ระดับสวรรค์
หลังจากเวลาผ่านไปครึ่งเดือนฟางเฉินก็ได้สติกลับมาถึงแม้บาดแผลและอาการบาดเจ็บจะยังไม่หายดีแต่ฟางเฉินก็สามารถเดินได้อย่างไม่มีปัญหา“อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เย่เซียนกล่าวด้วยความกังวลตลอดหลายวันนางเฝ้าอยู่ข้างๆฟางเฉินตลอด“ข้าไม่เป็นอะไรเพียงแค่ใช้พลังดวงตามากเกินไปหน่อย” ฟางเฉินกล่าว“อย่างงั้นเหรอแล้วระเบิดที่เจ้าให้ข้ามาเจ้าไปเอามาจากใหนกันแน่ระเบิดนั่นสามารถสังหารระดับสวรรค์ลงได้มันไม่ใช่ธรรมดาๆแล้ว” เย่เซียนกล่าว“ถ้าข้าบอกเจ้าว่าข้าสร้างมันขึ้นมาเองเจ้าจะเชื่อหรือเปล่า” ฟางเฉินกล่าว“เชื่อสิเพราะเจ้าไม่เคยโกหกข้าอยู่แล้ว” เย่เซียนกล่าว“อะแฮ่ม!!!! หยุดหวานกันได้แล้ว เอาละในเมื่อน้องชายฟางเฉินฟื้นแล้วข้าเองก็อยากจะรู้เรื่องระเบิดนั่นเหมือนกัน” อู่เย่หลานเข้ามาในห้องของฟางเฉินแล้วได้ยินทั้งสองคุยกันจึงอยากรู้เรื่องราวเช่นกัน“เรื่องนี้ทางนิกายให้ปิดเป็นความลับเพราะงั้นพวกท่านอย่าไปบอกใครแม้แต่คนในตระกูลของพวกท่านก็ตามเพราะไม่อย่างงั้นข้าอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้” ฟางเฉินกล่าว“ถ้างั้นเจ้าก็ไม่ต้องบอกเพราะถ้ามันร้ายแรงถึงขั้นนั้นข้าเองก็ไม่อยากรับรู้แล้วรอวันที่นิกายพร้อมเปิดเผยค่อยถามเจ้าก็ยังไม่สาย” อู่เย่หลานกล่าว“ขอบคุณพี่สาวเย่หลานที่เข้าใจ” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินก็พักฟื้นตลอดการเดินทางเมื่อเวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือนพวกฟางเฉินก็ได้กลับมาถึงนิกาย และจากนั้นพวกฟางเฉินก็ตรงไปรับรางวัลภารกิจและแยกย้ายกัน อู่เย่หลานไม่ได้รายงานเรื่องของลัทธิเทพอสูรให้จำหนักภารกิจฟังแต่นางเลือกที่จะรายงานให้กับราชาเซียนเฉิงอู่ฟังแทน และทางด้านฟางเฉินเองก็ได้รายงานให้กับอาจารย์ของตัวเองฟังเช่นกัน“ศิษย์น้องเจ้าเกิดใสในดวงชะตาอะไรกันแน่ ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใหนย่อมเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่นั่นตลอด” หยานมู่กล่าว“ข้าเองก็ไม่คิดว่าปัญหามากมายจะขยันวิ่งมาหาข้าแบบนี้” ฟางเฉินกล่าว“เรื่องนี้เป็นปัญหาร้ายแรงและมันไม่ใช่แค่นิกายของเรากองกำลังอื่น ๆเองก็ต้องตื่นตระหนกกับข่าวนี้แน่” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ท่านอาจารย์หมายความว่ายังไง” ซวนนู่กล่าว“เจ้าอาจจะยังไม่รู้หลายปีมานี้ลัทธิเทพอสูรนั้นนิ่งเงียบไม่เคลื่อนใหวมานานและอยู่ ๆพวกมันก็ปรากฎตัวและยังเป็นเวลาเดียวกันที่พวกอสูรแมลงกินคนปรากฎตัวอีกด้วยพวกเจ้าคิดว่ามันไม่แปลกเหรอ” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ท่านอาจารย์จะบอกว่าพวกมันอาจจะร่วมมือกันทำการใหญ่งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าว“นั่นแหละที่ข้ากังวล ช่วงนี้พวกเจ้ารีบบ่มเพาะให้เร็วที่สุดเพราะไม่รู้ว่าพวกอสูรแมลงกินคนจะปรากฎที่ชายแดนของพวกเราเมื่อไหร่ โดยเฉพาะเจ้า 4 เจ้า 5 พวกเจ้านั่นหยุดนิ่งมาหลายปีควรจะรีบๆทะลวงระดับได้แล้ว” ราชาเซียนเจ้าจีกล่าวและจากไปทันทีฟางเฉินที่พักฟื้นจนหายดีแล้วก็เริ่มฝึกฝนทักษะอย่างบ้าคลั่ง ด้วยการต่อสู้ที่ผ่านมาฟางเฉินได้รับรู้ว่าความสามารถของตัวเองยังต่ำเกิดไป ต่อให้มีจิตวิญญาณระดับเทวะอยู่กับตัวแต่กลับไม่สามารถดึงพลังของจิตวิญญาณออกมาใช้ได้มันก็เท่านั้นหลังจากนั้นไม่นานทางนิกายได้เรียกผู้อาวุโสทุกตำหนักเข้าประชุมพร้อมกับเริ่มให้มีการตรวจสอบพวกลัทธิเทพอสูรอย่างใกล้ชิดเพราะด้วยสถานการ์ในตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกอสูรแมลงกินคนจะเคลื่อนใหวตอนใหนทางนิกายพฤกษาครามได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการปรากฎตัวของลัทธิเทพอสูรให้กับขุมอำนาจอื่น ๆจากทุกทวีปได้รับรู้เพราะสำหรับพวกเขาลัทธิเทพอสูรเองก็เป็นฝันร้ายไม่แพ้เหล่าอสูรเลยทางด้านฟางเฉินเมื่อได้รับรู้ว่าเย่เซียนไปถึงระดับสวรรค์แล้วฟางเฉินก็ฝึกฝนอย่างหนักยิ่งขึ้น ทางราชาเซียนเต้าจีเองก็คอยชี้แนะและฝึกฟางเฉินอย่างใกล้ชิดเช่นกัน เวลาผ่านไป 2 3 เดือนฟางเฉินก็ทะลวงระดับได้อีกขั้น แต่ฟางเฉินก็ยังไม่พอใจและยังฝึกต่อย่างบ้าคลั่งจนกระทั้งฟางเฉินสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสวรรค์ได้หลังจากฝึกฝนมา 5 เดือน“เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ ตอนนี้พลังของเจ้าน่าจะพอเอาตัวรอดได้บ้างแล้ว” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ศิษย์ต้องขอบคุณท่านอาจารย์อย่างยิ่งที่คอยชี้แนะศิษย์ตอลด 5 เดือน” ฟางเฉินกล่าว“ไม่เป็นอะไร แต่ว่าเฉินเอ๋อ อาจารย์จะสามารถช่วยเหลือเจ้าได้เพียงแค่นี้เพราะในระดับสวรรค์นี้เจ้าจะต้องเตรียมพร้อมให้ดีเพราะเมื่อเจ้าไปถึงระดับกึ่งเซียนเจ้าไม่เพียงแต่ต้องการทรัพยากรแต่ยังต้องฝึกฝนกฎสายเซียนให้ได้อีกด้วย” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ศิษย์เข้าใจแล้ว” ฟางเฉินกล่าวเรื่องนี้ฟางเฉินศึกษามาพอควรแล้วเพราะตอนนี้หยานมู่และเหิงซานเองก็กำลังมีปัญหาเรื่องนี้เช่นกันทั้งสองต่างก็ต้องฝึกฝนกฎสายเซียนให้กลายเป็นรูปร่างจึงจะสามารถกลายเป็นเซียนได้“ในระดับครึ่งเซียน จำเป็นต้องอนุมานกฎสายเซียนที่เจ้าบ่มเพาะให้ได้อย่างน้อย 100 สาย และยิ่งพลังบ่มเพาะหลายชนิดกฎสายเซียนที่จะต้องเรียนรู้ก็มากยิ่งขึ้น อย่างของเจ้าตอนนี้ที่อาจารย์เห็นคือ พลังดวงตา ดาบ และเปลวเพลิง ทั้งสามสิ่งที่คือสิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องเรียนรู้กฎสายเซียนให้ได้ ทั้งหมดอย่างละ 100 หรือก็คือ ทั้งหมด 300 กฎสายเซียนและระดับครึ่งเซียนก็แบ่งออกเป็นกฎเซียน 30 สายแรกคือขั้นต้น 60 สายคือขั้นกลาง 90 คือขั้นสูงสุด และ 100 คือขั้นสูงสุดและเมื่อมาถึงขั้นที่สูงสุดเจ้าจะต้องทำให้กฎสายเซียนทั้ง 100 สายกลายเป็นรูปร่างขึ้นมาจึงจะสามารถกลานเป็นเซียนได้” ราชาเซียนกล่าวอธิบายให้ฟางเฉินฟัง“กฎสายเซียนงั้นเหรอ พลังที่ข้าฝึกฝนคือสามอย่าง ดวงตา ดาบ เพลิง ทั้งสามสิ่งนี้คือพลังหลักของข้า ไม่สิยังเหลืออีก 1 ทักษะด้ายสังหาร ข้าเองก็ฝึกฝนทักษะด้ายอยู่เพราะงั้นข้าไม่ได้มีแค่สามกฎเซียน แต่มี สี่กฎเซียนที่ต้องฝึก” ฟางเฉินคิดหลังจากมาถึงระดับสวรรค์แล้วฟางเฉินก็สามารถสร้างระเบิดเพลิงวินาศที่ทรงพลังขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ และในด้วยความอยากรู่อยากเห็นฟางเฉินจึงต้องนำวัตถุดิบมากมายมาทดลองสร้างระเบิด แต่ผลออกมาไม่ได้เป็นที่น่าพอใจนักเพราะยังหล่อหลอมไม่เสร็จพวกมันก็ระเบิดออกมาทุกครั้งและเมื่อเกิดการระเบิดตำหนักของราชาเซียนก็จะสั่นใหวทำให้หยวนมู่และเฟิงซานที่กำลังบ่มเพาะอยู่ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและเข้ามาข้อร้องฟางเฉินให้ไปทดลองสร้างระเบิดข้างนอกฟางเฉินจึงไม่มีทางเลือกที่ต้องสร้างโลกหลอมของตัวเองข้างนอกและให้ซวนนู่มาช่วยสร้างค่ายกลป้องกันภายในโรงหลอมอีกที ในตอนนี้บรรยากาศในนิกายยังคงสงบแต่ในไม่ช้าการประลองประจำปีของนิกายก็มาถึง