เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 42 หลังจบงานขออนุญาตกลับไปเล่นสงกรานต์นะครับ

    "ฮ่าๆ มาๆ ไอหลานรักไม่ได้เจอกันตั้งสิบปี ดูสิว่าแกโตขึ้นขนาดไหน" ชายชราพาพวกวินเทอร์เข้าไปนั่งพักที่ห้องนั่งเล่น


    หลังจากที่พวกเขาได้มาถึงห้องนั่งเล่น ก็พบว่ามีผู้ชายวัยกลางคนกำลังนั่งเคร่งขรึมอยู่บนโซฟา บนใบหน้าของเขามีหนวดทรง CONNOSSEUR อันเป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่


    เมื่อชายวัยกลางคนเห็นว่ามีกลุ่มคนเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นแห่งนี้ เขาจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง


    "วิน!" ชายวัยกลางคนวิ่งเข้าไปกอดวินเทอร์และหัวเราะลั่นออกมา


    "ไม่เจอกันนานเลยนะ ดาเมี่ยน!" รอยยิ้มของวินเทอร์มีความรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย


    "นานจริงๆ มันก็ตั้งสิบกว่าปีเลยนะเนี่ย ที่เห็นแกครั้งล่าสุด ดูสิไอเด็กน้อยคนนั้นมันโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย! ฮ่าๆ" ดาเมี่ยนจับไปที่ไหล่ของวินเทอร์ แววตาของเขาไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นและยินดีไว้ได้เลย


    "ไปๆ วินมันเดินทางมาเหนื่อยๆ แกจะให้เขายืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม?" ชายชรามะเหงกลงไปที่หัวดาเมี่ยนหนึ่งที


    ภาพลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ในประเทศหมาป่าเวลานี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย จากนั้นพวกเขาก็พากันไปนั่งลงบนโซฟาหรูและเริ่มพูดคุยสัพเพเหระถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ


    "วิน แกจะไม่แนะนังหนูทั้งสามคนให้รู้จักหน่อยหรือ"


    ดาเมี่ยนพยักหน้าเห็นด้วยกับชายชรา เพราะตัวเขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าสามสาวที่วินเทอร์พามาด้วย เป็นลูกเต้าเหล่าใคร


    วินเทอร์ยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน พร้อมค่อยๆ เริ่มแนะนำคนรักทั้งสามให้ปู่ของเขาฟัง


    เมื่อชายชราและดาเมี่ยนได้ยินว่าทั้งสามเป็นคนรักของวินเทอร์ พวกเขาก็ต่างพากันหัวเราะลั่นออกมาด้วยความสุขและรู้สึกยินดีกับหลานชายคนนี้ไม่น้อย ก่อนที่จะถามถึงทายาท หลานเหลนตัวน้อยๆ


    วินเทอร์ที่ได้ยิน ก็ทำได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา น้องซัมกับแอนนี่ยังเด็กอยู่เลยนะคุณปู่ ส่วนพี่ส้มก็อาจจะได้อยู่นะ


    แต่ถ้าพูดถึงเรื่องลูกแล้ว วินเทอร์ก็รู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าลูกของเขากับซัมเมอร์จะเป็นคนเดียวกับชีวิตที่แล้วหรือเปล่า ลูกคนแรกของพวกเขาจะเป็นไดมอนด์เหมือนเดิมจริงๆ เหรอ? ในเมื่อวินเทอร์ได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปเยอะอยู่เหมือนกัน


    การที่ไม่มีผู้คุมกาลเวลาออกมากระทืบเขา ก็ยังนับได้ว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้แฟนตาซีมากเกินไป


    "แล้วพวกพี่ซันละ? ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ" ดาเมี่ยนกวาดสายตาสังเกตไปรอบๆ แต่เขาเห็นเพียงแค่วินเทอร์และสามสาวเท่านั้น


    "ท่านเสียไปแล้วครับ..." วินเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เฉยเมย


    บึ้ม! ประโยคที่วินเทอร์ได้พูดเมื่อสักครู่ เปรียบเสมือนฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจคนของตระกูลเมลคิออร์ ในหัวของดาเมี่ยนมันขาวโพลนได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ไม่สามารถที่จะพูดออกไม่ได้


    ดาเมี่ยนสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบขวดวิสกี้บนโต๊ะ หลังจากนั้นเขาก็เทวิสกี้ในขวดลงไปในแก้ว พร้อมยกขึ้นมาจิบเข้าไปหนึ่งอึก


    "ขอฉันดื่มบ้าง" คุณท่านใหญ่ตระกูลเมลคิออร์ยื่นมือไปรับแก้ววิสกี้จากดาเมี่ยน


    หลังจากที่ชายชราจิบเข้าไปหนึ่งอึก จากเดิมชายชราที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชา ในเวลานี้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้แก่ชราลงไปหลายสิบปี


    "ไปเรียกพี่น้องของแกกลับมาให้หมด" ชายชราพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งไร้เรี่ยวแรง


    ดาเมี่ยพยักหน้าอย่างจริงจัง และรีบทำตามคำสั่งทันทีโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย


    หลังจากผ่านไปได้ราวๆ สิบนาที ก็มีชายวัยกลางคนทั้งหมดสี่คน ที่มีใบหน้าตาคล้ายคลึงกับดาเมี่ยนและคุณท่านใหญ่เดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วยความมึนงง เพราะดาเมี่ยนไม่ได้บอกกล่าวอะไรกับพวกเขาเลย พวกเขารู้เพียงแค่ว่าต้องรีบกลับบ้านมาให้เร็วที่สุดเท่านั้น


    เมื่อสายตาพวกเขาไปเห็นวินเทอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กับคุณท่านใหญ่ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงและพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า "ซันนี่!? ไม่สิ นี่มันวินเทอร์ไม่ใช่เหรอ?"


    พวกเขามองไปที่คุณท่านใหญ่ด้วยความสงสัยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะบรรยากาศในห้องดูตึงเครียด ชวนน่าอึดอัดไม่น้อยเลย และวินเทอร์หลานรักของพวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? ไม่ใช่ว่าเขาอยู่ประเทศช้างกับซันนี่น้องชายของพวกเขาหรอกหรือ


    คุณท่านใหญ่เห็นว่าลูกชายทั้งหมดของเขาได้มารวมตัวกันครบแล้ว จึงพยักหน้าให้กับวินเทอร์ด้วยความเหนื่อยอ่อน เพื่อให้วินเทอร์ได้อธิบายเรื่องราวต่างๆ


    วินเทอร์จึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนไปถึงการล้างแค้นและเรื่องของกลุ่มฟูลเฮาส์ รวมถึงแผนการที่เขากำลังดำเนินอยู่ ณ ปัจจุบัน


    ณ เวลานี้คุณท่านใหญ่ที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากของวินเทอร์เขารู้สึกไร้ซึ่งเรี่ยวแรง บรรดาลูกชายของเขาที่ได้ยินว่าน้องชายคนเล็กพวกเขาเสียแล้ว ก็ยังไม่สามารถที่จะทำใจได้ในระยะเวลาอันสั้นๆ บรรยากาศในตระกูลเมลคิออร์เต็มไปด้วยความโศกเศร้า


    ถ้าเกิดว่าเป็นวินเทอร์คนก่อน เขาอาจจะมีสภาพอะไรไม่ต่างไปจากคนในตระกูลเมลคิออร์เลยและอาจจะหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เพราะว่าเขาได้ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ได้ปลดเปลื้องอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ออกไปหมดแล้วในชาติที่แล้ว ทำให้ในชาตินี้เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกเศร้าโศกอาดูรออกมามากมายสักเท่าไหร่ เพียงแต่เก็บไว้ในใจเท่านั้น


    ความรู้สึกของชายที่กว่าจะได้ขึ้นเป็นคนที่อยู่จุดสูงสุดของโลก เป็นมือมืดผู้บงการชีวิตของผู้คนนับล้าน ท่ามกลางวันเวลาอันยาวไกลวินเทอร์ต้องพบอะไรมามากมาย พานพบความทุกข์ยากมาเท่าไร จากลาผู้ใกล้ชิดมาเท่าไร ฝังกลบผู้คนมาเท่าไร


    วินเทอร์ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ ดื่มวิสกี้ในแก้วช้าๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา กระทั่งไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี


    เพราะเขาเองเข้าใจความรู้สึกของปู่เขาในตอนนี้เป็นอย่างดี วินเทอร์ก็เคยเสียไดมอนด์ที่เป็นลูกชายคนโตไป และก็ยังเสียซัมเมอร์ภรรยาสุดที่รักของเขาไปอีก


    "มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว" สุดท้ายแล้ว วินเทอร์ได้แต่ตอบออกไปแบบนี้ นอกเหนือจากคำคำนี้แล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร เพราะวินเทอร์ก็เองเป็นคนที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง การมีชีวิตอยู่จึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาแล้ว


    คุณท่านใหญ่ลุกขึ้นยืนเดินตรงไปหาวินเทอร์และวางมือลงบนไหล่ พร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจว่า "นับจากนี้ไป วินเทอร์ คือผู้นำตระกูลเมลคิออร์! มีใครคัดค้านหรือไม่?"


    ทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นไม่ว่าจะเป็นตัวระดับหัวเรือ กลุ่มผู้อาวุโสต่างๆ ไม่มีใครคัดค้านเลยสักคน เพราะคุณท่านใหญ่ได้เอ่ยปากด้วยตัวเองแล้ว และพวกเขาก็ได้ยินจากเรื่องของวินเทอร์แล้วว่า วินเทอร์เองก็เป็นคนที่คุมแก๊งหงเหมินอยู่


    ชื่อของแก๊งหงเหมินในเวลานี้ได้ดังกระฉ่อนมาถึงยุโรปแล้ว จากการที่พวกเขาสังหารรองหัวหน้าแก๊งฮันนิบาลที่เป็น 1 ใน 3 แก๊งใหญ่ของยุโรปไป ทำให้คนที่เป็นหัวหน้าแก๊งอย่างโจเซฟออกประกาศคำสั่งสังหารแก๊งหงเหมิน แต่ทว่าก็ไม่มีใครที่สามารถไปแตะน่านน้ำที่เป็นเขตของแก๊งหงเหมินได้เลยสักคน


    กองทัพเรือกับยุทโธปกรณ์สุดล้ำ และไหนจะเงินทุนที่ไร้ซึ่งขีดจำกัดนั่นอีก ธุรกิจโครงการต่างๆ ที่วินเทอร์ได้จัดเตรียมไว้ด้วยความทรงจำจากชีวิตที่แล้ว พวกมันค่อยๆ เติบโตขึ้นเอาๆ ทุกวัน ภายใต้การจัดการของหวงหลงทำให้อิทธิพลของแก๊งหงเหมินในเวลานี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก การที่จะยึดประเทศช้างหรือทวีปเอเชียเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น


    แม้กระทั่งตัวดาเมี่ยนที่เป็นผู้นำคนปัจจุบันเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยกับการที่วินเทอร์ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล ในความเป็นจริงแล้วตำแหน่งผู้นำตระกูลเมลคิออร์คือ ซันนี่ที่เป็นพ่อของวินเทอร์


    ซันนี่คือคนที่มีความสามารถมากที่สุด เขาเก่งกว่าดาเมี่ยนหลายขุม ทุกคนในตระกูลต่างพากันลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าซันนี่คือผู้นำตระกูลคนถัดไปต่อจากปู่ของวินเทอร์ แต่เพราะว่าซันนี่ได้ตกหลุมรักแม่ของวินเทอร์ เขาจึงปฏิเสธมรดกรวมถึงตำแหน่งทุกอย่าง เพื่อไปแต่งงานกับแม่ของวินเทอร์และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาสามัญที่ประเทศช้าง


    ซันนี่ไม่เคยกลับมาที่ตระกูลเมลคิออร์อีกเลย การกลับมาครั้งล่าสุดคือตอนวินเทอร์อายุสิบขวบ คุณท่านใหญ่ที่รู้สึกถูกชะตากับหลานคนนี้ตั้งแต่แรกพบ จึงให้วินเทอร์รับตำแหน่งคุณชายแทนพ่อของวินเทอร์ที่ถอนตัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับตระกูลอีกแล้ว


    ทีแรกซันนี่ไม่ต้องการให้วินเทอร์ต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มมาเฟีย แต่ว่าเขาเองก็รู้สึกผิดต่อครอบครัว ทุกคนต่างยอมรับและสนับสนุนช่วยเหลือเขาเป็นอย่างดี แต่เขากลับทำลายความหวังดีของทุกคนและยังหนีตามผู้หญิงไปอีก และการกลับมาครั้งนี้ก็เพื่อที่จะขอโทษทุกคน แต่ไม่คิดเลยว่าลูกชายของเขา จะเป็นที่รักใคร่ของคนในตระกูลมากขนาดนี้ เขาเลยยอมให้วินเทอร์รับตำแหน่งคุณชายคนเล็กในรุ่นสอง


    วินเทอร์เลยไม่ถูกจัดว่าเป็นคนรุ่นสาม ถึงแม้ว่าจะมีคนที่เกิดรุ่นเดียวกับวินเทอร์ พวกเขาต้องเรียกวินเทอร์ว่าคุณอาเล็ก แต่เรื่องพวกนั่นมันเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว เพราะวินเทอร์ได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเมลคิออร์ไปแล้วเรียบร้อย


    ข่าวเรื่องที่วินเทอร์เป็นผู้นำตระกูลเมลคิออร์มีแค่คนในตระกูลเท่านั้นที่รู้ เพื่อเป้าหมายที่จะดำเนินการนับต่อจากนี้ พวกเขาไม่ต้องการที่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น


    "อ่อ ผมต้องกลับประเทศช้างก่อนวันที่ 13 มีเวลาแค่ประมาณสองอาทิตย์เท่านั้น พอดีว่าผมจะกลับไปเล่นสงกรานต์น่ะ" วินเทอร์ยิ้มสบายๆ


    ผู้คนในห้องรับแขกต่างพากันยิ้มอย่างเหยเก ดูเหมือนว่าผู้นำตระกูลคนใหม่ของพวกเขาจะชิลเกินปุยมุ้ย? กลับประเทศเพื่อไปเล่นสงกรานต์เนี่ยนะ!!


    "เอ่อ...แล้วเรื่องอัลโกบาเลโน่ละ?" ดาเมี่ยนได้แต่เกาหัวแกร่กๆ ด้วยความสงสัย


    "พวกเจ็ดตระกูล เจ็ดวันก็เพียงพอครับ วันละตระกูล" วินเทอร์หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบเบาๆ


    เวลานี้ พวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดยังไงดี แน่นอนว่าฝีมือของวินเทอร์เป็นของจริงอยู่แล้ว ถ้าอ้างอิงจากแก๊งหงเหมิน แต่ตัวของวินเทอร์เนี่ยสิ จะชิลๆ สบายๆ เกินไปแล้วนะ!? ถ้าการที่กำจัดพวกเจ็ดตระกูลมันง่ายขนาดนั้น มันคงไม่เป็นปัญหาจนมาถึงทุกวันนี้หรอก!!!


    วินเทอร์จิบวิสกี้ไปพลางยิ้มให้กับทุกคนไปพลาง ด้วยท่าทีที่สบายๆ อัลโกบาเลโน่หรือเจ็ดตระกูลอะไรนั่น ไม่มีค่าอะไรในสายตาวินเทอร์เลยสักนิด แค่เขาร่ายคาถาวิงกาเดียมเรดิโอซ่า พวกเจ็ดตระกูลที่ว่าเจ๋งก็ปลิวหายไปหมดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกลับไปเล่นสงกรานต์สิ! เพราะเขาไม่ได้เล่นมาหลายสิบแล้ว!


    'Don't worry be Happy!'

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440