ป้ามลฉีกยิ้มมาแต่ไกล ผมเห็นปุ้บนี่รู้เลยว่าแกจะพูดอะไรเมื่อเห็นสาวหมวยสวยขนาดนี้ซ้อนมอเตอร์ไซค์อยู่ด้านหลังตอนผมเลี้ยวรถเข้ามาในรีสอร์ท
“อ้าว ต้น! ป้าให้ไปซื้อของไม่ใช่เหรอ ทำไมพาสาวกลับมาล่ะ~” นั่นไงเห็นมั้ย ทั้ง ๆ ที่พอจะเดาออกว่าเป็ลูกค้าคนที่โทรมาถามห้องเมื่อครู่ แต่ป้าก็ไม่ทิ้งโอกาสที่จะได้แซวผม แค่นี้ยังเบาะ ๆ ถ้าเป็เพื่อน ๆ ผมคงจัดกันให้สาแก่ใจกว่านี้
“โอ้โห ป้าครับ ก็นี่ลูกค้าคนเมื่อกี้นี้ไง เค้าไม่มีรถ ผมก็เลยต้องพามาด้วย” ผมก็แก้เก้อกับป้ามลแกไป แต่ในใจน่ะเหรออย่างลิงโลด แทบจะวิ่งตรงไปชายหาดแล้วะโให้ก้องฟ้า นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับสาวสวยขนาดนี้
“เอ่อ.. เดี๋ยวคุณตามมาเช็คอินทางนี้ก่อนนะครับ” ผมบอกกับสาวจีนคนสวย
“ค่ะ” เธอกล่าวตอบพร้อมยิ้มอย่างเป็มิตร
“เอ๊ะ น้องเค้าเป็คนไทยเหรอต้น” ป้ามลแแปลกใจที่เธอพูดไทยได้ แถมยังชัดมากด้วย ทั้ง ๆ ที่ดูยังไงก็คนต่างชาติแน่ ๆ
“อ๋อ เค้าพูดไทยได้น่ะครับป้า” ผมพูดพร้อมมองไปทางเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรเพิ่ม ยิ้มสวย ๆ สวนมาอย่างเดียว
“โอเค งั้นเดี๋ยวขอพาสปอร์ตด้วยนะคะ” ป้ามลขอเอกสารการเดินทางแล้วก็พาเธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ออฟฟิศ
“ตอนนี้เรามีบ้านหลังที่ว่างอยู่ 3 ห้องนะคะ คือบ้านตรงทางขึ้นูเา บ้านตรงใกล้ร้านอาหาร กับบ้านตรงริมชายหาด” ป้ามลพูดพร้อมชี้ไปที่รูปภาพของบ้านแต่ละหลังที่ติดอยู่ตรงฝาผนังให้ลูกค้าได้ลองเลือกดู บ้านที่เหลืออยู่แต่ละหลังของรีสอร์ทตอนนี้เหลือแค่บ้านหลังใหญ่ทั้งหมด หลังเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ถูกลูกค้าฝรั่งขาจรจับจองไว้หมดแล้ว บางทีเธออาจจะไม่สนใจบ้านที่หลังใหญ่เกินไปซึ่งมีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทมากันเป็หมู่คณะก็ได้ ถ้าเป็แบบนั้นเดี๋ยวผมก็คงต้องช่วยขับรถพาเธอไปหาที่พักที่อื่น ถึงแม้จะไม่พักที่นี่ แต่ผมก็คงไม่แล้งน้ำใจถึงขนาดปล่อยให้ผู้หญิงออกไปเดินตระเวนหาที่พักอยู่คนเดียว
“หลังนี้ค่ะ” เธอตอบพร้อมชี้ไปที่รูปภาพ โอ้โห~ เลือกหลังริมชายหาดที่มีสระว่ายน้ำเล็ก ๆ ส่วนตัวแถมแพงสุดซะด้วย
“ตกลงเอาหลังที่ใกล้ริมชายหาดนะคะ” ป้ามลยืนยันกับลูกค้าพร้อมเปิดสมุดพาสปอร์ตเตรียมลงรายละเอียดขณะที่ผมกำลังเปิดตู้เย็นหาน้ำอัดลมเพื่อดื่มดับกระหายสักนิด สาเหตุที่บ้านหลังนี้ใกล้ชายหาดแล้วยังมีสระว่ายน้ำให้ นั่นเพราะว่าลูกค้าบางคนถึงจะชอบเล่นน้ำในบรรยากาศชายทะเล แต่ก็ไม่ได้อยากเหนียวตัวเพราะน้ำเค็ม
“โซ.. เฟีย… หลิน...” ป้ามลพูดชื่อจริงของเธอพร้อมใช้ปากกาเขียนกรอกรายละเอียด
“จากฮ่องกงนะคะ” อ้าว เดาประเทศเธอผิดแฮะ ผมคิดในใจขณะคุณป้าพูดถึงถิ่นที่มาของเธอ ผมนึกว่าเธอมาจากประเทศจีน เกาหลีใต้ หรือไต้หวันเสียอีก
“ไม่ทราบว่าจะพักกี่วันคะ” ป้ามลถามคุณลูกค้า ผมว่าเต็มที่น่าจะสัก 3 วันละมั้ง
“เอ่อ… งั้น… เอาสัก 3 ปีค่ะ”
“พรูดดดด!!!” เสียงน้ำอัดลมผมพุ่งออกจากปาก ส่วนป้ามลถึงกับปากกาปลิว
“อะ.. เอ่อ คุณลูกค้าคะ บะ.. แบบนั้นมัน” ป้ามลพูดขณะกำลังก้มลงไปเก็บปากกา
“เอ๊ะ? อ๋อ ฉันมีเงินพอนะคะ” สาวฮ่องกงคนนี้เข้าใจไปว่า เ้าของที่พักคงนึกว่าเธอมีเงินไม่พอ ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะครับคุณลูกค้า~
“นี่ค่ะ” เธอก้มไปหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเป้ของเธอมาวางบนเคาน์เตอร์จนหมด นั่นยิ่งทำให้ผมกับป้ามลตะลึงเข้าไปอีก เพราะมีธนบัตรแบงค์พันเป็ปึกหลายปึกมาก แถมยังมีธนบัตรที่เป็เงินดอลล่าร์ฮ่องกงอีกเป็สิบปึก รวม ๆ กันแล้วผมว่ามีมากเกินกว่า 20 ปึก นี่ผู้หญิงคนนี้เป็ใครกันแน่? ทำไมถึงมีเงินมากมายขนาดนี้
พอเธอวางเงินเสร็จก็เบิกตาโตเอียงคอยิ้มให้กับป้ามลด้วยความงง ๆ ว่าทำไมป้ายังไม่คิดราคาค่าที่พักให้เธออีก ผมเห็นป้าแกไปไม่เป็ เลยรีบออกโรงเอง ในใจแกคงสับสนหนักว่าผมพาใครมา
“เอ่อ เอาแบบนี้นะคุณโซเฟีย” ผมรีบเสนอ
“ทำไมคุณไม่ลองพักดูก่อนสัก 30 วันล่ะ จะได้รู้ว่าชอบที่พักของเรารึเปล่า” ผมพูดพร้อมมองไปทางป้ามลที่กำลังพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าเป็ที่อื่นคงรีบรับข้อเสนอของเธอไปแล้ว เล่นพักนานแบบเลย่ฤดูการท่องเที่ยวด้วยราคาสุดแพงขนาดนี้ แต่ผมรู้สึกว่ามันอาจเป็การเห็นแก่ได้จนผิดจรรยาบรรณไปหน่อย เลยเสนอแบบนี้แทน
“อ๋อ แบบนี้เอง เอ… งั้นขอเป็สัก 3 เดือนได้มั้ยคะ” เธอพูดแกมขอร้องอีกครั้ง พร้อมกับอายนิด ๆ เพราะเริ่มรู้ตัวว่าที่เธอตอบครั้งแรกมันพักนานเกินไป ลักษณะท่าทางของเธอเหมือนคนไม่เคยติดต่อเช่าห้องพักด้วยตัวเองมาก่อนเลย
ผมกับป้ามลถอนหายใจพร้อมยิ้มให้กับคำพูดของเธอ ดูเหมือนเราคงจะต้องหยวน ๆ ให้กับคุณลูกค้ารายนี้ซะแล้ว ป้ามลคิดราคาค่าที่พักเหมาให้เป็แบบรายเดือนเพื่อจะได้มีส่วนลด แล้วยังให้คูปองทานอาหารฟรีของที่ร้านอาหารริมชายหาดด้านล่างไว้ด้วย ผมเดินไปหยิบกุญแจรีสอร์ทแล้วเดินนำทางพาเธอไปยังที่พักซึ่งเธอได้ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
“ว้าวววว~ สวยจังเลยยย~” เธอร้องอุทานออกมา ดูท่าทางว่าจะถูกใจ
“ตรงนี้เป็เตียงนอน มีรีโมทสำหรับดูเคเบิ้ลทีวีอยู่บนโต๊ะตรงนั้นนะครับ ส่วนนี่เป็ปุ่มสัญญาณฉุกเฉิน ที่รีสอร์ทเรามีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมงครับ ไม่ต้องเป็ห่วง ถ้าเจอเหตุอะไรฉุกเฉินสามารถกดเรียกได้เลย” ผมแนะนำด้านในที่พักให้กับลูกค้าหลังจากไขกุญแจ อธิบายว่าในบ้านและรีสอร์ทของเรามีอะไรบ้าง
“ส่วนทางนี้เป็ห้องสำหรับอาบ มีอ่างแช่ตัว สามารถเลือกปรับอุณหภูมิน้ำได้ตามใจชอบ และตรงนี้มีตู้เซฟส่วนตัวสำหรับเก็บของมีค่าของคุณลูกค้า ในตู้เย็นมีเครื่องดื่มฟรีทั้งหมดครับ พนักงานทำความสะอาดของเราจะเข้ามาทำความสะอาดทุก ๆ วัน ่เวลา….” ผมพูดแนะนำต่อพร้อมหันไปมองทางเธอ แต่ยังไม่ทันพูดจบก็ต้องทำหน้าเหวอ
“อ๋ออ กดแล้วเป็แบบนี้นี่เอง” เธอพูดพลางกำลังจ้องมองไปยังไฟสัญญาณฉุกเฉินที่กำลังกระพริบอยู่ แม่คุณเอ๊ย เล่นผมแล้ว
พนักงานรักษาความปลอดภัย 3 คนวิ่งกระหืดกระหอบมาที่หน้าบ้านพร้อมถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับ พร้อม ๆ กับได้เห็นผมอยู่ในบ้านกับสาวฮ่องกงคนสวยพร้อมไฟสัญญาณฉุกเฉินกำลังกระพริบ ก่อนที่พวกพนักงานจะคิดอะไรเลยเถิดไปไกล ผมต้องรีบหาคำแก้ต่างอย่างด่วน
“อะ.. อ๋อ คือ.. คุณลูกค้าของเรากำลังทดสอบไฟสัญญาณน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“ครับผม คุณต้น! ไป พวกเรากลับ ไม่มีอะไร” พนักงานทั้ง 3 ทำท่าตะเบ๊ะ(วันทยหัตถ์)เคารพแล้วก็หันเดินกลับไป ดูท่าทางจะยังไม่ได้คิดอกุศลอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาวหมวยได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปนขำเล็ก ๆ แล้วชมว่าระบบสัญญาณใช้ได้ดีจริง ๆ
ผมส่ายหน้าปาดเหงื่อเล็ก ๆ พร้อมกับขอตัวจะเดินออกจากที่พักให้ลูกค้าได้พักผ่อน ไม่ทันจะได้เดินพ้นออกจากประตูบ้าน มือเล็ก ๆ ข้างเดิมก็มาตบบ่าเรียกผมอีกครั้ง
“คือว่า... ไอไม่มีชุดไว้เปลี่ยนเลยน่ะ ยูช่วยพาไปซื้อหน่อยสิ” เธอพูดให้ผมช่วยเหลือเธออีกครั้ง ถ้าลูกค้าขอร้องมีหรือผมจะปฏิเสธ
“ได้ครับคุณโซเฟีย” ผมตอบ
“เรียกว่า หลิน เถอะค่ะ” เธอพูดแล้วมองมาที่ตาผม
เราส่งยิ้มให้แก่กันและกัน ดูเหมือนว่าความสนิทสนมระหว่างเราจะเพิ่มมากขึ้นไปอีกขั้นแล้วสิ :)