ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 77 คุมตัวไป เปิ่นหวางจะสอบปากคำด้วยตนเอง

            เจ้าทึ่มสิงกู้เหวินรังแกคนอ่อนแอ่หวาดกลัวผู้แข็งแกร่งจริงๆ ด้วย!

            แต่ว่าเขาช่างกล้าพูดเหลือเกินหลงเซี่ยวอวี่ข่มขู่เพียงสองสามประโยค เขาก็เปิดโปงฮองเฮาอย่างรนหาที่ตายเสียแล้ว

            ทั้งๆ ที่ฮองเฮาส่งเขามาใช้ทัณฑ์ทรมานนางทำให้นางยอมรับสารภาพ ยังจะมาพูดสอบปากคำอันใด ช่างพูดได้ไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน!

            เพียงแต่ไม่รู้ว่าฮองเฮาผู้เมตตากรุณาและสง่างามคนนั้นได้ยินคำของสิงกู้เหวินในยามนี้จะโมโหจนกระอักเลือดหรือไม่

            หลงเซี่ยวอวี่ก็รู้เรื่องที่ฮองเฮาใส่กู่ควบคุมใจลงไปในรังนกเมื่อครั้งที่แล้วประกอบกับยามนี้ที่สิงกู้เหวินเปิดโปงฮองเฮาออกมาเขาคงจะเดาได้ว่าหลงเซี่ยวหนานต้องพิษกู่ในครั้งนี้เกี่ยวโยงกับฮองเฮา

            บัดนี้นางจะออกจากคุกหลวงได้หรือไม่ผู้ที่พึ่งได้ แล้วสามารถพึ่งพาได้เพียงคนเดียวก็คือหลงเซี่ยวอวี่พระพุทธรูปองค์นี้แล้ว

            ไม่ว่าจุดประสงค์แท้จริงที่หลงเซี่ยวอวี่มาในวันนี้คือสิ่งใดนางจะต้องใช้โอกาสนี้คิดหาวิธีออกไป

            พอสิงกู้เหวินพูดจบทั้งห้องก็เงียบสงัดลงจนน่ากริ่งเกรง ดูเหมือนจะได้ยินเพียงแค่เสียงหายใจของแต่ละคนเท่านั้น

            ผู้ที่คุกเข่าอยู่ก็ยังคงไม่กล้าเงยศีรษะขึ้นมาเช่นกันกุ่ยเม่ยที่ยืนอยู่ก็ยังมีสีหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิมทว่ามู่จื่อหลิงกลับกำลังครุ่นคิดบางอย่างด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง

            ณ ขณะนี้ผู้ใดก็ไม่กล้าเดาว่าหลังจากสิงกู้เหวินพูดจบ ฉีอ๋องจะทำเช่นใด พวกเขาจึงได้แค่รออย่างสงบ

            เพียงแต่สีหน้าของฉีอ๋องยังคงเฉยเมยเย็นชาเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงผู้ที่ไม่รู้คงคิดว่าเขาไม่ได้ยินคำที่สิงกู้เหวินพูดเมื่อสักครู่นี้แล้ว?

            ฉีอ๋องนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาโดยตลอดแต่ใครจะไปกล้าปากมากถาม ทั้งบัดนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าในใจเขาคิดสิ่งใดอยู่

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดในขณะที่คนทั้งหมดกำลังรอให้หลงเซี่ยวอวี่อ้าปากพูดอยู่นั้นเขากลับยังคงไม่พูดสักประโยค

            จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูราวกับรอบข้างไม่มีผู้อื่นอยู่

            ยามเดินนั้นยังมีสายลมแผ่วเบาพัดผ่านจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดสังเกตว่ากระดาษบนพื้นแผ่นนั้นถูกพัดไปตามสายลมแผ่วเบาหายไปเสียแล้ว!

            หลงเซี่ยวอวี่ไม่พูดคำใดสักคำก็เตรียมจะจากไปแล้ว!

            ใบหน้ากุ่ยเม่ยเต็มไปด้วยความประหลาดใจแต่เขามิกล้าไถ่ถาม และเตรียมจะยกเท้าก้าวตามไป หรือว่าเขาคิดผิด?

            นายท่านรีบร้อนมาที่นี่มิใช่เพราะต้องพาหวางเฟยออกไปแต่ต้องการให้สิงกู้เหวินเปิดโปงฮองเฮาออกมา เช่นนั้นก็ไม่ถึงขั้นต้องมาคุกหลวงด้วยตนเอง

            นี่ไม่เหมือนวิสัยของนายท่าน!

            ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันนายท่านและกุ่ยหยิ่งออกจากเมืองหลวงไปสืบเรื่องบางอย่างทิ้งเขาให้จับตาดูในวังหลวงอย่างเงียบๆ

            วันนั้นหลังจากที่หวางเฟยเข้าวังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาเขา และเขารู้สึกได้ว่ายังมียอดฝีมือผู้หนึ่งกำลังสนใจหวางเฟย

            คนผู้นั้นดูเหมือนจะช่วยเหลือหวางเฟยอยู่ในความมืดอย่างเงียบเชียบเพียงแต่วรยุทธ์ของคนผู้นั้นสูงส่งเกินไปเขาจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้นักเลยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด

            เช้าวันนี้ทันทีที่พวกนายท่านเข้าเมืองหลวงเขานำเรื่องที่เกิดขึ้นในสองสามวันนี้ไปรายงานนายท่านทีละเรื่อง

            หลังจากที่นายท่านฟังแล้วก็มิได้กล่าวสิ่งใดเพียงถามออกมาหนึ่งคำ จริง? (เข็ม)เขาคิดว่านายท่านถามเขาว่าจริงหรือไม่

            เดิมเขาอยากจะเล่าซ้ำอีกรอบแต่คำพูดยังมิทันพูดจบ นายน้อยก็ขี่ม้าจากไป มุ่งหน้ามาที่คุกหลวงทันทีแม้แต่จวนอ๋องก็ยังมิได้เข้าไปด้วยซ้ำ?

            ก่อนหน้าเขายังคิดไปพักหนึ่งว่านายท่านที่อิดโรยมายังคุกหลวงเป็นเพราะห่วงใยหวางเฟยจึงมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากไปแล้ว...

            เห็นหลงเซี่ยวอวี่จะไปแล้วมู่จื่อหลิงก็ร้อนรนเช่นกัน!

            หมอนี่หมายความว่าอะไรกันแน่? จะไปเช่นนี้?

            จะไปสนความหมายของเขาทำไมยามนี้ไม่อาจปล่อยให้เขาไปได้ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากเจ้าคนอารมณ์แปรปรวนผู้นี้ไปแล้วจะสนใจความเป็นตายของนางหรือไม่

            แม้ความเป็นตายของนางในสายตาของหลงเซี่ยวอวี่อาจจะเป็นสิ่งไม่มีราคาแต่ความเป็นตายของหลงเซี่ยวหนาน หลงเซี่ยวอวี่ก็มิอาจไม่สนใจได้กระมัง

            ฮ่องเต้เหวินอิ้นติดประกาศเสาะหาแพทย์ผู้มีชื่อเสียงทั่วทั้งแผ่นดินมารักษาพิษกู่ของหลงเซี่ยวหนานจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคนแกะประกาศออกมา

            ใครจะรู้ว่ารอจนถึงวันที่มีคนมาแกะประกาศออกวันนั้นจะเป็นปีใดเดือนใดยิ่งกว่านั้นนอกจากผู้ที่ฝังกู่แล้วก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในร่างกายหลงเซี่ยวหนานเป็นกู่ชนิดใดใครจะรู้ว่าหลงเซี่ยวหนานจะสามารถอยู่ได้นานเท่าใด

            แม้เย่จื่อมู่พูดกับนางแล้วว่าเหตุผลที่ไม่มีใครกล้าแกะประกาศราชวงศ์ไปรักษาหลงเซี่ยวหนานนั้นเป็นเพราะกลัวก่อความยุ่งยากหาเรื่องใส่ตัว

            แต่ตอนนี้สิ่งที่สามารถทำให้หลงเซี่ยวอวี่ช่วยนางออกไปได้มีเพียงแค่พูดกับหลงเซี่ยวอวี่ว่านางสามารถรักษาอาการป่วยของหลงเซี่ยวหนานได้

            ครั้งที่แล้วนางมิได้พูดต่อหน้าฮ่องเต้และฮองเฮาเพราะต้องระมัดระวัง และจนถึงตอนนี้นางดีใจที่ครั้งก่อนนางมิได้พูด

            ไม่ต้องกล่าวถึงโอกาสครั้งที่แล้วที่ไม่เหมาะจะพูดจริงๆหากพูดก็เท่ากับยอมรับโดยปริยายว่าเข้าใจกู่ในยามนั้นผู้ใดก็กล่าวหานางได้ว่าเป็นผู้ฝังกู่

            และยิ่งทำให้แผนการของฮองเฮาสำเร็จไปอีกขั้นยิ่งทำให้ฮองเฮายินดีในโชคร้ายผู้อื่น!

            หรือมิทันรอให้นางรักษาหลงเซี่ยวหนานจนหายจากความเร็วในการชักสีหน้าของฮ่องเต้เหวินอิ้นรวมกับไทเฮาฮองเฮาที่คอยพัดลมโหมไฟอย่างเต็มกำลังอยู่ด้านข้าง นางคงตายไปแล้วไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้เสียหรอก

            แต่ตอนนี้ถ้าไม่พูดนางก็ออกไปไม่ได้เพราะต้องการออกไป นางจึงได้แต่พูดกับหลงเซี่ยวอวี่

            ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นใดหาเหตุผลออกไปเสียก่อนค่อยว่ากัน

            ก้าวไปหนึ่งก้าวก็นับว่าเป็นหนึ่งก้าว!

            สำหรับเรื่องหลังจากนี้ใครก็คาดเดาไม่ถูก!

            ในขณะที่คนกลุ่มนั้นที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเตรียมจะผ่อนลมหายใจส่งเสด็จฉีอ๋องจากไป

            จู่ๆ มู่จื่อหลิงก็ก้าวขึ้นไปทางหลงเซี่ยวอวี่สองสามก้าวแต่ไม่กล้าเดินไปตรงหน้าเขารั้งฝีเท้าของเขาไว้ อ้าปากด้วยสีหน้าที่เจือความร้อนรน “ท่านอ๋อง องค์ชายห้า...”

            มู่จื่อหลิงยังไม่ทันพูดจบก็ถูกคำพูดเย็นชาที่คนทั้งหมดคาดไม่ถึงตัดบทเข้า

            หลงเซี่ยวอวี่ที่เพิ่งเดินออกจากประตูไปชะงักฝีเท้าไว้กับที่แต่มิได้หันกายกลับมา

            น้ำเสียงเย็นเยียบและทรงอำนาจของเขาดังขึ้นช้าๆขัดจังหวะคำพูดของมู่จื่อหลิง “ในเมื่อศาลต้าหลี่ไร้ความสามารถสอบสวนนักโทษเปิ่นหวางก็จะสอบสวนด้วยตนเอง กุ่ยเม่ยคุมตัวนักโทษไป”

            สิ้นสุดคำพูดบริเวณประตูก็ไม่เห็นเงาของฉีอ๋องแล้ว

            คนข้างในห้องยังไม่ทันส่งเสด็จฉีอ๋องก็ไปเสียแล้ว ทิ้งคนปัญญาอ่อนทั้งห้องเอาไว้

            ประโยคเรียบง่ายของหลงเซี่ยวอวี่นั้นครึ่งแรกเพิกเฉยต่อประโยคสุดท้ายของสิงกู้เหวิน

            แต่ครึ่งประโยคหลังของเขากลับทำให้คนทั้งห้องครุ่นคิดความหมายไปเสียหลายชั้น

            ฉีอ๋องสอบสวนด้วยตนเอง?

            กลุ่มคนกลุ่มนั้นบนพื้นล้วนถูกฉีอ๋องทำเสียขวัญจนมิอาจจับศีรษะของพระสงฆ์สูงสองจั้ง[1]

            พวกเขารู้ว่าในคำพูดของฉีอ๋องก่อนหน้านี้ยอมรับว่ามู่จื่อหลิงคือฉีหวางเฟยและที่ฉีอ๋องมาในวันนี้ก็เป็นเพราะฉีหวางเฟยจริงๆ

            ทว่ากลับมิใช่เพื่อช่วยฉีหวางเฟยแต่เป็นต้องการสอบสวนด้วยตนเอง เป็นวิธีสอบสวนเช่นใดกัน?

            คิดๆ แล้วก็ทำให้ผู้อื่นเหน็บหนาวไปหมด!

            พวกเขาล้วนได้ยินว่านักโทษที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของฉีอ๋องไม่มีผู้ที่ทนรับการทรมานที่โหดร้ายทารุณได้ สุดท้ายไม่ว่าจะมีความผิดหรือไม่มีความผิดก็ล้วนยอมรับผิด

            ฉีหวางเฟยผู้นี้ถูกฉีอ๋องสอบสวนด้วยตนเองยังจะมีชีวิตต่อไปได้หรือ?

            ในใจกุ่ยเม่ยกลับยินดีกับตนเองอย่างเงียบๆนี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้คิดมากไปกับการกระทำแปลกประหลาดของนายท่านนายท่านต้องการพาหวางเฟยไปจริงๆ ด้วย

            เขาว่าแล้วนายท่านจะมาคุกหลวงที่สกปรกโสโครกโดยไม่มีธุระได้อย่างไรจะว่ามาเพื่อพูดคุยกับสิงกู้เหวินโดยเฉพาะก็ไม่ใช่ พูดอีกอย่างพวกเขาก็ไม่รู้มาก่อนว่าสิงกู้เหวินอยู่ที่นี่!

            และเมื่อครู่เพื่อสกัดเข็มที่คนตายสองคนนั้นใช้ลงทัณฑ์หวางเฟยนายท่านยังใช้ไหมทองตัดวายุที่ไม่เคยใช้มาก่อนเป็นครั้งแรก

            แม้ความเร็วในการลงมือของนายท่านจะแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นแต่เขาก็ยังตาดีเห็นเข้า ไหมทองตัดวายุเป็นสิ่งของใดเขาย่อมเข้าใจดี

            มู่จื่อหลิงคิดเช่นใดก็คิดไม่ถึงว่าหลงเซี่ยวอวี่หมอนี่จะพานางออกไปอย่างเผด็จการเช่นนี้อย่างไรนางก็เป็นคนที่ฮ่องเต้สั่งขังด้วยตนเองนะ

            คุกหลวงไม่เหมือนกับคุกทั่วไปไม่มีบัญชาจากฮ่องเต้ ผู้ใดจะกล้าพานักโทษในคุกหลวงไป?

            แต่ยามนี้ก็มีฉีอ๋องไงเล่าที่กล้า!

            เดิมนางคิดจะพูดเรื่องที่สามารถรักษาหลงเซี่ยวหนานได้กับหลงเซี่ยวอวี่จากนั้นหลงเซี่ยวอวี่ก็จะไปหาฮ่องเต้ หลังจากผ่านเงื่อนไขทุกข้อนางจึงจะมีโอกาสออกไปได้

            ไม่คิดว่าเพียงแค่ประโยคเรียบง่ายของหลงเซี่ยวอวี่นางก็สามารถออกไปได้แล้วพูดว่าจะพาตัวไปก็พาไป มองคนกลุ่มนั้นบนพื้นอีกครั้งก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน

            หากไม่เพราะก่อนนี้ประสบกับความร้ายกาจของหลงเซี่ยวอวี่รับรู้ฐานะของหลงเซี่ยวอวี่ นางในตอนนี้คงไม่กล้าตามออกไปเช่นนั้นไม่มีโทษก็กลายเป็นมีโทษแล้ว

            ส่วนหลงเซี่ยวอวี่จะสอบสวนอย่างไรนางก็ไม่สนใจแล้ว!

            เพียงแค่สามารถไปจากสถานที่น่าเกลียดน่ากลัวนี้ได้อย่างอื่นก็พูดง่ายแล้ว

            กุ่ยเม่ยเดินไปด้านหน้ามู่จื่อหลิงแสดงท่าทางมือเชื้อเชิญด้วยความเคารพ“หวางเฟย เชิญ”

            กุ่ยเม่ยทราบดีว่าฉีอ๋องเพิ่งเรียกให้เขาคุมตัวหวางเฟยไปแต่ต่อให้มอบขวัญกล้าให้เขาเสียร้อยขวัญ เขาก็ไม่กล้าคุมตัว!

            นายท่านจะใช้วิธีใดสอบสวนหวางเฟยเขาเดาไม่ออก แต่เขากล้ารับรองว่าที่นายท่านจะสอบสวนหวางเฟยด้วยตนเองต้องไม่ใช้ทัณฑ์ทรมานทารุณจิตใจแบบที่ใช้กับนักโทษทั่วไปเป็นแน่

            แม้หลงเซี่ยวอวี่จะสั่งกุ่ยเม่ยให้คุมตัวแต่กุ่ยเม่ยกลับใช้เชิญ มู่จื่อหลิงจึงไม่เกรงใจกุ่ยเม่ยอีก เตรียมจากไปอย่างสบายอกสบายใจ

            แต่กลับมีเสียงอันน่ารังเกียจหลายเสียงลอยมา

            “หวางเฟย ผู้น้อยสำนึกผิดแล้วขอให้ท่านผู้ใหญ่มีเมตตา ทำให้มือข้าน้อยกลับมาดังเดิมเถิด

            “หวางเฟยข้าน้อยเองก็สำนึกผิดแล้ว ขอให้ท่านทำให้มือข้าน้อยกลับมาดังเดิมด้วยเถิด”

            “หวางเฟย ข้าน้อยเองก็สำนึกผิดแล้ว...”

            ผู้คุมหลายคนเห็นมู่จื่อหลิงจะเดินไปแย่งกันโขกศีรษะยอมรับผิดให้มู่จื่อหลิง

            ยามนี้พวกเขาไม่มือไร้ความรู้สึกก็เท้าไร้ความรู้สึก พวกเขาคงไม่เป็นเช่นนี้ไปตลอดใช่หรือไม่ผู้ใดจะรู้ว่าฉีหวางเฟยไปครั้งนี้แล้ว จะมีชีวิตกลับมาหรือไม่

            มู่จื่อหลิงได้ยินเสียงสับสนอลหม่านดังขึ้นต่อๆกันก็เกือบจะคลุ้มคลั่งขึ้นมา

            คนสอพลอกลุ่มนี้ยามนี้ต้องการนาง นางก็เป็นหวางเฟย ยามไม่ต้องการ แม้แต่กากเดนนางก็มิใช่

            เดิมทีนางอยากจะไปแล้วไปเลยและผงเส้นเอ็นอ่อนในตัวพวกประจบประแจงนี่ สามชั่วยามให้หลังย่อมคลายไปเอง

            ตอนนี้ไม่คาดว่าพวกเขาจะขอร้องนางให้ถอนให้เช่นนั้นนางก็ช่วยแก้ให้พวกเขาด้วย ‘ความปรารถนาดี’ แล้วกัน

            “คิดจะให้เปิ่นหวางเฟยยกโทษให้พวกเจ้าก็มิใช่ว่าจะไม่ได้...” มู่จื่อหลิงใช้มือเท้าคางอย่างไม่ใส่ใจเดินไปข้างกายสิงกู้เหวินที่เตรียมจะลุกขึ้น มือเล็กลอบขยับเล็กน้อย

            ตุ้บ! เกิดเสียงดังลั่นเป็นเสียงหนักๆ ของเจ้าอ้วนที่ตกลงบนพื้น

            สิงกู้เหวินอุทานอย่างเจ็บปวด

            มู่จื่อหลิงแสร้งถอยไปด้านหลังเล็กน้อยอย่างตกใจพูดอย่างละอายใจ “ไอ้หยา! ใต้เท้าสิงเจ้าบอกสิ เจ้าจะลุกขึ้นก็ลุกขึ้นเถิด เห็นหวางเฟยเดินผ่านมา ก็คุกเข่าทำความเคารพหวางเฟยเสียใหญ่โตเพียงนี้เปิ่นหวางเฟยจะไม่ละอายใจได้อย่างไร?”

            แม้ปากมู่จื่อหลิงจะตะโกนว่าละอายใจแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ ยังดีที่ผู้คุมเหล่านี้เตือนนางมิเช่นนั้นนางคงลืมทรมานเจ้าอ้วนพุงพลุ้ยผู้นี้ไปแล้ว

            “เจ้า...” สิงกู้เหวินถลึงตามองมู่จื่อหลิงอย่างโกรธจัดโมโหเสียจนพูดไม่ออก!

            หญิงสมควรตาย! จะตายอยู่แล้วยังไม่ลืมใช้ลูกไม้เล่นงานเขา!

            “อ้อ เปิ่นหวางเฟยรู้แล้วเจ้าก็กำลังช่วยพวกเขาขอความปรานีกระมังในเมื่อแม้แต่ใต้เท้าสิงของพวกเจ้าต้องการช่วยพวกเจ้าร้องขอความปรานีจากใจจริงเปิ่นหวางเฟยก็จะบอกวิธีฟื้นฟูแก่พวกเจ้า วิธีฟื้นฟูก็คือดื่มปัสสาวะของตนเองหนึ่งโต่ว[2] สิบสองชั่วยามให้หลังย่อมดีขึ้นแล้ว”มู่จื่อหลิงพูดด้วยสีหน้าเป็นจริงเป็นจัง ไม่มีสิ่งใดเจือปนแม้แต่น้อย

            พูดจบก็ไม่รอให้คนทั้งหมดมีการตอบสนองสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างสง่างาม

            --------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] มิอาจจับศีรษะของพระสงฆ์สูงสองจั้ง แปลว่า สถานการณ์ที่ไม่กระจ่างชัดเจนทำให้ทราบรายละเอียดไม่ชัดเจน

            [2] โต่ว คือหน่วยชั่งโบราณของจีน 1 โต่ว เท่ากับ 2,000 มิลลิลิตร

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185