เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 50 ผลึกวิญญาณอสูร

    ตอนที่ 50  ผลึกวิญญาณอสูร

     

    เมื่อเจิ้งฟู่ลืมตาขึ้นเขารู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยก่อนจะยืนขึ้นช้าและมองไปยังรอบๆตัว.....


    "ที่นี้ที่ไหน?"


    ฟิ้ววววว!!


    ทันใดนั้นเองก็มีลำแสงสีม่วงก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงที่โหยหวย......


    ฆ่า!!


    ฆ่า!!


    จากนั้นลำแสงก็หายไปมันเพียงแค่ปรากฏออกมาเพียงชั่วครู่เท่านั้นทำเอาเจิ้งฟู่งงไปหมดและทันใดนั้นเขาก็พบจะจับใจความประปะติดปะต่อเรื่องราวได้....


    "ที่นี้คงเป็นมิติแยกสินะ?"


    เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาเริ่มนั่งลงและสัมผัสกับพลังที่อยู่รวมๆทันทีและทันใดนั้นเองคลื่นพลังมหาศาลก็ไหลเข้าสู่ขอบเขตพลังซีของเขาอย่างรวดเร็วราวกับน้ำป่าที่ไหลอย่างบ้าคลั่ง......


    อั๊ก!!


    เจิ้งฟู่รู้สึกราวกับว่าขอบเขตพลังของเขานั้นเหมือนจะระเบิดออกมาให้ได้อย่างนั้นแหละมันทั้งปวดและทรมานอย่างยิ่งใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นที่ไหลออกมาบนหน้าผากของเขา......


    ฆ่า!!


    ฆ่าพวกมันให้หมด!!


    ในเวลานั้นเองลำแสงสีม่วงก็ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงโหยหวยและน่าขนลุกพวกมันพูดเพียงแต่ฆ่าและฆ่าเท่านั้นคำพูดของพวกมันแฝงไปด้วยความเคียดแค้นและโกรธเคือง......


    เจิ้งฟู่ยังคงโคจรพลังอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ขอบเขตพลังของเขานั้นสามารถดูดซับพลังต่อไปได้ยิ่งนานพลังยิ่งมากขึ้นขอบเขตของเขาเริ่มที่จะขยายออกอย่างช้าๆทำให้พลังที่ไหลเข้ามานั้นสามารถรับเพิ่มได้อีก........


    บู้มมมมม!!


    เพียงไม่นานก็เกิดเสียงกระหึ่มขึ้นภายในร่างของเขามันเป็นเสียงของการทะลวงระดับไปอีกขั้นหนึ่ง....


    ขั้นสี่ระดับก่อเกิด!!


    เจิ้งฟู่ยังคงดูดซับพลังอย่างบ้าคลั่งราวกับคนที่หิวกระหายแล้วเจอกับข้าวจานโตและกินมันอย่างไม่สนใจว่าตัวเองจะจุก.......


    ฟู้ววววว!!


    ฆ่า!!


    ฆ่า!!


    เสียงยังคงดังอยู่เรื่อยๆและลำแสงสีม่วงก็เริ่มเข้ามาใกล้เข้าเรื่อยๆเจิ้งฟู่สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างเขาจึงรีบลืมตาขึ้นและเมื่อเขาเปิดตาเขาก็พบว่าลำแสงสีม่วงที่เห็นจากไกลๆนั้นพวกมันก็คือวิญญาณนั้นเอง......


    ฆ่า!!


    วิญญาณเหล่านี้คือวิญญาณของคนที่ตายตกจากการถูกฆ่าและสะสมพลังซีโม่จำนวนมากจนทำให้พวกมันกลายเป็นวิญญาณอาฆาต(พลังแห่งความมืด)ที่คอยกัดกินจิตใจผู้คนหรือแม้แต่สัตว์อสูร......


    "วิญญาณพวกนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนักถ้าเรามีวิชาพระพุทธก็คงดีจะได้ช่วยสวดส่งวิญญาณพวกเขา"


    วิชาพระพุทธ!!


    ทันใดนั้นเองเจิ้งฟู่ก็คิดขึ้นได้ถึงบทสวดในโลกที่แล้วของเขาเขาเริ่มต้นสวดมนต์เพื่อแผ่เมตาทันทีทำให้เกิดเป็นตัวอักษรส่องแสงสีเหลืองทองอร่ามลอยออกมาจากปากของเขาและพุ่งเข้าหาวิญญาณเหล่านั้นทันที.....


    โอมนะเมตา จิกตังเมียโป้ง รวย!!! (ขอหน่อยอิอิ)


    เจิ้งฟู่ยังคงทำการสวดบทสวนพระพุทธอย่างต่อเนื่องและทันใดนั้นภายในจิตใจของเขาก็เกิดความรู้สึกและความเข้าใจบางอย่างในบทสวดมากขึ้นพร้อมด้วยบทสวดอื่นๆที่ไหลเข้าสู่หัวของเขา.......


    นี่มัน!!


    เจิ้งฟู่ตกใจเล็กน้อยเมื่อบทสวดของเขาที่ท่องออกไปเพื่อแผ่เมตาให้กับวิญญาณเหล่านั้นมันจะกลายเป็นทักษะไปได้....


    "บดสวดเหล่านี้กลายเป็นทักษะอย่างนั้นหรือเนี่ย?"


    บทสวดที่กลายเป็นทักษะของเขานั้นมีชื่อว่าบทสวดพระพุทธซึ่งมันมีทั้งหมดห้าบทด้วยกันโดยเริ่มจาก....

    [บทที่หนึ่งแผ่เมตาธรรม]

    [บทที่สองชำระล้างจิใจ]

    [บทที่สามขจัดมารด้วยธรรม]

    [บทที่สี่หนทางสู่แสงว่าง]

    [บทที่ห้านิพพาน]


    ซึ่งแต่ละบทนั้นมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปทั้งห้าบทนั้นบทสวดที่เขากำลังท่องอยู่คือบทที่หนึ่งแผ่เมตาธรรมและเมื่อมันกลายเป็นทักษะยุทธทักษะหนึ่งก็ทำให้มันทั้งดังขึ้นและกังวานขึ้นและยังแฝงไปด้วยพลังสีทองที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกและเมื่อตัวอักษรสีสองกระทบถูกลำแสงวิญญาณสีม่วงก็ทำให้พวกมันสั่นไปมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาช้าๆๆ........


    วิญญาณร่างแล้วร่างเล้าเริ่มที่จะลอยลงกับพื้นพวกมันต่างก็มีน้ำตาไหนออกมาพร้อมกับปากที่เริ่มยิ้มออกมายิ่งเขาสวดมันมากเท่าไหร่พวกมันก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นจากลำแสงสีม่วงเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นแสงสีทองอย่างช้าๆ........


    ความเคียดแค้นค่อยๆหายไปทันใดนั้นเองร่างวิญญาณที่ถูกกล่อมเกลาจนหมดความแค้นได้เดินมาที่เจิ้งฟู่ด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมาว่า.....


    วิญญาณ: ขอบคุณนายท่านที่ช่วยปลดปล่อยพวกเรา!!


    จากนั้นวิญญาณดวงอื่นๆก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับก้มหัวขอบคุณเขาด้วยใบหน้าที่มีความสุขเจิ้งฟู่เองอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาตายได้อย่างไรเขาจึงเอ่ยถามไปว่า.....


    "พวกท่านตายได้อย่างไร?"


    วิญญาณ: พวกเรานั้นเป็นพ่อค้าที่กำลังจะไปทำการค้าพวกเราได้จ้างกลุ่มคุ้มกันเพื่อผ้องกันเราจากพวกสัตว์อสูรแต่ใครจะไปคิดกันหละว่าพวกมันจะหลอกลวงพวกเราเพื่อที่จะปล้นพวกเราและทำร้ายข่มขืนคนของเราจากนั้นพวกมันก็ปล่อยให้เราถูกพูดสัตว์อสูรกิน......


    วิญญาณพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจและจู่ร่างของมันก็เริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอีกครั้งเมื่อเจิ้งฟู่เห็นดังนั้นเขาจึงได้เริ่มที่จะส่วนบทสวดอีกครั้งและมันก็ทำให้เหล่าวิญญาณดีขึ้นกลับมาเป็นสีทองเช่นเดิม......


    "พวกท่านโปรดวางใจข้าจะช่วยให้พวกท่านไปสู่สุคติเองถ้าพวกท่านมีเรื่องอันใดก็โปรดบอกแก่ข้าได้เลย"


    วิญญาณ: ได้จริงๆหรอ?


    "แน่นอน" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทุบไปที่อกตัวเองอย่างมั่นใจ....


    วิญญาณ:ขอบคุณคุณชายมากข้ามีเรื่องอยากให้ท่านรับปากข้าหนึ่งอย่างจะได้หรือไม่?


    "ได้สิโปรดว่ามาเลย!!"


    วิญญาณ: ข้านั้นไม่รู้ว่าพวกข้าได้ตายมานานแค่ไหนแล้วแต่มันคงจะนานพอดีข้าอยากให้ท่านนำของสิ่งหนึ่งกลับไปที่ตระกูลของพวกเราและมอบมันให้กับผู้นำตระกูลคนปัจจุบันด้วย.....


    ของ!!?


    "ได้ไม่มีปัญหาว่าแต่ท่านมาจากตระกูลใดและของสิ่งนั้นอยู่ไหนหละ?"


    วิญญาณ:ข้าเป็นคนของตระกูลเสี่ยวที่อยู่ที่เมืองอินทรีพวกเรานั้นเป็นพ่อค้ามาหลายรุ่นแล้ว.........


    แซ่เสี่ยว!?


    วิญญาณ: ท่านรู้จักอย่างนั้นหรอ?


    "ก็ไม่เชิงหรอก พอดีข้าพอจะรู้จักคนที่แซ่เสี่ยวอยู่หนึ่งคนที่อยู่ที่เมืองอินทรีหนะแต่ข้าไม่มั่นใจนะว่าจะใช้คนตระกูลเดียวกับพวกท่านไหมนะ!!"


    วิญญาณ: อือ!!ไม่เป็นไรขอเพียงหาพวกเขาพบก็พอและของที่ข้าอยากให้ท่านนำไปมอบให้นั้นก็คือป้ายตราประจำตระกูลของเราข้าได้ฝังมันไว้ณ จดนี้....


    เมื่อมันพูดจบภาพของสถานที่ที่มันฝั่งของไว้ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเจิ้งฟู่จากนั้นก็พยักหน้าตอบรับเบาๆก่อนจะพูดขึ้นว่า....


    "แน่นอนข้าจะทำมันข้าจะนำป้ายตราประตระกูลของพวกท่านไปส่งมอบให้ได้พวกท่านโปรดไปสู่สุคติอย่างวางใจเถอะ"


    เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับจับที่หน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจเมื่อเหล่าวิญญาณเห็นท่าทางของเขาพวกมันก็รู้ว่าเขานั้นต้องทำได้แน่พวกมันเริ่มปล่อยวางและร่างของพวกมันก็เริ่มที่จะกลายเป็นลำแสงช้าๆพร้อมกับส่งเสียงออกมา.....


    ขอบคุณคุรชายมาก!!!


    ร่างแสงเหล่านั้นเริ่มที่จะกระจายหายไปแสงสีทองเหล่านั้นลอยไปทั่วตัวเจิ้งฟู่ทำให้เขารู้สึกถึงพลังงานที่อบอุ่นซึ่งแตกต่างจากตอนแรกมากนักแถมมันยังทำให้ขอบเขตพลังซีของเขาเริ่มที่จะถูกเติมเต็มอย่างช้าๆและจนในที่สุดมันก็เกิดเสียงกระหึ่มขึ้น......


    บู้มมมมม!!


    ฟู้ววววว!!


    "เราเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่นี้จะมีพลังมากถึงเพียงนี้ขอให้ทุกท่านไปสู่สุคติอย่างสงบด้วยเถอะ"


    เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับโค้งคำนับลงเพื่อส่งดวงวิญญาณพวกนั้นจากนั้นภาพทั้งหมดก็ค่อยๆเลื่อนหายไปช้าๆ.....


    ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นที่เจิ้งฟู่ถูกหมอกสีดำปกคลุมตัวอยู่นั้นมันได้ผ่านไปหลายนาทีจนกลายเป็นชั่วโมงและกลายเป็นวัน......


    ต้านซุนกู่: พี่ตงนายน้อยเจิ้งฟู่เป็นยังไงบ้าง?


    เฮ้ออออ!!


    ตงควง: ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันข้าไม่สามารถเข้าไปใกล้กลุ่มหมอกสีดำได้เลยได้แต่ภาวนาว่านายน้อยจะไม่เป็นไร......


    บู้มมมมม!!


    มันใดนั้นเองคลื่นพลังที่น่ากลัวก็ถูกปล่อยออกมาจากตัวของเจิ้งฟู่มันแผ่ความรู้สึกและกลิ่นอายของความตายออกมาทำให้รอบๆนั้นหนาวเย็นทันที....


    วุ่นเสี่ยวที่นั่งอยู่ถึงกับขนลึกจนอยู่ไม่สุขเลยนางขมวดคิ้วและมองไปยังเจิ้งฟู่ที่มีหมอกสีดำปกคลุมอยู่ก่อนจะหันไปถาม....


    วุ่นเสี่ยว: เกิดอะไรขึ้น?


    หจี่จุงกงและเยี่ยหยูเองก็เช่นกันพวกมันเป็นถึงผู้ฝึกยุทธที่มีพลังระดับก่อเกิดชั้นกลางแต่ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัวและทำให้พวกมันสั่นเล็กน้อย.....


    บู้มมมมม!!


    เกิดการกระแทกของคลื่นพลังอีกครั้งแต่จู่ๆกลุ่มหมอกที่เป็นสีดำก็เปลี่ยนไปค่อยๆกลายเป็นสีสองช้าๆมันทั้งอบอุ่นและแฝงไปด้วยพลังงานซีที่บริสุทธิ์อย่างมาก.....


    กะ กะ เกิดอะไรขึ้นอีกหละทีนี้!!


    เพียงเวลาแค่ไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงถึงสองครั้งด้วยกันโดยครั้งแรกนั้นกลุ่มหมอกสีดำปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวและน่าขนลุกอย่ามากออกมาแต่เมื่อผ่านไปสักครู่มันก็เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีทองและปล่อยคลื่นพลังออกมาอีกครั้งแต่เป็นพลังที่อบอุ่นและบริสุทธิ์อย่างมาก.....


    คลื่นพลังที่ปล่อยออกมานี้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงพลังที่กำลังไหลเข้าไปสู่ขอบเขตพลังของพวกเขาอย่างช้าๆ......


    ตงควงรู้ว่าทั้งหมดนี้ต้องเป็นเพราะเจิ้งฟู่แน่เขาไม่รอช้ารีบนั่งลงขัดสมาธิเพื่อดูดซับพลังทันที.....


    เมื่อต้านซุนกู่เห็นแบบนั้นเขาจึงได้ตระโกนขึ้น "ทุกคนรีบดูดซับพลังงานเร็วเข้า" จากนั้นมันก็นั่งลงขัดสมาธิทันที.......


    หลังจากผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงลำแสงสีทองก็ค่อยหายไปช้าๆพร้อมกับคลื่นพลังที่เบาบางลงจากนั้นมันก็หายพร้อมกับเจิ้งฟู่ที่ค่อยๆลืมตาขึ้นและเมื่อเขาลือตาขึ้นก็พบว่าตงควงและคนอื่นนั้นกำลังอยู่ในท่าขัดสมาธิ......


    ตงควงสัมผัสได้ว่ามีการขยับเขาจึงรีบลืมตาขึ้นเพื่อดูว่าเป็นใครและเมื่อเขาลืมตาก็พบว่าเจิ้งฟู่ได้สติกลับมาแล้วและกลุ่มหมอกที่ล้อมรอบเจิ้งฟู่ก็หายไปด้วยมันรีบลุกขึ้นและเข้าไปหาเขาทันที......


    ตงควง: นายน้อยท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ?


    เจิ้งฟู่หันมายิ้มก่อนจะพูดขึ้น "ข้าไม่เป็นอะไรพวกท่านหละเป็นยังไงบ้าง?" จากนั้นเขาก็มองไปยังคนที่เหลือที่กำลังลุกขึ้นยืนตามๆกัน......


    ตงควง: พวกเราสบายดีขอรับนายน้อยท่านรู้ไหมว่าท่านนั้นอยู่ในหมอกสีดำนานต้องหนึ่งวันแนะ!!


    "อยู่ในหมอกสีดำซ้ำยังนานถึงหนึ่งวัน!!"


    เจิ้งฟู่คงใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้นเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่เขาอยู่ในมิตินั้นที่เขารู้คือเขาได้พบกับเหล่าวิญญาณอาฆาตและเข้าก็ช่วยให้พวกนั้นไปสู่สุคติได้.....


    อ่ะ!!


    เจิ้งฟู่รู้สึกเหมือนถืออะไรอยู่บางอย่างทันใดนั้นเองเขาก็จำได้ว่าเขาหยิบมันมาจากศพของเจ้ากระบือเขาใหญ่ที่เขาฆ่าไปและเมื่อมองมันดีๆเขาถึงกับต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ.....


    นี่นันผลึกวิญญาณอสูร!!


    ผลึกวิญญาณอสูร!!?


    ทุกคนต่างอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมดด้วยความตกใจเพราะว่าผลึกวิญญาณอสูรนั้นมีค่าอย่างมากเพราะผลึกวิญญาณอสูรนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆมันเกิดจากอสูรที่มีความเคียดแค้นและดูเอาพลังจากวิญญาณอาฆาตเข้าไปทำให้เกิดเป็นผลึกวิญญาณอสูร.....


    และผลึกในมือของเจิ้งฟู่นั้นก็เป็นผลึกวิญญาณอสูรจากเจ้ากระบือที่โกรธอย่างมากที่พวกพ้องของมันถูกฆ่าและที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาตอยู่แล้วด้วยนั้นจึงทำให้มันสามารถดูดซับพลังจากวิญญาณพวกนี้ได้จนเกิดเป็นผลึกวิญญาณอสูรออกมา......


    ****************************************************************************************

    จบไปกับ 50 ตอนสำหรับเปิดเรื่องกระผม พี่หมี TZ เป็นนักแต่งหน้าใหม่แบบใหม่มากๆๆ นิยายเรื่องนี้แต่งเองนะครับอาจจะมีบางคนไม่รื่นหูเวลาอ่านไปบ้างหรืออาจจะมีมุขเก่าๆแต่คงกลับมาแก้ไม่ได้แล้วเพราะเรื่องนี้แต่งมานานแล้วสำหรับ 50 ตอนที่ผ่านมานี้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วซึ่งนิยายเรื่องนี้มีเกือบ 400 ตอนแล้วครับยังไงก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้ไว้กับทุกคนด้วยนะครับ