บทที่ 12 เฉียนจื่อห่าวาเ็สาหัส
"บ้าเอ๊ย! ไม่ใช่ว่านักอัญเชิญิญญาอ่อนแอเหรอ? ทำไมรู้สึกว่าแข็งแกร่งกว่านักดาบวายุนั่นอีก?"
"เยอะเกินไป! ฆ่าไม่หมด! ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมด!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ให้เ้าหมอนั่นหยิ่งยโสไปเถอะ! ตอนนี้โดนสั่งสอนแล้วไงล่ะ!"
"อัจฉริยะของเราจะเก่งเกินไปแล้ว! แม้จะเสียเปรียบทางอาชีพ แต่ก็ยังสามารถกดดันนักดาบวายุที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง เท่มาก!"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของนักเรียนคนอื่นๆ รอบข้างดังเข้าหูเฉียนจื่อห่าว ทำให้เขาซึ่งมักจะหยิ่งผยองรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่ต่อสู้เป็หนึ่งในคนที่เขารังเกียจที่สุด
"อสรพิษหยกพิฆาต! ไปตายซะ!"
ท่านี้ถือเป็ท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเฉียนจื่อห่าวในตอนนี้ พลังทำลายล้างสูงมาก แม้แต่เต่าหินชั้นยอดที่ขึ้นชื่อเื่การป้องกันก็ยังต้านทานไม่ได้ เขาตั้งใจจะปลิดชีพเว่ยเสี่ยวซู
ฟุ่บ!
อสรพิษหยกพิฆาตช่างน่าสะพรึงกลัว! ทุกที่ที่พลังนี้พาดผ่าน เหล่าโครงกระดูกจอมเวทก็ล้มลงเป็ผืนราวกับต้นข้าวสาลีที่ถูกเกี่ยว ไม่มีความเร็วลดลงเลยแม้แต่น้อย
เว่ยเสี่ยวซูจ้องมองพลังดาบนี้อย่างไม่วางตา แม้จะยังห่างกันหลายสิบเมตร แต่ความรู้สึกอันตรายราวกับมีหนามทิ่มแทงที่หลัง ก็ทำให้เขาไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
"อัญเชิญ! หมูป่าโครงกระดูก!"
ในฐานะมอนสเตอร์ชั้นยอดระดับ 3 ความแข็งแกร่งโดยรวมของหมูป่าโครงกระดูกเหนือกว่านักเวทโครงกระดูกมาก แต่ในเวลานี้ หมูป่าโครงกระดูกไม่ได้ถูกอัญเชิญมาเพื่อโจมตีเฉียนจื่อห่าว แต่ถูกใช้เป็โล่กำบัง
โครงกระดูกจอมเวทนั้นเปราะบางเกินไป ไม่สามารถต้านทานพลังทำลายของอสรพิษหยกพิฆาตได้ แต่หมูป่าโครงกระดูกนั้นต่างออกไป
พลังป้องกันของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าเต่าหินเท่าไหร่นัก หากมีจำนวนมากพอ ก็สามารถรับมือกับพลังโจมตีที่รุนแรงนั้นได้
1 ตัว...
2 ตัว...
3 ตัว...
เมื่อหมูป่าโครงกระดูกตัวที่ 4 ถูกฟันขาดเป็สองท่อน อสรพิษหยกพิฆาตก็หมดพลังลง อันตรายคลี่คลาย
"ไม่... เป็ไปไม่ได้! แกป้องกันอสรพิษหยกพิฆาตของฉันได้ยังไง?" เฉียนจื่อห่าวเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่นี่คือความจริง เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขาขบกรามแน่น กัดฟันคำรามอย่างดุร้าย "ฉันจะฆ่าแก!"
"แค่นายเหรอ?" เว่ยเสี่ยวซูก็เริ่มโมโหเช่นกัน ท่าเมื่อครู่ของอีกฝ่ายไม่ได้มีความปราณีแม้แต่น้อย หากเขาไม่แข็งแกร่งพอ ตอนนี้คงกลายเป็ศพไปแล้ว
"บุก!"
สิ้นเสียงคำสั่ง หมูป่าโครงกระดูกกว่าสิบตัว และโครงกระดูกจอมเวทกว่าพันตัวก็เริ่มการโจมตีครั้งสุดท้าย
ไม่ว่าอาชีพของเฉียนจื่อห่าวจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ตัวเขาก็เป็เพียงแค่มือใหม่ที่เพิ่งจะปลุกพลังได้ไม่นานนัก ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เขาก็หมดแรง
เขาไม่รู้ว่าตัวเองฆ่าโครงกระดูกไปแล้วกี่ตัว แต่เ้าพวกนั้นดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมด
ปัง! ปัง! ปัง!
ประทัดนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ เฉียนจื่อห่าวถูกะเิจนร้องโหยหวน โชคดีที่อุปกรณ์ของเขาดีพอ จึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
ส่วนเว่ยเสี่ยวซูที่ใจเย็นลงแล้ว รีบสั่งให้โครงกระดูกจอมเวทและหมูป่าโครงกระดูกหยุดโจมตี หากเขาฆ่าเฉียนจื่อห่าวตายในดันเจี้ยนทดสอบนี้ ตัวเขาเองก็คงจบเห่เช่นกัน
เว่ยเสี่ยวซูเดินเข้าไปใกล้ มองเฉียนจื่อห่าวที่หมดสติไปแล้ว บนใบหน้าปรากฏร่องรอยของความรังเกียจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายตายที่นี่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีพยานอยู่มากมาย
"ทุกคน มีใครอยากออกจากดันเจี้ยนบ้างไหม? ช่วยพาเขาออกไปด้วยได้หรือเปล่า?" เว่ยเสี่ยวซูถาม
การขอให้พวกเขาช่วยพาเฉียนจื่อห่าวออกจากดันเจี้ยนนั้น เป็เื่ที่ค่อนข้างลำบากใจ เพราะาแของพวกเขาก็เกิดจากเฉียนจื่อห่าว ใครบ้างจะไม่โกรธเคือง
แต่เมื่อคิดว่าเป็คำขอของอัจฉริยะประจำโรงเรียน พวกเขาก็ปฏิเสธไม่ลง ถือเสียว่าช่วยเหลือเขาแล้วกัน ดังนั้นจึงตอบตกลง "ก็ได้ ถือว่าเห็นแก่นาย พวกเราจัพาเ้าหมาตัวนี้ออกไปด้วยก็แล้วกัน"
หลังจากทุกคนจากไป เว่ยเสี่ยวซูก็ถอนหายใจยาว พึมพำกับตัวเอง "เื่นี้ต้องมีปัญหาตามมาแน่!"
แต่เว่ยเสี่ยวซูก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะเฉียนจื่อห่าวเป็ฝ่ายลงมืออย่างโเี้ก่อน ทุกคนก็เห็นกับตา แม้ว่าจะต้องไปเผชิญหน้ากับอาจารย์หรืออาจารย์ใหญ่ข้างนอกดันเจี้ยน เขาก็ไม่กลัว
"เฮ้! ไม่มีใครแล้ว งั้นฉันก็เริ่มขุดหลุมสร้างสุสานได้"
เต่าหินชั้นยอดดรอปอาวุธดาบยาวเล่มหนึ่ง แต่เว่ยเสี่ยวซูไม่สนใจ จึงโยนให้โครงกระดูกจอมเวทข้างๆ ให้มันถือไว้แทน
ตอนนี้เขายังไม่มีไอเท็มเก็บของ ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ จึงถูกโยนให้โครงกระดูกจอมเวทถือไว้ทั้งหมด
แน่นอนว่าโครงกระดูกจอมเวทที่ถืออุปกรณ์เหล่านี้ เว่ยเสี่ยวซูจะไม่ส่งพวกมันออกไปรบ เพราะหากพลาดท่าตายขึ้นมา เขาต้องเสียเวลากลับมาหาอุปกรณ์ที่หายไปอีก
หลังจากก่อสุสานขนาดใหญ่ให้กับเต่าหินระดับสูงแล้ว ไม่กี่วินาทีต่อมา ต้นไม้บนหลุมศพก็งอกขึ้นมา
บนลำต้นมีผล 4 ลูก เมื่อเก็บมาแล้ว กลับกลายเป็ธูปคุณภาพต่ำ 3 ดอก และน้ำมันศพคุณภาพต่ำ 1 ขวด ทำให้เว่ยเสี่ยวซูสงสัยในโชคของตัวเอง
"เหลืออีกสองชั่วโมงครึ่งภารกิจทดสอบก็จะจบลงแล้ว ถึงเวลาตามหาบอสของดันเจี้ยนแล้ว ไม่รู้ว่าสวีเสี่ยวฉิงจะฆ่าบอสดันเจียนได้ก่อนฉันหรือเปล่านะ?"
บอสในดันเจี้ยนทุ่งหญ้าแห่งนี้มีทั้งหมด 10 ตัว บอสระดับต่ำสุดคือบอสระดับ 5 สองตัว ได้แก่ าาหมาป่าหลังเงิน และ สไลม์
พลังต่อสู้ของบอสเลเวล 5 ทั้งสองตัวนี้แทบไม่ต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกาาหมาป่าหลังเงินมากกว่าสไลม์
เพราะสไลม์นั้นจัดการยาก หากสู้ไม่ได้ก็จะแบ่งร่าง แถมร่างแยกแต่ละตัวยังแข็งแกร่งไม่น้อย จัดการยากเย็นแสนเข็ญ
แต่สำหรับเว่ยเสี่ยวซู เขากลับชอบที่จะจัดการกับสไลม์มากกว่า เพราะต่างฝ่ายต่างก็เป็พวกชอบรุมกินโต๊ะ ส่วนาาหมาป่าหลังเงิน เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย
ตามที่หนังสือได้อธิบายไว้ สไลม์มักจะปรากฏตัวในพื้นที่แอ่งน้ำของทุ่งหญ้า แต่เว่ยเสี่ยวซูก็ไม่สามารถรับประกันได้ เพราะนี่ไม่ใช่เกมออนไลน์ มอนสเตอร์จะไม่รอผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้เสมอไป
เว่ยเสี่ยวซูไม่ได้รีบร้อนไปยังพื้นที่แอ่งน้ำ แต่กลับนั่งนั่งทำสมาธิเพื่อรวบรวมพลังอย่างใจเย็น
การต่อสู้กับเฉียนจื่อห่าวทำให้เขาเสียพลังไปมาก หาก้าจัดการกับบอส เขาจำเป็ต้องฟื้นฟูพลังจิตโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ตัวเองอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เว่ยเสี่ยวซูก็ลุกขึ้นยืน ในตอนนี้พลังจิตของเขาฟื้นฟูเต็มที่แล้ว คิดว่าการรับมือกับบอสระดับ 5 คงไม่มีปัญหาอะไร
หลังจากดูทิศทางแล้ว เว่ยเสี่ยวซูก็รีบตรงไปยังพื้นที่แอ่งน้ำ ระหว่างทางก็พบกับมอนสเตอร์ระดับสูงหลายตัว แม้กระทั่งระดับ 7 และ 8 ก็เจอไปสองสามตัว
มอนสเตอร์ระดับ 6 เป็จุดเปลี่ยนสำคัญ มอนสเตอร์ระดับ 6 มีค่าสถานะเป็ 3 เท่าของมอนสเตอร์ระดับ 5
ดังนั้นมอนสเตอร์ระดับ 7 และ 8 ที่เขาเผชิญหน้า จึงทำให้เขาสูญเสียโครงกระดูกจอมเวทไปมากกว่าหนึ่งพันตัว กว่าจะจัดการได้
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เว่ยเสี่ยวซูก็มาถึงทางเข้าพื้นที่แอ่งน้ำ แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ เขาปะทะเข้ากับก้อนเนื้อขนาดมหึมาที่ทางเข้า
"บ้าเอ๊ย! โชคดีขนาดนี้เลยเหรอ? เจอง่ายขนาดนี้เชียว?" เว่ยเสี่ยวซูมองไปที่ก้อนเนื้อสีเขียวขนาดใหญ่เท่าตึกสามชั้นเบื้องหน้า แล้วพูดด้วยความใ