ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองศิลาขาวอีกครั้ง เมื่อสองยอดฝีมือผู้เป็นตัวแทนของธาตุ "ไฟ" และ "เจตจำนง" ก้าวขึ้นมายืนประจันหน้ากัน
หลิวหรูเยียน (อันดับ 6) ในชุดสีแดงเพลิงที่เริ่มขาดวิ่นจากการต่อสู้รอบก่อน ยืนตระหง่านด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิตวิญญาณของนางกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เบื้องหน้าของนางคือ หลี่มู่ไป๋ (อันดับ 2) ชายหนุ่มชุดดำผู้กอดกระบี่ "บุปผาเหมันต์" แนบอก ท่วงท่าของเขาผ่อนคลายราวกับยืนชมจันทร์ แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับคมกริบจนบาดผิว
"เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเจ้าชนะข้าไม่ได้..."
หลี่มู่ไป๋เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พลังปราณของเจ้าพร่องไปมากจากการสู้กับเหยียนเลี่ย... ยอมแพ้ซะเถอะ ข้าไม่อยากทำร้ายสตรี"
หลิวหรูเยียนยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามและหยิ่งทะนง
"ข้ารู้... ว่าท่านคือกำแพงที่สูงเสียดฟ้า พี่ชายหลี่"
นางกระชับด้ามกระบี่หงส์เหินในมือแน่น
"แต่ถ้าข้าถอยตอนนี้... ข้าก็ไม่มีหน้าไปยืนเคียงข้างเขา"
สายตาของนางปรายไปมองเย่หวงที่ยืนกอดอกดูอยู่ข้างเวทีเพียงชั่วครู่
"ข้าไม่อยากเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันที่รอให้เขาปกป้อง... ข้าอยากเป็นปีกที่จะพยุงเขาขึ้นสู่ท้องฟ้า!"
"ดังนั้น... ชักกระบี่ของท่านออกมาซะ!"
หลี่มู่ไป๋เลิกคิ้ว แววตาที่เคยเบื่อหน่ายเริ่มฉายประกายสนใจ "จิตใจดี... งั้นก็แสดงให้ข้าดูหน่อย ว่าปีกของเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน!"
พรึ่บ!
หลิวหรูเยียนไม่รอช้า นางรู้ดีว่าการยื้อเวลาคือความพ่ายแพ้ นางตัดสินใจทุ่มเททุกสิ่งที่มีในการโจมตีครั้งนี้ นิ้วมือเรียวยาวกดลงที่จุดชีพจรกลางหน้าอก กระตุ้น "โลหิตบริสุทธิ์" (Blood Essence) ให้เผาผลาญ!
นี่คือวิชาต้องห้ามที่แลกมาด้วยพลังชีวิตบางส่วน เพื่อเร่งเร้าพลังสายเลือดให้ถึงขีดสุดชั่วคราว
"อึก..." เลือดสีสดไหลซึมที่มุมปาก แต่นัยน์ตาของนางกลับสว่างวาบเป็นสีทองอร่าม
ตูมมมมมม!
เปลวเพลิงที่ระเบิดออกมาจากร่างหลิวหรูเยียนไม่ใช่สีทองอีกต่อไป... มันแปรเปลี่ยนเป็น "สีขาวบริสุทธิ์" (White Flame) ความร้อนของมันมหาศาลจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว พื้นหินลานประลองเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวา
"นั่นมัน... ไฟวิญญาณขาว!"
ผู้ชมรอบสนามอุทานด้วยความตกตะลึง แม้แต่เย่หวงยังต้องขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วง
"รับมือ!"
หลิวหรูเยียนคำรามก้อง ร่างของนางลอยตัวขึ้นกลางอากาศ เปลวเพลิงสีขาวก่อตัวเป็นรูปร่างพญาหงส์ขนาดยักษ์ที่กางปีกปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า
"เคล็ดวิชาลับ - หงส์ขาวจุติ (White Phoenix Incarnation)!"
นางพุ่งดิ่งลงมาพร้อมกับกระบี่ พลังทำลายล้างทั้งหมดถูกอัดแน่นอยู่ที่ปลายดาบเดียว หมายจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้กลายเป็นจุณ
หลี่มู่ไป๋เงยหน้ามองคลื่นความร้อนสีขาวที่กำลังกดทับลงมา สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นจริงจังถึงขีดสุด
"ยอดเยี่ยม... ไฟระดับนี้ ถ้าข้ายังออมมือ ข้าคงได้กลายเป็นไก่ย่างแน่"
มือขวาของหลี่มู่ไป๋จับที่ด้ามกระบี่... และครั้งนี้ เขาไม่ได้แค่ดันมันออก แต่เขา "ชัก" มันออกมาจนสุด!
ชิ้งงงงง!
เสียงกระบี่ออกจากฝักดังกังวานใสยิ่งกว่าเสียงระฆังแก้ว แสงสีเงินยวบยาบสว่างวาบขึ้นตัดกับแสงสีขาวของเปลวเพลิง
หลี่มู่ไป๋ตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว... เรียบง่าย ไร้ลวดลาย แต่แฝงด้วยความเข้าใจในวิถีแห่งดาบขั้นสูงสุด
"กระบี่คลั่ง - ตัดนภา (Heaven Severing Slash)"
คลื่นกระบี่สีเงินพุ่งสวนขึ้นไปเป็นเส้นตรง มันบางเฉียบดุจเส้นด้าย แต่คมกริบจนสามารถตัดผ่านได้แม้กระทั่ง "แนวคิด" ของสสาร
ฟึ่บ...
ไม่มีเสียงระเบิดตูมตาม มีเพียงเสียงเบาๆ เหมือนกระดาษถูกฉีก คลื่นกระบี่สีเงินผ่ากลางร่างพญาหงส์เพลิงสีขาว แยกเปลวเพลิงอันบ้าคลั่งออกเป็นสองซีกซ้ายขวาอย่างหมดจด ราวกับโมเสสแหวกทะเลแดง
เปลวเพลิงสีขาวที่ถูกผ่าแยกออก พุ่งผ่านร่างของหลี่มู่ไป๋ไปปะทะกับม่านพลังป้องกันด้านหลังจนสั่นสะเทือน แต่ตัวเขาเองกลับไร้รอยขีดข่วน
หลิวหรูเยียนที่พุ่งลงมาพร้อมกระบี่ ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เพราะปลายกระบี่ "บุปผาเหมันต์" ของหลี่มู่ไป๋... จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนาง ห่างเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ความร้อนจางหายไป... เหลือเพียงความเย็นเยียบของคมดาบและความเงียบสงัด
หลิวหรูเยียนหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าซีดเผือดจากการเผาผลาญพลังชีวิต แววตาของนางสั่นระริก จ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้า
"ข้า... แพ้แล้ว"
หลี่มู่ไป๋ค่อยๆ ลดกระบี่ลง แล้วเก็บเข้าฝัก คลิก
"ไฟของเจ้าร้อนแรงมาก..."
หลี่มู่ไป๋เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ข้าต้องใช้กระบวนท่าที่แรงที่สุดเพื่อหยุดมัน... หลิวหรูเยียน เจ้าไม่ใช่หงส์ปีกหัก แต่เจ้าคือพญาหงส์ที่กำลังจะกางปีกบิน"
"จงภูมิใจเถิด เจ้าคือสตรีที่แข็งแกร่งที่สุดที่ข้าเคยประมือด้วย"
คำชมจากปาก "กระบี่คลั่ง" ผู้ไม่เคยชมใคร ทำให้เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วลานประลอง เป็นเกียรติยศของผู้แพ้ที่สมศักดิ์ศรีที่สุด
หลิวหรูเยียนยิ้มทั้งน้ำตา นางหันไปมองเย่หวงที่ขอบสนาม เย่หวงไม่ได้พูดอะไร แต่เขายกนิ้วโป้งให้นาง พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นและภูมิใจอย่างที่สุด
ผู้ชนะ: หลี่มู่ไป๋! (ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย)
เจ้าหน้าที่สนามรีบเข้ามาเคลียร์พื้นที่และซ่อมแซมลานหินที่ถูกหลอมละลาย บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เพราะคู่ต่อไป คือคู่หยุดโลกที่ทุกคนรอคอย
[เย่หวง] ปะทะ [ไป๋เสวี่ย]
ม้ามืดผู้ล้มยักษ์ ปะทะกับ ธิดาเหมันต์อันดับ 3 สายฟ้า ปะทะ น้ำแข็ง
เย่หวงลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเล็กน้อยพลางเดินขึ้นเวที ในมือของเขาถือ "พัดกระดาษราคาถูก" (ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านค้าเบ็ดเตล็ดในราคา 10 อีแปะ) โบกสะบัดไปมาด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท ขัดกับบรรยากาศตึงเครียดโดยสิ้นเชิง
"เอาล่ะ... ถึงตาพระเอกออกโรงบ้างแล้ว"
ที่อีกฝั่งหนึ่ง ไป๋เสวี่ยเดินขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของนางทิ้งรอยน้ำแข็งไว้บนพื้น ดวงตาคู่สวยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี จ้องมองเย่หวงราวกับจะแช่แข็งวิญญาณเขา
"คนเจ้าสำราญ..."
ไป๋เสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ มองพัดกระดาษโง่ๆ ในมือเขาด้วยสายตาดูแคลน
"ข้าจะทำให้รอยยิ้มบนหน้าเจ้าแข็งค้างไปตลอดกาล"
เย่หวงหัวเราะ หุบพัดกระดาษดัง พรึ่บ แล้วชี้ไปที่นาง
"แหม... แม่นางไป๋ อย่าทำหน้าดุสิ เดี๋ยวตีนกาถามหานะ ยิ้มหน่อยน่า... โลกสดใสขึ้นเยอะเลยนะ"
ดวงตาของไป๋เสวี่ยกระตุกวูบ ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิลดฮวบ
สงครามระหว่างสองธาตุที่รุนแรงที่สุด... กำลังจะเริ่มขึ้น!