คำพูดกะทันหันของไป่ฟานเซียนทำให้บรรยากาศในห้องอาหารกลายเป็เงียบสนิทถังเล่อถงที่ตอนแรกมีท่าทีเขินอายกลายเป็ขมวดคิ้ว
หมายความว่ายังไงกันผู้หญิงคนนี้คิดว่าเขาจะวางยาน้องสาวตัวเองงั้นเหรอ?
แต่ก่อนที่ถังเล่อถงจะเปิดปากพูดอะไรออกไปถังซื่อหยวนกลับยกมือขึ้นมาขวางเสียก่อนเขาหันไปหาไป่ฟานเซียนด้วยท่าทางจริงจังแล้วถามว่า
“คุณไป่หมายความว่ายังไงเหรอครับ?”
แม้จะไม่ค่อยพอใจแต่เขาก็ยังถามด้วยความสุภาพ
ไป่ฟานเซียนเห็นท่าทีของทุกคนในห้องอาหารเปลี่ยนไปทันทีนางกวาดสายตามองไปรอบหนึ่ง ก่อนจะมาหยุดที่ถังซื่อหยวนที่มีศักดิ์เป็นายท่านของบ้านหลังนี้
นางสบตาชายวัยกลางคนอย่างไม่หวั่นเกรง
“ยาคืนพลังพวกเ้ารู้ถึงสรรพคุณของมันหรือไม่?”
นางถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คำถามของไป่ฟานเซียนทำให้สองพ่อลูกหันมามองหน้ากันและเป็ถังเล่อถงที่ตอบคำถามของไป่ฟานเซียนแทน
“ยาคืนพลังมีสรรพคุณตามชื่อคือฟื้นฟูพละกำลังให้กับคนที่าเ็หรืออยู่ในสภาวะอ่อนแอช่วยให้ผู้ใช้สามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและแข็งแรงขึ้น”
ชายหนุ่มอธิบายอย่างละเอียด
ซึ่งคำตอบของเขาก็ทำให้ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับ
“ถูกต้อง”
“แล้วทำไมคุณไป่ถึงบอกว่าลูกชายผมอยากให้เย่เย่ตายล่ะครับ?”เป็ถังซื่อหยวนที่ถามขึ้นอย่างสงสัย
“แล้วพวกเ้ารู้ถึงผลข้างเคียงของมันหรือไม่?”
คำถามของไป่ฟานเซียนทำให้ถังซื่อหยวนที่กำลังคาดการณ์อยู่ใเขารีบหันไปหาลูกชายของตัวเองเพื่อขอคำตอบ
“ยาตัวนี้ไม่มีผลข้างเคียงท่านปู่ได้ทดลองทั้งกับสัตว์และมนุษย์เรียบร้อยแล้วคนที่ป่วยถึงจะไม่หายแต่ล้วนรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นทุกคน” ถังเล่อถงแย้งออกมาตอนที่ทำการทดลองเขาเองก็อยู่ด้วยเหล่าคนที่ได้รับโอสถคืนพลังนี้ไปล้วนแต่มีท่าทีแข็งแรงขึ้นและมีพละกำลังวังชาเพิ่มมากขึ้นทั้งนั้น
มันเป็เหมือนยาบำรุงชั้นยอด!
ถึงจะไม่ใช่ยารักษาแต่มันช่วยทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแรงขึ้นได้จริงๆ!
คำพูดของไป่ฟานเซียนจึงทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจอย่างยิ่ง
“ไม่มีผลข้างเคียงงั้นรึ?”ไป่ฟานเซียนกวาดสายตามามอง นางกำลังชั่งใจว่าจะช่วยเหลือพวกเขาดีหรือไม่แต่เมื่อเหลือบไปมองที่เด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อซึ่งกำลังแสดงท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัดนางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เห็นแก่ที่พวกเ้าใจดีกับคนของข้า
“เ้าคิดว่าสรรพคุณของโอสถคืนพลังมีความสามารถในการฟื้นคืนพลังชีวิตจริงๆน่ะรึ?”
“ผลการทดสอบออกมาแล้วทุกคนที่กินมันเข้าไปแข็งแรงขึ้น” ถังเล่อถงยังมีเหตุผลของตัวเองมาโต้แย้งอยู่
เมื่อเห็นว่าแต่ละคนยังไม่เข้าใจไป่ฟานเซ๊ยนก็ถอนหายใจเบาๆ
“นั่นไม่ใช่การฟื้นฟูแต่เป็การดึงพลังชีวิตมาใช้ต่างหาก”
“ดะ...ดึงพลังชีวิต?”
คำพูดของไป่ฟานเซียนทำให้ทุกคนในห้องประหลาดใจถังซื่อหยวนััได้ถึงความนัยแปลกๆที่แฝงมากับคำพูดของหญิงสาว
“หญ้าน้ำค้างแห้ง, กิ่งธุลีหยก , ใบของต้นฟองน้ำ ,เืของหนอนไหมสีน้ำตาล แล้วก็น้ำบริสุทธิ์ เ้าคิดว่าวัตถุดิบพวกนี้มีฤทธิ์ในการฟื้นฟูพลังชีวิตจริงๆ?”
ถังเล่อถงใจนตาโตเมื่อหญิงสาวตรงหน้าสามารถบอกวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงโอสถคืนพลังนี้ออกมาได้อย่างแม่นยำจนหมดเพราะถึงบันทึกที่เปิดเผยต่อสาธารณะชนนั้นจะเปิดให้ใครก็ได้เข้ามาอ่านแต่มันก็ไม่สมบูรณ์ และท่านปู่ของเขาก็พึ่งจะไขวัตถุดิบและวิธีปรุงของมันออกมาได้เมื่อเร็วๆนี้เอง
แล้วทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงรู้ได้?
แม้จะอยู่ในอารามใแต่เมื่อเขาฉุกคิดไปถึงวัตถุดิบที่หญิงสาวไล่ออกมาทั้งหมดก็ทำให้เขาประหลาดใจขึ้นมาจริงๆ
เพราะเขาตอนนี้ถือว่าเป็นักปรุงโอสถระดับ2 ทั้งยังได้เรียนรู้ศาสตร์แขนงนี้จากท่านปู่มาั้แ่เด็กทำให้ค่อนข้างจะมีความแม่นยำในเื่สรระคุณของสมุนไพรและวัตถุดิบอย่างยิ่ง
และวัตถุดิบที่ใช้ปรุงยาคืนพลังนั้นก็ไม่ได้มีชนิดใดมีฤทธิ์ในการฟื้นฟูจริงๆ!
“งะ...งั้นทำไม?”ชายหนุ่มพึมพำอย่างไม่เข้าใจ เพราะผลการทดลองเหล่าผู้ทดลองนั้นล้วนแต่อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกันหมดบางคนที่นอนติดเตียงมานานถึงกับลุกขึ้นมานั่งได้ในไม่กี่ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
“โอสถคืนพลังนอกจากเ้าจะได้รับพละกำลังกลับคืนมาแล้ว เ้ายังต้องชดใช้ คืนบางอย่างกลับไปด้วย”
ไป่ฟานเซียนอธิบายนางตวัดดวงตาคู่สวยนั้นไปสบเข้ากับถังซื่อหยวนที่กลืนน้ำลายดังอึก
“อายุขัย ยิ่งเ้าอาการสาหัสก็ยิ่งต้องจ่ายอายุขัยเป็การแลกเปลี่ยนมากขึ้นปกติยานี้จะถูกนำมาใช้ในยามฉุกเฉินจริงๆหรือระหว่างาที่้าแค่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดเท่านั้น”
“แล้วปกติยานี้เขาไม่ใช้กับเด็กๆกันหรอกนะ...”หญิงสาวจิบชาอีกครั้งเมื่อพูดจบเธอทำเหมือนกับว่าเื่พวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนางเลยสักนิด
พรวด
ถังซื่อหยวนที่ได้ยินประโยคสุดท้ายเข้าไปถึงกับเหงื่อโทรมกายเขาลุกพรวดขึ้นมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ทางภรรยาของเขาอย่างถังซินหลานใจนหน้าถอดสีไปแล้ว
“นะ...นี่เป็ไปไม่ได้! มันจะเป็แบบนั้นได้ยังไงกัน!?”ถังเล่อถงอยู่ในภาวะสับสน เขาเห็นเองกับตาว่าน้องของเขาอาการดีขึ้นแล้วมันจะเป็แบบนั้นได้อย่างไรกัน?
“นายท่านคะ! คุณหนูอยู่ๆก็...”
ก่อนที่ทุกตนจะรู้ตัวคนรับใช้ที่ปกติจะทำหน้าที่ดูแลอยู่ข้างๆลูกสาวของถังซื่อหยวนก็วิ่งลงมาอย่างหน้าตาตื่นน้ำเสียงของเธอสั่นเล็กๆในขณะที่ลมหายใจนั้นหอบอย่างยิ่ง
“เกิดอะไรขึ้น!”
ถังซื่อหยวนจับไหล่ของคนรับใช้สาวคนนั้นแล้วถามอย่างคาดคั้น
“ตอนแรกคุณหนูอาการยังดูดี...ตะ..แต่อยู่ๆคุณหนูก็ผอมซูบลงไปทั้งยังทรมานมากด้วยค่ะ!”
คนรับใช้สาวรีบอธิบายถังซื่อหยวนและภรรยารีบพุ่งขึ้นไปที่ชั้นสองในห้องที่กว้างขวางซึ่งเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์รักษาพยาบาล ที่นั่นมีเด็กหญิงตัวน้อยกำลังนอนบิดตัวไปมาด้วยท่าทางทรมาน
ทั้งิัของเธอก็ยังซูบผอมลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหายจนสักพักจากิัที่เรียบขาวของเด็กน้อยก็ดูชราขึ้นจนจำสภาพเดิมไม่ได้
“คุณพ่อ...”
เด็กน้อยที่ลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าของบิดาตัวเองที่เข้ามาด้วยหน้าตาตื่นพึมพำเบาๆมือน้อยๆนั่นพยายามเอื้อมไปจับกับมือที่ใหญ่โตของถังซื่อหยวนราวกับ้าที่พึ่งพิง
“เย่เย่! เย่เย่! หนูเป็อะไรไป!?”
ถังซื่อหยวนถามอย่างลนลานถังซินหลานและถังเล่อถงที่รีบตามเข้ามาเห็นสภาพของลูกสาวถึงกับน้ำตานองหน้าเธออยากเข้าไปกอดลูกสาวเหลือเกิน แต่ด้วยสภาพร่างกายของเย่เย่เธอกลัวว่าแค่เธอไปแตะมันก็จะพังทลายลงได้ตลอดเวลา
“เย่เย่ ! พี่ผิดเอง...มันเป็เพราะพี่...”
ถังเล่อถงเกาะอยู่ข้างเตียงแล้วมองสภาพร่างกายน้องสาวด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจก่อนที่เขาจะลงไปเธอยังมีใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหลับไปอย่างมีความสุขแต่มาดูตอนนี้แม้แต่เขายังแทบจำสภาพน้องสาวตัวเองไม่ได้
“พี่คะ...”
ถังเย่เย่พึมพำเบาๆสายตาของเธอเหมือนว่ามันจะพร่ามัวขึ้นมากะทันหัน เธอพยายามยกมือขึ้นอย่างสะเปะสะปะในขณะที่หางตาของเธอมีน้ำตาสายเล็กๆสายหนึ่งไหลริน
“...หนูจะตายเหรอ?”
คำถามของเด็กน้อยเข้าไปจี้จุดทุกคนในห้องถังเล่อถงถึงกับปล่อยโฮออกมาข้างเตียงหากน้องสาวของเขาเป็อะไรไปจริงๆเขาคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตนี้
“ไม่! เย่เย่ ลูกต้องไม่ตาย หนูต้องไม่ตาย”ถังซื่อหยวนกุมมือน้อยๆของลูกสาวไว้พยายามปลอบลูกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเขาพยายามคิดหาหนทางต่างๆในหัวด้วยความเร็วสูงสุด
“หมอ! ตามหมอแล้วใช่ไหม?”
“ดิฉันตามคุณหมอให้แล้วค่ะ! กำลังรีบเดินทางมาค่ะ” คนรับใช้สาวตอบด้วยความกังวล
“พ่อล่ะ?มีคนบอกเื่นี้กับนายใหญ่หรือยัง?”
“ผมแจ้งนายท่านใหญ่แล้วครับคาดว่าจะถึงในอีกไม่กี่นาที” คราวนี้เป็ลุงหวงที่รีบรายงานออกมาเขาติดต่อไปแจ้งนายใหญ่ตระกูลถังอย่างถังเทียนจี๋ั้แ่ที่เห็นสภาพคุณหนูแล้ว
“ทำยังไงดีเราจะทำยังไงดีคะคุณ?” ถังซินหลานถามสามีทั้งน้ำตายิ่งเห็นสภาพลูกเธอก็ยิ่งปวดใจมากเข้าไปอีก
“ผมเอากล่องโอสถในห้องของนายใหญ่มาแล้วครับ!” คนรับใช้หนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องขาสั่นๆและลมหายใจที่ยังหอบของเขาแสดงให้เห็นว่าเขารีบแค่ไหน
“เอามาเร็วเข้า!” ถังซื่อหยวนรีบโบกมือ กล่องยาขนาดใหญ่ที่มีหลายชั้นก็ถูกยกมาวางตรงหน้าเขาเปิดรื้อโอสถทั้งหลายในกล่องนั้น แล้วหยิบมันออกมาเม็ดหนึ่ง
โอสถเม็ดนั้นมีสีขาวเหมือนไข่มุกมันมีกลิ่นอายอ่อนๆของชีวิตไหลออกมา นอกจากนี้ยังมีกลิ่นที่พอเศษมากๆด้วย
ถังซื่อหยวนส่งโอสถเม็ดนั้นเข้าไปในปากของลูกสาวอย่างไม่ลังเลเมื่อถังเย่เย่กลืนลงไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเธอก็ััได้ถึงกลิ่นหอมของสมุนไพรแพร่กระจายออกมาทั้งยังรู้สึกเหมือนมีสายน้ำอุ่นหลายสายไหลเวียนไปทั่วทั้งตัวเธอพวกมันเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ถูกพรมไปในผืนดินที่แห้งกรังิัของเด็กน้อยค่อยๆกลับมาชุ่มชื้นและมีน้ำมีนวลขึ้นมาอีกครั้ง
ใบหน้าทรมานของเด็กน้อยค่อยๆสงบลงถังซื่อหยวนที่อยู่ใกล้ที่สุดััถึงลมหายใจเบาๆของลูกสาวที่สม่ำเสมอแสดงว่าเธอนั้นผล็อยหลับไปแล้ว
นั่นทำให้พวกเขาสามารถถอนหายใจออกมาได้อย่างโล่งอก