ชายดวงตาสีดำขลับจ้องศัตรูด้วยจิตอาฆาตในมือถือหอกยาวที่มีแสงประกายไฟฟ้าอยู่รอบ ลักษณะเป็นลำแสงไหลวนเป็นพลังราวกับมังกรสายฟ้าที่มีไฟฟ้าส่องแปล๊บๆวนรอบหอก จากนั้นมีเสียงดังราวกับฟ้าผ่าดังมาจากพลังที่พุ่งทะลุอากาศ
“ตู้ม!”
รัศมีรั้วยันต์ประกายแสงดาวถูกพุ่งทะลุผ่านราวกับเป็นพลังอ่อนแอที่ผุพังหอกยาวมังกรสายฟ้านี้แทงไปที่อกของชายชุดดำ
“ตึงโครม!”
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็สนั่นหวั่นไหว ที่เมืองสือเฉิงเกิดเสียงดั่งเสมือนฟ้าผ่าในพายุฝนคะนอง!
“ข้าบอกแล้วว่าเจ้าต้องชดใช้เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์มาวางอำนาจบาตรใหญ่ได้”
ประกายแสงจางลงตู้ถิงเซวียนดึงหอกยาวพลังสายฟ้าที่แทงทะลุอกของชายชุดดำหอกยาวที่สร้างด้วยพลังสลายกลายเป็นอักษรยันต์แล้วพุ่งกลับกลางฝ่ามือของเขา
ตู้ถิงเซวียนจ้องมองชายชุดดำที่สีหน้าตะลึงหยุดแน่นิ่งไปกล่าวว่า “บุตรชายของตู้ถิงเซวียน เจ้าห้ามยุ่ง!”
น้ำเสียงยังคงฟังดูอ่อนโยนที่สุด ทว่าเป็นประโยคที่ดุดันและเสียดแทง!
“ฟู่ดๆ!”
เมื่อตู้ถิงเซวียนพูดจบชายชุดดำที่มีพละกำลังร้ายกาจน่าสยดสยองก็มีประกายสายฟ้าวิ่งผ่านจากนั้นก็มีเลือดพ่นออกจากบาดแผลอย่างแรงเป็นละอองท่วมตัว
ยอดฝีมือเหนือชั้นที่แม้แต่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าผู้แข็งแกร่งยังไม่อาจต่อกรได้ตู้ถิงเซวียนปลิดชีพเขาได้เพียงแค่กระบวนท่าเดียว
ทุกคนที่นั่นแสดงสีหน้าตกใจตาโตอ้าปากค้างทำหน้าไม่ถูก!
ตู้เจิ้นอู่กับตู้จื้อสยงเองก็ตะลึง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็ไม่รู้พละกำลังที่แท้จริงของน้องสามของตัวเองว่ามีพลังน่ากลัวถึงขนาดนี้
นี่ไม่ได้เป็นเพียงยอดฝีมือธรรมดาแต่เป็นระดับยอดฝีมือเหนือชั้นอย่างแน่นอน!
“คุณชายสามบ้านสกุลตู้!”
ท่ามกลางความสงบเงียบพละกำลังของชายคนนี้ตราตรึงใจทุกคน
ที่แท้ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองสือเฉิงไม่ใช่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่ปกปักรักษา เมืองสือเฉิงมาหลายร้อยปี ไม่ใช่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนั้นและไม่ใช่ตู้เซ่าฝู่ที่ช่วงนี้กำลังดัง
แต่คือตู้ถิงเซวียน คุณชายติดสุราประจำบ้านสกุลตู้บิดาของตู้เซ่าฝู่
คุณชายน้อยจอมทึ่ม คุณชายติดสุราเคยเป็นคู่พ่อลูกที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วเมืองสือเฉิงวันนี้กลับมาสร้างชื่อเสียงดังสะท้านทั่วเมืองอีกครั้ง
ในวันนี้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นช่างน่าประหลาดใจเป็นแท้
“กึกๆ……”
หลังจากการต่อสู้อันรวดเร็วนี้จบทุกคนก็กลืนน้ำลายรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
“ตาเถร ข้าถูกบิดาที่อยู่ด้วยกันทุกวันหลอกมาสิบหกปีเลยหรือเนี่ย”
ตู้เซ่าฝู่มองดูบิดาขี้เมาที่เหาะอยู่กลางอากาศหลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่ง อารมณ์ก็สงบลงสีหน้าเป็นปกติ แต่ใจยังคงเต้นแรง
“ทำไมเจ้าไม่ลงมือล่ะ?” ตู้ถิงเซวียนมองไปที่ชายอีกคนที่สวมชุดขาวที่เหาะกลางอากาศ
ชายชุดขาวยังคงมีสีหน้าตะลึงแปลกใจเมื่อได้ยิน ก็จ้องตาตู้ถิงเซวียนพร้อมกล่าวว่า “ข้าลงมือไปก็ไม่มีประโยชน์คิดไม่ถึงว่าหลายปีมานี้ เจ้าเองก็ไม่ได้เสเพลอยู่สบายๆ ไปวันๆพวกเราถูกเจ้าตบตาแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าวางแผนจะทำอย่างไร?” ตู้ถิงเซวียนมองชายชุดขาวพร้อมกับเอ่ยถาม
“ก็ต้องดูว่าเจ้าจะฆ่าข้าไปด้วยอีกคนหรือไม่”ชายชุดขาวยิ้มเศร้าๆ ขณะพูด
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเจ้า”
ตู้ถิงเซวียนมองไปที่ชายชุดขาว กล่าวว่า “ข้าฆ่าคนเมื่อกี้ เพราะเขาคิดจะสังหารบุตรชายของข้า ไม่ฆ่าเจ้าเพราะอยากให้เจ้ากลับไปบอกพวกเขา พวกเจ้าเป็นคนทำลายสัญญาก่อน”
“พวกเราเป็นฝ่ายที่ทำลายคำสัญญาก่อนจริงๆ”
ชายชุดขาวยิ้มเศร้าๆ มองตู้ถิงเซวียนพร้อมกล่าวว่า“อย่างไรก็ตามข้าขอพูดตามตรง พละกำลังตอนนี้ของเจ้าข้าอาจไม่สามารถสู้เจ้าได้ แต่ต่อให้เจ้ามีกำลังอย่างตอนนี้ สำหรับพวกเราแล้วถือว่าเป็นเพียงพลังเล็กน้อย เจ้าจะทำอะไรได้?”
ตู้ถิงเซวียนยิ้มหยิบขวดสุราที่ผูกไว้ที่เอวยกขึ้นมาดื่มหนึ่งคำ กล่าวต่อไปว่า “ข้ายังอายุไม่มาก บุตรชายของข้าอายุยิ่งน้อยกว่าขอเพียงแค่พวกเรายังมีชีวิตต่อ พวกเราก็ยังมีโอกาส”
“โอกาส…………”
ชายชุดขาวยิ้มเจื่อนๆ กล่าวว่า “ที่จริงเจ้าน่าจะชัดเจนดี โอกาสนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก”
“ไม่……”
ตู้ถิงเซวียนส่ายศีรษะ จากนั้นกล่าวว่า “เจ้าเองก็น่าจะรู้ ไม่ใช่มีเพียงแค่ข้ากับบุตรชายของข้าแล้วพวกเจ้าทำลายคำสัญญา งั้นก็ไม่ใช่แค่ข้ากับบุตรชายของข้าสองคนแล้ว”
ชายชุดขาวขมวดคิ้วราวกับว่าไม่มีอะไรจะเถียงต่อได้แล้ว
“ไสหัวไป กลับไปบอกพวกเขา หากข้ายังมีชีวิตดี อย่าคิดว่าจะทำอะไรบุตรชายข้าได้ต้องข้ามศพข้าไปก่อน” ตู้ถิงเซวียนจ้องหน้าชายชุดขาวพูดอย่างไม่เกรงใจ
“ฝากนำคำพูดของข้าไปกลับไปด้วย”
ชายชุดขาวมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ที่ยืนอยู่บนพื้นแสดงสีหน้าเสียดายขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็ไปจากที่นี่หายตัวไปในพริบตา
เมื่อชายชุดขาวจากไปทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่ตู้ถิงเซวียนเพียงคนเดียว
ตู้ถิงเซวียนมองลงที่พื้นเห็นถนนหนทางเต็มไปด้วยกองโลหิต นัยน์ตาของเขาก็สั่นไหว
เมื่อลมพัดผ่านกลิ่นคาวของโลหิตก็คลุ้งไปทั่วเมืองสือเฉิง
“เลือดของคนเมืองสือเฉิงที่หลั่งในวันนี้ ต้องชดใช้คืนด้วยเลือด!”
เมื่อพูดจบ ตู้ถิงเซวียนก็สะบัดชายเสื้อ เกิดพลังแสงประกายไฟฟ้าสาดเต็มท้องฟ้ามีอักษรยันต์สายฟ้าจำนวนมากโถมกระหน่ำออกมา จากนั้นก็ลอยหายไปกลางฟ้า แล้วจู่ๆท้องฟ้ามีเริ่มครึ้มมีเมฆหนาและฟ้าแลบฟ้าร้อง
“ซู่……”
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณจากกองทัพจังหวัดหลิวอวิ๋นที่ต่อสู้กับไป๋เหว่ยก็ตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยนจู่ๆ ก็มีลำแสงดั่งสายฟ้าผ่าลงมาใส่ร่างของตน
“อ๊าก……”
ชายขั้นชีพจรประสานวิญญาณคนนั้นร้องอย่างเจ็บปวดสายฟ้าที่ผ่าลงมาทะลุผ่านร่างของเขาทำให้เกิดแผลเปิดมีโลหิตพุ่งสาดกระจายอย่างสยดสยอง
“อ๊าก……”
จากนั้นก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเสียงร้องแห่งความทรมานดังสะท้อนก้องถนนในเมืองสือเฉิงขึ้นมาหลายครั้งฟังดูน่าสยองขวัญมาก
จากนั้นผู้ฝึกฌานตั้งแต่ขั้นชีพจรพลิ้วไหวขึ้นไปจากกองทัพจังหวัดหลิวอวิ๋นต่างก็มีสายฟ้าพิสดารน่าขนลุกผ่าใส่ร่างจนเนื้อฉีกเลือดกระเซ็น
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่มีเสียงสายฟ้าผ่า ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวต่างก็เริ่มบาดเจ็บล้มตายกันระนาวในพริบตา
ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวขึ้นไปของกองทัพใหญ่จังหวัดหลิวอวิ๋นถูกกวาดล้างหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
“ตึงๆ!”
ทุกคนเห็นความน่ากลัวของพลังก็แทบสะอึกสีหน้าแววตาตะลึงมาก!
วิธีการสังหารเป็นวิธีที่น่ากลัวมากทุกคนที่เห็นต่างขนลุกซู่ ความกลัวกัดกินไปถึงจิตใจ!
มีสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาที่ตาข่ายยันต์ที่พันธนาการอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจากนั้นตาข่ายก็แตกสลาย ทำให้อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหลุดออกจากการควบคุมได้
“โฮก!”
อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าฟื้นฟูได้อิสระกลับมามันคำรามด้วยเสียงทุ้มต่ำของมัน จากนั้นดวงตาสิงโตคู่นี้ก็จับจ้องไปที่ตู้ถิงเซวียนกล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าระดับฌานของเจ้าในตอนนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้สมกับเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนแรกที่ข้าเคยเจอในเมืองสือเฉิง”
“ตอนนั้นข้าติดค้างหนี้บุญคุณกับท่าน” แววตาที่ดุดันของตู้ถิงเซวียนเริ่มอ่อนโยนลง เขามองหน้าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าพร้อมกับยิ้มให้
“ตอนนั้นเจ้าแอบลักลอบเข้ามาในบ้านสกุลเยี่ยเพราะอยากฝึกในเหลยฉือแต่เจ้ากลับไม่รู้ว่าเหลยฉือสามปีจึงจะเปิดใช้ครั้งหนึ่ง” อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหัวเราะจนตัวสั่น
“แต่ท่านมอบโลหิตสกัดให้ข้าเป็นกรณีพิเศษทั้งยังช่วยปิดเป็นความลับให้ข้าอีก ดังนั้นข้าติดค้างบุญคุณกับท่านเสียดายที่หลายปีมานี้ข้ามีธุระและปัญหาติดตัว ไม่สามารถตอบแทนได้”
ตู้ถิงเซวียนแสดงสีหน้าซาบซึ้งเพราะตอนนั้นได้โลหิตสกัดจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหนึ่งหยดกลับช่วยในการฝึกฌานของเขาในภายหลังพัฒนาได้อย่างดี แต่บุญคุณนี้ผ่านมาหลายปีแล้วก็ยังไม่เคยได้ตอบแทน
“บุตรชายของเจ้าช่วยตอบแทนให้แล้ว แถมกำไรให้ข้าเยอะเลย” อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ายิ้ม
“ไม่เลวสมกับเป็นบุตรชายของข้า” ตู้ถิงเซวียนยิ้ม จากนั้นรอบกายก็มีคลื่นไหลเวียนรอบกายจากนั้นก็หายวับไปในอากาศอย่างน่าพิศวง
“โฮก!”
เมื่ออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเห็นว่าตู้ถิงเซวียนหายตัวไปแล้วก็คำรามเสียงดัง จากนั้นประกาศกับทุกคน “ผู้ที่ทำให้พลเมืองสือเฉิงหลั่งเลือดให้พวกมันใช้เลือดในการชดใช้ ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว!”
“ฆ่า!”
จิตสังหารคุกรุ่นทั่วเมืองสือเฉิงอีกครั้งคนในเมืองโต้กลับกองทัพผู้บุกรุกอย่างฮึกเหิม!
กองทัพใหญ่ของจังหวัดหลิวอวิ๋นในตอนนี้ปราศจากยอดฝีมือแล้วยากที่จะต่อกรเมืองสือเฉิงได้อีกต่อไป สิ่งที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้มีเพียงถูกไล่สังหาร คนในเมืองสือเฉิงเริ่มหันอาวุธและฝ่ามือกลับมาเข่นฆ่าผู้บุกรุกอย่างบ้าระห่ำ
โลหิตต้องชำระด้วยโลหิตการฆ่าล้างนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนตะวันใกล้ตกดิน!
ภายในเมืองสือเฉิงกลายเป็นลำธารโลหิตอย่างแท้จริงมีศพจำนวนมากนอนกระจัดกระจายไปทั่ว
ตู้เซ่าฝู่ปล่อยให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนต่อสู้ในสนามรบต่อทว่าตนไม่ได้เข้าร่วมการกวาดล้างศัตรูในช่วงสุดท้าย
ตู้เซ่าฝู่ใช้พลังจนหมดแรงแล้วแค่เดินยังเหนื่อยจนแทบก้าวไม่ออกสุดท้ายยังต้องให้ตู้เสวี่ยญาติผู้น้องประคองพากลับบ้านสกุลตู้ไป
ตู้เฮ่า ตู้กุ้ย ตู้ถิง ตู้เหยียนตู้อวี่และทายาทวัยรุ่นคนอื่นๆ ก็ต่อสู้จัดการศัตรูอยู่ตลอดแต่ละคนถูกเลือดของฝ่ายตรงข้ามสาดใส่เปรอะเสื้อผ้าหน้าผมแววตาพวกเขาดุดันอาฆาตแค้น การต่อสู้กับศัตรูภายนอกเมืองครั้งนี้พวกเขาแสดงฝีมือได้ดีไม่ทำให้บ้านสกุลตู้ต้องขายหน้าเลยสักนิด
ฝูอี้ไป๋ยังคงเขี่ยรังมดอยู่ เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่เดินกลับมาสีหน้าก็ไม่ค่อยดีเท่าไร แหงนหน้ามองอย่างไม่ค่อยเต็มใจ “พี่ใหญ่ พวกเรามาพนันกันอีกรอบดีหรือไม่แข่งกันว่าใครจ้องรังมดได้นานกว่ากัน ใครนานกว่าคนนั้นชนะ หากเจ้าแพ้ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่”
“ไม่สน”
ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจจำเป็นต้องรีบกลับไปบำเพ็ญเพียรฟื้นฟู
“อย่าหนีสิ รอเจ้าอาการบาดเจ็บดีก่อนค่อยแข่งพนันกันก็ได้”
ฝูอี้ไป๋พูดเสียงดังหลายปีมานี้สิ่งที่เขาอยากทำให้สำเร็จมากที่สุดคือการชนะพนันเพื่อแก้คำสาบานครั้งก่อนกลับคืนมาเขาจะไม่แพ้เด็ดขาด ปกติเขาไม่เคยแพ้ใครมาก่อน
หลังจากกลับถึงเรือน ตู้เซ่าฝู่เห็นว่าบิดาขี้เหล้าของเขายังไม่กลับมาก็เดินตรงกลับไปที่ห้อง
ตู้เซ่าฝู่ร้องเรียกเจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ จากเจินชิงฉุนสุดท้ายเขาจึงเริ่มนั่งขัดสมาธิบนเสื่อที่เตียง เริ่มการบำเพ็ญเพียรปรับพลังลมปราณ
และแล้วก็เป็นยามราตรี คนในเมืองสือเฉิงกลับไม่มีใครข่มตาหลับสงครามเลือดนองเมื่อตอนกลางวัน ติดตาค้างแน่นอยู่ในสมองลบเลือนไม่หาย
ผ่านมาหลายคืนบ้านสกุลใหญ่แต่ละบ้านสกุลและกลุ่มผู้มีอิทธิพลอื่นๆทั้งเล็กและใหญ่ต่างช่วยกันจัดการศพของคนในเมืองกลับไปทำพิธีเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของมิตรสหายและญาติ ทุกคนต่างก็ยังโมโหอย่างโกรธแค้นไม่หายมีเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าทรมานใจดังขึ้นมาจากหลายบ้าน ภายในเมืองสือเฉิงจมอยู่กับบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก
ผ่านมาสามวัน ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ภายในห้องเพิ่งจะหยุดการบำเพ็ญเพียรฟื้นฟู
“ฟู่!”
ปราณโสมมถูกพ่นออกมาดวงตาสองข้างที่มีประกายแสงอ่อนๆ ค่อยๆ จางลง สีหน้าซีดเผือดของตู้เซ่าฝู่เริ่มกลับมามีเลือดฝาดทว่าดูจากคลื่นพลังปราณ ดูออกได้อย่างชัดเจนว่าเขายังไม่ได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์
“พี่ชิงฉุน”
ตู้เซ่าฝู่ล้วงเอาเจดีย์เล็กๆ ออกมาจากนั้นก็ส่งพลังปราณเข้าไปในเจดีย์เล็กทว่าเจดีย์เล็กในขณะนี้กลับไม่มีการตอบสนองใดๆ เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นก็รู้สึกหวั่นใจจู่ๆ ก็เริ่มเป็นห่วงขึ้นมามากอย่างบอกไม่ถูก
แม้ตู้เซ่าฝู่ไม่เคยพูดจาเป็นห่วงเป็นใยถนอมจิตใจของเจินชิงฉุนเลยแต่ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ตู้เซ่าฝู่รู้สึกและมองเจินชิงฉุนเป็นเหมือนพี่ใหญ่จริงๆนานแล้ว น่าจะบอกว่าเป็นทั้งอาจารย์และพี่ใหญ่ การสั่งสอนของเจินชิงฉุนที่ผ่านมาทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกซาบซึ้งอยู่ในใจ
“พลังจิตวิญญาณของเขาถูกใช้ไปหมดสิ้นตอนนี้กำลังอยู่ในสภาวะนิทรา เขาไม่เป็นอะไรมากหรอก”
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาชายท่าทางสง่าเดินตรงเข้ามาในห้องส่วนตัวของตู้เซ่าฝู่