“ก็ได้ ถ้าคุณไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกแต่ห้ามหยุดการติดต่อกับผมอีกแล้วนะ ได้ยินมั้ย?” ปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนเซี่ยหยูลูบหัวเธอไปมาสองทีอย่างเอ็นดู แอบขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่สายตากวาดผ่านผมที่เกล้าอยู่หลังศีรษะและเสื้อผ้าของเธอแต่ไม่ได้พูดอะไร
เสิ่นเป้ยอีพยักหน้าโดยไม่กล้าสบตากับเขาเขาคนนี้มักมีน้ำใจเสมอเลย
แต่ระหว่างเธอกับเขา ผู้ชายคนนี้ออกตัวล่วงล้ำเกินไปหรือเปล่า?
“กริ๊ง…” เสียงโทรศัพท์ของเซี่ยหยูดังขึ้น
เขากดรับสายแล้วพูด “พ่อผมมีธุระคงไปไม่ได้แล้ว…ครับ…แล้วแต่พ่อเลย”
ว่าจบสีหน้าที่ฉายแววเ็าก็อ่อนโยนขึ้นในพริบตาเมื่อหันมามองเสิ่นเป้ยอี“ขอเบอร์โทรใหม่ของคุณหน่อย” ว่าแล้วไม่รอให้เสิ่นเป้ยอีทันตั้งตัวก็ดึงโทรศัพท์ในมือของเธอออกไปกดโทรมายังเบอร์ตัวเองได้ยินเสียงโทรเข้าถึงคืนให้เธออย่างพึงพอใจ
“คุณ จะนั่งก่อนมั้ย?” เห็นเซี่ยหยูทำท่าไม่ไปสักทีเสิ่นเป้ยอีก็ออกตัวถามให้เขานั่งลงข้างตัวเองรูปร่างของเขาสูงเด่นและค่อนข้างจะดึงดูดสายตาของผู้คนในห้องโถงนี้
เพียงแต่วินาทีที่เธอััเก้าอี้เย็นเฉียบจนเธอรู้สึกเย็นเล็กน้อยเธอก็รู้สึกถึงความ ‘เปียกชื้น’ด้านใต้
“อา…” เธอส่งเสียงน้อยๆ พลางกัดปากขมวดคิ้ว
ไม่ต้องดูก็รู้ว่าประจำเดือนมาแล้วแน่นอนอีกอย่างกางเกงก็ต้องเปื้อนแล้วแน่ๆหลังจากคลอดหนิงเสี่ยวซีก็ไม่เคยเจ็บยามประจำเดือนมา ฉะนั้นทุกครั้งที่ประจำเดือนมาจึงไม่รู้สึกอะไรปกติเมื่อใกล้เวลาแล้วเธอถึงจะระวังตัวมากกว่าเดิม ทว่า่นี้เพราะต้องดูแลหนิงเสี่ยวซีทำให้เธอไม่ค่อยได้สนใจมากนักก็เลย…
“เป็อะไร?” เซี่ยหยูเห็นสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนสีของเธอก็ลุกขึ้นนั่งลงตรงหน้าเธอพร้อมถามอย่างเป็ห่วง
เสิ่นเป้ยอีหลบสายตาเซี่ยหยูแล้วพูดเสียงแ่เบา “ฉันประจำเดือนฉันมาเหมือน…เหมือนกางเกงจะเปื้อนด้วย”
เป็ครั้งแรกที่พูดเื่นี้ต่อหน้าผู้ชายแถมยังเป็ความสัมพันธ์แบบนี้ด้วยเสิ่นเป้ยอีหน้าแดงก่ำในทันที
เซี่ยหยูได้แต่นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะแสร้งกระแอมไอไปทีจากนั้นก็โน้มตัวพูดกับเสิ่นเป้ยอีอย่างอ่อนโยน “คุณรอผมอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวผมกลับมาล่ะเด็กดี”
ไม่รอให้เสิ่นเป้ยอีตอบกลับเขาก็วิ่งไปที่ประตู…
มองแผ่นหลังของเขาจนเหม่อลอยเสิ่นเป้ยอียกมือลูบใบหน้าตัวเองพลางนึกว่าสมัยยังเรียนอยู่เพราะความสวยงามทำให้มีคนมาตามจีบเธอชื่นชอบเธอ ทำดีกับเธอมากมาย ซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันมีอะไร
ทว่าหลังจากแต่งหน้าให้กลายเป็แบบนี้แล้วการทำดีจากเพศตรงข้ามนั้นมีเซี่ยหยูเป็คนแรกและยังเป็คนที่ทำได้ดีที่สุด
เธอลอบกลืนน้ำลาย หัวใจสับสนเหลือเกิน
จู่ๆ ภายในห้องโถงก็เงียบสงัดผิดปกติตามด้วยเสียงฝีเท้าจากกลุ่มคน
เห็นเพียงกลุ่มผู้ชายในชุดสูทที่ปรากฏตัวโดยมีชายหนุ่มที่สวมชุดสูทสีน้ำตาลที่มีใบหน้าคมคายรูปร่างสูงใหญ่โดดเด่น ช่างเป็ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบจริงๆ!
รู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่มองมาทางตัวเองเสิ่นเป้ยอีรีบก้มหน้ารอเขาเดินมา
“พี่เลี้ยงบ้านนายนี่!” หลิวซวี่เองก็เห็นเสิ่นเป้ยอีแล้วเช่นกัน
“นายไปดูสิว่าเธอมาทำอะไร?”
หลิวซวี่หลีกเลี่ยงสายตาผู้คนก่อนจะเดินลัดออกไปหาเสิ่นเป้ยอีเสิ่นเป้ยอีก้มหัวให้เขาเล็กน้อยแล้วล้วงยาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าจากกระเป๋าออกมาให้เขา“แม่หลิวบอกว่าเอาอันนี้ให้คุณชาย”
ว่าจบก็ก้มหัวไม่สนหลิวซวี่อีก
ขณะที่หนิงเส้าเฉินเดินสวนไหล่เธอเธอรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธอแต่เธอไม่อยากสนใจเขาการดูถูกของเขาเมื่อคืนทำให้เธอไม่พอใจอยู่บ้าง
เพียงแต่…
“เธอยังไม่ไปอีกเหรอ?” เหนือคาดที่อีกฝ่ายกลับพูดขึ้นก่อน
เสิ่นเป้ยอีขมวดคิ้ว ครุ่นคิดสักพักก็ตอบตามความจริง “ฉัน…กำลังรอคนอยู่”
คิดแล้วก็มองดูเวลาจากมือถือแวบหนึ่งถึงพูดเสริม “เสี่ยวซีกำลังนอนอยู่ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับไป”
“ใครอนุญาตให้เธอมาทำธุระส่วนตัวในเวลางาน?” หนิงเส้าเฉินหันหลังเดินมาหลายก้าวจนหยุดนิ่งอยู่หน้าเสิ่นเป้ยอีเห็นเสิ่นเป้ยอีก้มหน้าไม่มองเขาก็เริ่มคุกรุ่นเพราะถูกเพิกเฉยใช้ซองเอกสารในมือเชยคางเสิ่นเป้ยอีขึ้นเล็กน้อยเพื่อบังคับให้เธอสบตาตัวเอง
การกระทำผิดปกตินี้เรียกความใจากทุกคนผู้หญิงคนนี้คือใคร? ที่ทำให้หนิงเส้าเฉินผู้เ็าทำแบบนี้ได้หน้าตาธรรมดาขนาดนี้แท้ๆแม้แต่พนักงานสาวที่อยู่ใกล้เธอที่สุดยังพูดเตือนเสิ่นเป้ยอี “รีบลุกขึ้นมาสิ เห็นคุณชายหนิงแต่ยังนั่งอยู่แบบนั้น ไม่ได้เื่เลย”
เกิดเสียงะเิในหัวขึ้นมาจนเสิ่นเป้ยอีรู้สึกถึงความดันที่กำลังพุ่งสูงยืนหรือ? ถ้าเธอยืนได้เธอคงยืนไปแล้ว
เห็นท่าทีนิ่งเฉยของเธอก็เริ่มเกิดเสียงซุบซิบ ผู้หญิงคนนี้เป็ใคร?แม้แต่หัวหน้าระดับสูงหลายคนยังต้องก้มหัวให้เขาอยู่บ้างเมื่อพบเห็นผู้หญิงคนนี้ดูก็รู้ว่าแค่คนงานคนหนึ่งแต่กล้าเย่อหยิ่งแบบนี้
หนิงเส้าเฉินไม่พูดอะไรเพียงแค่จ้องเธอราวกับ้ามองให้ทะลุปรุโปร่ง
เสิ่นเป้ยอียกมือปัดเอกสารเขาออกเพราะไม่พอใจกับการกระทำของเขาเล็กน้อยเธอแค่ทำงานที่บ้านของเขา ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงทำตัวราวกับเป็พระาาแบบนี้?
แถมยังหลงตัวเองมากด้วย
หากไม่ใช่เพราะหนิงเสี่ยวซีเธอไม่มีทางไปทำงานบ้านเขาเด็ดขาด
คิดแบบนี้ก็มองไปทางอื่นเป็การมองข้ามคนกลุ่มนี้ไปโดยปริยาย
ความจริงเธอรู้ตัวว่าพฤติกรรมของเธออาจทำให้หนิงเส้าเฉินโกรธได้แต่ในโลกนี้นอกจากหนิงเสี่ยวซีเธอก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ฉะนั้นชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรให้กลัวอีกอีกอย่างคนมากมายขนาดนี้จะให้เธออธิบายอย่างไร?
ความรำคาญและไม่สบอารมณ์ที่ฉายออกทางสีหน้าของเธอทำให้หนิงเส้าเฉินคิดว่าตัวเองตาฝาด
“เป้ยอี…” เสียงของเซี่ยหยู
เสิ่นเป้ยอีไม่เคยรู้สึกว่าเสียงของใครน่าฟังได้เท่านี้มาก่อนขณะนี้เธอคิดว่านี่มันคือเสียง์ชัดๆเธอรีบหันกลับไปมองต้นทางของเสียงก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นบนใบหน้า
เห็นเซี่ยหยูมีเสื้อเชิ้ตขาวดำตัวหนึ่งพาดอยู่ตรงแขนแขนขวาถือถุงดำไว้และเดินผ่านกลุ่มคนมาทางเธอ
“เซี่ยหยู!” เธอเงยหน้ามองเขาเอ่ยเรียกชื่อเขาออกมาแล้วลอบถอนหายใจอยากโล่งอก
“มา สวมเสื้อเชิ้ตนี้ไว้” เซี่ยหยูไม่สนสายตาคนรอบข้างพลางเอาเสื้อคลุมให้เสิ่นเป้ยอีจากนั้นก็โน้มตัวพูดชิดริมหูเธอ “คุณยืนได้แล้วผมจะพาคุณไปห้องน้ำ”
เขาพูดเสียงเบามาก ความอุ่นร้อนที่ปะทะข้างหูของเสิ่นเป้ยอีเรียกให้ใบหน้าเกิดสีแดงระเรื่อขึ้นอีกครั้ง
ฉากนี้ในสายตาหนิงเส้าเฉินช่างเสียดแทงตาเหลือเกิน
เสิ่นเป้ยอีไม่กล้ามองสายตาคนรอบข้างพลางยืนขึ้นคว้าไหล่เซี่ยหยูไว้ครุ่นคิดอะไรนิดหน่อยก็หมุนตัวกลับมาก้มหัวให้หนิงเส้าเฉินน้อยๆ โดยไร้คำพูดก่อนจะเดินไปอีกทางของห้องโถงใหญ่
มือพยายามดึงเสื้อให้คลุม่ล่างไว้โดยไม่รู้ตัวพบว่าความยาวสุดที่หัวเข่าเธอถึงเบาใจขึ้นมาก
เห็นหญิงสาวคนนั้นจากไป หนิงเส้าเฉินแทบจะโมโหจนเป็บ้า เขาโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยถูกใครมองข้ามขนาดนี้มาก่อนแถมอยู่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ด้วย
สีหน้าถมึงทึงในพริบตา มือกำเอกสารไว้แน่นจนขาวซีด
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า