ประลองสร้างกฎสายเซียน
เมื่อเห็นว่าพวกเสวี่ยหนิงและฟางเฉินได้ตกลงเดิมพันกัน หยูฮ่าวเองก็คิดจะเดิมพันด้วยแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าถังเจี่ยนั้นไม่ธรรมดาหยูฮ่าวจึงไม่อยากเสี่ยงและยืนดูอยู่เฉยๆ พวกฟางเฉินและเสวี่ยหนิงต่างขึ้นไปบนแท่นหินและเริ่มนั่งลงทันทีข้างๆน้ำตกมีแผ่นหินอยู่ 2 แผ่น แผ่นแรกมีเอาไว้แสดงรายชื่อและจำนวนกฎสายเวียนที่สร้างขึ้น ส่วนแผ่นที่ 2 มีเอาไว้บันทึกบุคคนที่สร้างกฎสายเซียนมากที่สุด 50 คนแรกเอาไว้เมื่อพวกฟางเฉินนั่งลงบนแท่นหิน รายชื่อของพวกฟางเฉินก็ปรากฏบนแผ่นหินแผ่นแรกทันที จากนั้นตัวเลขของกฎสายเซียนก็เริ่มปรากฏขึ้นทันทีคนแรกที่สร้างกฎสายเซียนได้คือถังเจี่ย ถังเจี่ยเริ่มต้นด้วยความเร็วกว่าคนอื่น ๆ ต้องบอกว่าในฐานะคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์และเป็นถึงบุตรชายของระดับครึ่งเทพย่อมต้องมีความรู้ในเรื่องกฎสายเซียนมากกว่าคนทั่วไป“อย่างที่คิดถ้าเพียงแค่เจ้าเด็กนั่นลงแข่งไม่มีทางที่จะชนะเสวี่ยหนิงได้แต่ถ้าถังเจี่ยลงแข่งโอกาสชนะก็ไม่มากนัก” หยูฮ่าวกล่าวแต่ในตอนนั้นเองกฎสายเซียนของหนิงเสวี่ยก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้อยคอที่นางใส่อยู่เรืองแสงออกมาจนทำให้ผู้คนสังเกตเห็นทันที“นั่นมันอะไร หรือว่าเป็นสมบัติที่ช่วยให้สร้างกฎสายเซียนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” หยูฮ่าวแสดงสีหน้าละโมบออกมา“แบบนี้นี่เองมิน่าเสวี่ยหนิงถึงได้มั่นใจว่าจะชนะพวกคุณชายเจียงเฉิน” เหล่าหญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าวขึ้นในขณะที่คนอื่น ๆเริ่มสร้างกฎสายเซียนขึ้นแล้ว ฟางเฉินก็นิ่งเงียบและยังไม่ปรากฎตัวเลขของกฎสายเซียนขึ้นมาเลย“เจ้านั่นมันทำบ้าอะไรอยู่หรือว่าไม่รู้จักการสร้างกฎสายเซียน ฮ่า ฮ่า” หยูฮ่าวหัวเราะออกมา“นั่นหนะสิ ไม่รู้จักการสร้างกฎสายเซียนแต่ดันไปรับคำท้าของเสวี่ยหนิงชั่งโง่เจลาโดยแท้” พวกผู้คนพากันกล่าวขึ้นแต่จริง ๆแล้วไม่ใช่ฟางเฉินกำลังวางแผนกับความโลภอยู่ เพราะร่างเซียนของฟางเฉินนั้นมีมากกว่าคนทั่วๆไปดังนั้นจึงจำเป็นต้องวางแผนว่าจะสร้างดกฎสายเซียนของร่างใหนก่อนดีและการจะสร้างพร้อม ๆกันโดยไม่ใช้สมุนไพรหรือผลเซียนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก“เจ้าแค้สร้างกฎสายเซียนของเปลวเพลิง หรือไม่ก็ดวงตาที่เจ้าคุ้นชินก็พอและเมื่อเจ้าปลดปล่อยจิตวิญญาณในขณะสร้างกฎสายเซียนความเร็วของเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าอีกด้วย” ความโลภกล่าว“อย่างงี้นี่เองถ้างั้น” ฟางเฉินปลดปล่อยจิตวิญญาณทั้งสองดวงออกมาพร้อม ๆกันเมื่อจิตวิญญาณดวงตาระดับเทวะปรากฎออกมาแท่นหินที่ฟางเฉินนั่งอยู่ก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย และทันใดนนั้นตัวเลขกฎสายเซียนของฟางเฉินก็พุ่งสูงขึ้นด้วยความเร็วกว่าคนอื่น ๆหลายเท่าในตอนนี้มีเพียงถังเจี่ยและเสวี่ยหนิงเท่านั้นที่ยังคงแข่งขันกันอย่างสูสีส่วนคนอื่น ๆนั้นไม่สามารถตามทั้งสองได้ทัน แต่ว่าในตอนนั้นเองตัวเลขของกฎสายเซียนของฟางเฉินก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นและแซงหน้าเสวี่ยฟายทันทีจากนั้นก็เริ่มที่จะเทียบเท่ากับเย่เซียน“จิตวิญญาณนั่นมันอะไร” หยูฮ่าวชี้ไปที่ดวงตาสีทองที่อยู่เหนือหัวของฟางเฉิน“จิตวิญญาณระดับเทวะ นี่ดินแดนของเรามีผู้ที่ปลุกจิตวิญญาณระดับเทวะได้ด้วยงั้นเหรอ” ผู้คนพากันกล่าวขึ้น“ไม่ถูกต้องจากข่าวที่ได้รับมา คนผู้นั้นอยู่นิกายพฤกษาครามและนามของคนผู้นั้นคือฟางเฉิน ใช่แล้วคุณชายเจียงไม่ใช่นามเจียงเฉินแต่นามฟางเฉินต่างหาก” หญิงสาวจากตำหนักเทพธิดากล่าว“ใช่จริง ๆด้วย ฟางเฉินบุตรของฟางหวงไม่คิดเลยว่าจิตวิญญาณระดับเทวะจะทรงพลังแบบนี้” ผู้คนพากันกล่าวขึ้น“บัดซบเป็นไปได้ยังไงเป็นแค่พวกบ้านนอกที่ไม่ต่างจากขยะแต่กลับครอบครองจิตวิญญาณระดับเทวะ” หยูฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น“ 100 สาย 150 สาย 200 สาย.....” กฎสายเซียนของพวกฟางเฉินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานพวกถังเจี่ยและเสวี่ยหนิงก็ปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมา ทั้งสองต่างมีจิตวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ความเร็วของทั้งสองเร็วขึ้นเมื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมา แต่ว่าความเร็วของฟางเฉินกลับเริ่มเร็วขึ้นกว่าเก่า และในตอนนั้นเองจิตวิญญาณเปลวเพลิงก็ก่อเป็นรูปร่างของความโลภ ร่างวิญญาณของความโลภนั้นเป็นเด็กน้อยที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่บนหัว“จิตวิญญาณเปลวเพลิงของเจ้านั่นสามารถก่อรูปร่างได้งั้นเหรอ” หยูฮ่าวแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“เป็นไปไม่ได้ นั่นไม่ใช่จิตวิญญาณเพลิงระดับสวรรค์ธรรมดา แต่มันคือจิตวิญญาณเพลิงไร้ระดับที่เติบโตมาถึงระดับสวรรค์แล้วต่างหาก” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าวขึ้น“เจ้านั่นเป็นคนของตระกูลฟางจริง ๆงั้นเหรอ ไมได้การเรื่องนี้ต้องรีบรายงานให้นายหญิงรู้เพราะในอนาคตเจ้านี่จะต้องอันตรายยิ่งกว่าฟางหวงแน่” คนของตระกูลเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะเริ่มสลักข้อความลงในแผ่นหยกอีกด้านหนึ่งของเส้นทางวิญญาณ พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของเหล่าเซียน ซึ่งส่วนใหญ่ระดับครึ่งเซียนได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนหมดแล้ว และบนยอดเขาหเยือกแข็งแห่งหนึ่ง หยกในมือของหญิงสาวชุดดำก็สั่นและข้อความก็ปรากฏ“หึ ดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นจะเติบโตมาถึงขั้นนี้แล้วงั้นเหรอ แต่ว่าเจ้าคิดว่าจะสามารถช่วยน้องสาวแอละมารดาของเจ้าได้งั้นเหรอ รอให้ทุ้งหน้าแห่งการสังหารเปิดเมื่อไหร่ที่นั่นจะเป็นหลุมฝังศพของเจ้า” หญิงสาวชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาใช่แล้วหญิงสาวคนนี้คือคนที่จับตัวฟางอี้กลับตระกูลเสวี่ยและเป็นคนสังหารชายชราที่เลี้ยงดูฟางเฉินมา และยังเป็นคนที่ฟางเฉินเครียดแค้นที่สุดอีกด้วยทางด้านพวกฟางเฉินตอนนี้เวลาผ่านมา 2 ชั่วโมงแล้วกฎสายเซียนของฟางเฉินก็มาถึงระดับ 500 สาย ซึ่งการจะติดอันดับ 50 คนแรกจำเป็นต้องสร้างกฎสายเซียนให้ได้อย่างน้อย 1000 สาย“ตูม!!!!!!!” ในตอนนั้นเองที่มีคนไม่สามารถทนแรงกดดันของเสาหินได้และตกลงไปในน้ำแต่สำหรับพวกฟางเฉินในตอนนี้ยังคงแสดงสีหน้าสงบกันทั้งหมด และในกลุ่มมีเพียงแค่ เสวี่ยฟานเท่านั้นที่เริ่มแสดงสีหน้าย่ำแย่ออกมา“คนพวกนี้เป็นใครกันแน่ทำไมแต่ละคนถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้”“เจ้าดูนั่นเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ธรรมดา จิตวิญญาณกระบี่ของนางทรงพลังอย่างมากและยังอยู่ระดับศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย”“ไม่ใช่ จิตวิญญาณของนางเป็นจิตวิญญาณไร้ระดับเหมือนกับของชายคนนั้น แต่จิตวิญญาณของนางพัฒนามาถึงระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วเท่านั้นเอง สงสัยจริงๆว่าในปีนี้นิกายพฤกษาครามไปหาคนพวกนี้มาจากใหน”“หญิงสาวที่มีจิตวิญญาณเก้าทัณฑ์นั่นมาจากตระกูลอู่แน่เลย” ผู้คนพากันกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกในขณะที่ฟางเฉิน ถังเจี่ย และเสวี่ยหนิงสร้างกฎสายเซียนมาถึง 600 สายแล้ว พวกเย่เซียนก็มาถึงระดับ 500 สายอยู่เลยแต่ทันใดนั้นเองจิตวิญญาณกระบี่มังกรขาวของเย่เซียนก็กลายเป็นมังกรขาวตัวหนึ่งและความเร็วในการสร้างกฎสายเซียนของเย่เซียนก็พุ่งสูงขึ้น