เทียนรีบกลับไปที่สำนักหยางซานเพราะรู้ว่าผู้บาดเจ็บจากการต่อสู้คงต้องไปหาแน่ พอไปถึงก็เจอคนกลุ่มนี้มารอรักษา เทียนก็รักษาให้ไม่ว่าอะไร เพราะอย่างไรก็ต้องยอมรับว่า พวกเขาใจเด็ดยิ่งนัก ที่ไม่กลัวความตาย ถ้าโดนจุดสำคัญอาจถึงตายได้เลย
“ พวกเจ้านี่ไม่กลัวความตายกันเลยหรือ ถึงได้มีปัญหาบาดเจ็บได้ทุกวัน” เทียนเริ่มบ่นพวกคนเจ็บ ที่มารักษาจนสนิทกันไปแล้ว
“ ทำอย่างไรได้ พวกเราหาเช้ากินค่ำ มีแต่แรงไม่มีสมอง ตอนนี้ยังหนุ่ม ก็ต้องเร่งหาเงิน พออายุมากไม่สามารถต่อสู้แล้ว จะได้ไม่ลำบาก” นักสู้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“ ข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดชีวิต ข้ามาอยู่แค่ สองเดือนเท่านั้น ก็ต้องไปแล้ว หากข้าไม่อยู่ พวกเจ้าทั้งหมดก็หาเลี้ยงชีพวิธีอื่นเถอะ” เทียนกล่าวเตือนพวกเขา
“ โธ่ ท่านหมอ ท่านอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ”
“ คนเจ็บป่วย ไม่ได้มีที่นี่ที่เดียว ยังมีอีกเยอะ แต่ข้าให้สัญญา ว่าข้าจะกลับมาอีก”
เทียนให้คำมั่นกับทุกคน แล้วสอบถามถึงการสมัครเข้าแข่งขันในสนามนักสู้เพื่อเข้าต่อสู้กับนักสู้ซากศพนี้ต้องสมัครอย่างไรบ้าง พรุ่งนี้เข้าไปจะได้ ไม่มีปัญหา
คืนนั้นเทียนได้ หลอมรวมเปลวเพลิงอัคคีจักรพรรดิสำเร็จ และเทียนก็กินเม็ดยาอัครเทพไปด้วย ทำให้พลังยุทธ์จากระดับ ที่ 55 ขึ้นมาอีก 3 ระดับเป็น 58 แล้ว
ส่วนวิญญาณยุทธ์ของเทียนที่อยู่ในระดับ 60 ก็เพิ่มขึ้นอีก 3 ระดับ เป็น 63 ก้าวสู่ระดับราชันวิญญาณยุทธ์ไปแล้ว
ตอนเช้าเทียนรักษาคนเจ็บตามปกติ จนมาถึงบ่ายก็รักษาจนครบ เทียนแปลงร่างเป็นชายคนใหม่อีกคนหนึ่ง เป็นหนุ่มวัย 19 ปี มีแผลเป็นบนใบหน้ารูปร่าง ผอมแห้ง เหมือนคนขาดสารอาหาร ใส่เสื้อผ้าขอทาน ใช้ชื่อว่า ตี้เทียน เดินเข้าไปสมัครต่อสู้ทุก คลาส ซึ่งการแข่งขันแต่ละวัน จะมีทั้งหมด 5 รอบ ในแต่ละรอบแรก มีนักสู้มนุษย์ อยู่ 30 คนสู้กับนักสู้ซากศพเพียงคนเดียว
หากชนะได้คนที่เหลืออยู่ได้คนละ 1 แสน แพ้ได้คนละ 1 พัน
ส่วนรอบที่สอง มนุษย์ 30 คน ชนะได้คนละ 2 แสน แพ้ได้ สองพัน แต่นักสู้ซากศพ 2 คน
ส่วนรอบที่สาม มนุษย์ 30 คน ชนะได้คนละ 3 แสน แพ้ได้ สามพัน นักสู้ซากศพ 3 คน
ส่วนรอบที่สี่ มนุษย์ 30 คน ชนะได้คนละ สี่แสน แพ้ได้ สี่พัน นักสู้ซากศพ 4 คน
ส่วนรอบที่ห้า มนุษย์ 30 คนชนะได้คนละ ห้าแสน แพ้ได้ ห้าพัน นักสู้ซากศพ 5คน
เทียนสมัครทุกรอบเลย คนรับสมัครมองหน้าเทียนด้วยสายตาดูเป็นห่วง เพราะสภาพนักสู้แบบนี้ไม่น่ารอด
“ น้องชาย ผ่านรอบแรกให้ได้ก่อนไหม แล้วค่อยสมัครรอบสอง” คนรับสมัครแข่งเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
“ ไม่เป็นไร สมัครทีเดียวไปเลยไม่ต้องมาสมัครใหม่หลายๆ รอบ”
“ ตามใจ เจ้าได้กลุ่มที่ 5 รอบแรก ส่วนรอบอื่น ดูเอาในแผ่นป้ายชื่อ”
คนรับลงทะเบียนถามชื่อ และ ญาติพี่น้อง หากตาย หรือ เจ็บจะได้เรียกมารับศพ
เทียนแจ้งว่าไม่มี ทางคนรับลงทะเบียนเลย ให้แผ่นป้ายไม้สีดำให้ เทียนออกมารอบริเวณ ห้องนักสู้ มีอาวุธ และชุดเกราะให้เลือกอยู่มากมายแต่ก็เก่าเหลือเกิน ชุดใหม่ ๆ คนที่มืออาชีพก็เลือกไปหมด ขณะที่เทียนกำลังเลือก ก็มีคนกลุ่มหนึ่งมาถามเทียน
“ น้องชายอยู่กลุ่มไหน” เสียงชายร่างใหญ่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยกับเทียนเป็นคนแรก
“ รอบแรก กลุ่มที่ 5 “
“ อยากเปลี่ยนมาอยู่กลุ่มแข็งแรงอย่างพวกเราไหม พวกเรากลุ่ม 3 รอบแรก ถ้าอยากร่วม ก็จ่าย 50% ของค่าแรงต่อสู้ ตกลงไหม” ชายร่างใหญ่ยื่นข้อเสนอให้
“ ไม่สนใจ” เทียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ ไอ้หนุ่ม พวกข้าเคยมีโอกาสชนะมาแล้ว ถ้าคราวนี้ชนะอีก เจ้าจะได้เป็นแสน แค่จ่ายให้กลุ่มข้า เพียง 5 หมื่นเท่านั้นเอง เจ้าไม่สนแน่นะ”
“ ไม่สน”
“ หากเห็นกลุ่มพวกเราชนะอย่ามาเสียใจละกัน” จากนั้นกลุ่มนี้ก็จากไป มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือวะเนี่ย เทียนส่ายหัว ถือไม้พลองอันหนึ่งออกมาและหยิบ เสื้อเกราะเก่าๆ มาใส่อีกอัน จากนั้นก็มานั่งในที่นั่งของ รอบแรกกลุ่ม 5 เทียนมองแต่ละคนแล้วมีสภาพไม่ต่างกับตนเท่าไร
“ พี่ชายทำไม่ถึงมาต่อสู้ล่ะ” เทียนถามชายคนหนึ่งที่กำลังเลือกทวนที่ด้ามหักอันหนึ่ง
“ เวลานี้เสี่ยงตาย แล้วได้เงินมีที่นี่ทีเดียว พวกเราทางเลือกน้อย จึงต้องเสี่ยงตายแบบนี้ ไม่อยากทำผิดกฏหมาย” ชายคนที่เลือกทวนเอ่ย
“ ใช่พวกเรากะว่า ถ้าไม่ตายจะไปสมัครรอบสองต่อ” อีกคนเอ่ยตาม
“ แล้วพวกท่านไม่กลัวตายกันหรือไง” เทียนสงสัย
“ ตายไปก็ดี ไม่ต้องเป็นภาระใคร” นักสู้รอบห้าเอ่ยอีกคน
“ ใช่แล้ว ลูกผู้ชายอย่างเราไม่กลัวความตายอยู่แล้ว และกลัวอดตายมากกว่า” ยังมีอีกคนที่ไม่กลัวตาย
“ ถ้าไม่ตายพวกเรายังมีหมอเทวะ ช่วยรักษาอีกคน” นักสู้คนนี้เทียนเคยเห็นหน้า เพราะมารักษาหลายครั้ง
“ น้องชายเจ้ามาใหม่ ทำไมไม่ไปอยู่กับทีมแข็งแรง พวกนั้นเคยเอาชนะ นักสู้ซากศพได้เชียวนะ เผลอๆอาจได้ ห้าหมื่นเหรียญเชียวนะ” นักสู้อีกคนเริ่มเอ่ย
“ ไม่ละ ข้าไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบ” เทียนตอบตามตรง แล้วเช็ดไม้พลองเอาฝุ่นออก เพื่อเอาสนิมออกให้หมด
“ เจ้าชื่ออะไรน้องชาย” ชายที่ใช้ทวนเอ่ย
“ ข้าชื่อตี้เทียน”
“ ข้าชื่อ เว่ยจิง”
“ ข้าชื่อ ฟงอู่”
“ ข้าชือ หานเยี่ย” ทั้งสี่คนต่างแนะนำชื่อกันและกัน
“ เจ้ามาใหม่ คอยเฝ้าโจมตีข้างหลังเวลา นักสู้ซากศพมันเผลอ ฟาดที่หัว เป็นจุดอ่อนของมัน” เว่ยจิง คนที่อายุเกือบสามสิบเอ่ยออกมา
“ พวกเราเตรียมตัวเถอะ ตอนนี้ โดนอัดไปแล้ว 2 ทีม เหลืออีก 2 ทีมก็ถึงทีมเราแล้ว “ เทียนไปยืนตรงทางออก เห็น ทีมที่สาม ที่เคยชวนเทียนไปอยู่ด้วยเดินกลับเข้ามาอย่างสะบักสะบอม แต่ยังทำหน้าแยกเขี้ยวใส่เทียนอีก
เทียนยืนรออีก1ทีม ก็จะลงสนามแล้ว
ณ บนสนามฝั่ง ราชวงศ์ มีที่นั่งตรงกลางคือ องค์ชายสี่เหวินถัง ด้านข้างมีนักพรต2 คนคอยนั่งเป็นเพื่อน คือนักพรต หลัวไห่ จากสำนักหยินซาน และ นักพรต กู่เซียงจากสำนักหนันซาน
“ เวลานี้พวกท่านสร้างนักรบซากศพได้ครบจำนวนที่ข้าสั่งกันหรือยัง” องค์ชายสี่เหวินถังเอ่ยก่อน
“ กระหม่อมสร้างนักรบซากศพได้ 500 คนแล้วพะยะค่ะ”
“ กระหม่อมก็เช่นกัน”
“ ดีมาก ถ้าเช่นนั้น อีกไม่นานพวกเราน่าจะเริ่มแผนการณ์ของเราได้แล้ว”
องค์ชายสี่เหวินถังยิ้มออกมาอย่างสบายใจ ขณะนั้นมีองค์ชายรัชทายาทเดินเข้ามากลับ นักพรตอีกสองคน คือนักพรตคิ้วเขียว กับนักพรตคิ้วขาว จากสำนักตงซาน
“ รัชทายาท” คนทั้งสามคนแสดงความเคารพรัชทายาท
“ ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทมาก่อน เลยไม่ได้จัดการต้อนรับ ได้โปรดอภัย” องค์ชายสี่เหวินถังรีบเอ่ย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้อนรับอะไรกัน ที่นี่เป็นของเสด็จพ่อ เจ้าช่วยดูแลให้ ข้าต้องขอบคุณมากกว่า อย่าได้คิดมาก” รัชทายาทเอ่ยเหมือนว่า ที่นี่ก็คือของเขา
“ ถูกต้องแล้ว รัชทายาทกล่าวถูกต้องแล้ว” องค์ชายสี่เหินถัง กัดฟันพูดออกมา
“ วันนี้ข้าหวังว่า การต่อสู้วันนี้ จะมีเรื่องน่าตื่นเต้น ให้ข้าดูนะ” รัชทายาทเอ่ยจบแล้วมานั่งเก้าอี้ตรงกลาง เป็นประธานในการชมในครั้งนี้
ถึงคราวเทียนกับพวกต้องขึ้นบนเวทีแล้ว กรรมการอธิบายกติกาอีกรอบ
“ ถูกคู่ต่อสู้ ทำร้ายตกเวที แพ้ ได้เงิน โดดหนีลงไปเอง ไม่ได้เงิน ถูกอัดจนสลบได้เงิน แกล้งสลบไม่ได้เงิน มีเวลา 1 ก้านธูปอยู่ครบได้เงิน ถ้าตายไม่ได้เงิน กติกามีเท่านี้เริ่มได้ ” กรรมการอธิบายเสร็จก็กระโดดลงจากเวทีทันที ไม่อยู่ห้ามกลัวโดนลูกหลง
เทียนถือไม้พลองอันหนึ่ง จ้องมองไปที่นักสู้ซากศพ ที่ยังหายใจอยู่แต่ไม่รู้เรื่องอะไร ได้ยินเสียงนกหวีดไร้เสียงเข้ามา เทียนปล่อยเข็มเหมันต์เข้าไปที่แขนและขาทั้งสองข้างของนักสู้ซากศพ ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เทียนกับพวกเลยเข้ารุมโจมตี จนนักสู้ซากศพล้มไปนอนกับพื้น เทียนเตะจนร่างนักรบซากศพลงไปจากเวที รอบแรกกลุ่มของเทียนชนะ ทุกคนแสดงความยินดีกันยกใหญ่ แต่ผู้จัดการแข่งขัน คือองค์ชายสี่หน้าเสีย เพราะโดนรัชทายาทที่มาดูเอ่ยต่อว่า
“ สวะแท้ๆ ปล่อยให้พวกชาวบ้านเอาชนะแบบนี้ได้ยังไง” องค์ชายสี่หันไปมองรองเจ้าสำนักหยินซานเชิงตำหนิ สร้างความอับอายยิ่งนัก เลยสั่งให้ศิษย์ ไปเตรียมตัวใหม่รอบสอง ซึ่งทีมของเทียนโดนจัด เข้าต่อสู้ทีมแรก ซึ่งกลุ่มของเทียนทุกคนลงมัครต่อสู้ เช่นเดียวกับเทียนคือ ลงต่อสู้ถึง รอบที่ 1-5 ไว้ ทำให้ไม่ต้องแยกกัน
รอบที่สอง บรรยากาศเป็นเช่นเดิม คือ นักสู้ซากศพ ล้วนขึ้นมาก็ถูกเข็มน้ำแข็งที่ปล่ออกมาอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ โดนจุดตำแหน่งที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวแขนและขาได้ สุดท้ายถูกอัดจน ตกเวที่ไปทั้งสองตน องค์ชายสี่โดนด่าไปอีกครั้ง
รอบที่สาม คราวนี้จัดตัวเก่ง ๆ มาเลยสามตัว แต่สถานการณ์เหมือนเช่นเดิมถูกเข็มเหมันต์ที่ปล่อยออกมา ทั้งสามก็นิ่งไม่ขยับ จึงโดนอัดร่วงไปอีก ฝ่ายการแข่งขันขอตรวจสอบนักสู้ซากศพทันที แต่ไม่เจออะไรผิดปกติ เพราะว่า เข็มน้ำแข็งพอถูกยิงไปแล้ว ก็ละลายหายไป และผิวหนังหนาๆ แบบนักสู้ซากศพ ก็ไม่สามารถดูได้ชัดๆ ว่ารอยแผลอะไรเป็นอะไร สุดท้ายก็มืดมน โดนรัชทายาทด่าอีกรอบ โคตรสวะเลย
รอบที่สี่ คราวนี้ มีคนมาเฝ้ารอบเวทีมากขึ้น เทียนไม่ต้องใช้เข็มเหมันต์แค่ใช้พลังจิตสั่งงานไปที่จิตโดยตรง ก็ทำให้นักสู้ซากศพไม่เคลื่อนไหวได้แล้ว คนที่ควบคุมนักสู้ซากศพด้วยหนกหวีดไร้เสียง พยายมเป่าจนลมหมดตัว นักสู้ซากศพก็ไม่ขยับตัว สุดท้านักสู้ซากศพก็โดนกลุ่มของเทียนรุมสกรัม หมดสภาพเช่นเดิม
รอบที่ห้า ก็เช่นกันโดนแบบเดิม ไม่มีลุ้นอะไรสักนิด ผู้คนเริ่มโห่ เพราะว่านักสู้ซากศพ ไม่ขยับตัวเลย องค์ชายสี่ไม่รอให้รัชทายาทด่า เดินหนีไปดื้อๆ เลยรองเจ้าสำนักทั้งสอง รีบตามไปอย่างรวดเร็ว เทียนชนะเสร็จแล้วก็หายตัววับไปตามกลุ่มองค์ชายสี่ไป
“ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไร ทำไมพวกมันถึงไม่เคลื่อนไหว พวกท่านไปตรวจสอบดู ข้าต้องการคำตอบภายในคืนนี้ ทั้งสองเจ้าสำนักเดินทางไปสถานที่ลับ ซึ่งเป็นที่คุมขัง นักสู้ซากศพทั้งหมดและก็พาปีศาจซากศพ ที่หมดสภาพโดนอัดวันนี้ ไปให้ผู้สร้างตรวจสอบด้วยตนเอง เทียนตามไปก็พบว่า เป็นคุกกักขังขนาดใหญ่อยู่นอกเมือง ในหุบเขาลึกลับ มีนักสู้ซากศพอยู่เกือบพันคน มีทหาร คอยเฝ้าดูแลเกือบสองพันคน และ ศิษย์ของทั้งสองสำนักร่วมมือกันช่วยกันสร้าง นักสู้ซากศพเหล่านี้ ดูท่าแล้วน่าจะสร้างให้เป็นกองกำลังพิเศษเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่ เทียนเห็นทุกคนเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ คงถูกยามอมเมาทำลายจิตไปหมด เทียนส่งพลังตรวจสอบก็พบว่าผู้ที่มีพลังสูงที่สุดในที่นี้ คือ นักพรตรองเจ้าสำนักทั้งสองคน เทียนปรากฏร่างตี้เทียน ต่อหน้าทั้งสองคน
“ เจ้าเป็นใคร มาที่นี่ได้อย่างไร” นักพรตทั้งสองตกใจที่เห็นเทียนปรากฏที่นี่
“ พวกเจ้าสร้างนักสู้ซากศพไว้มากมายเช่นนี้ คิดก่อกบฎ ใช่หรือไม่”
“ เจ้ารู้มากไปแล้ว ตายเสีย” นักพรตคงจะร่วมมือกันทำจริง ๆ จึงเริ่มร่ายเวทย์ระดับ 10 ปล่อยพลังสายฟ้า เข้าใส่เทียน
“ เฮ้อ ไม่สำนึกอีก ข้าคงต้องจัดการให้สิ้นซาก” เทียนเอ่ยจบ พลังสายฟ้าที่ถูกปล่อยออกมา พอเข้าใกล้เทียนก็สลายไป อีกคนสร้างยันต์ขนาดยักษ์เพื่อกักขังเทียนเอาไว้ แต่ว่าเวลานี้เทียนมีพลังจิตระดับราชันวิญญาณยุทธ์แล้ว และยังมีพลังเซียนในร่างอีก แค่เวทย์ระดับ 10 ไม่มีทางทำอะไรเทียนได้เลย
เทียนสร้างมือขนาดยักษ์จับทั้งคู่เอาไว้ แล้วสัมผัสไปที่ความทรงจำทั้งหมด ก็รู้ว่าแผนโค่นบัลลังก์ มีองค์ชายสี่อยู่เบื้องหลังเพียงผู้เดียวและเพิ่งทราบว่า คนที่ถูกนำมาเป็นนักสู้ซากศพ ถูกนำมามากกว่าหมื่นคน แต่คัดแล้ว คงเหลือเพียงแค่ หนึ่งพันคนเท่านั้น ที่เหลือทนฤทธิ์ยาไม่ไหว ตายกันไปหมด ซากศพถูกโยนไว้หน้าผาหลังเขา เทียนรู้เช่นนี้ก็ทนไม่ไหว บีบรัดรองเจ้าสำนักทั้งสองจนร่างแหลกเหลวคามือทันที
จากนั้นก็จับหมอที่ทำการสร้างมาดูความทรงจำก็พบว่า มีการใช้ยากล่อมประสาท ยาพิษทำลายประสาทความจำ แช่ร่างในน้ำผสมพิษคางคกเพื่อเสริมผิวหนังให้หนา จนปราศจากความรู้สึก ยากระตุ้นพลังยุทธ์ที่กินไปแล้วอายุขัยจะสั้นลงเหลือแค่ 5 ปีเท่านั้น เทียนตบทีเดียว หมอชั่วช้ากว่าสิบคนตายรวด ทหารที่เหลือ สามพันกว่าคน วางอาวุธแล้ววิ่งหนีกระเจิงออกไปจนหมด เทียนปล่อยทหารทั้งหมดไปเพราะดูแล้วส่วนใหญ่ทำตามคำสั่งเท่านั้น คงเหลือแต่นักสู้ซากศพ ที่ยังคงยืนนิ่ง รอคำสั่งจากนกหวีดไร้เสียงต่อไป....