ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 79 : เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

    เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
    ภายในสวนของคฤหาสน์ตระกูลเย่ เย่กู่เฉินกับไป๋มู่เสวี่ยยืนอยู่ต่อหน้ากันและกัน
    “พูดมาเถอะ เธอมีธุระอะไร?” เย่กู่เฉินมองไปที่ไป๋มู่เสวี่ยอย่างสงบ เขาได้รักษาคอให้เธอหายดีอย่างถาวรแล้ว ดังนั้นเธอสามารถพูดได้ โดยไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น
    จริงอยู่ที่ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอแล้ว แต่เรื่องที่ครั้งหนึ่งเขาเคยตั้งใจที่จะรักษาให้เธอนั้น เขาจะไม่กลับคำพูดอย่างแน่นอน ดังนั้น เขาจึงรักษาให้เธออย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้
    “ฉัน...” ไป๋มู่เสวี่ยก้มหน้าลง ไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไรออกมาดี นี่มันไม่เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้
    เดิมทีสิ่งที่เธอคิดเอาไว้คือ เมื่อพบเย่กู่เฉิน เธอจะขอโทษเขากับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ยืนอยู่ต่อหน้าของเขาแล้ว เธอกลับพบว่าตัวเองไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี
    ไม่สิ ถ้าจะให้พูดกันตามตรง เธอพูดไม่ออกมากกว่า เป็นการพูดไม่ออกอย่างแน่นอน
    “ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็กลับไปเถอะ ฉันยังต้องกลับไปหาแฟนของฉัน” เย่กู่เฉินพูด นี่เป็นความจริง ตอนนี้เขาปล่อยให้ซงหว่านเอ๋อร์รออยู่ที่ห้างคนเดียว เขาย่อมต้องรู้สึกเป็นห่วงเธอ และอยากจะกลับไปหาเธอเร็วที่สุดอยู่แล้ว
    เทียบกับไป๋มู่เสวี่ยแล้ว ซงหว่านเอ๋อร์ดีกว่าเป็นไหนๆ เธอถึงกับมาตามหาเขาที่ปักกิ่ง โดยไม่ฟังคำคัดค้านของพ่อแม่
    แตกต่างกับไป๋มู่เสวี่ยที่ถูกทางตระกูลไป๋บังคับ ให้ตัดความสัมพันธ์กับเขาทุกอย่าง แล้วเธอก็ทำตาม แทนที่จะบอกเขาว่าถูกบังคับให้ทำ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่เคยอยู่ภายในหัวใจของเธอแต่แรก
    “ฟะ...แฟน!” ใบหน้าของไป๋มู่เสวี่ยซีดขาวลงอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินคำพูดของเย่กู่เฉิน เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะมีแฟนแล้วแบบนี้
    “ใช่ แฟนของฉัน” เย่กู่เฉินยิ้มเล็กน้อย เมื่อคิดถึงซงหว่านเอ๋อร์ ไม่เพียงแค่เธอที่เขาคิดถึง ถังม่านหยา สวีหยุนหนิงและโอวหยางเหม่ยด้วย
    ร่างกายเล็กๆ ของไป๋มู่เสวี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง หัวใจภายในร่างกายรู้สึกเจ็บปวด น้ำตาแทบจะไหลออกมา
    เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเย่กู่เฉินจะมีแฟนแล้ว รอยยิ้มที่เขายิ้มออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ยิ้มให้เธอ แต่ยิ้มให้กับแฟนของเขาที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ
    “กู่เฉิน...ฉันขอโทษ!” ในเวลานี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไป๋มู่เสวี่ยเธอขอโทษออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว
    “ไม่ต้องคิดมาก ฉันไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัว” เย่กู่เฉินโบกมือไปมาเล็กน้อย ในตอนนี้ เขาไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้วจริงๆ
    ชีวิตของเขาตอนนี้มีความสุขดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเลยสักนิด เรียกได้ว่ามันก็เป็นเพียงเรื่องราวหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาเท่านั้น
    ไม่ว่าใครก็ต้องเผชิญกับเรื่องพวกนี้ทั้งนั้น ชีวิตล้วนเป็นเช่นนี้ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง จะเป็นไรไป เพราะทั้งหมดก็คือชีวิตอยู่ดี
    “งั้นพวกเราจะยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิมได้ไหม?” ไป๋มู่เสวี่ยถามทั้งน้ำตา
    เย่กู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้า ก่อนที่จะก้าวเดินออกไป
    ไป๋มู่เสวี่ยยืนนิ่งอยู่กลับที่เป็นเวลานาน น้ำตายังคงไหลรินลงมา ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย
    ...............................................
    บนภูเขาแห่งหนึ่งภายในปักกิ่ง ระบบสุนัขกำลังฝึกเริ่นหวู่เทียนอย่างเข้มงวด
    มันจะไม่ฝึกอีกฝ่ายอย่างเข้มงวดได้อย่างไร ในเมื่ออีกฝ่าย เป็นไพ่ใบสุดท้ายของมันที่เหลืออยู่ในการจัดการกับเย่กู่เฉิน
    มันต้องฝึกให้เริ่นหวู่เทียนแข็งแกร่งกว่าเย่กู่เฉินให้เร็วที่สุด เพราะมันไม่ได้มีเวลามากนัก
    ถ้าหากว่าเจ๊สโนว์หัวหน้าของมัน เริ่มสังเกตเห็นอะไรผิดปกติเกี่ยวกับโลกนี้ เกรงว่ามันจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้แก้แค้นเย่กู่เฉิน ต้องเผชิญกับการทำลายล้างให้หายไปในทันที
    ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ระบบสุนัข ย่อมหวังที่จะลากเย่กู่เฉินไปด้วย เพราะทั้งหมดนี้ ล้วนเกิดจากเย่กู่เฉิน หากว่าไม่มีเย่กู่เฉินสักคน มันไหนเลยต้องมาเผชิญกับเรื่องเหล่านี้
    “ดี ฝึกต่อไปตามที่ข้าบอก เมื่อเจ้าแข็งแกร่งถึงระดับที่ข้าต้องการ ข้าจะพาเจ้าไปฆ่ามันในทันที!” ระบบสุนัขพูดกับเริ่นหวู่เทียนอย่างโอหัง ราวกับอีกฝ่ายเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของเขาอย่างไรอย่างนั้น
    เริ่นหวู่เทียนถึงจะไม่พอใจกับระบบสุนัขที่ทำตัวราวกับอยู่เหนือเขา แต่เขาก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
    ทั้งหมดก็เพื่อการฟื้นคืนชีพของคนรักของเขา หลังจากที่คนรักของเขาฟื้น เขาจะฆ่าระบบสุนัขในทันที
    เพราะในสายตาของเขาระบบสุนัขไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมาก การฆ่ามันล้วนง่ายดายกว่าคนที่มันจะให้เขาไปฆ่ามาก
    ระบบสุนัขพึงพอใจยิ่ง กับการที่เริ่นหวู่เทียนเป็นคนเชื่อฟังมันมาก มันลอบหัวเราะเยาะในใจ หลังจากเริ่นหวู่เทียนฆ่าเย่กู่เฉินได้ มันจะส่งอีกฝ่ายกลับโลกเดิมในทันที ไม่มีความคิดที่จะฟื้นคืนชีพคนรักให้อีกฝ่ายแต่อย่างใด
    ชัดเจนว่าเริ่นหวู่เทียนก็เป็นหมากเพียงตัวหนึ่ง ที่มันระบบสุนัขหลอกใช้เท่านั้น เมื่อหลอกใช้เสร็จก็ทิ้ง ไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งสิ้น
    ย่อมเป็นเช่นนี้ มันที่กำลังเผชิญกับการจะถูกทำลายล้าง หากว่าเจ๊สโนว์รู้เรื่องอยู่ทุกเมื่อ จะมีเวลาไปสนใจฟื้นคืนชีพให้กับคนรักของเริ่นหวู่เทียนได้อย่างไร
    การฝึกของเริ่นหวู่เทียนดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น เขาค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น พื้นฐานฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ขั้นปลายเริ่มมั่นคงมากขึ้น คาดว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน กว่าที่จะแข็งแกร่งพอถึงระดับที่ระบบสุนัขต้องการ
    เรียกได้ว่าอีกไม่นานแล้ว ที่ระบบสุนัขจะพาเริ่นหวู่เทียนไปจัดการกับเย่กู่เฉิน หากว่าเย่กู่เฉินรู้เรื่องนี้ ที่ระบบสุนัขมันพยายามมากขนาดนี้ เพื่อจัดการกับเขา ไม่รู้ว่าเขาจะแสดงสีหน้าอย่างไรออกมา
    อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน ซึ่งก็คือเย่กู่เฉินจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้เริ่นหวู่เทียนฆ่าเขาแน่
    ชีวิตของเย่กู่เฉินในตอนนี้ สมบูรณ์พร้อมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่ที่รักเขา มีแฟนสาวสี่คนที่รักเขา เขาไหนเลยจะยอมถูกเริ่นหวู่เทียนฆ่า
    คาดว่าคงจะเป็นตัวเริ่นหวู่เทียนเองมากกว่าที่จะถูกเขาฆ่า รวมไปถึงระบบสุนัขด้วย!
    ระบบสุนัขที่ทำมากขนาดนี้ เย่กู่เฉินไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอามันไว้อยู่แล้ว เพราะขืนเอามันไว้ เหตุการณ์แบบนี้ ก็คงจะเกิดขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน
    ระบบสุนัขฝึกให้เริ่นหวู่เทียนต่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ขณะเดียวกันมันก็ลอบตรวจสอบเย่กู่เฉินไปด้วยว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน
    หลังจากได้เห็นว่าเย่กู่เฉินไปเที่ยวกับแฟนสาวอย่างสบายอารมณ์ สีหน้าของมันก็มืดมนด้วยความอิจฉาอันไม่มีที่สิ้นสุด
    แต่มันก็แสะยิ้มออกมาในทันที เนื่องจากช่วงเวลาเช่นนี้ของเย่กู่เฉินจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ถูกต้อง เริ่นหวู่เทียนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ เย่กู่เฉินจะอยู่ได้นานได้อย่างไร
    ในความคิดของระบบสุนัข เย่กู่เฉินจะตายในอีกไม่ช้า ด้วยเงื้อมมือของเริ่นหวู่เทียน โดยมีมันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เรียกได้ว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากคนที่ฆ่าเย่กู่เฉิน แม้ว่าจะไม่ได้ฆ่าด้วยตัวเองก็ตาม
    จบบทที่ 79

    คล้ายกับเรื่องฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ ที่คุณอ่าน