[นิยายแปล] ซอมบี้อันตรายร้ายถึงชีวิต (绝命毒尸)

    บทที่ 41 คนขับรถมือทอง

    ทั้งสองวิ่งไปแถวสไลด์เดอร์หินด้วยความไว แต่สภาพแวดล้อมที่เงียบงันไม่เห็นแม้กระทั่งเงาใด ๆ เซี่ยปู๋เอ้อฝืนตะโกนออกไปหลายครั้ง แต่ยังคงได้ความเงียบงันเป็นคำตอบ เซี่ยปู๋เอ้อได้แต่ปลอบใจตัวเองแล้วพูดว่า “รอบ ๆ นี้ไม่มีรอยเลือดอะไร พวกเขาน่าจะออกไปได้แล้วหละ”


    “หึ ตอนนี้รู้ยังว่าใครเป็นคนที่เป็นห่วงนายจริง ๆ “


    หลี่โหยงพูดขึ้นด้วยความประชดประชัน “ฉันว่านะ นายรักข้างเดียวเท่านั้นแหละ เฉินไป๋เหลียนไม่ได้สนใจอะไรนายหรอก พอมีโอกาสก็หายตัวแว๊บ มีฉันนี่แหละที่โง่ขนาดนี้ นอกจากจะต้องนอนกับหมาป่าอย่างนายแล้วยังต้องอดทนอารมณ์แย่ๆของนายอีก หึ!”


    “พอเหอะ มีผู้หญิงที่ไหนที่ทำอะไรไปด้วยคิดชั่วโมงไปด้วย เธอทำงานเข้ากะหรือไง”


    เซี่ยปู๋เอ้อจ้องเธอด้วยความโมโห หลี่โหยงก็ไม่ยอมเตะเขากลับไป จู่ ๆ เซี่ยปู๋เอ้อปัดจมูกแล้วพูดขึ้นด้วยความเก้อกัง “เอ่อ...คือว่าก่อนหน้านั้นฉันไม่คิดว่าจะรอดมาได้ เรื่องของเราสองคนเธอช่วยเก็บเป็นความลับได้มั้ย…”


    “ได้สิ เพราะไม่ว่าฉันจะเอาใจนายมากแค่ไหน นายก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วใช่ป่าว…..”


    หน้างามของหลี่โหยงแข็งยะเยือกทันที พรางชี้หน้าเขาแล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “เซี่ยปู๋เอ้อนายฟังดี ๆ นะ นอกจากว่าฉันจะไม่ใช่คนซิงแล้ว ฉันไม่ได้โกหกนายทุกคำพูดคำจา วันนี้ฉันถือว่าฉันนอนกับหมาแล้วกัน แต่ถ้าฉันยังแรดอีกก็ถือว่านายเป็นพ่อฉันละกัน!”


    “อย่าโมโหสิ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น”


    เซี่ยปู๋เอ้อรีบเดินไปดึงมือของเธอไว้ แต่หลี่โหยงกลับสะบัดมือหันหน้าเมินหนี สาวน้อยนี่ดูเหมือนว่าจะโมโหจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าเซี่ยปู๋เอ้อจะอธิบายยังไงเธอก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายเธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พอแล้ว นายกับฉันยังมีอะไรต้องพูดอีกหรอ อย่าทำให้เรามองหน้าไม่ติดกันมากไปกว่านี้เลยนะ”


    “ฉัน….”


    เซี่ยปู๋เอ้ออ้าปากค้างไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี หลี่โหยงทำหน้าตึงแล้วเดินมุ่งหน้าไป ทั้งสองมาถึงข้างสวนองุ่น หลี่โหยงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “เห็นรถตู้หน้าประตูมั้ย รถคันนั้นไม่ต้องใช้กุญแจก็สตาร์ทได้ แต่กลัวว่าในสวนองุ่นยังมีซอมบี้อยู่...”


    “ได้ เดี๋ยวฉันจัดการให้ เธอเดินตามหลังฉันระวังหน่อยนะ”



    เซี่ยปู๋เอ้ออุส่าหาโอกาสในการแก้ตัวได้ รีบทำตัวแมนขึ้นมาปกป้องเธออยู่ด้านหน้า และเก็บไม้ขึ้นมาถือไว้บนมือ จากนั้นค่อย ๆ เดินเข้าไปทางสวนองุ่น จู่ ๆ เงา 3 เงาพุ่งออกมาจากสวนอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่าทางกราดเกรี้ยวกระโจนมาทางพวกเขาทั้งสอง


    “เชี่ย ซวยจริง ๆ”


    เซี่ยปู๋เอ้อด่าไปด้วยความหงุดหงิด หันหลังดึงหลี่โหยงแล้วกระโดดขึ้นไปบนคันนาริมทาง ซอมบี้สามตัววิ่งไล่ล่าตามพวกเขามา เซี่ยปู๋เอ้อหลบไปข้างหลัง ซอมบี้ทั้งสามสะดุดล้มลงบนคันนาริมทางพร้อมกัน หน้าทิ่มเข้าไปในโคลนเละ


    “รีบไป!”


    เซี่ยปู๋เอ้อดึงหลี่โหยงไว้แล้วรีบหนี ถึงแม้หลี่โหยงจะเท้าเปล่าแต่ยังคงวิ่งเร็วเหมือนเดิม ขณะที่ทั้งสองยังไม่ทันตั้งตัวทัน เงาดำสองเงาวิ่งขึ้นรถตู้ด้วยความเร็วราวสายฟ้า หลี่โหยงตะโกนขึ้น “อย่าเพิ่งไป รอพวกฉันด้วยสิ!”


    “บรื้นนน”


    หลี่โหยงยังไม่ทันพูดจบก็โดนเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขัดจังหวะเข้า คนขับรถไม่มีวี่แววจะรอทั้งสองคน รีบเร่งคันเร่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง ซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังวิ่งไล่ตามมาด้วยความเร็วราววิ่งร้อยเมตร


    “ไอ้เวรเอ้ย...”


    เห็นรถตู้ที่กำลังขับออกไปด้วยความเร็ว หลี่โหยงด่าทอไปด้วยความโมโห เสียงของพวกเขาดึงความสนใจของซอมบี้รอบ ๆ เข้ามา เงาดำที่ขยุบขยิบค่อย ๆ ล้อมรอบพวกเขา จู่ ๆ เซี่ยปู๋เอ้อตาเป็นประกราย ตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น “เร็ว! ด้านหน้ามีมอเตอร์ไซค์”


    “นายขี่เป็นหรอ”


    หลี่โหยงวิ่งตามเขาไปอย่างเงอะงะ เห็นมอเตอร์ไซค์รุ่น WUYANG HONDA ที่เห็นบ่อยจนว่าเล่นกำลังส่องไฟล้มอยู่ข้างทาง ดูก็รู้ว่ากุญแจยังคงไว้ที่เดิม เซี่ยปู๋เอ้อยกมอเตอร์ไซค์ขึ้นแล้วตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น “วันนี้เฮียจะทำให้หนูดูว่าคนขับรถมือทองเป็นยังไง”


    “อย่ามาขี้โม้เลย รีบไปเถอะ”


    หลี่โหยงกระโดดไปข้างหลังเขาด้วยความรีบร้อน เซี่ยปู๋เอ้อถีบเกียร์สตาร์ทรถติดแล้วพุ่งตัวออกไปด้วยความไว เพิ่งจะออกตัวก็เห็นซอมบี้สองตัวยืนขวางอยู่กลางทาง เซี่บปู๋เอ้อเบรคฉับพลัน ล้อหน้าของมอเตอร์ไซค์ถูกยกขึ้นลอยฟ้า


    “ตู้บบบ”


    มอเตอร์ไซค์ชนซอมบี้ตัวหนึ่งปลิวกระจาย เบียดข้ามตัวมันอย่างไม่แยแส จากนั้นบิดคันเร่งเต็มที่มุ่งหน้าไป

    หลี่โหยงเพิ่งสังเกตุเห็นว่าเซี่ยปู๋เอ้อไม่เพียงแค่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็น แต่ยังขี่ได้ดีเยี่ยมเลย เซี่ยปู๋เอ้อถามขึ้นด้วยเสียงขัน “ไงหละ ฝีมือขี่รถของเฮียไม่ธรรมดานะจ๊ะ”

    “เยี่ยมไปเลย”


    หลี่โหยงอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้ แถมยังกอดเอวเขาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นดีใจ เซี่ยปู๋เอ้อโม้ต่อว่า “จะบอกให้นะ ตอนแรกที่บ้านฉันมีดูคาติคันหนึ่ง พ่อฉันจีบแม่ฉันด้วยรถคันนั้นแหละ จะว่าไปฝีมือขับรถของฉันเนี่ยสืบทอดกันมาอย่างดี แต่เสียดายที่ตำรวจยึดไปแล้ว ไม่งั้นเฮียจะพาเที่ยวให้หนำใจ”


    “นางเสิ่นดีตรงไหนวะ ฉันมีตรงไหนดีไม่เท่าหล่อน...”


    จู่ ๆ หลี่โหยงพูดขึ้นด้วยเสียงแข็ง ปล่อยน้ำหนักทั้งตัวทิ้งไว้บนตัวเขา แถมกอดเอวเขาไว้แน่น เซี่ยปู๋เอ้อถอนหายใจ “เธอก็ดีเหมือนกันแหละ หลุมศพบรรพบุรุษฉันควันขึ้นถึงทำให้ฉันได้มาเจอเธอได้ แต่ว่าคนเราจะจับปลาสองมือไม่ได้ เธอเองก็คงไม่อยากได้ผู้ชายที่หน้าหม้อสินะ”


    “หึ”


    หลี่โหยงกัดเข้าที่ไหล่ของเขา ทำให้เซี่ยปู๋เอ้ยเจ็บจนร้องโอ๊ยออกมา หันหน้ามาเห็นว่ากัดซะจนเลือดซิบ แต่หลี่โหยงกลับหัวเราะอย่างชอบใจ “ฉันจะบอกให้นะเซี่ย 16 วิ นายไม่มีทางจะทิ้งฉันไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ ชาตินี้ฉันจะวนเวียนอยู่รอบนายอยู่แบบนี้แหละ ต่อให้ฉันเป็นผีก็ไม่ปล่อยนายไปแน่”


    “หลี่ขี้หรง ถ้าเธอเรียกฉันว่าเซี่ย 16 อีกนะ ก็มาดวลตัว ๆ กับฉันเลยดีกว่า”


    เซี่ยปู่เอ้อเลือดขึ้นหน้าตะโกนด่าขึ้นมา แต่จู่ ๆ หลี่โหยงชี้ไปทางด้านซ้ายข้างหน้า เห็นรถตู้ที่ชิ่งหนีไปเมื่อครู่จอดอยู่ตรงทางตันกำลังจะกลับรถ หลี่โหยงตะโกนขึ้นด้วยความคับแค้น “รีบไปขวางพวกมันไว้ ฉันจะจัดกันสองตัวนั้นเอง!”


    “ได้ เราแยกกันจัดการคนละคนเลย!”


    เซี่ยปู๋เอ้อรีบบิดคันเร่งสุดแรงพุ่งเข้าไป ถึงแม้ขี่มอเตอร์ไซค์จะดูเท่นักแต่ว่าลมเย็นจะแช่เขาทั้งสองเป็นน้ำแข็งแล้ว คนขับรถตู้เห็นเขาพุ่งมารีบหลบไป แต่กลับขับพุ่งชนเข้าไปกลางนา ล้อรถจมลงโคลนแล้วก็ไม่ขยับเลยสักนิด


    “เอามันให้ตาย!”


    หลี่โหยงเหมือนอันธพาลมากกว่าเซี่ยปู๋เอ้อซะอีก พุ่งตัวไปบนรถตู้ทันที รีบดึงประตูรถออกแล้วกระชากผู้หญิงที่อยู่ข้างในรถออกมา ส่วนเซี่ยปู๋เอ้อก็ไปรากคนขับรถชายออกมาด้วย คว้าตัวได้ก็ต่อยเข้าหน้าสองหมัด ต่อยจนชายเฒ่ากรีดร้องอยู่บนพื้น


    “อย่าต่อย ๆ ผมผิดไปแล้ว!”


    ชายเฒ่าถูกต่อยจนเลือกกำดาวไหลไม่หยุด ขอร้องอย่ารนราน เซี่ยปู๋เอ้อต่อยจนมือตัวเองเริ่มชาถึงจะยอมปล่อยตัวเขาไป แต่พอหันหน้าไปเห็นหลี่โหยงโหดกว่าเขาหลายเท่า นอกจากจะต่อยจนเขาตาบวมตุ่ย แล้วเหยียบหัวบังคับให้เขาถอดเสื้ออีก



    “จะถอดไม่ถอด ถ้าไม่ถอดจะทำให้รู้ว่ารูทวารหนักแตกเป็นยังไง”


    หลี่โหยงหยิบไม้ออกมาจากรถด้วยความเกรี้ยวกราด ทำให้หญิงวัยกลางคนอวบอิ่มแตกตื่นจนใจจะวาย รีบถอดเสื้อให้เธออย่าบ้าหลั่ง เซี่ยปู๋เอ้อเพิ่งจะสังเกตุว่าหลี่โหยงโหดกว่าที่เขาคิดจริง ๆ ภายนอกที่ดูอ่อนโยนนี่โกหกทั้งนั้น


    “แกถอดเสื้อของแกด้วย...”


    เซี่ยปู๋เอ้อเห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง กระชากชุดสูทของชายเฒ่าแล้วสวมใส่เอง ไม่งั้นอากาศหนาวเหน็บแบบนี้ต่อให้เป็นหนุ่มไฟแรงอย่างเขาก็ทนไม่ได้เหมือนกัน หลี่โหยงเหยียบบนท้องของสาวแก่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อุ้ย ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์โจวนี่นา แต่งตัวโป๊เปลือยขนาดนี้ จะออกมาหาชู้อีกแล้วสิท่า”


    “เธอรู้จักคนนี้หรอ”


    เซี่ยปู๋เอ้อมองสาวแก่ด้วยสายตาขบขัน คาดว่าอายุน่าจะราว 40 กว่าได้ แต่ข้างในกลับสวมชุดนอนไม่ได้นอนแบบรัดตัวทั้งชุด หลี่โหยงพูดขึ้น “โจวซีหราน รองผู้อำนวยการของสถานีโทรทัศน์อำเภอ วัน ๆ จะมานัดยิ้มกับคนแถวเรา เค้าเรียกกันว่าราชินีนัดยิ้มเมืองหางเฉิน!”


    โจงจื่อหรันปาดเลือดกำดาวบนหน้าด้วยท่าทางน้อยใจ ชายเฒ่าพยักหน้าแรง ๆ หลายที แต่เซี่ยปู๋เอ้อล้วงมีดออกมาจากช่วงเอวแล้วชี้หน้าชายเฒ่าถามขึ้น “ถามหน่อย เมื่อกี้พวกแกเห็นคนที่ใส่ชุดนักเรียนของจิ่วจงมั้ย”


    “เอ่อ...น่าจะเห็นนะ”


    ชายเฒ่าชะงักแล้วพูดขึ้นด้วยความลังเล “ก่อนหน้าสิบนาทีที่พวกแกจะมานี่ พวกเราเห็นคนกลุ่มหนึ่งวิ่งไปทางด้านหลังของสวนองุ่น แต่ว่าดำปิ๊ดปี๋ไม่เห็นเป็นใคร พวกเราตะโกนขอความช่วยเหลือไปก็ไม่เห็นจะสนใจ แต่ว่าคนที่นำทีมเหมือนจะเป็นสาวน้อยผมสั้นในชุดนักเรียนนะ”


    “ต้องเป็นหลี่เสว่จู๋แน่ ๆ พวกเรารีบไปตามพวกเขาเร็ว”


    เซี่ยปู๋เอ้อยืนขึ้นด้วยความตื่นเต้น แต่หลี่โหยงกลับกอดอกขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงยะเยือก “ฉันแนะนำว่านายอย่าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย ด้านหลังสวนองุ่นเป็นเขื่อนใหญ่ ตรงนั้นไม่มีทางออกไปได้ อีกอย่างข้าง ๆ เขื่อนมีชุมชนไม่น้อย ถ้าพวกเขาไปแถวนั้นยังไงก็ตายอยู่แล้ว”


    “ตายก็ตายสิ ฉันว่าใจเธออยากให้เสิ่นชิงหัวรีบ ๆ ไปตายสินะ”


    เซี่ยปู๋เอ้อจ้องเขม็งไปทางเธอแล้วขึ้นค่อมมอเตอร์ไซค์แล้วทำท่าจะไป หลี่โหยงตะโกนรั้งเขาไว้ด้วยความโมโห “นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ฉันไม่ให้นายไปเพราะว่าหวังดีต่างหาก ถ้าชาวบ้านแถวนั้นกลายร่างแล้วทำไง นายไปก็ตายอยู่ดี”


    “ฉันช่วยเธอก็เหมือนไปตายเหมือนกันแหละ แต่ฉันก็ยังไปอยู่ดี”




    เซี่ยปู๋เอ้อจ้องเธอด้วยความคับแค้น หลี่โหยงอ้าปากหวอพูดไม่ออก แต่ก็ด่าไปด้วยความไม่พอใจ “จ้องอะไรวะ รีบขับรถสิ ถ้าฉันไม่นำทางให้นาย ต่อให้นายอยากไปตายก็ไม่มีทางไปเหมือนกันแหละ หึ!”


    “คุณหลี่ พาพวกเราไปด้วยสิ พวกเราขอร้อง ได้โปรดเถอะ”


    หญิงชายกลางวัยรีบขอร้องด้วยสีหน้าซีดขาว หลี่โหยงกรอกตาแล้วตอบตกลงไป ขณะที่ทั้งสองคนขอบคุณด้วยความปิติแล้วรีบมุดขึ้นรถ เซี่ยปู๋เอ้อกลับถูมือด้วยท่าทางเก้อกังไม่พูดไม่จา หลี่โหยงชะงักแล้วพูดขึ้น “อย่าบอกนะว่า….นายขับรถไม่เป็นหนะ”


    “ขับรถไม่เป็นแล้วจะทำไม สอบใบขับขี่แพงจะตาย….”


    เซี่ยปู๋เอ้อหันหน้ามาพร้อมแก้มแดงก่ำ หลี่โหยงหัวเราะดังลั่นทันที “ไหนว่าคนขับรถมือทองหละ ฉันว่านะคนขับรถมือหมาว่าไปอย่าง รีบข้ามมานี่เลยนะ เดี๋ยวเจ๊จะทำให้เด็กดูว่า Fast & Furious เป็นยังไง ฮ่า ๆ ๆ  ”


    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] ซอมบี้อันตรายร้ายถึงชีวิต (绝命毒尸) ที่คุณอ่าน