บรรยากาศในตอนนั้นยังคงเงียบสงัด ตัวของหวงเยี่ยสูดลมหายใจเข้าออกลึกยาว ความร้อนเย็นชื้นและความสดชื่นจากสามธาตุไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างสมดุล กล้ามเนื้อ เส้นชีพจรโลหิต และเจตจำนงแห่งพลังสอดประสานกันโดยไร้ความติดขัด
【โฮสต์กำลังก้าวเข้าสู่สถานะผู้กลืนกินมังกรสามธาตุอย่างแท้จริง】
ไฟ น้ำ พฤกษา สามเสาหลักที่แตกต่างกันสุดขั้ว บัดนี้กลับรวมศูนย์อยู่ในร่างเดียวเลยก็ว่าได้
จนกระทั่งในที่สุด หวงเยี่ยก็ลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ แสงในดวงตาคู่นั้นลุ่มลึก ประหนึ่งทะเลสาบยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงดารา
ก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ท่วงท่าเรียบง่าย ทว่าแฝงความสง่างามอันเกิดจากพลังที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นภายใน
เฉินอี้หานและหลี่เซียงเหลียนซึ่งยืนเฝ้ามองอยู่ไม่ไกลต่างเบิกตากว้าง
พวกเขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ยากจะอธิบาย คล้ายกับว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าไม่ได้เป็นคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
หวงเยี่ยหัวเราะเบาๆในลำคอ จากนั้นก็ควบแน่นพลังวิญญาณภายในเส้นชีพจรโลหิตทั้งหมดให้ไหลขึ้นสู่ลำคอ กระแสพลังสีเขียวมรกตแทรกซึมผ่านจุดชีพจรสำคัญอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรวมศูนย์อยู่ตรงช่องอกและลำคอในพริบตา
เขาอ้าปากกว้าง และคำรามออกไปยังเศษซากที่เสียหายเบื้องหน้า
“ลมหายใจมังกรพฤกษา!”
ทันใดนั้นคลื่นแสงสีเขียวมรกตก็พวยพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง
เส้นแสงนั้นคมชัดราวคมดาบที่ถูกหล่อหลอมจากชีวิตแห่งป่าใหญ่ ขนาดของมันเล็กกว่าลมหายใจมังกรไฟและลมหายใจมังกรน้ำที่เคยปลดปล่อยก่อนหน้านี้ราวสองเท่า ทว่าความหนาแน่นของพลังภายในกลับอัดแน่นจนทำให้บรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยวเล็กน้อย
มันไม่ใช่พลังที่แผดเผาหรือซัดกระแทก หากเป็นพลังที่แฝงคุณสมบัติแห่งการกัดกร่อนและช่วงชิงชีวิตอย่างน่าพรั่นพรึง
คลื่นแสงสีเขียวนั้นเมื่อกระทบเข้ากับเศษซากที่ยังคงมีไอความร้อนหลงเหลืออยู่ พื้นผิวของเศษต่างๆกลับเริ่มสลายตัวอย่างเงียบงัน สูญสลายกลายเป็นฝุ่นละอองละเอียด ประหนึ่งถูกดึงเอาพลังชีวิตทั้งหมดออกไปจนไม่หลงเหลือ
ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงวัตถุไร้จิตวิญญาณ ไม่มีลมหายใจ ไม่มีชีพจรให้เต้นกระเพื่อมเลยซักนิดเดียว
เมื่อคลื่นแสงสีเขียวมรกตดับวูบลง เศษซากที่เคยกองสุมอยู่เบื้องหน้าก็หายไปเกือบสิ้น เหลือเพียงหลุมลึกขนาดใหญ่ที่ปรากฏอยู่บนพื้น ขอบหลุมเรียบเนียนราวกับถูกกลืนกินโดยสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น ไม่มีร่องรอยการระเบิด มีเพียงความว่างเปล่าที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง
“นะ.. นี่มัน…”
เฉินอี้หานเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ขณะเดียวกันหลี่เซียงเหลียนก็ยืนนิ่งงัน ดวงตาสะท้อนภาพหลุมลึกนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ
อันที่จริง ทั้งสองเคยได้เห็นพลังของผู้กลืนกินมังกรธาตุพฤกษามาก่อนแล้ว
ลมหายใจมังกรของคนเหล่านั้นเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เมื่อคลื่นแสงจากลมหายใจพฤกษาไปกระทบกับสิ่งมีชีวิต อำนาจแห่งพฤกษาจะฟื้นฟูบาดแผล ซ่อมแซมทุกสิ่งทุกอย่าง และคืนพลังวิญญาณให้แก่ผู้รับอย่างอ่อนโยน เหมือนสายฝนที่โปรยปรายลงบนผืนดินแห้งแล้ง
ทว่าของหวงเยี่ยกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ลมหายใจของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้หล่อเลี้ยง หากพรากชีวิตและช่วงชิงไปจนหมดสิ้น
ผู้กลืนกินมังกรทั้งสามธาตุยังงั้นเรอะเนี่ย
หลี่เซียงเหลียนพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองหวงเยี่ยอย่างพิจารณาแฝงความตื่นตะลึง
“เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าเปลวไฟ.. สายน้ำ.. รวมถึงพฤกษา..”
“ทั้งหมดไม่อาจทำอะไรต่อร่างกายของเจ้าเด็กนี่ได้ แถมยังถูกกลืนกินเข้าสู่ร่างกายเสียเองอีก!”
คำกล่าวนั้นหนักแน่นและชัดเจน เพราะสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาเป็นหลักฐานอันเด่นชัด
“ร้ายกาจเกินไป!”
หวงเยี่ยยืนอยู่อย่างสงบ พลางก้มมองฝ่ามือตนเองเล็กน้อย ก่อนจะกำหมัดของตนเองแน่น
ความรู้สึกของพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดเลยก็ว่าได้
ทว่าในตอนนั้นเอง เฉินอี้หานก็พลันได้สติ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากความตกตะลึงกลายเป็นความตื่นตัวฉับพลัน
“จริงสิ! ข้าได้ยินมาว่าเจ้าใช้เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุสายฟ้ามาเป็นของรางวัลในการแข่งขันครานี้ใช่ไหม?”
เขาหันไปมองหลี่เซียงเหลียนทันที น้ำเสียงเร่งร้อนชัดเจน
“ไม่ต้องใช้มันเป็นของรางวัลแล้ว รีบเอาเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวให้กับลูกศิษย์ข้าเร็วเข้า!”
คำพูดนั้นหนักแน่นและตรงไปตรงมา ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆทั้งสิ้น เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ชายชราเข้าใจ
หากเมล็ดพันธุ์สายฟ้าถูกเพิ่มเข้าไปในร่างของหวงเยี่ยอีกธาตุนึง ลูกศิษย์หนุ่มผู้นี้จะก้าวไปถึงระดับใดกันแน่นะ
“อะ.. อะไรนะ?!”
ทำให้ตัวของชายวัยกลางคนต้องพลันสะดุ้ง รีบหันไปตะโกนใส่ชายชราร่างใหญ่ทันที
“ทะ.. ท่านจะบ้าหรือไง ข้าประกาศไปแล้วว่าอันดับที่หนึ่งจะได้รับเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุสายฟ้า”
“ถ้าข้าไม่มีของรางวัลให้กับผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งครานี้..”
“สมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดร รวมถึงชื่อเสียงเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งทวีปทางเหนือเช่นข้าคงได้เสียหายหนัก!”
คำพูดของเขาไหลออกมารวดเดียวอย่างไม่ขาดตอน เต็มไปด้วยความร้อนรนและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
เพราะสิ่งที่ถูกเสนอให้ยกเลิกเป็นดั่งคำประกาศต่อหน้าสาธารณชน เป็นคำมั่นที่ผูกพันด้วยศักดิ์ศรีและเกียรติยศที่สั่งสมมานานนับสิบปี ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้มีท่าทีสำนึกใดๆเลยซักนิด ชายชราร่างใหญ่ยืนกอดอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและดื้อรั้น
“หุบปาก! ชื่อเสียงอันเล็กน้อยของแกจะมาเทียบอะไรกับอนาคตลูกศิษย์สุดที่รักของข้าได้ยังไง?”
“รีบนำเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุสายฟ้าออกมาเลยนะ ไม่งั้นข้าจะเตะโด่งแกให้ปลิวกระเด็นไปยังทวีปกลางเลย!”
คำขู่ดังกล่าวถูกพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง แทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นเพียงประโยคเล่นๆ
ความบ้าบิ่นและเอาแต่ใจของชายชราผู้นี้ทำให้เทพสงครามอันดับหนึ่งยังต้องตื่นตระหนกอย่างแท้จริง
เพราะชายวัยกลางคนรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่พูดเกินจริงโดยไร้กำลังจะทำตาม
บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงสุดขีด เพียงแรงกระตุกเล็กน้อยก็อาจขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ
ในจังหวะนั้นเอง หวงเยี่ยก็ขยับกายเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่จริงจัง
“ไม่เป็นไรหรอกครับ”
“ในการแข่งขันระหว่างสถาบันนักล่ามังกรทั้งสิบนี้ ต่อให้จะเกิดอะไรขึ้นข้าหวงเยี่ยก็ยังเป็นอันดับที่หนึ่งอยู่ดี”
“ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ข้าจะใช้พลังของตนเองเอาอันดับหนึ่งมาให้ได้!”
“ถ้าทำเช่นนี้แล้วชื่อเสียงของท่านหลี่เซียงเหลียนก็จะไม่เสียหาย แถมยังเป็นการเปิดตัวพลังอำนาจของข้าให้โลกประจักษ์อีกด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชราร่างใหญ่ซึ่งกำลังเดือดดาลอยู่ก่อนหน้าก็พลันชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆปล่อยร่างของชายวัยกลางคนที่เผลอคว้าเอาไว้โดยไม่รู้ตัว เขาพยักหน้ารัวๆอย่างรวดเร็ว เหมือนกับเด็กน้อยที่เพิ่งได้รับคำตอบถูกใจ
“นะ.. นั่นสินะ ถ้าเจ้าเป็นอันดับที่หนึ่ง เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุสายฟ้ามันจะหนีเจ้าไปไหนได้กัน!”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเห็นด้วยอย่างหมดใจ สีหน้าที่เคยดุดันเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยน ชายชราพึงพอใจกับความคิดของหวงเยี่ยอย่างยิ่ง เพราะในสายตาของเขา ชายหนุ่มคนนี้หรือลูกศิษย์ของมันถือเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้
ทว่าอีกมุมหนึ่ง ตัวของหลี่เซียงเหลียนกลับเหลือบตามองหวงเยี่ยอย่างครุ่นคิด
ใบหน้าของเขาไม่ได้มีรอยยิ้มตาม ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“นี่เจ้าพูดจริงหรือพูดเล่น?”
“ต่อให้จะมีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพอยู่ก็เถอะ แต่ก็อย่าได้ดูแคลนพวกนักล่ามังกรอัจฉริยะนักเลย”
“เพราะไม่แน่ว่าครานี้.. เจ้าอาจได้พบเจอกับนักล่ามังกรที่มีเจตจำนงระดับเทพเช่นเดียวกันก็ได้นะ?”
คำเตือนนั้นไม่ได้มีเจตนาลดทอนกำลังใจ หากเป็นความห่วงใยของผู้ที่ผ่านประสบการณ์มายาวนาน เพราะรู้ดีว่าทวีปทางเหนือแห่งนี้ไม่ได้ขาดแคลนผู้มีพรสวรรค์ และการแข่งขันระหว่างสถาบันทั้งสิบย่อมดึงดูดสุดยอดอัจฉริยะจากทุกมุมดินแดนมาเลยก็ว่าได้
..
อาจารย์แม่งคนจริง 55+