'จวนสกุลจ้าว'
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องประชุมใหญ่จวนสกุลจ้าว จ้าวเว่ยนั่งหัวโต๊ะเช่นเดิม ซิ่วอิงนั่งถัดไปด้านขวามือ ส่วนคนอื่นๆนั่งประจำที่เดิมเช่นทุกครั้ง คล้ายเป็นรูปแบบการนั่งประชุมไปแล้วโดยปริยาย ที่เพิ่มขึ้นมาคือกลุ่มเขี้ยวหมาป่าของซุ่นจิน ที่นั่งเรียงต่อกันไปทั้งสองด้าน
พ่อบ้านและสาวใช้เมื่อรินน้ำชาเรียบร้อยพากันออกไป
ซิ่วอิงจิบชามองระดับพลังปราณของทุกคนอย่างพอใจ จ้าวเว่ย ตงห่าว ซุ่นจิน และหลานอิง ทุกคนอยู่ในระดับปฐพีขั้นกลาง ที่น่าแปลกใจคือหลานอิงที่เพิ่มถึง 2 ระดับ นี่คงเป็นพรสวรรค์ของกายาเหมันต์
ฟู่หมิง จางเฉิน หลิวหยวนและทุกคนอยู่ในระดับปฐพีขั้นต่ำ มีเพียงเหม่ยหลินและอีก 3 คนจากกลุ่มเขี้ยวหมาป่า อยู่ในระดับยอดยุทธขั้นสูง
" อืม.. ทุกท่านรู้สึกเช่นไรกันบ้าง"
" ฮ่ะๆๆ.. นายน้อยเหตุใดยังต้องถาม พวกข้าทุกคนล้วนยินดีหาอันใดเปรียบมิได้เลยละ.. "
ตงห่าวพูดพลางหัวเราะลั่นเช่นเดิม ทุกคนยิ้มกว้างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
" ท่านลุงตง.. วันนี้ข้าขอบคุณท่านที่ชักชวนสหายมาร่วมกับพวกเราได้ "
เมื่อซิ่วอิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นนี้ ทุกคนที่เคยเข้าร่วมประชุมรับรู้ได้ทันทีว่า นายน้อยของพวกเขาเข้าสู่ตัวตนจอมบงการ ตรวจผลงานประจำวันแล้ว
" นายน้อย.. ข้าชักชวนสหายได้เพียง 9 คน ต้องขออภัยด้วยที่ข้าทำไม่ได้เหมือนเช่นบิดาท่าน.. ฮ่ะๆๆ"
ตงห่าวกล่าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะประจำตัว
" หึๆ.. ตงห่าวเจ้าเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ.. "
'ฮ่ะๆๆๆ'
คำพูดของจ้าวเว่ยเรียกเสียงหัวเราะลั่นห้อง เพราะทุกคนทราบดีถึงเรื่องที่ตงห่าวพูดออกมา เพราะเขาถูกจับตัวนายน้อยจึงได้คนเข้าร่วมจำนวนมาก
ซิ่วอิงรอจนเสียงของทุกคนเงียบลง แล้วเอ่ยขึ้นว่า
" ท่านอาฟู่.. การก่อสร้างที่เขามรกตนอกเมือง คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว"
" เรียนนายน้อย.. บ้านพักคนงานเสร็จไป 100 ห้อง บ้านบนเนินเขาก็คืบหน้าไปมาก.. ส่วนห้องน้ำสร้างเสร็จเรียบร้อยและได้ให้คนงานทดลองใช้.. พวกเขาต่างบอกว่าใช้ดีมาก ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย"
การกล่าวรายงานด้วยท่าทางจริงจังของฟู่หมิง สร้างความแปลกใจให้กลุ่มของซุ่นจิน ที่เพิ่งเข้าร่วมประชุมครั้งแรกเป็นอย่างมาก เด็กสาวเยาว์วัยผู้งดงามคนนี้ ยามอยู่ในเวลาทำงานช่างทรงอำนาจน่าเกรงขามยิ่งนัก
" ดีมาก.. พี่สาวทั้งสอง.. ร้านขายโอสถปรับปรุงถึงไหนแล้ว"
ซิ่วอิงกล่าวกับฟู่หมิงจบ หันไปถามอวี้เหมยกับหลานอิง
" เสร็จเรียบร้อยแล้วนายน้อย พร้อมเปิดร้านได้ทุกเมื่อ"
อวี้เหมยเป็นผู้กล่าวตอบ ส่วนหลานอิงพยักหน้าเบาๆเช่นเดิม
" ถ้าเช่นนั้น.. พี่สาวอวี้พรุ่งนี้ท่านให้ช่างไปปรับปรุงจวนดอกไม้ได้เลย"
ซิ่วอิงเมื่อเห็นอวี้เหมยพยักหน้ารับทราบ จึงเอ่ยถามเหม่ยหลินเป็นคนต่อไป
" พี่สาวหลิน.. ท่านปรุงโอสถตามวิธีของข้าชำนาญขึ้นบ้างรึยัง.."
" เรียนนายน้อย.. สำหรับโอสถที่ต่ำกว่าระดับนภา ข้าสามารถปรุงจนชำนาญแล้ว.. แต่หากเป็นโอสถระดับนภาขึ้นไป ยังมีข้อผิดพลาดอยู่เล็กน้อย.."
เหม่ยหลินกล่าวด้วยสีหน้าภูมิใจ
" โอสถระดับนภา.. ท่านได้ใช้ส่วนผสมพิเศษที่ข้ามอบให้ไว้หรือไม่ " ส่วนผสมพิเศษที่ซิ่วอิงใช้ในการปรุงโอสถระดับนภาขึ้นไป คือน้ำทิพย์ดาราเจือจาง 1 ต่อ 100 ส่วนนั่นเอง
" เรียนนายน้อย.. ข้าทำตามสูตรของท่านทุกอย่าง.. แต่ยังไม่สามารถปรุงออกมาเต็มสิบส่วนได้ทุกเม็ด บางเม็ดได้แค่ 9 ใน 10 ส่วนเท่านั้นเอง"
การพูดคุยระหว่างซิ่วอิงกับเหม่ยหลิน สร้างความตกตลึงและแปลกใจให้ทุกคน พลางคิดในใจว่า
'นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ย.. ผู้ปรุงโอสถในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหยาง สำนักมังกรฟ้า หรือแม้กระทั่งผู้อาวุโสของหอโอสถ. พวกเขาปรุงได้เพียงแค่ระดับ 8 หรือ 9 ในสิบส่วน.. แต่พวกนางเรียกระดับนี้ว่าเป็นความผิดพลาด นี่พวกนางเป็นสัตว์ประหลาดแบบใดกัน'
" พี่สาวหลิน.. ในสองสามวันที่ผ่านมา ข้าเห็นชาวบ้านมากมายที่ไม่สามารถบ่มเพาะพลัง.. ข้าจึงคิดจะสร้างโอสถขึ้นมาชนิดนึง เรียกว่า 'โอสถสร้างรากฐานลมปราณ'.. "
" โอสถสร้างรากฐานลมปราณ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน"
เหม่ยหลินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ
" โอสถชนิดนี้.. ข้าเพิ่งค้นพบในองค์ความรู้ของอาจารย์เช่นกัน มันเป็นโอสถระดับต่ำสามารถสร้างตันเถียนจุดกำเนิดปราณ.. ส่วนประกอบหลักเป็นสมุนไพรราคาถูกที่หาได้ง่าย จึงสามารถขายให้แก่ชาวบ้านในราคาไม่แพงนัก เพราะมันไม่มีประโยชน์กับคนที่ฝึกปราณได้.. ข้าจะส่งมอบสูตรการปรุงโอสถให้ท่าน "
กล่าวจบซิ่วอิงชี้นิ้วไปยังกลางหน้าผากของเหม่ยหลิน แล้วถ่ายทอดวิธีการปรุงและส่วนผสมต่างๆให้ทันที ครู่นึงเหม่ยหลินเผยยิ้มของความยินดีออกมา แล้วกล่าวว่า
“ ขอบคุณนายน้อย..”
" พรุ่งนี้.. พี่สาวหลินกับพี่สาวอิง ไปหาซื้อสมุนไพรมาทดลองปรุงได้เลย"
" รับทราบนายน้อย" เหม่ยหลินกับหลานอิงรับคำพร้อมๆกัน
ซิ่วอิงพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นส่งสายตามองทุกคนแล้วกล่าวว่า
" อีกสองสามวันข้าจะเปิดร้านโอสถ ฝากทุกคนช่วยกระจายข่าวให้ได้มากที่สุด.. ประกาศไปเลยว่านายน้อยจ้าวซิ่วอิง ผู้ปรุงโอสถเหรียญตรามังกรฟ้า จะเปิดร้านขายโอสถตั้งแต่โอสถระดับต่ำถึงระดับนภา.. และที่สำคัญ.. โอสถที่วางขายมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนทุกเม็ด.."
" ทราบแล้วนายน้อย.. "
ทุกคนในห้องเอ่ยวาจารับคำพร้อมกัน
“ เอาละมีเพียงเท่านี้.. พวกท่านทุกคนดื่มกินพูดคุยกันต่อ ท่านลุงซุ่นจิน.. คืนนี้กลุ่มของท่านไปพักที่จวนดอกไม้ ส่วนท่านอาฟู่กับพวก จะกลับเขามรกตหรือพักที่นี่ก็แล้วแต่พวกท่าน หากจะพักในเมืองให้ไปที่เรือนโอสถ.. ข้าขอตัวก่อน..”
กล่าวจบซิ่วอิงลุกขึ้นกุมมือคำนับให้แก่ทุกคน แล้วเดินออกจากห้องกลับไปยังเรือนตนเอง เล่นกับน้องสาว เสี่ยวไป๋ และเสี่ยวอันอยู่หนึ่งชั่วยาม จึงบังคับให้น้องสาวนอน เมื่อเห็นว่าน้องสาวหลับไปแล้วจึงเข้าไปในมิติส่วนตัว
ในมิติส่วนตัว ซิ่วอิงอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อย จากนั้นเริ่มบ่มเพาะพลังปราณอย่างจริงจังอีกครั้ง ที่ผ่านมาระดับพลังของเธอนั้นเกินกว่าอายุไปมาก เพื่อมิให้ผู้ใดสงสัยจึงใช้ทักษะปกปิดระดับพลังของตัวเองไว้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบถึงพลังอันแท้จริงของเธอ
‘เมืองมังกรฟ้า’
ขณะเดียวกัน ภายในเมืองมังกรฟ้า เพราะเรื่องราวที่ซิ่วอิงสามารถรักษาอาการป่วยของนายน้อยไป่หลง บุตรชายท่านเจ้าเมืองและศิษย์หลักสำนักมังกรฟ้าได้สำเร็จ
อีกทั้งวันนี้เรื่องที่นายน้อยจ้าว 'จ้าวซิ่วอิง' บุกที่ทำการกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬเพื่อช่วยเหลือบิดา และสามารถช่วยเหลือออกมาได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนนั้น ล้วนเป็นเรื่องราวที่กล่าวขานไปทุกมุมเมือง ถึงแม้นพวกเขาจะไม่รู้เรื่องราวรายละเอียดของเรื่องทั้งหมด
รวมถึงปัญหาระหว่างนางกับตระกูลหยางที่เกิดขึ้น ทำให้ตระกูลใหญ่ทั้งสามที่เหลือ และกลุ่มอิทธิพลต่างๆภายในเมืองมังกรฟ้า ต่างพากันจับตามองตระกูลจ้าวอย่างจริงจังมากขึ้น
แม้ตระกูลจ้าวจะเป็นตระกูลที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ แต่สามารถผูกมิตรกับตระกูลเจ้าเมืองภายในเวลาอันรวดเร็ว พวกเขาจึงให้ความสำคัญไม่แพ้ตระกูลใหญ่อื่นๆเช่นกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ของทุกตระกูลนั้น ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าใดนัก อาจถึงขั้นแตกหักได้ตลอดเวลา พวกเขาจึงไม่สามารถเลือกจับมือกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้อย่างเด็ดขาด จึงจำเป็นต้องรอดูท่าทีของตระกูลหรือกลุ่มอำนาจอื่นไปก่อน
‘จวนตระกูลหยาง’
ณ จวนตระกูลหยาง ภายในห้องทำงานของผู้อาวุโส2 มีหนึ่งหนุ่มหนี่งสาวยืนคุยกับชายสูงวัย ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเอง หญิงสาวหน้าตางดงามเป็นผู้เอ่ยขึ้นว่า
" ท่านอาจารย์.. วันนี้พวกเราเสียหน้ายิ่งนัก นางเด็กคนนั้นรักษาคุณชายไป่หลงได้.. ข้าละแค้นใจจริงๆ "
เป็นหยางรั่วฉินคุณหนูใหญ่ที่กล่าวคำไม่พอใจออกมา
" น้องพี่.. ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้ปรุงโอสถระดับสูงจริงๆหรือ วันนั้นนางสวมหน้ากากอาจจะเป็นคนอื่นก็ได้"
คุณชายใหญ่หยางต้วนเฉิง เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ
" ไม่ผิดหรอกพี่ใหญ่.. เพราะนางยอมรับด้วยตนเอง อีกทั้งหน้ากากอันเล็กๆแบบนั้นจะไปปกปิดอะไรได้ ใครที่เคยพบเจอต้องจำนางได้ทุกคน"
หยางรั่วฉินกล่าวอย่างไม่ลังเล
" เรื่องปรุงโอสถนั้นเป็นเรื่องจริง ข้าเห็นมากับตาตนเอง.. แต่ที่น่าแปลกใจคือเหตุการณ์ที่นางบุกทหารรับจ้าง แล้วช่วยบิดาตนเองออกมาได้นี่สิ.. ข้าไม่เข้าใจเด็กสาวคนเดียว ถึงกับรับมือทหารรับจ้างเป็นร้อยได้อย่างไร หรือเจ้าเมืองจะไปช่วยนาง.."
ผู้อาวุโส2 กล่าวออกมาด้วยความสงสัย แต่หยางต้วนเฉิงกลับเอ่ยขัดขึ้นมาว่า
" ท่านผู้อาวุโส2.. จากข่าวที่สายลับรายงาน ผู้บัญชาการหลู่พาทหารไปช่วยนางด้วยตนเอง แต่เข้าไปไม่นานก็กลับออกมา.. ส่วนนางกลับอยู่ในที่ทำการทหารรับจ้างอีกนานถึงจะออกมา.. ในความคิดข้า.. นางอาจจะมีข้อตกลงบางอย่างกับคนพวกนั้นก็เป็นได้"
" อืม.. ที่คุณชายใหญ่พูดมาก็มีเหตุผล พวกเราคอยจับตาดูกันต่อไปเถอะ อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า.. หากนางมีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง อาจจะเกิดปัญหากับพวกเราได้ที่ไปมีเรื่องบาดหมางกับนาง.."
ผู้อาวุโส2 กล่าวอย่างผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
" อาจารย์.. แล้วที่เราขัดแย้งกับนางจะบอกท่านพ่อดีหรือไม่ "
หยางรั่วฉินเอ่ยถามออกมา
" ไม่.. เรื่องแค่นี้ไม่สมควรให้ผู้นำตระกูลรับรู้หรอก "
ผู้อาวุโส2 สรุปในที่สุด
‘จวนเจ้าเมืองมังกรฟ้า’
ณ จวนเจ้าเมืองมังกรฟ้า ในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าเมือง ชินฟ่านหลงนั่งดื่มชาพูดคุยกับฮูหยินและบุตรชาย ซึ่งส่วนใหญ่ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เช่นกัน
" อืม.. นังหนูจ้าวนี่ร้ายกาจจริงๆ เป็นทั้งผู้ปรุงโอสถเหรียญตราสูงสุด.. ทั้งเรื่องต่อสู้นางก็ไม่หวาดเกรงผู้ใด ข้าละถูกใจนางจริงๆ.. ฮ่ะๆๆ"
เจ้าเมืองชินกล่าวจบหัวเราะลั่นหัอง เขาไม่มีเรื่องสนุกตื่นตาตื่นใจแบบนึ้มานานแล้ว
" แต่ท่านพี่.. หากทหารรับจ้างพวกนั้นแกล้งยอมแพ้ แล้วมาทรยศนางทีหลังล่ะเจ้าคะ.. นางมิแย่หรือ.."
ฮูหยินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าร้อนใจด้วยความเป็นห่วง ชินไป่หลงเผยรอยยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงสาวน้อยคนนั้น แล้วกล่าวกับมารดาว่า
" เรื่องนั้นท่านแม่ไม่ต้องกังวล.. ตอนที่ข้าไปถึง.. นางจับคนพวกนั้นทำพันธสัญญานายบ่าวทั้งหมด อีกทั้งยังมอบโอสถระดับสูงให้คนพวกนั้น จนสามารถทะลวงระดับกันได้ทุกคน.. ข้าคิดว่า.. นางเป็นคนเก่งและฉลาดมาก ทั้งยังร้ายกาจพอตัวขอรับท่านแม่.."
ชินไป่หลงกล่าวด้วยสีหน้าชื่นชมในตัวซิ่วอิงอย่างเปิดเผย
" ฮ่ะๆๆ เจ้าชอบนางละสิถึงได้เอ่ยเช่นนี้.." เจ้าเมืองชินเอ่ยดักคอบุตรชาย
“ เอ่อ.. ขอรับท่านพ่อ”
คำรับสารภาพไม่อ้อมค้อมของบุตรชาย ทำเอาเจ้าเมืองกับฮูหยินหัวเราะออกมาพร้อมกัน
‘มิติส่วนตัวของซิ่วอิง’
‘ผ่านไป 2 เดือนในมิติ’
'อืมม.. ระดับยิ่งสูงยิ่งทะลวงยากจริงๆ เราสะสมพลังปราณมาเดือนนึงแล้ว แต่ยังตัดผ่านไประดับปฐพีขั้นสูงไม่ได้เลย'
ซิ่วอิงคิดในใจ ซึ่งหากมีใครรู้ความคิดของเธอคงได้กัดลิ้นตาย เพราะคนอื่นเขาใข้เวลาเป็นปีหรือหลายปีหากไม่มีโอสถช่วย แต่ซิ่วอิงอายุเพิ่ง14 ปีกว่าๆ กลับมีพลังปราณระดับนี้นี่ไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว
' เอาใหม่เราต้องฝ่าไปให้ได้.. ต่อไปต้องมีศัตรูที่ทรงพลังโผล่มาแน่นอน'
‘ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนในมิติ ’
'ปังงงงง'
'อ่า.. สำเร็จจนได้ เราทะลวงผ่านไปยังระดับปฐพีขั้นสูงได้แล้ว'
ซิ่วอิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ก่อนจะนั่งปรับลมปราณเพิ่มความเสถียรอีกหลายวัน เสร็จแล้วกระโดดลงในลำธาร ล้างเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยคราบไคลและสิ่งสกปรก ซึ่งถูกขับออกมาจากกระดูกและร่างกาย จากนั้นแต่งตัวเสร็จแล้วเริ่มปรุงโอสถอีกครั้งนึง ตอนนี้เธอมีคนใต้บังคับัญชาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นโอสถที่ใช้ต้องมากขึ้นตามไปด้วย
คืนนั้น ซิ่วอิงออกจากมิติส่วนตัวช่วงปลายยามอิ๋น (03.00- 04.59 น.) นั่งลงข้างเสี่ยวไป๋แล้วกอดซุกไปที่ตัวมัน ซึ่งเสี่ยวไป๋ก็ซุกไซร้ตัวเธอกลับเช่นกัน ก่อนจะหลับไปด้วยกันทั้งอย่างนั้น
……………………………..
+ ให้น้องได้นอนสบายสักคืน พรุ่งนี้ลุยยยยย.. +