หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 47

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ โรมแรมที่ตกเป็นเป้าสายตาของประชาชนนับล้านทั่วประเทศ ก็เกิดเหตุชุลมุนกันเกิดขึ้น นักข่าวมากมายเริ่มที่อยากจะมาทำข่าวว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น พวกเขามาจากหลากหลายสำนัก ยืนเฝ้าอยู่หน้าโรมแรมเพื่อที่จะสอบถามบรรดาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคนแรกที่เดินออกมาให้พวกเขาสัมภาษณ์ก็คือ คุณชายเฉิน ภายในจิตใจของเขาก็คิดไปต่างๆนานาเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง‘นี่เราจะมาแจ้งเกิดที่ประเทศไทยอย่างนั้นหรือนี่.. นักข่าวรอทำข่าวเกี่ยวกับตัวของเราอยู่.. ฮ่าๆ’ เขาคิดอยู่ในใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเหล่านักข่าวตามที่คิด เมื่อนักข่าวได้เห็นคุณชายเฉิน พวกเขาก็ปี่เข้ามาหาทันที“ขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมคะ คุณเฉิน.. ดิฉันเป็นตัวแทนของเหล่านักข่าวจากทุกสำนักในประเทศไทยค่ะ” เธอคนนี้สามารถพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ปกติแล้วเธอจะทำงานเกี่ยวกับข่าวต่างประเทศ จึงทำให้เธอไม่ค่อยได้อยู่ที่ประเทศไทยสักเท่าไหร่ แต่วันนี้เหมือนฟ้าบันดาลใจ เธออยู่ที่ไทยพอดี และกำลังจะได้สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวที่กำลังเป็นประเด็นทางสังคม น่าจะเป็นจุดแจ้งเกิดของเธอเช่นกัน“โอ้.. เจอคนพูดภาษาจีนได้สักที ยังไงก็ต้องรบกวนเรื่องการเขียนข่าวด้วยนะครับ คุณผู้หญิง” คุณชายเฉินกล่าวออกมาพร้อมกับยื่นมือออกไปจับ เพื่อที่จะทำความรู้จัก หญิงสาวนักข่าวจับกลับเป็นมารยาท แต่มันเหมือนผิดคิว คุณชายเฉินดึงมือของเธอมาจุ๊ฟก่อนที่จะโปยเสน่ห์โดยยิ้มอันสวยงามของเขา“เออ.. ยินดีค่ะคุณเฉิน.. จากนี้จะเป็นการขอสัมภาษณ์นะคะ .. คำถามแรกจริงๆแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีคลิปเกี่ยวกับโรมแรมแห่งนี้ ภายในโรงอาหารถูกถ่ายเอาไว้ และถูกเผยแพร่ในโลกของอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ไม่ทราบว่าคุณเฉินคิดอย่างไรคะ” เธอถามออกมา“อย่างนั้นเหรอครับ.. ผมพึ่งจะทราบนะครับว่ามีคนแอบถ่ายผมลงโซเชียลด้วย...... จริงๆแล้วเรื่องราวมันก็เป็นอย่างที่ทุกท่านได้เห็นนะครับ” นักข่าวสาวได้เปิดคลิปให้เขาได้ดู ก่อนที่เข้าจะตอบกลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยที่นักข่าวไม่ได้พูดอะไรแทรกเลยสักคน“แสดงว่าเรื่องการหมั้นหมายกับคุณหลินๆเป็นเรื่องจริงด้วยอย่างนั้นเหรอคะ จากคำประกาศของคุณหลินๆบอกกับพวกเราว่า พวกคุณสองคนยังไม่ได้หมั้นกันจริงๆ เป็นแค่ว่าที่ จริงหรือป่าวคะ” นักข่าวยังจี้ถามไปเรื่อยๆ“ใช่ครับ.. เป็นการตกลงของครอบครัวของเราทั้งสองน่ะครับ เรามีกำหนดที่จะหมั้นหมายกันในต้นปีหน้าอย่างเป็นทางการ และแน่นอนว่ามันค่อนข้างที่จะชัวมากแล้วครับ” เขาตอบกับพร้อมกับยิ้มเท่ห์ๆไปอีกหนึ่งช็อต ทางสำนักต่างๆ ก็เริ่มรายงานตามที่นักข่าวคนนั้นแปลมาให้อีกทีหนึ่ง พวกเขาสามารถยืนยันได้หลายเรื่อง จนมาถึงในคำถามสุดท้ายที่อาจจะทำให้ใครหลายๆคนรู้สึกว่าเสียเวลาจริงๆ“แล้วคุณเฉินมีอะไรที่อยากจะฝากบอกกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศบ้างคะ” นักข่าวถามตามสคลิปที่เธอได้รวบรวมมาจากเหล่าๆเพื่อนๆนักข่าวด้วยกัน“เรื่องที่อยากจะฝากอย่างนั้นเหรอครับ .. น่าจะเป็นเรื่องคลิปนะครับ ผมต้องขอบคุณคนที่ลงคลิปมากนะครับ ที่ให้ความสนใจในตัวของผม.. ถึงผมจะมีว่าที่คู่หมั้นแล้ว แต่ผมเองก็เข้าใจว่าความหล่อของผมมันปกปิดห้ามใจไม่ได้จริงๆ.. พวกเขาเหล่าคนที่อยู่ในคลิปนั้น ต่างชื่นชมในความหล่อเหลาของผม ซึ่งมันก็ไม่เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจ สำหรับคนที่กำลังหลงรักผมอยู่ในตอนนี้หลังจากคลิปนี้หลุดออก แต่ภายในใจผมยังมีแค่หลินๆครับ ถึงแม้ว่าผมจะหล่อ รวยก็ตามที ผมต้องขออภัยกับแฟนๆทุกคนด้วยนะครับ”จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างทรงพลัง ราวกับพระอาทิตย์กำลังจะฉายแสง ท่ามกลางความมึนงงของนักข่าวคนแปล เธอไม่รู้ว่าเธอแปลได้ถูกไหม แต่เธอได้ยินมาแบบนั้นจริงๆ เหล่าบรรดานักข่าวก็หันไปมองเธอในขณะที่จดคำกล่าวของคุณชายเฉินท่านนี้“นี่น้องรุ้ง แปลถูกแน่นะ.. พี่ว่ามันดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้..” แต่ยังไม่ได้ให้รุ้งยืนยันอะไร นักข่าวคนหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดของสำนักข่าวหนึ่งก็อึ้งแล้วตอบกลับมาว่า“เออ.. คนในไลฟ์ของฉันที่พูดอ่านเขียนภาษาจีนได้ เขาบอกว่าพี่รุ้งแปลได้ถูกต้องทั้งหมดแล้วค่ะ” จากนั้นก็เริ่มมีการยืนยันจากอีกหลายบุคคล มันทำให้โลกโซเชียลในตอนนี้มันเหมือนกับต้องมาดูตลก8ฉากยังไงอย่างนั้น หลายๆคนเริ่มรู้สึกว่าไปสัมภาษณ์มันแล้วได้อะไรกันเนี้ย บางคนก็บอกว่าคุณเฉินเป็นตลกชื่อดังของประเทศจีนหรือเปล่าและคอมเมนต์เหล่านี้มันทำให้นักข่าวรู้สึกเซ็งเป็นอย่างมาก แต่คนที่เซ็งที่สุดก็น่าจะเป็นคนที่แปลภาษา หรือก็คือคนที่ยืนสัมภาษณ์นั้นเอง หลังจากนี้เธอน่าจะดังเป็นอย่างมากจาก มีมตลกที่ถูกทำมาเพื่อล้อเลียน ประมาณว่า ‘เสียเวลา’ หรือไม่ก็ ‘เปลืองตัว’ และที่น่าจะฮาที่สุดของมีมชุดรุ้งก็น่าจะเป็น มีมคาราโอเกะที่ตัดเธอกับเพลง‘ฉันมาทำอะไรที่นี่.... ฉันมาทำอะไรที่ตรงนี่....’ และภาพเธอก็หลุดออกไปอย่างน่าสงสาร เธอกะจะมาแจ้งเกิดในสายงานข่าว แต่กลับดังในเรื่องอย่างนี้ หลังจากนี้ก็ต้องแบกรับอะไรอีกมากทางด้านของเจ้าของโรงแรม ที่กำลังตบหน้าน้องชายตัวเองไปอีกหลายๆดอก จากข่าวสดที่มันออกมา ถึงไอ้คุณชายนั้นมันจะตลกก็จริง แต่ตอนนี้สถานการณ์ของโรงแรมมันเป็นไปได้ไม่สวยสักเท่าไหร่ หุ้นของพวกเขาหายไปอยู่ที่บริษัทต่างชาติแล้วถึง 60 เปอร์เซ็นต์ จากการขาดความเชื่อถือของผู้ถือหุ้นของประเทศไทย และพวกเขาก็เหลือหุ้นที่เป็นของตัวเองแค่ 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง“ฉันไม่น่าเอาแกมาร่วมงานด้วยเลย ... วันๆเอาแต่สร้างปัญหาให้ฉันปวดหัวอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน... แกไม่รู้หรือยังไง ว่ากว่าพวกเราจะได้คุณสินมาร่วมงาน เราต้องรอคิวนานขนาดไหน.. แล้วเขาเลือกโรงแรมของเราเพราะเขาไว้ใจเรา แต่แกกลับมาทำพังไปทั้งหมด ทั้งชื่อเสียงทั้งโรงแรมของคุณพ่อคุณแม่ที่เหลือไว้ให้พวกเรา แก...” เขาตะคอกใส่น้องชาย เขาหมัดกับคำจะด่าจริงๆ ตอนนี้เขาเครียดเป็นอย่างมาก“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเลขาของคุณสินอะไรนั่น.. แต่คลิปมันก็ทำให้โรงแรมเป็นที่รู้จักมากขึ้นไม่ใช่หรือไงพี่… แล้วอีกอย่างมันก็แค่เชฟคนเดียวเอง พี่จะอะไรนักหนา จ้างๆมาใหม่ก็ได้มั้ง.. จะมาตบกันทำไม” เขากล่าวกลับมาอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไร“ไอ่...เจ้าน้องโง่เอ้ย เป็นที่รู้จักด้านเสียๆหายๆน่ะสิ แล้วแกไม่รู้จักคุณสินหรือยังไง เขามีคนติดตามในประเทศนี้มากกว่าครึ่งประเทศแล้วมั้ง .. แล้วแกไปทำอย่างนั้นกับคนของเขา อีก.....ติ๊ดๆๆๆ... แกโชคดีไปนะที่โทรศัพท์ฉันดังขึ้นมาซะก่อน” เขายกมือขึ้นหวังจะตบที่หลังแหวนไปอีกหนึ่งดอก แต่นับว่าโชคดีที่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาก่อน“สวัสดีครับท่านประธาน..... เอ๊ะ!! อะไรนะครับ... โรงแรมของผมถูกถอดถอน.. ไม่จริงใช่ไหมครับ.. เดี๋ยวก่อนครับท่านประธาน... ท่านประธาน” จากนั้นเขาก็ล้มลงไป เพราะอาการเครียดจากเรื่องที่ได้ยินมา และมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญอะไรสักอย่างอีกด้วย สิ่งที่ท่านประธานลึกลับได้กล่าวออกมาคือเรื่องของการถอดถอน.........จบเฉยๆอย่างนี้ได้หรือเปล่าน้า.......
    error loadedพักเรื่องเครียดไปหาช็อคลาวากินดีฟ่าาาาา.......
     

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน