ราชันพิษล้างสวรรค์

    บทที่ 27 ขอร้อง

    “หึๆ ตาแก่สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์เป็นพวกเจ้าที่โลภมากเอง..ในครั้งนี้ข้าจะถลุงเงินของเจ้าให้หมดเลย!”


    เฉินอี้แอบยิ้มเยาะในใจ..ตนคิดจะกลั่นแกล้งขายโอสถอีกสองอย่างให้กับอาวุโสเจิ้งหู่เพื่อทำกำไรจากมันมาให้ได้มากที่สุด!


    แทบทุกคนภายในห้องเมื่อได้ฟังคำกล่าวของเฉินอี้ต่างไม่ได้รู้เรื่องนี้..ยืดคอเบิกตาโตออกกว้างไม่เชื่อหูตัวเอง


    พวกมันมาเยือนที่ร้านโอสถตระกูลเฉินเพราะเพียงได้ยินข่าวว่ามีเม็ดโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ 9 ส่วนขายเท่านั้นไม่คิดว่าจะมีโอสถระดับสูงอย่างอื่นอยู่อีก!


    กระทั่งเซี่ยซูเหยา เฉินเหว่ยหงเฉินซูย่วน ยังต้องแปลกใจไม่คาดคิดว่าเฉินอี้จะกระทำการนอกแผนโดยไม่ได้บอกให้รู้เลยในก่อนหน้านี้..มันจงใจเอ่ยกล่าวเปิดเผยโอสถสองอย่างให้เหล่าบุคคลที่นี่ได้รับรู้..


    โดยเฉพาะเฉินเหว่ยหงที่ได้ยินว่าเฉินอี้สามารถปรุงหลอมโอสถล้างไขกระดูกแสนล่ำค่านั่นได้! ถึงกับคางตกกล่าวสงสัยในใจว่า “ ทำไมเจ้าไม่เก็บไว้ให้คนในตระกูลใช้ก่อนเอามาขายสักหน่อยเล่า!?”


    เฉินเหว่ยหงไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเฉินอี้ถึงคิดจะเอาโอสถระดับสูงพวกนั้นมาขายทั้งหมดด้วย..


    อาวุโสจิ๋นอิ่งได้ก้มหน้าขมวดคิ้วครุ่นคิดสักพักค่อยเงยหน้ามองถามกล่าวในสิ่งที่อยากรู้“ผู้อาวุโสเจิ้งหู่..มิใช่ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วเลยคิดจะกว้านซื้อโอสถทั้งหมดหรอกนะ!? ”


    “เจ้าอย่าพูดเพ้อเจ้อ! ข้าก็มาพร้อมกันกับพวกเจ้าแล้วจะไปรู้ได้ยังไงกันเล่า!?”


    อาวุโสเจิ้งหู่ที่กำลังเครียดกล่าวตะหวาดตอบกลับมันไป..แม้แต่ตนยังไม่ทันนึกว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ..


    อาวุโสจิ๋นอิ่งกลับมาคิดดูอีกทีก็จริงอย่างที่มันบอก..แถมยังได้เห็นความสามารถของเฉินซูย่วนไปแล้ว..ถ้าจะมีโอสถระดับสูงอีกสักอย่างสองอย่างในร้านขายโอสถของตระกูลเฉินนางก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร..พวกมันพลาดเองที่ลืมคิดถึงเรื่องนี้..


    “เจ้าหนู..สหายเฉินอี้ ไม่ทราบว่า..เจ้าจะคิดราคาขายโอสถเหล่านั้นเท่าไหร่หรือ?..”


    อาวุโสเจิ้งหู่นั่งเหงื่อตกกล่าวใช้คำสุภาพนุ่มนวลเป็นมิตรกว่าเดิมหวังว่ามันจะตั้งราคาไม่สูงเกินไป..ตนได้รับคำสั่งจากทางสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์มาเมื่อสักครู่ที่ติดต่อสื่อสารกันแล้วว่า..จะต้องเอาโอสถระดับสูงทั้งหมดกลับไปจึงไม่อาจปฏิเสธกลับคำพูดของตัวเองให้ขายหน้าเพิ่มได้..


    “เรียนท่านผู้อาวุโสเจิ้ง..ในตอนนี้ทางร้านโอสถตระกูลเฉินเรามีเม็ดโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเหลือแค่..”


    เฉินอี้หยุดกล่าวเดี๋ยวนึงเหล่ตามองส่งสัญญาณไปทางอาเฉินหรุ่ยให้แอบบอกกับตน..ถามจำนวนโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณที่เหลือจากการขายให้กับจิ๋นอื่งและเซี่ยซูเหยา


    เฉินหรุ่ยสังเกตเห็นสายตาแล้วพลันรู้ตัวรีบส่งสัญญาณทั้งสองมือตอบกลับให้เฉินอี้ทันที..มันชูนิ้วเป็นเลขสี่กับศูณย์..


    “..แค่เพียง 40 เม็ดเท่านั้นและยังมีโอสถฟื้นฟูพละกำลัง 40 เม็ด กับโอสถล้างไขกระดูกอีก 20 เม็ด.. ” เฉินอี้ยิ้มพูดกล่าวต่อทันทีที่เห็น..แต่ตนโกหกปิดปังเรื่องจำนวนเม็ดโอสถบางส่วน..ไม่คิดจะขายทั้งหมดตั้งแต่แรกแล้ว..


    “ยะ..ยี่สิบเม็ด!..” อาวุโสจิ๋นอิ่งตะลึงกับจำนวนเม็ดโอสถล้างไขกระดูก..ขนาดสำนักสุสานทมิฬของมันในหนึ่งเดือนยังได้รับแค่1 คนต่อ 1 เม็ด เฉพาะบุคคลที่มีตำแหน่งเป็นศิษย์หลักขึ้นไปเท่านั้นแบบเดียวกับสำนักใหญ่อื่นๆ


    “อึก!..” อาวุโสเจิ้งหู่ยังฟังไม่จบกลืนน้ำลายลงคอ..เป็นกังวลเรื่องราคามากกว่าที่จะตกใจกับจำนวนโอสถ..


    “หือ?..” เฉินซูย่วนและเฉินหรุ่ยที่รู้จำนวนโอสถที่มีอยู่ทั้งหมด..ได้ยินเฉินอี้บอกกล่าวจำนวนเม็ดโอสถในสองอย่างหลังผิดไปจากจำนวนที่แท้จริงก็ประหลาดใจนิดหน่อย..ไม่รู้ว่าเฉินอี้ต้องการจะทำอะไร?


    “โอสถทั้งหมดเหล่านี้..ข้าจะคิดขายในราคาเหมารวมอย่างที่ท่านผู้อาวุโสเจิ้งต้องการเพียง40000 เหรียญทอง ” เฉินอี้ยิ้มกล่าวจนจบเป็นปกติสบายๆ


    หาาา!!? มีเสียงอุทานดังลากยาวออกมาจากปากของทุกคนโดยเฉพาะฝั่งศิษย์สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์..


    ตึง! “เจ้าหนู! ถ้าจะล้อกันเล่นก็พอเท่านี้ซะ! ข้าไม่ตลกกับเจ้านะ! ”


    อาวุโสเจิ้งหู่ลุกขึ้นยืนบันดาลโทสะทุบโต๊ะจนแตกร้าว..มันยั้งมือไว้แล้วไม่งั้นด้วยระดับพลังแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ลมปราณคงไม่พังแค่นี้..


    “สงบสติอารมณ์หน่อยผู้อาวุโสเจิ้ง! เป็นท่านเองไม่ใช่รึไงที่บอกจะให้ราคางามๆแก่สหายข้าน่ะฮิๆ ”


    เซี่ยซูเหยากล่าวยิ้มหัวเราะสนุกตอกกลับท่าทางโมโหนี้ของมัน


    กึด! “หนอย..”  อาวุโสเจิ้งหู่โกรธเคืองกำหมัดแน่นทำอะไรไม่ได้จึงนั่งลงกับที่เหมือนเดิม..มันรู้สึกเสียใจกับการพูดไม่รู้จักคิดของตัวเองมาก


    อาวุโสเจิ้งหู่หรี่ตามองเฉินอี้คิดร้ายในใจ..ถ้าไม่มีแม่นางเซี่ยซูเหยาอยู่ล่ะก็..รับรองได้เลยว่าข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ถึงพลังอำนาจของสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์!


    เฉินอี้หน้านิ่งไม่แยแสต่อโทสะของอาวุโสเจิ้งหู่แม้แต่น้อยเพียงกล่าวสมน้ำหน้าในใจ“แล้วใครใช้ให้พวกเจ้ามาก่อเรื่องที่ตระกูลเฉินข้ากันเล่า!..”


    “สหายน้อยเฉินอี้..เจ้าจะช่วยแบ่งขายโอสถล้างไขกระดูกให้ข้าบ้างได้หรือไม่?..”

    อาวุโสจิ๋นอื่งกล่าววาจาสุภาพขอกับเฉินอี้..มันเองก็อยากได้เหมือนกันจึงเริ่มให้ความสำคัญกับคนตระกูลเฉินด้วยความรู้สึกจริงใจมากขึ้น


    เฉินอี้มองคาดการไว้แล้วจึงไม่คิดขายโอสถทั้งหมดเพราะเหตุนี้..มันจะทำให้ตระกูลเฉินเป็นที่จับตาของคนนอกมากเกินไป..เพียงแค่ใช้โอสถบางส่วนเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นความสำคัญตระกูลของตนเท่านั้น


    “ท่านผู้อาวุโสจิ๋นอิ่งข้าน้อยไม่สามารถทำอย่างงั้นได้..เพราะท่านผู้อาวุโสเจิ้งนั้นได้ตกลงจะรับซื้อโอสถทั้งหมดไว้แล้ว..ข้าต้องขออภัยแก่ท่านด้วย..”


    เฉินอี้คารวะกล่าวแฝงความหมายกดดันตอกย้ำคำพูดของมันไม่เลิก


    “นี่เจ้า!..” อาวุโสเจิ้งหู่หงุดหงิดไม่พอใจอยากสั่งสอนเฉินอี้ที่ยังปากดี..จะให้ตัวมันยอมรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง


    “ผู้อาวุโสเจิ้งหู่ เจ้าก็รีบๆให้คำตอบสหายเฉินอี้ซะทีสิ..ไม่งั้นก็ปฏิเสธการซื้อโอสถครั้งนี้ไปซะ! ”


    อาวุโสจิ๋นอิ่งกล่าวเร่งเร้าให้มันรีบตัดสินใจ..ตัวเองจะได้ซื้อโอสถที่ต้องการ

    ทุกสายตาจ้องมองรอคำตอบจากอาวุโสเจิ้งหู่..


    “ท่านอาจารย์..โอสถพวกนี้แม้จะค่อนข้างแพงแต่มีประโยชน์ต่อสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ของเรามาก..ท่านอย่าให้มันตกไปอยู่ในมือสำนักอื่นเด็ดขาด! ” หย่งเฉิงกล่าวบอกให้ความเห็นหลังจากที่เอาแต่นั่งดูมาสักพัก..


    อืม.. อาวุโสเจิ้งหู่คิดดูอีกก็จริง..ว่ามันอาจคุ้มค่า..เพราะโอสถเหล่านี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ..ถ้าได้มันมาช่วยให้การบ่มเพาะของศิษย์ในสำนักตนพัฒนาเพิ่มขึ้นก่อนสำนักอื่นก็เป็นเรื่องดี..แถมตัวเฉินอี้มันยังบอกว่าเป็นโอสถทั้งหมดที่มีแล้วด้วย


    “สหายเฉินอี้..เจ้าช่วยลดราคาลงเหลือ20000 เหรียญทองได้หรือไม่? ข้าจะขอบคุณเจ้ามาก” อาวุโสเจิ้งหู่ยอมโอนอ่อนลองขอต่อรองราคากับเฉินอี้ดู..ตัวมันได้รับเงินก่อนออกเดินทางมาจากสำนักมาไม่มาก..ใครจะไปคิดล่ะว่าการมาเยือนเมืองธรรมดาๆจะจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากกว่าที่คิด..


    เฉินอี้หลับตาคิดพิจารณาสักพักค่อยกล่าว“ย่อมได้..ข้าลดจะให้ท่านเหลือ 35000 เหรียญทอง..”


    “ 30000 เหรียญทอง ” อาวุโสเจิ้งหู่ขมวดคิ้วกล่าว


    “ 33000 เหรียญทอง ถ้าท่านคิดจะขอลดอีกล่ะก็..การซื้อขายครั้งนี้จะถือเป็นอันยกเลิก!”


    เฉินอี้กล่าวตัดจบทันทีด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่เปิดโอกาสให้มันต่อรองอีก


    อาวุโสก้มหน้าสายตาลงครุ่นคิดอีกครั้งตัดสินใจเด็ดขาด..สงสัยข้าคงต้องใช้สิ่งนั้นแล้ว..


    “สหายน้อยเฉินอี้..ถ้าข้าจะแลกของบางอย่างจ่ายเพิ่มแทนเงินสดล่ะเจ้าจะว่ายังไง?”

    อาวุโสเจิ้งหู่ยื่นข้อเสนอใหม่ให้..โดยที่ไม่มีทางเลือก..


    “โฮ่! แล้วท่านจะเอาอะไรมาแลกล่ะ?” เฉินอี้กล่าวอย่างสนใจ


    ตึก! “สิ่งนี้..” อาวุโสเจิ้งหู่เอาของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติวางไว้บนโต๊ะที่มีรอยแตก..

    เฉินอี้เข้าไปมองดูใกล้ๆเพราะของสิ่งนี้มันมีขนาดเล็กมากๆ


    “ นี่มัน..ผลึกม่วง! ” เฉินอี้กล่าวเสียงดังขณะที่ม่านตาหดลีบลงรู้สึกเกินความคาดหมาย


    เซี่ยซูเหยาและอาวุโสจิ๋นอิ่งก็ทำท่าทางตกตะลึงนิ่งค้างไปเหมือนกัน..ไม่คิดเลยว่ามันจะถึงกับเอาสิ่งนี้มาแลกเปลี่ยน!

    แต่คนอื่นๆที่เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกต่างยืนงุนงงสงสัยว่าสิ่งนี้มันคืออะไร??


    “ ลูกอี้..ผลึกม่วงที่ส่องแสงเป็นประกายนี้คืออะไรงั้นรึ?” เฉินเหว่ยหงขมวดคิ้วกล่าวถามข้อสงสัยกับเฉินอี้..มันดูจากการแสดงท่าทางตื่นตกใจของผู้อาวุโสก็พอเดาออกว่ามันต้องเป็นของที่มีค่ามากแน่ๆ


    “มันคือผลึกปราณม่วงหรือเรียกสั้นๆว่าผลึกม่วง เป็นสมบัติมีค่าที่พบได้ค่อนข้างยากมาก..เพราะมันมีคุณสมบัติหลายอย่างสามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บปางตายได้และยังเป็นแหล่งพลังงานที่มหาศาลด้วย..”


    เฉินอี้จ้องมองผลึกม่วงพลางกล่าวตอบอธิบายคร่าวๆให้ทุกคนฟัง..


    จริงเหรอ!!....ทุกคนที่ได้รับรู้แล้วพลันเบิกตาจ้องมองผลึกอย่างตื่นตะลึง..มันเป็นของที่วิเศษขนาดนั้นทั้งที่เล็กนิดเดียวเนี่ยนะ!


    “ฮ่าๆ ไม่คาดว่าสหายเฉินอี้จะรอบรู้มากเช่นนี้..สิ่งนี้เป็นสมบัติอย่างที่เจ้าว่ามานั่นแหละ! ” อาวุโสเจิ้งหู่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ..แต่ลึกๆกลับรู้สึกเสียดายอย่างมากที่ต้องเอามันมาใช้กับการแลกเปลี่ยนกับโอสถเพื่อสำนัก..


    เฉินอี้มองสำรวจผลึกม่วงที่มีขนาดประมาณหนึ่งนิ้วนี้..มันมีค่ามากกว่า10000 เหรียญทองซะอีก!


    “ถ้าเจ้ายังบอกว่าไม่พอล่ะก็...ข้าจะให้สิ่งนี้กับเจ้าโดยเฉพาะด้วย! ” อาวุโสเจิ้งหู่หยิบของรูปร่างสี่เหลี่ยมออกมาจากข้างในอกเสื้อก่อนกล่าวต่อ


    “ นี่คือป้ายคำสั่งของสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์เรา..เจ้าสามารถใช้มันเข้าออกสำนักได้ตามใจในฐานะแขกบุคคลพิเศษและเมื่อแสดงป้ายนี้จะไม่มีใครคนใดในทวีปนี้กล้ายุ่งกับเจ้า! ”


    อาวุโสเจิ้งหู่ทุ่มหมดหน้าตักแล้วในการต่อรองวันนี้!..มันยื่นป้ายแสดงให้ทุกคนดูว่าเป็นของจริง..


    เอ๋อออ!!...คนตระกูลเฉินต้องตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า..รวมถึงตระกูลอื่นๆในเมืองเซียงหนาน


    “ฮ่าๆ ๆ ในเมื่อท่านผู้อาวุโสมีความจริงใจให้ตระกูลเฉินเรามากขนาดนี้..โอสถทั้งหมดในร้านที่ข้าเคยกล่าวมาจะตกเป็นของท่านทันที! ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อาวุโสเจิ้งด้วย!” เฉินอี้ยิ้มแย้มคารวะกล่าวตอบรับข้อเสนอของมันทันทีไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ


    “ ข้าเองก็ต้องขอบคุณสหายน้อยเฉินอี้เช่นกัน! ” อาวุโสเจิ้งหู่คารวะกล่าวตอบตามมารยาท..แม้มันจะหมดตัวในวันนี้แต่ก็นับว่าคุ้มค่าอยู่ที่ได้โอสถเหล่านี้มาช่วยเหลือการบ่มเพาะพลังปราณศิษย์สำนักตนให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น!


    “ เร็วๆเข้า..พวกเจ้าอย่าให้ท่านผู้อาวุโสเจิ้งรอช้า! ”


    เฉินหรุ่ยรีบจัดเตรียมของพร้อมกับคนรับใช้ตามที่เฉินอี้กล่าวสั่งจำนวนมาก่อนหน้านี้ทันที..มันรู้ว่าไม่ได้จะขายทั้งหมดจริงๆ..

     

    …………………………………………………………………………….

     


    เวลาผ่านไปสักพักการส่งมอบทุกอย่างสิ้นสุด....ต่างฝ่ายต่างได้รับของที่ตัวเองต้องการแล้ว..


    “โห่!...ฮ่าๆ ๆ นี่มันช่างน่าทึ่งจริงๆ!...ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเม็ดโอสถระดับ9 ส่วนคุณภาพสูงทั้งนั้นเลยรึนี่ ฮ่าๆ ๆ ” อาวุโสเจิ้งหู่หัวเราะมีความสุขหนวดสั่นระริกมองดูโอสถที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า..เดิมทีมันคิดว่าอาจมีโอสถระดับ8 ส่วนปะปนมาบ้างแต่กลับมีระดับ 9 ส่วนทั้งหมดเลย!


    “ท่านเฉินซูย่วน..ช่างเป็นบุคคลที่มีความสามารถน่ายกย่องจริงๆ!..ข้าผู้อาวุโสเจิ้งหู่ขอนับถือจากใจ!”


    อาวุโสเจิ้งหู่กล่าวคารวะชื่นชมด้วยความเลื่อมใสให้เฉินซูย่วน


    “มิได้...ท่านผู้อาวุโสกล่าวเกินไปแล้ว..”เฉินซูย่วนกล่าวตามจริง..เพราะโอสถพวกนั้นนางไม่ได้เป็นคนปรุงเองจึงไม่กล้ารับคำชมนี้..


    “ ท่านเองก็ถ่อมตัวเกินไป..ฮ่าๆ ”อาวุโสเจิ้งหู่เชื่อจริงๆว่านางต้องเป็นคนปรุงโอสถพวกนี้..จึงแค่ถ่อมตน


    “ท่านผู้อาวุโสทั้งสองในวันนี้ก็หมดธุระแล้ว..ข้าขอเชิญพวกท่านมาพักผ่อนเป็นแขกพิเศษเที่โรงเตี๊ยมของตระกูลเฉินเราในคืนนี้ดีรึไม่!...” เฉินอี้กล่าวเชิญต้อนรับพวกมัน….ในเมืองเซียงหนานนี้มีธุรกิจโรงเตี้ยมของตระกูลเฉินให้บริการโดยเฉพาะอยู่


    “ ดีๆ...ข้าก็ตั้งใจไว้แบบนั้นเหมือนกัน..ขอบใจสหายน้อยเฉินอี้” ในวันนี้อาวุโสเจิ้งหู่มันทนเหนื่อยมามากพอแล้วจนอยากจะพักผ่อนเต็มที..ความขุ่นเคืองใจที่มีต่อเฉินอี้ก็เริ่มเบาบางลง..


    ส่วนการรักษาเหลียงซือห้าวนั้นมันได้ขอความช่วยเหลือแพทย์โอสถจากสำนักโดยตรงแล้วเมื่อครู่ตอนใช้หยกสื่อสาร..ไม่นานก็คงมาถึง..


    “งั้นข้าจะเป็นคนนำทางพวกท่านไปเอง!” เฉินหว่ยหงกล่าวยิ้มกว้างไม่หุบ..มันดีใจมากจนแทบอยากจะกระโดดโลดเต้นเต็มแก่แล้วที่ตระกูลเฉินสามารถทำเงินได้มั่งคั่งขนาดนี้ในวันเดียว..ต้องขอบคุณลูกชายที่ประเสริฐของตนอย่างแท้จริง!


    “แหม่ๆน้องอี้นี่ก็ช่างร้ายไม่เบาเลยนะ ฮิๆ ” เซี่ยซูเหยากล่าวหยอกล้อแซวเฉินอี้ที่สามารถทำได้ขนาดนี้!


    “ฮ่าๆ..ไม่เทียบเท่าพี่หญิงซูเหยาหรอก..”เฉินอี้กล่าวล้อเล่นพลางมองป้ายคำสั่งสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์และผลึกม่วงในมือคิดในใจ“วันนี้ก็ถือว่าได้มาคุ้มค่าล่ะนะ!”แถมยังมีเหรียญทอง 20000 เหรียญในแหวนมิติของตนอีกนับว่าการค้าหนนี้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี


    “หึ! ข้าไม่ขอพักร่วมกันกับพวกเจ้าหรอกนะ! ”อาวุโสจิ๋นอิ่งรู้สึกไม่พอใจพวกสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ที่ทำให้ไม่ได้โอสถอย่างที่ตัวเองต้องการจึงปฏิเสธข้อเสนอเฉินอี้


    “ท่านอาจารย์อาวุโส..เรื่องที่พักนั้นตระกูลจางข้าจะต้อนรับท่านและเหล่าศิษย์พี่เป็นอย่างดีเอง! ”  จางหยวนกล่าวเชิญเพราะมันก็เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองนี้จึงมีโรงเตี๊ยมให้พักด้วยเช่นกัน


    “อืม..เอาอย่างนั้นก็ได้”  อาวุโสจิ๋นอิ่งตอบตกลง


    “ในฐานะประมุขตัวแทนตระกูลจางข้ายินดีต้อนรับท่านผู้อาวุโสจิ๋นอิ่งและศิษย์สหายสำนักสุสานทมิฬเสมอ!” จางหมิงยิ้มกล่าวต้อนรับด้วยความยินดี


    “อืม..ข้าก็ขอรบกวนท่านด้วย..”อาวุโสจิ๋นอิ่งกล่าวเสร็จ.....แต่ทันใดนั้น!


    “กระบี่ผ่าวิญญาณ!..” มีเสียงตะโกนของชายหนุ่มดังออกมาจากฝั่งตรงข้าม!


    ฟ้าว! ฟ้าว!


    พร้อมกับฟาดฟันปราณกระบี่อันคมกริบสองสายเป็นรูปกากบาทลอยผ่านอากาศอย่างไม่ทันตั้งตัวตรงมายังจางหยวน!


    “ลูกหยวน!..ระวัง!”จางหมิงที่อยู่ข้างๆรีบหันหลังเอาตัวไปยืนบังด้านหน้าจางหยวน


    ฉั่ว! ฉั่ว!


    “ เอื๊อก!...อ๊ากกกก!! ” จางหมิงโดนปราณกระบี่ฟันแผ่นหลังเข้าเต็มๆร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน!


    “โอ๊ย!..ท่านพ่อ!..ม่ายยย” จางหยวนร้องตะโกนอย่างตื่นตระหนก!..มันหลบไม่ทันจึงโดนเพียงถากๆที่หัวไหล่ หากแต่ที่แผ่นหลังบิดาตนนั้น..มีเลือดออกมาจากบาดแผลเหวอะรูปทรงกากบาทดั่งน้ำไหลเป็นสายไม่หยุดย้อมเสื้อด้านหลังจนแดงฉาน!...

    โต๊ะสิ่งของพังกระจุยกระจายเละเทะ!


    ภาพเหตุการณ์นี้รวดเร็วมากทำให้ทุกคนในห้องตื่นตกใจไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงเกิดขึ้นได้!


    “เหอะ! สมควรโดนแล้ว!” ผู้ที่กล่าวสมน้ำหน้าออกมาคือศิษย์สายในชายสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ที่เป็นคนลงมือโจมตีกระทันหัน..มันมีนามว่า“เฉิงคุน!”


    เฉินอี้ขมวดคิ้วหันไปมองสำรวจชายหนุ่มผมสั้นที่โจมตีเหมือนหมาลอบกัดผู้นี้


    “เจ้า...ปลอด..ภัย..สิ..นะ...”


    ตุบ! จางหมิงกล่าวถามเป็นห่วงบุตรชายก่อนทรุดเข่าหมดสติไป..เพราะทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว..ลมหายใจอ่อนลงเรื่อยๆ


    “คะ..ใครก็ได้ช่วยพ่อข้าด้วย!..” จางหยวนกล่าวติดขัด..ร้องขอความช่วยเหลือก่อนจะคิดอะไร..พลันนึกขึ้นได้ว่าเฉินอี้มีผลึกม่วงที่สามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บปางตายได้อยู่จึงเงยหน้าหันไปขอร้องเฉินอี้ขณะกำลังกอดบิดาที่เลือดอาบทั่วตัว!


    “ น้องเฉินอี้!...ขอร้องล่ะช่วยรักษาท่านพ่อของข้าที! ” จางหยวนอ้อนวอนต่อเฉินอี้



    “ ทำไมข้าต้องช่วยเจ้าด้วย?..”



    เฉินอี้กล่าวเสียงเย็นชานิ่งเฉยต่อคำขอของมัน



    “เอ๊ะ!!?....” คำตอบที่ไร้เยื่อใยของเฉินอี้นี้...ทำให้จางหยวนต้องถึงกับใบ้กิน!.....

    คล้ายกับเรื่องราชันพิษล้างสวรรค์ ที่คุณอ่าน