ค่าตัวออกรายการได้เพียงคนละห้าพันบาท ซึ่งมันก็สมเหตุสมผล
เจมส์เป็นแค่ชาวไร่ไม่ใช่นักแสดงหรือดารามีชื่อเสียง แต่เชื่อเถอะเมื่อทุกคนได้รู้ว่าเขาคือคนรวยที่แท้จริง เรทค่าตัวจะต่างออกไปจากเดิม รวมถึงการเข้าหาจากบรรดาคนมากหน้าหลายตา
ยังไม่กลับไปวังน้ำเขียว ตกเย็นเจมส์นัดทานข้าวกับเคน นักธุรกิจหนุ่มในวัย 25 ปี คนหนุ่มไฟแรงแห่งบ้านธนพัฒน์ประกอบกิจการสื่อสิ่งพิมพ์และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง
เข้ามาในร้านอาหาร สั่งเครื่องดื่ม ข้าวปลาและขนมหวานพอสังเขป เคนกล่าวเข้าประเด็น
“คุณเจมส์นี่สุดยอดจังเลยนะครับ เล่นงานซะดาราหนุ่มหน้าเหวอเลยทีเดียว”
“นั่นสินะ นึกถึงหน้าเขาทีไร ฉันละอยากหัวเราะดังดังๆ” เลขาสาวเสริมพลางยิ้มมุมปาก
“หึหึ วิธีของเจ้านายดูหน่อมแน้มเกินไป หากเป็นผมคงจัดให้หนักๆ” ทอยเข้าร่วมวงสนทนา แต่ให้ตายสิพูดมาก็เริ่มโอ้อวดว่าตัวเองเก่ง แถมยังจงใจเบ่งกล้ามโชว์คุณแป้ง
“ทอย หยุดเล่นได้แล้วน่า” โมนิก้าเตือน พลางเขม่นด้วยสายตา อย่างกับเธอเป็นพี่เลี้ยงเด็ก
เจมส์อมยิ้มมุมปาก ในขณะวางถ้วยกาแฟลง “ผมก็แค่จัดการไปตามสมควรเท่านั้น เป็นดาราคิดว่าตัวเองแน่ พระเอกหนุ่มแบบนี้อนาคตคงอยู่ได้ไม่นาน”
“นั่นสิครับ” เคนแม้จะไม่รู้เกี่ยวกับแวดวงบันเทิง แต่ถ้าหากยังทำตัวแย่กร่างโดยไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพออาจเจอตอเข้า สุดท้ายอาจจบแบบพอร์ช
อาหารที่ถูกจัดเรียงอยู่บนโต๊ะเริ่มถูกจัดการ ในระหว่างนั้นก็พูดคุยเรื่อยเปื่อย
“ตอนนี้คุณเจมส์กำลังทำช่องใช่ไหมครับ สนใจเด็กในโมเดลลิ่งผมไปแสดงไหมครับ เด็กผมน่ารักทั้งนั้นเลยนะ ถึงจะไม่มีชื่อเสียงอย่างดาราหรือนักร้อง แต่ถ้าหากได้รับการเจียระไนล่ะก็ จะต้องเปล่งประกายอย่างแน่นอน”
เคนประกอบธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นปกติต้องมีเด็กในสังกัดไว้ขึ้นปก
ในกรณีเข้าใจได้ง่าย เขาหวังให้เจมส์ผลักดันอีกฝ่าย ในขณะเดียวกันยอดขายบนชั้นหนังสือจะเพิ่มขึ้น
ไม่พูดเปล่า เขาสั่งให้เลขานำนิตยสารขึ้นมาให้เจมส์ได้ยลโฉม
รับมาเปิดหน้าหนังสือ พบว่าเนื้อหาข้างในก็มีได้ทั่วไปตามตลาด ไม่ได้หวือหวาจะมีดีก็แค่หน้าปกผู้หญิงอกโต
“เป็นยังไงบ้างครับ นิตยสารของผมถูกใจหรือเปล่า นี่ไม่ใช่ธุรกิจบ้านธนพัฒน์แต่เป็นผมที่แยกตัวออกมาเปิดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก อาจสู้เจ้าใหญ่ไม่ได้แต่ผมตั้งใจทำสุดๆ เลยนะครับ”
เจมส์ปิดหนังสือ ส่งให้เลขาแป้งคืน เหยียดแขนออกไปตักเค้กสตอเบอรี่ชิ้นเล็กขึ้นมากิน พลางกล่าว
“ช่องของผมเปิดตัวเมื่อปีที่แล้วเอง เน้นการ์ตูนเด็ก คงไม่เหมาะกับผู้หญิงเซ็กซี่ของคุณหรอก”
“ใครว่าอย่างนั้นละครับ จริงอยู่ที่พวกเธอดูเซ็กซี่สุดๆ แต่ถ้าหากจับแต่งตัว...เอ่อชุดหมีอะไรพวกนั้น น่าจะเข้ากันดีนะครับ” เคนเริ่มพูดจาหว่านล้อม
จริงอยู่ที่ช่อง Animation Kids เป็นเพียงช่องที่เปิดตัวได้ไม่นาน
เป็นช่องสำหรับเด็กที่กำลังเป็นกระแส หากเป็นคนอื่นเคนคงไม่ขอร่วมธุรกิจ แต่เจมส์คือคนรวยตัวจริง แถมยังรวยกว่าเขาหรือครอบครัว ดังนั้นจึงไม่แปลกหากต้องการดึงมาทำการค้า
เจมส์พยักหน้าเห็นด้วยในหลายความหมาย “ก็จริงของคุณ แต่ตอนนี้ผมมุ่งเน้นไปที่อนิเมชั่นเป็นหลัก ต้องไว้ประมูลทีวีดิจิตอลแล้วนั่นแหละ ถึงตอนนั้นเด็กของคุณคงว่างมาแสดงในช่องของผมใช่ไหม”
เจมส์ไม่คิดหยุดอยู่แค่ช่องในยูทูป แต่ต้องการขยับขยายไปทีวีดิจิตอล นั่นหมายความว่า ช่องต้องมีความหลากหลาย มีอนิเมชั่นเด็กได้แต่ก็ควรมีอย่างอื่นคั่นเวลา แต่ไม่ควรขาดเอกลักษณ์ที่มีแต่เดิม
“ได้ยินแบบนี้ผมค่อยสบายใจ แต่ถ้าคุณเจมส์เริ่มทำทีวีดิจิตอลแล้วละก็ อย่าลืมชวนผมไปร่วมลงทุนนะครับ”
“แน่นอน แต่ว่าเงินลงทุนต้องหนาหน่อยนะ”
“เข้าใจแล้วครับ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะเริ่มเก็บเงินเพื่อลงทุนในบริษัทคุณเจมส์!"
“หึหึ คุณก็พูดเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า คุณน่ะเป็นคนรวยรุ่นที่สองนะ พูดอย่างกับว่าตัวเองเป็นยาจก”
เคนถูไม้ถูมือไปมา ท่าทางประเดิกประดาก “ก็จริงครับ แต่ไม่ใช่ว่าผมขอเงินที่บ้านเป็นอย่างเดียวนะครับ ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์เป็นเงินเก็บตั้งแต่เรียนอยู่นอกของผมเอง...เอาล่ะวันนี้ถือเป็นวันดีที่เราได้รู้จักกัน ดื่มกันเถอะครับ”
“ดื่ม...กาแฟ”
“เอ่อ...หรือคุณเจมส์อยากได้วิสกี้ ถ้าอย่างนั้นผม...”
“ล้อเล่นน่ะ กาแฟนี่แหละดีแล้ว เพราะคืนนี้ผมยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ”
พวกเขาดื่มและกินราวหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเจมส์ขอแยกตัว มีธุระต้องไปจัดการที่ไร่
เขาไม่ได้แวะไปหาแฟนสาวอย่างปิ่น
ฟังว่าช่วงนี้หล่อนกำลังมีงานแสดงละครโดยผู้จัดพริ้งพราว คนที่เคยว่าจ้างให้บริษัทของเจมส์ไปทำซีจี ซึ่งผลที่ได้ก็ทำให้ละคร'แดนพิศวง'ดังเป็นพลุแตก
ส่วนสไปร์และวุ้นเส้น มีการโทรคุยตลอด ทำให้รู้รายละเอียดงานคร่าวๆ ว่า ตอนนี้คลินิกกำลังถูกสร้างในสองห้างดัง คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนถัดไป
เพราะทุเรียนขายดิบขายดี ลังไม้พาเลทจึงต้องปั้มตราจักรพรรดิเล่ยเจียมากขึ้น เจมส์ไม่คิดแช่อยู่เมืองกรุงเทพฯ นาน เสร็จธุระจากรายการ'คันยิบยิบ'ก็เดินทางกลับทันที
ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่อง ช่วยไม่ได้ต้องก้มมองถุงมือซ้ายซึ่งมีสัญลักษณ์ตรีศูล
ตั้งแต่มันได้ดูดกลืนสายฟ้าเจ็ดสี ลวดลายเริ่มเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นถุงมือกลิ่นใหม่เอี่ยม คล้ายเพิ่งออกจากโรงงานโดยตรง
นอกจากนั้นเจมส์ยังพบว่า แบตเตอรี่ของมันหมดช้าลงกว่าเดิม และอีกอย่างหนึ่งที่ค้นพบ ผลเสียด้านลบแทบจะหมดไปแต่ใช่ว่าจะไม่มีเลย
“ดูเหมือนเป็นเพราะสายฟ้าเจ็ดสี ช่วยให้มันอัปเกรดจนแทบไม่แสดงผลเสียด้านลบ ดีชะมัด ชักอยากจะรู้แล้วสิถ้าหากกินสายฟ้าเรื่อยๆ ผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
ลองนึกดูหากคุณสามารถนำสิ่งใดก็ได้ออกมาจากหน้าหนังสือโดยไม่ต้องรับอันตราย มันจะเจ๋งมากแค่ไหน
เจมส์ได้แต่หวังว่าสายฟ้าทั้งเจ็ดจะทำหน้าที่ได้ดี แต่ทว่าผลลัพธ์ที่เราคาดหวังย่อมสมหวังได้ยากเสมอ
.......
กลับมาถึงไร่ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทานข้าวมื้อดึกสักสองสามจาน เจมส์ขึ้นรถกอล์ฟที่ถูกทอยจัดเตรียมไว้ไปยังพื้นที่โล่งในไร่ เตรียม'ปั้มตรา'คืนนี้
ลังไม้พาเลทที่ถูกสั่งจากโรงงานอำพลมีขนาดเท่าภูเขาลูกเล็ก พวกมันถูกขนย้ายโดยหุ่นแบนเนอร์
เจมส์นั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ด้านข้างมีทันและทอย คอยยื่นลังไม้มาให้ปั้มตรา
เช่นเดียวกับครั้งก่อน สายฟ้าเจ็ดสีได้สว่างไสวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
หมู่ดาวพร่างพราวทยอยมืดหม่น คล้ายกับมีใครบางคนนำยางลบมาลบ
เพราะอยากทำคืนนี้ให้เสร็จ สายฟ้าจึงกระหน่ำลงมาโดยไม่หยุดหย่อน
จากสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ ไม่แปลกหากจะมีผู้พบเห็นสายฟ้าที่ราวกับแสงออโรร่า
หลายคนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป บ้างถ่ายวีดีโอ บ้างคุยโม้ว่าตัวเองได้พบกับพระเจ้า
เหตุการณ์ประหลาดกินเวลาราวหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่ท้องฟ้าจะกลับมาสงบสุข
แสงดาวที่มืดสลัวเริ่มทยอยเด่นชัดขึ้น พร่างพราวระยิบระยับบนท้องฟ้า
“ข่าวหน้าหนึ่ง นี่ต้องเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เหตุการณ์ประหลาดจะทำให้ฉันเป็นคนดัง ฮ่าฮ่าฮ่า!” นักข่าวคนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมากางเต้นท์กับเพื่อนร่วมงานได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ ตอนแรกว่าไม่น่ามาเลยที่นี่ดูกันดาร ร้านอาหารก็หายาก
แต่เมื่อได้พบกับสายฟ้าเจ็ดสี ทั้งถ่ายรูปและวีดีโอนักข่าวรายนี้ดีใจอย่างกับตัวเองถูกล็อตเตอรี่ 6 ใบ
เขาตื่นเต้นทั้งน้ำตา เข้าไปกอดเพื่อนผู้ชายตัวโตทั้งจูบและหอม ทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกขยะแขยงต้องรีบกลับไปนอนอีกเต้นท์
........
ไม่กี่วันเทปบันทึกรายการ'คันยิบยิบ'เริ่มออกอากาศ
คันไฟถูกต้นสังกัดดาราหนุ่มด่ากราดแต่เขาไม่สนใจประเด็นนั้น
เนื่องจากนั่นคือช็อตเด็ดที่ดาราหนุ่มหน้าแตกกลางรายการ พอออนแอร์ก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน
ทุกคนเอาแต่พูดถึงดาราหนุ่มหน้าเหวอกลางรายการ
ไม่ประมาณตัวเอง คิดว่าตัวเองเจ๋งเพียงเพราะเป็นดารา
คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านที่นักแสดงมักเข้าพักอาศัย
พอร์ชได้รับสายจากผู้จัดการ จากนั้นหยิบรีโมทขึ้นมากดไปที่ช่อง'คันยิบยิบ'ตามด้วยสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไป
“เวรเอ้ย ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ไอเจมส์สันดานหมา! มึงเป็นคนรวยแต่กล้ามาหลอกว่าจน แม่งทำเหมือนกับกูเป็นตัวตลก!”
เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากดูรายการจบพอร์ชได้รับสายจากผู้จัดการเป็นครั้งที่สอง
“อะไรนะครับพี่ สปอนเซอร์จะถอดผมออกเหรอครับ แบบนี้ไม่ได้นะ พี่ต้องทำอะไรสักอย่างสิ พี่ครับช่วยผมด้วยนะ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ พี่ครับ!”
ดาราหนุ่มหน้าใหม่อย่างพอร์ชไม่ได้มีดีกรีพอที่จะต่อรองกับขาใหญ่
พอเจอตอเข้านักธุรกิจเล็งว่าอาจเป็นปัญหากับเจมส์ จึงได้ถอนตัวตั้งแต่เนิ่นๆ
พอร์ชโยนโทรศัพท์ทิ้งหลังจากได้ยินข้อเสนอจากผู้จัดการ เริ่มระบายความโกรธด้วยการทุบข้าวของในห้อง
....
ขณะเดียวกัน สิงห์ เจ้าของ'ไร่พยัคฆ์'ที่ตอนนี้หันมาปลูกสตรอเบอรี่ รับโทรศัพท์จากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน สีหน้าต้องเปลี่ยนไปเมื่อเห็นหัวข้อข่าวเกี่ยวกับเจมส์
“ไอ้เวรนั่นมันทำได้ยังไง พ่อครับผมว่าเรื่องนี้มันแปลก” โอมกล่าวพลางขบคิดถึงปัญหา