หลังจากที่เสวี่ยเหวินหลงพูดจบเขาก็พบว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อยังคงเงียบอยู่ ในตอนนั้นเขารู้สึกวิตกกังวล เพื่อบีบให้เซี่ยเจิ้งเต๋อ ยอมจำนนเขาจึงย้ำขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “หัวหน้าพรรคเซี่ยเราต้องเร่งประสานงานเรื่องนี้เป็นการด่วน ไม่อย่างนั้นหนึ่งโครงการกลับมีนักลงทุนสองเจ้า มันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผม คุณ รวมถึงจิงหลินของเรา มันจะทำให้คนนอกมองว่าจิงหลินเราไม่สามัคคีทำงานไร้ความรอบคอบ เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกกังวลอย่างมาก”
หลังจากเสวี่ยเหวินหลงพูดจบ เซี่ยเจิ้งเต๋อก็พูดอย่างแผ่วเบาว่า “เอาล่ะงั้นเอาตามนี้ คุณแจ้งสมาชิกคณะกรรมาธิการประจำเทศมณฑลทุกคนให้เตรียมตัว เราจะจัดประชุมฉุกเฉินตอนตี 3 ตอนนี้ผมอยู่สนามบินแล้วจะรีบนั่งรถตรงไปทันที”
“ตกลง ตกลง ผมจะรีบแจ้งคนอื่นๆ ทันที” เมื่อเห็นว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อยอมรับข้อเสนอ เสวี่ยเหวินหลงก็รีบรับคำ เตรียมตัวไปจัดการทันที
หลังจากวางสายใบหน้าของเสวี่ยเหวินหลงก็ดูเคร่งขรึมขึ้น เขาพูดในใจว่า “เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่ว่าแกจะใช้วิธีอะไร วิธีของแกจะดีแค่ไหน แต่แกไม่มีทางที่จะเอาชนะฉันได้ ในการประชุมครั้งนี้ฉันจะสยบแกให้ราบคาบ”
อีกด้านหนึ่งเซี่ยเจิ้งเต๋อหลังจากวางสายลงก็พูดกับหลิวชิงหยู่ “น้ำเสียงของเสวี่ยเหวินหลงดูว้าวุ่นมาก ฉันรู้สึกว่าเขาน่าจะเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว เพียงรอให้ฉันก้าวไปตกหลุมพรางเท่านั้น”
หลิวชิงหยู่ยิ้มแล้วพูดว่า “คนที่วางแผนกับคนสมรู้ร่วมคิดมักจะดีใจเมื่อเห็นว่าทุกอย่างไปตามที่ตนคาด แต่บางครั้งคนประเภทนี้ก็น่าเวทนาเหมือนกัน”
เซี่ยเจิ้งเต๋อพยักหน้าพลางถอนหายใจและกล่าวว่า “ใช่แล้ว ถ้าคนอย่างเสวี่ยเหวินหลงใช้ความสามารถที่มีทุ่มเทให้กับการทำงาน เขาคงเป็นข้าราชการที่ทำงานได้ดีอย่างแน่นอน แต่เพราะเขากระหายอำนาจมันทำให้เขาเริ่มออกนอกลู่นอกทางมากเรื่อยๆ จนถอนตัวไม่ขึ้น”
ประโยคนี้ค่อนข้างทิ่มแทง เมื่อพูดถึงตรงนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ พวกเขาขึ้นรถแล้วตรงไปยังจิงหลินทันที
เวลาประมาณตี 3 เซี่ยเจิ้งเต๋อรีบไปที่สำนักงานคณะกรรมาธิการพรรคประจำเทศมณฑล ทันทีที่มาถึงเขาก็เห็นแสงไฟจากห้องประชุมเปิดอยู่ บางครั้งก็มีเสียงพูดคุยเล็ดลอดออกมา ทำให้เขารู้ว่า เสวี่ยเหวินหลงกำลังเตรียมแผนที่จะเล่นงานเขา
เซี่ยเจิ้งเต๋อยิ้มและพูดกับหลิวซิงหยู่ขณะที่เขาลงจากรถ: "เสี่ยวหลิวคุณไปที่บ้านพักรับรองของคณะกรรมาธิการเทศมณฑลเพื่อพักผ่อนหรืออะไรก่อนทำเถอะ ผมต้องเตรียมตัวสำหรับศึกในคืนนี้”
หลิวชิงหยู่พยักหน้า เขาเองก็รู้ว่า ต่อให้เขาไปที่นั่นก็ช่วยเซี่ยเจิ้งเต๋อไม่ได้ แต่โชคดีที่เขาวางแผนสำรองเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทุกอย่างยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ดังนั้นเขาจึงหลับได้โดยไม่ต้องวิตกกังวล
เซี่ยเจิ้งเต๋อกลับเข้าห้องทำงานตัวเองและนั่งพักชั่วครู่ จากนั้นค่อยลุกไปที่ห้องประชุมทันที
ในตอนนี้ ห้องประชุมเต็มไปด้วยสมาชิกคณะกรรมาธิการของเทศมณฑลจิงหลิน ซึ่งมารวมตัวกันที่นี่พร้อมหน้าแล้ว
เมื่อเห็นเซี่ยเจิ้งเต๋อเข้ามาดวงตาของเสวี่ยเหวินหลงก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น เขารีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ยคุณน่าจะลำบากมากเลย ถึงมาประชุมช้า แต่การประชุมนี้คุณไม่เข้าร่วมไม่ได้ เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้ โครงการภูเขาชุ่ยผิงมีผู้ลงทุนสองคนได้ วันนี้เราจะต้องตัดสินใจ มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นตัวตลก.”
เสวี่ยเหวินหลงไม่ได้อ้อมค้อมเขาตรงเข้าประเด็นทันทีที่เซี่ยเจิ้งเต๋อมาถึง
เซี่ยเจิ้งเองก็เตรียมตัวมาแล้วเขายิ้มจึงยิ้มแล้วพูดออกไปว่า “โอเค ไม่มีปัญหา ผมก็ตั้งใจจะมาเพราะเรื่องนี้เช่นกัน มีนักลงทุนพร้อมกันถึงสองมันไม่เหมาะสม ทุกคนก็อยู่ที่นี่แล้ว ถ้าอย่างนั้นผู้ว่าการเสวี่ยก่อนที่เราจะพูดคุยหารือ ขอเอกสารความร่วมมือฉบับคัดลอกระหว่างทีมคุณกับหยู่เทียนกรุ๊ปหน่อย ส่วนผมจะเอาข้อมูลที่ได้เจรจากับทาง กลุ่มนักลงทุนจากหยางจิงแสดงให้คณะกรรมาธิการทุกคนได้อ่านก่อน มิฉะนั้นถ้าเราหารือกันปัญหามันจะไม่ได้ตกอยู่ที่คณะกรรมาธิการ แต่มันจะลามไปถึงเทศมณฑลจิงหลิน และกวนซาน ผมเชื่อว่าคุณคงจะไม่คัดค้านเรื่องนี้”
เสวี่ยเหวินหลงตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเจิ้งเต๋อ แผนเดิมคือเขาอยากให้ทั้งสองฝ่ายพูดถึงส่วนสำคัญและเขาวางแผนจะใช้จุดแข็งหลีกเลี่ยงจุดอ่อน และชี้จุดอ่อนของเซี่ยเจิ้งเต๋อแต่เขาไม่ได้คิดว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อจะมาไม้นี้ หากเขาคัดค้านมันก็จะทำให้เขาดูขี้ขลาด
เสวี่ยเหวินหลง เป็นคนที่หยิ่งผยองเขาจึงไม่เกรงกลัวต่อเซี่ยเจิ้งเต๋อแล้วพูดว่า “อืม ไม่มีปัญหา ถ้าเช่นนั้นผมจะให้เลขาผมคัดลอกสำเนามา”
จากนั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อก็ได้โทรหาเลขาของเขาและขอให้เลขานำเอกสารฉบับสำเนามา
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองฝ่ายก็ส่งสำเนาข้อตกลงให้กับคณะกรรมาธิการทุกคน
เซี่ยเจิ้งเต๋อนั่งลงบนเก้าอี้จากนั้นก็มองไปยังฝูงชนแล้วพูดว่า: "เรามาดูเงื่อนไขความร่วมมือทั้งสองฉบับกันดีกว่า หลังจาก นี้ 20 นาทีเราจะหารือและลงคะแนนอย่างเป็นทางการ"
ในขณะนี้เสวี่ยเหวินหลงให้ความร่วมมือกับเซี่ยจิ้งเต๋อเป็นอย่างดี แต่หลังจากอ่านข้อตกลงของฝั่งเซี่ยเจิ้งเต๋อไม่กี่หน้า ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เพราะเขาพบว่าข้อตกลงฝั่งของเซี่ยเจิ้งเต๋อมันดูยุติธรรมอย่างมากและยังเป็นประโยชน์ต่อหลายฝ่าย จากมุมมองของเสวี่ยเหวินหลงเงื่อนไขดังกล่าวมันดูน่าเหลือเชื่อ ไม่สมจริงแม้แต่น้อย เป็นไปไม่ได้ที่นักลงทุนจะโง่ยอมรับเงื่อนไขแบบนี้ พวกเขาไม่อยากกอบโกยผลประโยชน์เลยหรือไง แต่หากเทียบกับเงื่อนไขของฝั่งปาร์คเจซองแล้วพวกเขาแพ้เห็นๆ ไม่ว่าแผนของเซี่ยเจิ้งเต๋อจะจริงหรือเท็จแต่เขาก็ต้องตีว่ามันเป็นเท็จ มิฉะนั้นมันจะเป็นผลเสียต่อเขามาก ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธแผนของเซี่ยเจิ้งเต๋อโดยสิ้นเชิง
ยี่สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วเซี่ยเจิ้งเต๋อเห็นว่าเวลาใกล้จะหมดลงแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นและพูดว่า "เอาละ เวลาใกล้จะหมดแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนคงทราบเนื้อหาเงื่อนไขข้อตกลงพอสมควรแล้ว งั้นเรามาหารือกันดีกว่า ผมอยากรู้ว่าพวกคุณมีความเห็นที่จะเลือกนักลงทุนฝ่ายไหน”
ทันทีที่เสียงของเซี่ยเจิ้งเต๋อจบลง เสวี่ยเหวินหลงก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ยแม้คุณจะลำบากมาทั้งวัน แต่ผมคิดว่าการร่วมมือของกลุ่มนักลงทุนเซียนเฟิงกรุ๊ปไม่เป็นความจริง พวกเขาอาจหลอกคุณก็ได้ เพราะถ้าเป็นไปตามข้อตกลงจริงๆ พวกเขาคงไม่ใช่นักลงทุนแล้ว แต่เป็นผู้ใจบุญมากกว่า ในโลกนี้จะมีคนที่คิดช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดจริงๆ หรือ การลงทุนคืออะไร มันคือการแสวงหากำไร แม้ว่าทางเทศมณฑลเรากับหยู่เทียนกรุ๊ปจะหารือกันและดูเหมือนจะถูกกดขี่เล็กน้อย แต่อีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมืออย่างจริงใจและคิดจะลงทุนจริงๆ ถ้าเราต้องการมอบผลประโยชน์สูงสุดให้จิงหลิน เราควรมองผลประโยชน์ข้างหน้าในระยะยาวด้วย เพราะถ้าเศรษฐกิจของจิงหลินพัฒนาขึ้น การที่เราขาดทุนเรื่องภูเขาชุ่ยผิงก็ไม่สำคัญ”
หลังจากเสวี่ยเหวินหลงพูดจบเซี่ยเจิ้งเต๋อก็ยิ้มออกมา “คุณเสวี่ยคุณคิดเองเออเองไปหรือเปล่า คุณมีหลักฐานหรือไม่ว่าการร่วมมือนี้ไม่เป็นความจริง ถ้าไม่มีคุณก็ควรระวังคำพูดด้วย"
เสวี่ยเหวินหลงยิ้มแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผมไม่มีหลักฐานหรอก แต่คุณพิสูจน์ได้ไหมว่าที่พวกคุณร่วมมือมันเป็นความจริง”
เสวี่ยเหวินหลงพูดอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมเขาเตะบอลส่งคืนเซี่ยเจิ้งเต๋อทันที เขาเชื่อว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อพิสูจน์ไม่ได้แน่
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เสวี่ยเหวินหลงไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดออกมาอย่างไม่ลังเลว่า “ไม่มีปัญหา ผมพิสูจน์ได้ง่ายๆ เลย ตอนนี้ประธานบริษัทคุณเถียนเซียนเฟิง อยู่ในบ้านพักสำรองข้าราชการของจิงหลินเรา เราสามารถติดต่อให้เขาช่วยมายืนยันได้ แล้วทุกคนต่างก็รับทราบกันชัดเจนแล้วว่า เก้าโมงครึ่งพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวเกิดขึ้น เขาจะโอนเงินสิบล้านหยวนเข้าบัญชีคลังจิงหลินเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะลงทุนจริง ดังนั้นผมอยากถามผู้ว่าการเสวี่ยว่า ทางหยู่เทียนกรุ๊ปที่ไม่มีหลักประกันใดๆ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายมีความจริงใจในการที่จะลงทุน ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นฝ่ายกดขี่เรียกเงื่อนไขจากเราไปมากขนาดนั้น”
ประโยคนี้ทำให้เสวี่ยเหวินหลงดูโง่ไปในทันที เขาเจรจากับนักลงทุนชาวเกาหลีหวังจะเอาชนะเพียงอย่างเดียว เขาไม่เคยฉุกใจคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะลงทุนจริงหรือเปล่า แล้วนับประสาอะไรกับผลประโยชน์ของเทศมณฑลจิงหลิน ที่เขาต้องการคือผลประโยชน์และผลงานของตัวเองเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเสวี่ยเหวินหลงโต้ตอบกลับไปไม่ได้ เปาเทียนหยางรองเลขาธิการพรรคประจำเทศมณทล ก็พูดขึ้นทันที “หัวหน้าพรรคเซี่ย แม้จะมีเงินวางเป็นหลักประกัน 10 ล้านแต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะลงทุนจริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนมีความคิดเห็นอยู่ในใจแล้ว เราไม่ต้องหาว่าใครจะลงทุนถูกหรือผิด เรามาลงคะแนนกันเถอะ ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถชั่งหนักเบาได้ ดังนั้นเรามาใช้วิธีการลงคะแนนที่ยุติธรรมที่สุดกันเถอะ”
เปาเทียนหยางเข้ามาพร้อมเคลื่อนไหวในทันที เขาไม่สนใจการโต้เถียงและมุ่งตรงไปยังการลงคะแนนเพื่อชิงข้อได้เปรียบทั้งหมด
ในตอนนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่เพียงแต่จะเงียบสงบ ใบหน้าของเขายังเผยรอยยิ้มจางๆ ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นหลิวชิงหยู่ได้คาดเดาไว้หมดแล้ว มิหนำซ้ำหลิวชิงหยู่ยังได้แนะนำวิธีรับมือให้กับเขาแล้ว