หงเซี่ยรู้สึกถึงแรงกระชับที่จับต้นขาของนาง…นางจึงกวาดตามองไปที่สาวใช้ที่ทำท่าอยากรู้อยากเห็น บางคนอดรนทนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาแอบดู หงเซี่ยก้มลงถามคุณหนูด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
"คุณหนูพื้นลื่นเกินไปหรือเปล่าเ้าคะ? "
หยิ่นเจียวเงยหน้ามองหงเซี่ยอย่างกังวล แต่แล้วก็รู้ว่าหงเซี่ยพยายามกู้หน้าให้นางต่างหาก!
“เอ่อ..ขาข้าพลิกน่ะ พรมผืนนี้ลื่นเกินไป! "หยิ่นเจียวพยายามยืนขึ้นเอง โดยมีหงเซี่ยพยุงเอวนางเอาไว้
“พวกเ้าได้ยินหรือยัง? พรุ่งนี้เปลี่ยนพรมผืนใหม่ด้วย!” หงเซี่ยสั่งด้วยใบหน้าที่เ็า ท่าทางนางสง่างามดูแล้วน่าเกรงขามมากกว่าเ้าของเรือนอย่างหยิ่นเจียวเสียอีก
“เ้าค่ะ "สาวใช้รับคำไม่กล้าเงยหน้าดูความครื้นเครงกันอีกต่อไป
“หงเซี่ย..พรมนี่ยังไม่ต้องเปลี่ยนหรอก..ตอนที่ข้าเพิ่ง…”
หยิ่นเจียวเอนตัวลงกระซิบกับหงเซี่ยว่านางแค่แก้ตัวไปเท่านั้น ..ไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนเป็ของใหม่หรอก แต่ก่อนที่นางจะพูดจบหงเซี่ยก็ขัดขึ้นมาว่า
“คุณหนูจะอาบน้ำหรือยังเ้าคะ? "
“เอ่อ…อาบสิ!” หยิ่นเจียวกัดริมฝีปาก หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน! ลืมไปเถอะ! ไม่รู้ว่าหยิ่นเจียวเคยเห็นนางแก้ผ้ามากี่ครั้งกี่หนแล้ว!!
หยิ่นเจียวเดินไปที่ห้องน้ำก่อน หงเซี่ยมองดูท่าทางที่ไม่เป็ธรรมชาติของหยิ่นเจียว แล้วพูดว่า
“คุณหนูทำตัวให้สบายเ้าค่ะ "ว่าแล้วนางก็เริ่มเช็ดมือให้หยิ่นเจียว หยิ่นเจียวถูกไอน้ำปกคลุมไปทั่ว หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเหมือนมีม่านมาพรางตัว แต่นางก็ยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับการที่จะมีคนมาปรนนิบัติในเื่ส่วนตัวแบบนี้ ต่อให้เป็เพศเดียวกันก็ตามทีเถอะ หลังจากอาบน้ำ หงเซี่ยช่วยหยิ่นเจียวเป่าผมให้แห้งและจัดเตียงให้นางจากนั้นนางจึงเดินไปที่ตั่งเล็กๆ ที่อยู่ห้องโถงด้างหน้า
“หงเซี่ยเ้าอยากนอนกับข้าไหม? "
หยิ่นเจียวจับมือหงเซี่ย หงเซี่ยชะงักเท้า ตาเบิกโตจ้องมองคุณหนูรอง
“เอ่อ..เ้าอย่าเข้าใจผิด ..ข้าคิดว่าเตียงมันใหญ่มากนอนได้ถึงสองคน ..เตียงของเ้ามันเล็กเกินไป ข้าเกรงว่าเ้าจะนอนไม่สบาย "
หยิ่นเจียวกลัวนางจะเข้าใจผิด นางรีบอธิบายอย่างยืดยาว
"ขอบคุณในความกรุณาของคุณหนูเ้าค่ะ แต่สาวใช้นอนเตียงเดียวกับเ้านายไม่ได้ผิดกฏธรรมเนียมเ้าค่ะ คุณหนูควรเข้านอนได้แล้ว”
หงเซี่ยโค้งคำนับหยิ่นเจียว จากนั้นจึงเดินไปนอนที่นั่งเล็กๆ ของนางที่ด้านนอก
แสงจันทร์ที่สลัว สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างบานนั้น ทำให้หงเซี่ยมองเห็นเงาเลือนรางของร่างที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง
หงเซี่ยหันหลังให้อีกครั้ง ไม่รู้ว่านางพลิกตัวกลับไปมากี่หนแล้ว นางมีโอกาสหลายครั้งที่จะทำร้ายหยิ่นเจียวแต่…ทำไมเมื่อหยิ่นเจียวตกน้ำในครั้งนี้ นิสัยของนางกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดูไม่เหมือนคุณหนูรองที่เอาแต่โมโห ดุร้าย หยิ่งยโสจนน่ารังเกียจผู้นั้น…นางเปลี่ยนไปแบบนี้ทำให้หงเซี่ยวุ่นวายใจ ตัดสินใจไม่ได้สักที
**********
สิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็วันที่หยิ่นเจียวและหยิ่นหรูจูจะต้องเข้าไปในวังเพื่อเข้าเฝ้าไทเฮา ท้องฟ้ายังมืดอยู่แต่บ่าวรับใช้ของจวนจงหย่งโหวกลับวุ่นวายกันแต่เช้า
"พวกเ้าไปเอาเครื่องประดับทองของพระราชทานมาหรือยัง? แล้วเสื้อชุดใหม่ที่ซิ่วเหนียงทำเสร็จแล้วล่ะ ทำไมยังไม่มีใครเอามาอีกล่ะ? "เสียงเอะอะของหลี่อวี้เหยียนดังก้องไปทั่ว
หยิ่นเจียวหาวนอน หญิงสาวสะลึมสะลือไม่อยากตื่น ปล่อยให้เป็หน้าที่ของมารดาจัดหาเสื้อผ้าให้ นางล้มตัวลงนอนต่อ
“เจียวเจียว ลูกเข้าวังไปต้องระวังตัวให้ดี ในวังมีกฎระเบียบมากมาย เข้าไปแล้วจะทำตัวตามสบายเหมือนอยู่ที่บ้านไม่ได้ ต้องระวังอย่าไปทำให้ใครขุ่นเคืองเข้ารู้ไหม "หลี่อวี้เหยียนสอนลูกสาวพลางหวีผมให้นางไปด้วย
“เ้าค่ะ "นางก้มหน้าลงพึมพำรับคำอย่างไม่สนใจ หลี่อวี้เหยียนเห็นแล้วนึกระอาใจ หรูจูดูจะเอางานเอาการมากกว่า นางคงต้องขอให้หรูจูดูแลหยิ่นนเจียวให้มากกว่านี้
หลังจากที่ช่วยลูกสาวแต่งหน้าทำผมแล้ว หลี่อวี้เหยียนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ในขณะเดียวก็แอบคิดถึงการแต่งหน้าสีจัดๆ แบบที่หยิ่นเจียวเคยชอบแต่งเมื่อก่อนไม่ได้ ผิวของสาวน้อยในวัยนี้ก็ดีมากอยู่แล้ว ถ้าแต่งหน้ามากเกินไปจะทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย
หลี่อวี้เหยียนไม่รู้ว่าการแต่งหน้าที่หยิ่นเจียวชื่นชอบในสมัยก่อนนั้นเรียกว่า "สโมคกี้อายส์ "ในยุคปัจจุบัน ไม่นานนักเสื้อผ้าที่หยิ่นเจียวเป็คนออกแบบก็ถูกส่งเข้ามา หลี่อวี้เหยียน ดึงหยิ่นเจียวลงขึ้นมาจากเตียงโดยมีหงเซี่ยและจางมามาเป็ผู้ช่วย ในขณะที่ทุกคนกำลังสาละวนแต่งตัวให้นาง หยิ่นเจียวก็หายง่วงพอดี
“ท่านแม่ …” หยิ่นเจียวหาวออกมา แววตายังเซื่องซึมอยู่ หลี่อวี้เหยียนเห็นลูกสาวง่วงนอน นางอดไม่ได้ที่จะขยับมือไปลูบไล้ศีรษะของลูกสาว
“แม่คิดไม่ถึงเลยว่าหยิ่นเจียวจะออกแบบเสื้อผ้าออกมาสวยงามขนาดนี้!” หลี่อวี้เหยียนชื่นชมในตัวบุตรสาวจริงๆ หากชุดนี้ถูกวางขายในเมืองหลวงหลินอันละก็ คงมีคนแทบจะแย่งกันซื้อเลยทีเดียว นางปลาบปลื้มใจจริงๆ
เสื้อคลุมสีเหลืองนวลพันรอบร่างระหง เผยให้เห็นลำคอที่เรียวยาว และกระดูกไหปลาร้าที่งดงาม กระโปรงเป็ผ้าลายจันทร์เสี้ยวสีขาวที่ทิ้งตัวยาวแผ่ออกราวกับหิมะสะท้อนกับแสงจันทร์ ขับเน้นให้เห็นรูปร่างอรชรของสาวน้อย สีของผ้าทั้งสองที่จับคู่กันดูช่างพอเหมาะพอดีทำให้ดูมีชีวิตชีวาในบรรยากาศที่งามสง่าทว่าเคร่งขรึม
ถ้าเป็หยิ่นเจียวในสมัยก่อนหน้าที่นางจะตกน้ำแล้วล่ะก็ ชุดที่ดูเรียบง่ายหากสง่างามเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะกับบุคลิกที่แข็งกร้าวเอาแต่ใจของนางอย่างแน่นอน สิ่งที่น่าดึงดูดใจยิ่งกว่าชุดที่งดงามนี้กลับเป็ผิวที่บอบบางอ่อนนุ่มจนทำให้ผู้คนล้วนอดที่จะมองซ้ำอีกหลายครั้งไม่ได้ หยิ่นเจียวกอดอกอย่างไม่รู้ตัว..รู้สึกสายตาของผู้คนจะมองนางแปลกๆ ไปหรือเปล่า?
“ท่านแม่! ท่านไปหาพี่สาวหรือยัง? นางไม่ค่อยมีบ่าวรับใช้นะเ้าคะ ..ท่านแม่รีบไปดูนางก่อนเถอะ เ้าค่ะ..”
หยิ่นเจียวรีบกุลีกุจอผลักมารดาเบาๆ คงไม่ดีแน่หากนางเอกจะไม่มีใครคอยช่วยเหลือดูแลนางเลย ดูเอาเถอะ! มารดาของนางมีลูกสาวถึงสองคน คนหนึ่งได้รับการดูแลปรนนิบัติเป็อย่างดี แต่อีกคนกลับตรงกันข้าม…แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางเอกของเื่กลายเป็คนใจร้ายใจดำกับวงศ์ตระกูลของนางไปได้อย่างไร?
“ถ้าแม่ไปแล้ว..ลูกจะจัดการที่เหลือเองได้หรือ?” หลี่อวี้เหยียนยังอดหันหลังมาดูหลายครั้งอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ลูกแต่งตัวเกือบเสร็จแล้ว” นางโบกมือให้มารดาพลางหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นนางเดินลับหายไปทางเรือนิ่ซิ่ว
“ข้าดู..เป็อย่างไรบ้างหงเซี่ย? “
“คุณหนูสวยมากเ้าค่ะ” หงเซี่ยพึมพำ หยิ่นเจียวมองไปที่กระจกทองเหลือง เห็นคนในกระจกสะท้อนออกมา นางเกล้าผมมวยเอียงข้างปักด้วยปิ่นไข่มุกระย้า มีเสียงกังวานใสยามที่นางเยื้องกราย ประดับเรือนผมด้วยปิ่นเล็กๆ ไม่มากจนเกินไป ใบหน้าทาแป้งบางๆ เท่านั้น ที่แก้มแต้มชาดไว้แค่เจือจางเพื่อสร้างสีสันให้ดูเหมือนดอกไม้ที่ผลิบาง ดวงตาของหยิ่นเจียวเป็ดวงตาดอกท้อที่ดูงดงามมีเสน่ห์ส่องประกายแวววาวไร้เดียงสาเหมือนสาวน้อยที่ไม่เคยััด้านมืดของโลกใบนี้ ใบหน้าหยิ่นเจียวเป็สีแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น นางดูสวยงามสมกับเป็ตัวประกอบหญิงที่โดดเด่นในเื่นี้ รูปร่างก็ไม่เลวทีเดียวนอกจากชะตากรรมที่รันทดเกินไป นี่จะนับได้ว่าเป็ของปลอบใจที่ดีได้ไหม?
***********