หยางหนิงกับเซียวกวงนั่งยองๆอยู่ด้านหลังแท่นหิน ได้ยินเสียงคนเข้ามาในศาลเ้าปฏิกิริยาแรกของพวกเขาคือพวกนั้นตามมาทันแล้ว แต่ไม่รู้ว่าใช่พวกนินจาฮิดะหรือเปล่า
หยางหนิงหยิบมีดสั้นออกมาจากหน้าอกเอามากำไว้ในมือ เซียวกวงมองไป เห็นมีดสั้นสว่างแวววาวเขามองเดี๋ยวเดียวก็รู้ทันทีว่ามันไม่ใช่ของธรรมดา แต่ก็สงสัยว่าขอทานอย่างหยางหนิง จะมีอาวุธดีในมือขนาดนี้ เมื่อได้ยินคนเดินเข้ามาในห้องเขาก็หยิบก้อนหินขึ้นมาไว้ในมือ
ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าดูท่าจำนวนคนก็คงไม่น้อยเลย ได้ยินเสียงที่ดูนอบน้อมดังขึ้นมาว่า “ใต้เท้าที่นี่ดูร้างมานานหลายปี ดูเหมือนไม่มีใครอยู่เลย คิดว่าคงไม่มีใครตามมาหรอก”
เสียงคนที่อยู่ข้างหน้าแลดูมีอายุพูดว่า “ที่นี่ยังคงเป็เขตแดนของแคว้นฉู่อย่างไรเราก็ต้องระวังตัว พวกเขาไม่มีทางปล่อยเราไปง่ายๆ ระวังไว้ก่อนดีกว่า”แล้วก็ออกคำสั่งไปว่า “ส่งคนสองคนออกไปเฝ้าระวังไว้เราจะรอให้พวกเขาตามมาก่อนโดยเราไม่เตรียมตัวไม่ได้”
คนของเขารับคำสั่ง แล้วก็มีสองคนเดินออกนอกประตูไป
“ใต้เท้า ดื่มน้ำก่อน” หยางหนิงนั่งอยู่ด้านหลังแท่นหินก็ได้ยินอีกว่า “เราเดินอ้อมมาตลอดทางเพื่อสลัดพวกเขาออกไป แต่ตอนนี้อาหารแห้งของเราเหลือน้อยมากแล้ว”
“ทุกคนอดทนกันหน่อย” เสียงคนมีอายุกล่าว “เราเดินขึ้นไปทางทิศเหนืออย่างมากก็ใช้เวลาอีกสามถึงห้าวัน ก็น่าจะถึงไหวชุ่ยแล้ว ตลอดทางที่ผ่านมาเราสร้างเขาวงกตหลอกพวกเขาหลงทางไปไม่น้อย” แล้วพูดอีกว่า “ใช่ ปล่อยเขาออกมาก่อนให้เขาได้ดื่มน้ำสักหน่อย อย่าให้มาตายที่นี่เด็ดขาด”
หยางหนิงกับเซียวกวงรู้สึกสงสัยแต่ในตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะโผล่หน้าไปดู กลัวว่าพวกเขาจะเห็น
ไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม ก่อนจะมีคนพูดขึ้นมาว่า“ใต้เท้า เ้านี่มันสลบไปแล้ว”
“ลองดูสิว่ามันตายหรือยัง?” เสียงคนมีอายุรีบพูด “จะให้มาตายแบบนี้ไม่ได้ ไม่งั้นสิ่งที่เราทำจะสูญเปล่า”
“ใต้เท้าโปรดวางใจ ยังหายใจอยู่” มีคนพูดว่า “สงสัยจับมัดอยู่ในถุงตลอดทางก็เลยสลบไป ไม่มีอันตรายถึงชีวิต”
เสียงคนมีอายุตอบกลับว่า “อืม” แล้วรีบพูดต่อว่า “หากว่าได้ตัวกลับไปเป็ๆเราจะได้เงินได้ทอง แต่ว่าตายแล้ว สลึงหนึ่งก็ไม่ได้”
“ใต้เท้า เ้านี่มันมีมูลค่าขนาดนั้นเลยหรือ?” มีคนสงสัยแล้วถามว่า “เขาก็แค่คนปัญญาอ่อนคนหนึ่งคนบ้าแบบนี้มันคุ้มให้ใต้เท้าเสี่ยงขนาดนี้เลยหรือ?”
“คนบ้า?” เสียงคนมีอายุพูดว่า “ต่อให้บ้าก็ต้องดูว่าเขามีฐานะอะไร หากเป็คนทั่วไป ต่อให้ฉลาดแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์กับเราแต่คนบ้าคนนี้ มันดันมีมูลค่ามหาศาล หากพวกเ้ารู้ว่าเขาเป็ใครก็คงไม่พูดแบบนี้แน่ๆ”
หยางหนิงยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินพวกเขาพูดคุยกัน เ้าพวกนี้จับคนมา คิดว่าน่าจะเอาคนๆ นี้ไปแลกค่าตอบแทนแล้วคนที่จับมาเหมือนจะเป็บ้าด้วย
แต่ว่าเหมือนคนพวกนี้จะไม่ใช่โจรธรรมดาทั่วไปพวกเขาเหมือนเรียกคนที่มีอายุนั่นว่าใต้เท้า แล้วยังพูดอีกว่าจะข้ามไหวชุ่ยไปยังเป่ยฮั่นดูแล้วฐานะคงไม่ธรรมดาแน่ๆ
เขาเหลือบไปมอง เห็นเซียวกวงขมวดคิ้วแน่นสีหน้าท่าทางจริงจังขั้นสุด
“ใต้เท้า เ้านี่มันเป็เทวดามาจากไหนกัน?” มีคนอดไม่ได้ที่จะถาม
เสียงของคนมีอายุพูดว่า “อะไรกัน ลืมกฎเกณฑ์กันไปแล้วหรือ? เ้าถามได้งั้นหรือ?”
เสียงของคนมีอายุถอนหายใจแล้วพูดว่า “หลายปีมานี่ ทุกคนต้องจากบ้านมา ลำบากกันมากข้ารู้ว่าพวกเ้าทุกคนคิดถึงคนที่บ้าน หากไม่เสี่ยง เกรงว่าอีกสามถึงห้าปีเราก็อาจจะไม่ได้กลับไป”
ทุกคนนิ่งเงียบไป
“ทำการครั้งนี้ ข้าเคยบอกพวกเ้าไปแล้วขอแค่งานนี้สำเร็จ เราไม่เพียงได้กลับบ้าน แต่ท่านโหวเย่ก็จะดูแลเราอย่างดีแน่นอน”เสียงของคนมีอายุพูดว่า “ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งไหม ข้าไม่อาจรับประกันได้แต่เื่ของฐานะความร่ำรวย มีให้แน่ๆ”
หยางหนิงเป็คนฉลาด เมื่อได้ยินดังนี้ก็คิดขึ้นมาได้ว่า หรือว่าคนพวกนี้จะเป็คนเป่ยฮั่น แต่แอบซ่อนตัวที่ทางทิศใต้ของแคว้นฉู่นี่?
หากนี่เป็เื่จริงงั้นเื่นี้ก็ไม่แปลกอะไร
เขารู้ว่าแคว้นฉู่และแคว้นฮั่นเผชิญหน้ากันมานานทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะยุติาที่ต่อสู้กันยาวนานมาหลายปีในสถานการณ์แบบน้ำไฟไม่ถูกกันแบบนี้ ทั้งคู่ส่งสายลับซุ่มไว้ในดินแดนอีกฝ่ายก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
คนพวกนี้น่าจะเป็สายลับที่ซุ่มอยู่ที่ทางทิศใต้ของแคว้นฉู่แต่พวกเขาคงเบื่อหน่ายชีวิตแบบนี้แล้วก็อยากกลับบ้านดังนั้นจึงคิดหาวิธีหนีกลับเป่ยฮั่น
แล้ววิธีที่เขาใช้ก็เหมือนจะเป็จับตัวคนบ้ามาคนหนึ่ง
“ใต้เท้า เราติดตามท่านมานานหลายปีท่านดูแลพวกเราอย่างดี” มีคนซาบซึ้งใจแล้วพูดว่า “ในเมื่อเราตกลงที่จะทำงานนี้ไม่ว่าสำเร็จหรือไม่ เราก็ขอติดตามท่านต่อไป”
มีคนถอนหายใจแล้วพูดขึ้นมาว่า “ได้เลื่อนขั้นหรือไม่เราไม่ได้สนใจ หากว่าได้อยู่กับคนที่บ้านแค่นี้ก็พอใจแล้ว แต่ก่อนข้ายังคิดเลยว่าคงไม่ได้กลับไปอีกแล้วคงไม่มีโอกาสจะได้เจอพ่อแม่ เมีย และลูกแล้ว”
เสียงของคนมีอายุหัวเราะแล้วพูดว่า “ทุกคนอย่าคิดมากอีกไม่กี่วัน ขอเพียงพาเ้านี่ข้ามไหวชุ่ยไป เราก็จะทำงานสำเร็จหลังจากนั้นเราก็จะสบายกันแล้ว” แล้วก็สั่งอีกว่า “เร่งเดินทางกันมาหลายวันทุกคนลำบากกันมาก พักกันให้เต็มที่ รอฟ้ามืด เราค่อยเดินทางกันต่อ”
“รับทราบ!”
“ใต้เท้า ที่นี่มีหญ้าแห้งเรามาปูเป็ที่นอนได้” มีคนพูดขึ้นมาอีกว่า “พวกเราที่นี่มีหญ้าแห้งมากพอ ทุกคนเอาไปปูนอนกันได้” ระหว่างที่พูดก็มีคนเดินมาทางกองหญ้าแห้ง
หยางหนิงกำมีดเอาไว้แน่น ทันใดนั้นกลับรู้สึกอึดอัดที่ข้อมือเมื่อหันหน้าไป ก็เห็นเซียวกวงกำลังจับที่ข้อมือของเขาอยู่ เห็นสีหน้าของเขาค่อนข้างเครียดหยางหนิงยิ้มให้เซียวกวง แต่ว่าในใจกลับยิ้มไม่ออก
ตอนแรกเขาคิดว่าพวกของนินจาฮิดะตามมาทันแต่ตอนนี้พบว่าไม่ใช่พวกนั้น ในใจก็เบาใจไปเยอะ แต่เมื่อได้ยินประโยคสนทนาเ่าั้ก็คิดว่าคนพวกนี้ก็ไม่น่าจะเป็คนดี
พวกเขาเป็สายลับเป่ยฮั่นที่แฝงตัวอยู่ทางทิศใต้ของแคว้นฉู่แสดงว่าต้องเป็คนไม่ธรรมดา ไม่งั้นคงมีความสามารถในระดับที่สามารถส่งมาประจำที่ทิศใต้ของแคว้นฉู่แน่ๆ
ตอนนี้ยังจับคนหนีไปทางทิศใต้ของแคว้นฉู่ แถมยังหลบมาทางที่ไม่มีใครเห็นอีกแสดงว่าตลอดทางที่ผ่านมาปกปิดการเดินทาง กังวลว่ามีคนจะมาเห็นเข้า
ในเมื่อเป็แบบนี้หากพวกเขาเห็นว่าในศาลเ้ามีคน จะต้องฆ่าปิดปากแน่นอน
หยางหนิงรู้สึกว่าตัวเองดวงไม่ดีเหมือนจะมีดวงมฤตยู คนที่พบเจอแต่ละคน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเหมือนกับว่าจะมาเอาชีวิตเขาทั้งนั้น
ในตอนนี้เอง ก็มีคนพูดขึ้นมาว่า “ใต้เท้าที่นี่...มีปัญหา!”
หยางหนิงได้ยินเสียงพูดดังมาจากข้างๆในใจก็ตื่นกลัว คิดไว้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้เคลื่อนย้ายหญ้าแห้งไป จะต้องเห็นร่องรอยกองไฟที่เขาปิดไว้แน่ๆ
ไม่ผิดจากที่คิดเสียงดัง “เช้ง” เมื่อมีคนบอกว่ามีปัญหา ก็มีคนชักดาบออกจากฝัก
“นี่น่าจะก่อขึ้นเมื่อคืนนี้” คนนั้นพูดขึ้น“น่าจะมอดเมื่อสองสามชั่วโมงก่อน...ศาลเ้านี้มีคนมาอยู่ก่อนแล้ว” แล้วพูดอีกว่า “ใต้เท้าพวกเขาน่าจะออกไปในตอนเช้า น่าจะเพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก ก็เลยมาหลบฝนที่นี่”
เสียงของคนมีอายุพูดขึ้นว่า “ที่นี่ลึกลับจะตายไป ใครที่ไหนจะมาพักค้างคืน?”แล้วพูดเสียงเย็นะเืว่า “เ้าบอกว่าพวกเขาไปตอนเช้า ข้าว่าไม่ใช่”
“ใต้เท้า ท่านหมายความว่า?”
“ค้นในศาลเ้านี่ให้ละเอียด” เสียงของคนมีอายุสั่งอย่างดุดัน “ไม่ว่าใครก็ตามฆ่าให้หมด!”
หยางหนิงกำมือแน่นเซียวกวงมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา ทันใดนั้นก็มีเสียงใกลัวดังเข้ามาจากด้านนอกศาลเ้า“ใต้เท้า ใต้เท้า แย่แล้ว มีคน...มีคนตามมาแล้ว...!”
ตอนแรกพวกเขาเตรียมจะค้นศาลเ้าแล้ว แต่เสียงของคนมีอายุพูดอย่างนิ่งๆว่า“ทุกคนอย่าแตกตื่น ต้าเิ เอาเ้านั่นมา...”
หยางหนิงรู้ว่าเกิดเื่ขึ้นแน่ๆในใจแอบคิดว่าทหารที่ไล่ล่ามาได้ทันเวลาพอดี หากว่ามาช้ากว่านี้อีกหน่อยเขากับเซียวกวงจะต้องถูกพบแน่ๆ
เสียงฝีเท้าดูวุ่นวาย เสียงของคนมีอายุพูดขึ้นมาว่า“ทุกคนอย่ากลัว ตัวประกันอยู่ในมือ พวกเขาไม่กล้าทำอะไรเราหรอก”จากนั้นก็ออกคำสั่งต่อว่า “หากไม่มีคำสั่งข้า อย่าทำอะไรวู่วาม”
หยางหนิงทนไม่ไหวยื่นหน้าออกไปมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนรวมตัวกันอยู่ที่ปากประตู มีประมาณเจ็ดแปดคน ในตอนนี้ทุกคนต่างถืออาวุธในมือคนที่ยืนอยู่หลังสุดเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ สูงกว่าคนอื่นเกือบเท่าหนึ่ง ในมือของเขาจับถุงขนาดใหญ่ไว้หยางหนิงคิดว่าน่าจะเป็ตัวประกันที่พวกเขาจับมา
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังขึ้นคนที่อยู่ตรงปากประตูเหมือนจะใ ต่างะโหลบไปข้างหลังกำแพง
“เ้าสวะ บอกให้ลงมือก็ลงมือสิ” มีคนะโด่า แล้วก็มีคนพูดว่า “ใต้เท้า เราทำไงดี?”
หยางหนิงเห็นคนที่ประตูล้มลงไปแล้วหนึ่งคนกำลังดีดดิ้นอยู่บนพื้น คนที่อยู่ข้างๆ ลากคนที่ทรมานอยู่ไปไว้ข้างๆเห็นหน้าอกของคนๆ นั้นมีศรธนูปักอยู่
เสียงของคนมีอายุพูดขึ้นมาด้วยความโกรธว่า “เราปกปิดการเดินทางมาตลออดทาง พวกเขาตามมาได้อย่างไร?”
หยางหนิงเห็นคนที่พูดสวมชุดสีเทายาว สวมหมวกรูปร่างท้วมนิดหน่อย มองไปดูเหมือนคนมีเงินทั่วไป
สิ้นเสียงของชายอ้วน ก็ได้ยินเสียง “พรึ่บพรั่บ” ดังต่อกันไม่หยุดลูกศรราวกับสายฝนพรั่งพรูเข้ามายังด้านใน มีคนร้องขึ้นมาว่า “โอ๊ย” เหมือนกับว่าถูกยิง
หยางหนิงเห็นลูกธนูเยอะมากในใจก็คิดว่าคนที่ตามมานั้นก็น่าจะมีจำนวนไม่น้อยเลย คิดอีกว่าเ้าพวกนี่ก่อเื่ใหญ่เข้าแล้วตัวเขาก็เหมือนติดร่างแหไปด้วย ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ออกไปจากศาลเ้า
“คนข้างนอกฟังให้ดี…!”ชายอ้วนชุดเทาะโว่า “คนที่พวกเ้า้าอยู่ในมือของเราหยุดยิงซะ ไม่งั้นเราจะฆ่าเขาทันที ทุกคนจะได้ตายพร้อมกันหมดในนี้”