หลานหลิงเดินฝ่าสายน้ำด้วยความยากลำบากแต่ในหัวเขากำลังหาทางออกให้กับตัวเองไม่ยอมหยุดนี่เป็นนิสัยประจำตัวของหลานหลิงไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรเขามักจะหาทางออกที่ง่ายเอาไว้ก่อนเสมอๆ
แม้สำหรับโลกบำเพ็ญเพียรเขาอาจจะเป็นเด็กน้อยไม่รู้อะไรแต่ในโลกที่เขาจากมานั้นเขาได้เห็นได้ผ่านอะไรมามากมาย หลานหลิงเคลื่อนไหวช้าลง ๆแต่ปราณวิญญาณของหลานหลิงกลับไหลเวียนเร็วขึ้นสำหรับหลานหลิงแล้วระดับปราณวิญญาณของเขาเทียบกวงตงหรือหงลี่ใกล้เคียงกันแทบไม่ติดเพราะเขาไม่เคยฝึกฝนเพิ่มพูนพลังปราณวิญญาณเป็นประจำแต่หากวัดกันเฉพาะความละเอียดอ่อนในการควบคุมนั้นก็ไม่แน่เพราะหลานหลิงชอบใช้ปราณวิญญาณในการทุ่นแรง หาทางลัดเสพสุขจากความสบายในการใช้ปราณดำเนินชีวิตประจำวันเสมอมา
หากจะให้เขาใช้ปราณวิญญาณสร้างอภินิหารอลังการเขาทำไม่ได้แน่แต่สิ่งที่เขาทำแม้อาจจะลำบากอยู่บ้างแต่ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้หลานหลิงมองไปยังโค้งน้ำอันแสนไกลขนาดแค่มองยังเหนื่อยใจในหัวเขาก็ผุดภาพขึ้นมาภาพของวัตถุทรงกระบอกปลายมนสีดำมะเมื่อมขนาดใหญ่แต่กลับเคลื่อนที่ไวอยู่ใต้น้ำ
กระแสปราณวิญญาณของเขาค่อยๆ ขยายออกไปรอบกาย หลานหลิงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะสองมือประกบกันหากเป็นชีวิตเดิมของเขาใครผ่านไปผ่านมาเห็นชายคนหนึ่งกำลังยืนทำท่าเช่นนี้อยู่กลางน้ำจะต้องคิดว่าเป็นพวกล้าหลังทางใต้กำลังบูชาดวงอาทิตย์หรือทำอะไรสักอย่างอยู่แน่นอน
แต่พวกเขาย่อมไม่เห็นกระแสปราณวิญญาณที่หลานหลิงขยายออกมารอบกายหลานหลิงพยายามเพิ่มพลังปราณวิญญาณจากปลายนิ้วจรดข้อเท้าได้เต็มที่เพียงสองชุน [1] เท่านั้น นี่เป็นขีดจำกัดของเขาแล้วไม่กล้าเสียเวลาอีกต่อไปเขาพุ่งลงไปในน้ำทันที
ปึง! เสียงทึบหนัก ๆดังเข้ามาเต็มสองรูหูของหลานหลิงใบหน้าของเขาเป็นแดงระเรือขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความอับอาย ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเห็นนั่นเพราะว่าเขาพุ่งลงไปในน้ำตื้นที่เขาสามารถยืนไว้ได้แต่ตอนนี้จะมาทำตัวเป็นปลาผลปรากฏว่ากระแทกเข้ากับท้องธารเต็มกำลัง ยังดีที่เขาใช้ปราณวิญญาณกระจายอยู่รอบตัวเลยไม่เป็นอะไรนักที่หนักคือด่าตัวเองนี่แหละ ทำไมมันโง่นัก
ตกใจได้ไม่นานเขาก็รีบทำสมาธิที่เท้าทั้งสองของเขาปราณวิญญาณก็แปรสภาพกลายเป็นตีนเป็ดเพิ่มแรงพลักและควบคุมทิศทางไปยังเขตน้ำลึกในทันที
ได้ผลดีกว่าที่คิดไว้หลานหลิงพุ่งไปใต้น้ำด้วยความรวดเร็ว เขาดีใจจนยิงฟันแต่ไม่นานใบหน้าเขาก็เริ่มแดงขึ้นแดงขึ้นเขาพุ่งขึ้นจากน้ำด้วยความรวดเร็วก่อนจะทะยานพ้นน้ำขึ้นมาอ้าปากหอบหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
นึกว่ารอดแล้วแต่ไม่ใช่พอขึ้นพ้นน้ำมากระแสน้ำลึกและไหลเชี่ยวก็พัดพาหลานหลิงย้อนกลับไปทางเดิมหลานหลิงรีบตะเกียกตะกายไปทางน้ำตื้นทันทียังดีปราณของเขายังเพียงพอสำหรับทำตีนกบแม้จะทุลักทุเลเขาก็พาตัวเองไปเขตน้ำตื้นได้
แม้หลานหลิงจะมั่นใจตัวเองในการควบคุมปราณวิญญาณแต่การแผ่ปราณออกไปเป็นเวลานานๆ ก็แทบไม่ต่างจากการฝึกหนักเลยแม้แต่น้อยมันก็คือการรีดเค้นปราณวิญญาณที่ตนเองสะสมเอาไว้ออกมาจนหมดอย่างรวดเร็วนี่เอง
ภารกิจโกงการฝึกล้มเหลว
หันกลับไปมองพบว่าเขาว่ายทวนน้ำมาได้ราวหนึ่งลี้เท่านั้นโค้งแม่น้ำยังเหลืออีกระยะทางอีกกว่าสองลี้เลยทีเดียวหลานหลิงปล่อยตัวนอนลงไปริมแม่น้ำครึ่งร่างของเขายังจมอยู่ในน้ำด้วยเพราะไข่อะไรนั่นของหงลี่จะปริแตกเมื่อมันถูกดึงพ้นเหนือน้ำขึ้นมา
หลานหลิงปล่อยตัวตามสบายดึงดูดปราณรอบๆ กายเข้าไปในร่างกายสำหรับเขาแล้วปราณวิญญาณพวกนี้เขามองเป็นเครื่องมือที่สะดวกสบายอย่างหนึ่งเมื่อเข้าร่างมาก็ออกไปมีลดได้ก็เพิ่มได้ เขาไม่จำเป็นต้องกลัว
ที่หลานหลิงสังเกตเห็นผลมากที่สุดในการฝึกหลายวันมานี้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของร่างกายแต่เป็นความรวดเร็วในการฟื้นฟูพลังของตนเองด้วยเหตุที่หงลี่พยายามรีดเค้นพลังปราณของหลานหลิงจนหยดสุดท้ายในทุก ๆ วัน
อย่างเช่นวันแรก ๆปราณวิญญาณของเขาถูกรีดเค้นจนหมดไวมาก บอกตรง ๆว่าแม้แต่คนหน้าด้านอย่างหลานหลิงยังต้องอับอายเมื่อเห็นสายตาดูถูกของหงลี่ส่วนตอนนี้น่ะหรือ หึหึโดนรีดหมดช้ากว่าเดิมอยู่บ้างแต่อาศัยว่าตนเองฟื้นฟูไวหลานหลิงถึงกู้หน้าของเขาขึ้นมาได้บ้างในสายตาหงลี่
ไม่นานหลานหลิงก็ฟื้นฟูพลังปราณวิญญาณได้เพียงพอหนทางการโกงการฝึกของเขาก็ดำเนินต่อไป
"หืม?"ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามหงลี่ก็เห็นหลานหลิงเสนอหน้าเข้ามาในสายตาสภาพของเขาต้องบอกว่าดูไม่จืดเป็นอย่างมาก
"ช้าจริงข้ารอจนหลับไปตื่นหนึ่งทีเดียว" หงลี่กล่าวเห็นเพียงหลานหลิงทำปากขมุบขมิบก็อดขำไม่ได้ นางจึงกระโดดลงไปในน้ำ"มาดูสิว่าไข่เป็นอย่างไร ยังอยู่ดีหรือไม่"
หลานหลิงกอดอกยกเท้าขึ้นสูงไปทางนางเชือกที่ผูกกับไข่ยังยาวพอจะอยู่ใต้น้ำทำให้ไข่ไม่แตกออก
"อืมอืม.." หงลี่ยิ้มแล้วพยักหน้า "ใช่ได้นี่ไข่ของงูน้ำยังอยู่ดีหลานหลิงเจ้าทำได้ดีมาก"
"อืมอืม.." หลานหลิงทำเสียงเลียนแบบ "ทีนี้ให้ข้าพักได้หรือยังข้าไปนอนก่อนนะ" หลานหลิงจะเดินผ่านไปแต่หงลี่จับไหล่เขาเอาไว้เสียก่อน
"เจ้า...มีอะไรหรือ"หลานหลิงยิ้มสู้ทั้ง ๆ ที่ในใจแอบรู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง
หงลี่ถืออะไรบางอย่างขึ้นมา"หึหึ รู้หรือไม่สิ่งนี้คืออะไร"
"หือ?"หลานหลิงก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือหงลี่นั้นคือเชือกที่ผูกไข่งูน้ำกับข้อเท้าของเขาเอาไว้ด้วยดวงเนตรของเขาสามารถเห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นเชือกสานธรรมดาทั่วไปออกจะดูเป็นเชือกที่ทำขึ้นหยาบ ๆ อยู่บ้างด้วยซ้ำ
"เจ้าดูนี่"หงลี่ทำสีหน้าของผู้ชนะชี้ไปที่จุดจุดหนึ่งหลานหลิงเห็นสีสันที่ต่างออกไปจากเส้นเชือกส่วนใหญ่แต่แล้วมันทำไมหรือสิ่งนี้ไม่มีอะไรบ่งชี้เลยว่าเป็นของวิเศษ
"ฮี่ฮี่นี่คือด้ายไหมคราม มีขายแค่ในเมืองใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะหากด้ายไหมครามสัมผัสปราณวิญญาณเมื่อไหร่มันจะขาดออกจากกันทันทีเจ้าดูนี่สิขาดกระจุยเลยเห็นหรือไม่ ข้าบอกให้เจ้าฝึกเพิ่มพละกำลังทำลายขีดจำกัดแต่เจ้ากลับใช้พลังปราณทุ่นแรง หึ..หึ..หึ.."
"มะ...แม่นางหง"หลานหลิงยิ้มประจบ
"ไปฝ่าแม่น้ำมาใหม่" หงลี่ตัดจบ
หนึ่งชั่วยามผ่านไปกวงตงก็กลับมาเห็นหลานหลิงหลับเป็นตายขนาดที่ว่าแม้เขาจะเข้าไปใกล้ก็ไม่ยอมตื่นซึ่งผิดปกติมาก
"ดูพวกเจ้าจะฝึกฝนกันหนักไม่ใช่น้อยทำอะไรลงไปกันละนี่" กวงตงถามด้วยความประหลาดใจ
"ฮึก็เจ้านี่ดันแอบใช้ปราณวิญญาณโกงการฝึก ข้ามองออกหมดแล้วชอบฉวยโอกาสหาหนทางสะดวกสบายทุกครั้งไปข้าเลยทำโทษให้ไปเริ่มใหม่น่าจะเข็ดบ้างแล้วกระมัง"
กวงตงเพียงยิ้ม ๆไม่ได้ตอบอะไรกลับไปจมูกได้กลิ่นยาสมุนไพรสำหรับฟื้นฟูร่างกายที่ดูจะต้มนานเกินไปเสียหน่อยลอยมาจากเตาตรงหน้าหงลี่นั่งได้ไม่นานหลานหลิงก็ตัวกระตุกสองสามครั้งก่อนจะกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
"ตื่นแล้วหรือ"กวงตงทัก หลานหลิงทำท่าจะกลับไปนอนต่อก่อนจะถูกกวงตงลากมานั่งเรียนต่อในทันที
ถึงหลานหลิงจะต่อรองช่วงเวลาพักฟื้นมาได้แต่แท้จริงแล้วเป็นช่วงเวลาที่เขาถูกจับมานั่งศึกษาเรื่องของโลกบำเพ็ญเพียรด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นเป็นประจำมาคิดดูแล้วการฝึกนี้นรกกว่าที่เขาคิดต่อรองไว้เยอะเลย
"น้องชายหลานก็ฝึกร่างกายมาสักพักแล้วตอนนี้เรามาพูดเรื่องสายการต่อสู้กันดีกว่า" กวงตงกล่าวนำ
เชิงอรรถ
1. ^1 ชุนเท่ากับ 1 นิ้ว หรือ 3.33 เซนติเมตร