนั้นซีห่าวอายุได้เพียงสิบปีเท่านั้น เมื่อผู้เฒ่าเสียชีวิตเขาก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเรื่อยมา ด้วยความที่ไม่มีบุตรสืบตระกูลผู้เฒ่าจึงเอ็นดูเด็กหนุ่มอย่างมากด้วยความที่ตนเคยเรียนหนังสือมาก่อนจึงสอนการอ่านเขียนให้กับเด็กหนุ่มทั้งยังสอนให้เป็คนรู้จักทันคนจะได้ไม่ถูกผู้อื่นเอาเปรียบได้ กระท่อมที่เขาอาศัยอยู่นั้นอยู่ในป่านอกเมือง เพราะมีพื้นที่โล่งกว้างอยู่เยอะจึงเหมาะเเก่การปลูกผัก เลี้ยงชีพและนำไปขายได้ เวลาเข้าไปในเมืองเด็กหนุ่มก็มักจะควักเงินส่วนหนึ่งเพื่อที่ซื้อหนังสือต่างๆมาอ่านเพื่อหาความรู้
เฉิงโจว เป็เมืองหลวงหนึ่งในจักรวรรดิฉิน มีอากาศอบอุ่น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอาณาจักร ภายในเมืองปรากฏรถม้าวิ่งควักไขว่ ร้านค้ารวงเรียง ผู้คนคับคั่ง เป็ลักษณะของเมืองที่เจริญรุ่งเรือง
วันนี้เป็วันที่เด็กหนุ่มจะเข้าเมืองเพื่อนำผักไปส่งภายในเมือง เขาได้นำผักที่เก็บไว้เมื่อวานเเช่ไว้ในถังน้ำเพื่อรักษาความสดไว้ เขาค่อยๆขนถังน้ำที่ใส่ผักไว้คอยๆยกขึ้นบนรถลากที่เตรียมไว้เมื่อทำการทุกอย่างเสร็จเขาก็เตรียมที่จะเดินทางเข้าเมืองระยะทางจากบ้านของเขาห่างจากเมืองหลายลี้ ใช้เวลาเดินทางเท้าประมาณหลายชั่วยาม เมื่อเดินทางมาถึงประตูเมืองทุกคนที่จะเข้าต้องผ่านการตรวจจากทหารที่เฝ้าอยู่ประตูเมืองเสียก่อน เเต่สำหรับ เด็กหนุ่มนั้นเข้าออกเมืองจนสนิทกับทหารเฝ้าประตูได้ทำการเเบ่งผักเล็กน้อยใส่ตระกล้าใบขนาดกลางๆใบหนึ่งมอบให้กับพวกทหารเพื่อเป็สินน้ำใจเล็กน้อยหลังจากนั้นเขาก็ได้เดินทางไปส่งผักตามร้านต่างๆภายในเมืองตามที่ทำข้อตกลงกันไว้ชีวิตคนเราเกิดมามักมีความฝันในใต้หล้านี้นอกจากปุถุชนธรรมดาทั่วไปแล้วยังมีอีกสิ่งที่เรียกกันว่า ผู้บ่มเพาะพลัง กล่าวกันว่าหากบ่มเพาะพลังบรรลุถึงขั้นเซียนจะมีอายุยืนยาวสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักเด็กหนุ่มมักซื้อหนังสือเกี่ยวกับเื่พวกนี้กลับไปอ่านบ้างซึ่งบ้างเล่มก็เขียนเกินจริง แต่ความฝันในเื่นี้ถือเป็เื่รองสำหรับเด็กหนุ่มซีห่าวผู้นี้ การแต่งงานมีคู่ครองนี้สิเื่ใหญ่จะมีอายุยืนยาวไปทำไมกันหากชีวิตนี้ขาดอิสตรีแต่คนจนๆธรรมดายังเขานั้นจะมีหญิงสาวที่ใดมาเหลียวแหลกัน เวลาผ่านไปอย่างเร็วไวกว่าจะส่งผักหมดตามร้านต่างก็กินเวลาไปเกือบเย็นแล้ว
“เห้อหมดสักที” เด็กหนุ่มถอนหายใจใหญ่เฮือกหนึ่ง เพราะความเหนื่อยล้า เมื่อเขาก้มมองดูเงินในถุงเงินนั้น มีมากอยู่พอควรทำให้เขาคลายเหนื่อยได้บ้าง เนื่องจากวันนี้ขายผักจนหมดเข้าจึงอยากกินของดีๆบ้างเขาจึงไปสั่งเนื้อหมูดิบชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งจากร้านขายเนื้อข้างทางห่อกลับบ้าน หมายจะกินมันเพื่อคลายความเหนื่อยล้า
ตอนนี้ก็เย็นมากเเล้วเขาจึงเดินทางกลับพร้อมกับรถเข็นเก่าๆของเขา เดินทางกลับมาได้ครึ่งทางออกห่างจากเขตตัวเมืองเเล้วเข้าเขตป่า พระอาทิตย์ตกดินเเล้วฟ้าก็เริ่มมืด เด็กหนุ่มได้นำชุดไฟที่พกติดตัวมานำมาจุดกับคบเพลิงที่เตรียมมาเพื่อ้าไฟส่องสว่าง หลังจากจุดไฟที่คบเพลิงเสร็จก็รีบเร่งเดินทางต่อเพื่อหมายที่จะกลับถึงบ้านไปกินเนื้อชิ้นโต ยามดึกค่ำคืนท้องฟ้ามืดมิดที่นอกเมืองไร้แสงไฟสว่างไสวอย่างในเมืองทำให้เห็นแสงสว่างระยิบระยับจากดวงดาวส่องสว่างสวยงามอยู่เต็มท้องฟ้า ห่างไปไม่ไกลก็เกิดเสียงะเิดังลั่นสนั่นขึ้น เด็กหนุ่มซึ่งกำลังเพลินเพลินกับการชมดาวบนท้องฟ้าที่รับรู้ได้ถึงเสียงะเินั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงรีบทิ้งรถเข็นของตนเองแล้ววิ่งตรงเข้าไปดู ซีห่าวที่รีบวิ่งเข้ามาดูเขานั่งแอบมาการต่อสู้นั้นอยู่ห่างข้างต้นไม้ต้นหนึ่ง ห่างจากเบื้องหน้าไปไม่ถึงครึ่งลี้เสียงการต่อสู้ปะทะกันอย่างดุเดือดดังสนั่นดังขึ้น
หนึ่งคือชายวัยกลางคนที่ดูจากภายนอกอายุน่าจะราวๆสี่สิบกลางๆรูปร่างสูงใหญ่กำยำ เสื้อผ้าขาดหลุดรุย เนื้อตัวเต็มเปอะเปื้อนไปด้วยแผลและของเหลวสีแดง อีกหนึ่งคือสิ่งที่เรียกว่า สัตว์อสูรสิ่งมีชีวิตวิเศษที่แปรสภาพจากการเติบโตของสระพลังปราณภายในตัวของมันเองหรือดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินเพื่อการเติบโต ดูจากรูปร่างของมันคือหมีใหญ่ร่างั์ สีขาว มันคงจะเป็หมีขาวปีศาจอย่างแน่นอน ดูจากอาการหายใจโรยรินของหนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรคงต่อสู้กันอย่างดุเดือดมาหลายชั่วยามแล้ว ปกติพวกสัตว์อสูรก็มีอยู่ทั่วๆไปแต่มักจะเป็พวกระดับต่ำๆและไม่ดุร้ายบ้างจำพวกยังถูกนำไปใช้งานอีกด้วย แต่หมีขาวตัวนี้ดูจากตัวและพลังปราณที่หลั่งไหลออกมาจากตัวของมันคาดว่ามีระดับไม่ต่ำกว่าขั้นกลาง ชายวัยกลางคนชี้นิ้วไปที่หมีขาวปีศาจพร้อมพูดออกมาประโยคหนึ่ง “หมีขาวปีศาจจงมอบชีวิตของเ้ามาซะเพื่อการเลื่อนขั้นของข้า” หมีขาวปีศาจเองเห็นท่าทีจองหองเช่นนั้นของมนุษย์เบื้องหน้าด้วยความโมโหก็คำรามเสียงดังออกมา ทั้งสองตั้งท่าเหมือนเตรียมจะทำการโจมตีเพื่อปิดฉากการต่อสู้ หมีขาวปีศาจไม่รอช้ารีวิ่งพุ่งทะลวงเข้าไปหมายจะตะปปชายดังกล่าวให้ตายคาอุ้งมือั์ของมัน ชายวัยกลางคนเดินพลังปราณไปไว้ที่กลางฝ่ามือหมายจะทะลวงปลิดชีพหมีขาวตัวนี้ในหนึ่งฝ่ามือชั่วอึดใจที่หมีขาวปีศาจพุ่งเข้ามาหมายจะตะปปร่างของเขาเขาเอียงตัวหลบอย่างชำนาญ ท่าร่างปราดเปรี้ยวพร้อมกับทะลวงฝ่ามือทะลวงทะลุร่างของหมีขาวปีศาจไปเสมือนทะลุผ่านกระดาษ “ส้วบ” มือที่ทะลุผ่านร่างของหมีขาวของเหลวสีแดงกระเด็นไปทั่วใบหน้าของเขา เมื่อสิ้นใจร่างของมันก็ล้มลง ในสายตาของซีห่าวที่แอบดูอยู่มองว่าการต่อสู้นี้ช่างโหดยิ่งนัก เมื่อเห็นภาพดังกล่าวตรงหน้ากับกลิ่นคาวเืกลับรู้สึกพะอืดพะอมอยากอาเจียนออกมา
“นั้นใคร” เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มชายดังกล่าวก็เดินพลังปราณและดึงร่างของเด็กหนุ่มพุ่งมาเข้าหาตัวเขา คอของเด็กหนุ่มถูกเขาบีบแน่นจากแรงบีบเด็กหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าแค่เพียงเขาออกแรงคอของเขาจะหักในทันทีหากไม่พูดอะไรชีวิตน้อยๆของเขาก็คงยากจะรักษาไว้แล้ว เมื่อเป็เช่นนั้นจึงเอยออกไปหนึ่งประโยค “ท่านผู้าุโโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยเป็เพียงคนขายผักที่แค่ผ่านทางมาเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาแอบดู”
จากการตรวจสอบพื้นฐานทำให้รู้ว่าเด็กหนุ่มเป็เพียงปุถุชนธรรมดาจึงวางร่างของเด็กหนุ่มลง พร้อมเอยขอโทษประโยคหนึ่ง “ขออภัยเป็ข้าหวาดระแวงเกินไป” เด็กหนุ่มเมื่อเห็นความตายอยู่เบื้องหน้าก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามจึงได้เพียงพยักหน้าตอบเท่านั้น เมื่อเห็นท่าทีของเด็กหนุ่ม ชายดังกล่าวก็ได้เดินไปยังร่างของหมีขาวตนนั้นพร้อมกับกระซวกฝ่ามือทะลวงร่างของมันอีกครั้ง สิ่งของรูปร่างหน้าตาคล้ายผลึกสีใสถูกหยิบออกมาจากร่างของหมีขาวสิ่งนี้คือแก่นพลังในตัวของสัตว์อสูรเรียกว่า แก่นชีวิต เมื่อควักแก่นชีวิตออกมาเขาก็เดินตรงมายังเด็กหนุ่มพร้อมเอยว่า “เ้าอาศัยอยู่แถวนี้ยังงั้นเหรอ”
เด็กหนุ่มเมื่อได้ยินก็รีบตอบไป “ขอรับ ข้าอาศัยอยู่แถวนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายดังกล่าวก็เดินไปตบไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ “ดี ข้ายังหาที่พักไม่ได้วันนี้คงต้องรบกวนเ้า นำทาง”
เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรทำได้แต่เพียงพาชายคนดั่งกล่าวที่เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงกลับไปที่กระท่อมของตัวเอง
หลังจากเหตุการ์ณในค่ำคืนนั้นก็ผ่านมาหลายวันแล้วชายวัยกลางคนผู้นั้นที่เด็กหนุ่มเอ่ยปากเรียกขานเขาว่าผู้าุโได้มาอาศัยอยู่กับเขาภายในกระท่อมแม้กระท่อมของเด็กหนุ่มจะไม่กว้างมากนักแต่ยังไงเสียก็เคยอยู่กันสองคนมาก่อนยังน้อยก็ยังมีที่นอนและเสื้อผ้าเก่าๆของผู้เฒ่าที่ยังเก็บไว้อยู่
เวลาหลายวันที่ผ่านมาผู้าุโก็จะเอาแต่นั่งขัดสมาธิไม่กินไม่ดื่ม เด็กหนุ่มเคยอ่านเจอผ่านๆในหนังสือเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะว่าสิ่งที่เรียกกันว่านั่งเดินลมปราณเพื่อซึมซับแก่นชีวิตของสัตว์อสูรเพื่อเลื่อนขั้นยิ่งสัตว์อสูรระดับสูงพลังก็ยิ่งมากยิ่งใช้เวลาซึมซับนาน ตอนที่เขานั่งเดินลมปราณนั้นบรรยากาศภายในกระท่อมจะอึดอัดมากเด็กหนุ่มมักรับรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างแม้จะอยากอยู่ดูแต่ก็ทำได้เพียงย้ายออกมาภายนอก ่เช้าก้มหน้าก้มตาพรวนดินรดน้ำปลูกผักต่อไป ตกเย็นมืดค่ำก็ทำอาหารและนอนอยู่ที่ภายในห้องครัวเอา เพราะความแรงกดดันที่รู้สึกอึดอัดที่แผ่ออกมามันทำให้เขานอนไม่หลับจะดุด่าใส่ก็ไม่ใช่เหตุ หากเขาโมโหถูกฟาดจนตายจะไม่คุ้มเอา ทำได้แต่เพียงถอดถอนหายใจยอมรับมัน พร้อมกับเอ่ยออกมาหนึ่งประโยค
“นี้คงเป็ชะตากรรม”