หญิงสาวนางหนึ่งที่ผู้คนต่างเรียกนางว่า นางมารปิงโหย่ว ขณะนี้ได้เดินนวยนาดมาอยู่หน้าประตูตระกูลไป๋ เมื่อบ่าวเฝ้าประตูเห็นก็รีบกดปุ่มสัญญาณฉุกเฉินทันที เสียงสัญญาณเตือนภัยดังไปทั่วตระกูล เพียงพริบตาเดียวไป๋ชินหลงกับผู้อาวุโสก็ออกมาที่หน้าประตูใหญ่ของตระกูล
“นางมารปิงโหย่ว มีธุระอะไรกับตระกูลไป๋ของเรา” ไป๋ชินหลงถาม
“หืม ท่านผู้นำตระกูลไป๋ช่างหล่อเหลาเสียจริง น่าเสียดายยิ่งนัก ฉันไม่ชอบกินของมือ 2 จากผู้หญิงอื่น แต่ถ้าเป็นของมือ 2 ของผู้ชายด้วยกันก็พอจะอนุโลมได้ ฮิฮิ อ้อ จริงสิ ไป๋หู่ลูกชายท่านกับพวกลูกชายของผู้อาวุโสยังโสดกันอยู่นี่นะ สนใจรับฉันเป็นลูกสะใภ้ไหม ฉันน่ะเป็นถึงราชันย์ทรราชเชียวนะ ฮิฮิ” นางมารปิงโหย่วยังคงหยอกล้อกับไป๋ชินหลง แต่แววตาแสดงถึงการคุกคามอย่างเห็นได้ชัด
“ตั้งค่ายกล” ไป๋ชินหลงสั่งการทันที เพียงพริบตาเดียวนางมารปิงโหย่วก็ถูกล้อมด้วยเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย
“หืม ตระกูลไป๋มีค่ายกลด้วยเหรอ ขอดูหน่อยก็แล้วกัน ฮิฮิ” นางมารปิงโหย่วหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะปลดปล่อยพลังปราณชั้นราชันย์ทรราชออกมา
“บ้าน่า นางมารปิงโหย่วบรรลุถึงปราณชั้นราชันย์ทรราชแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ย ทุกคนเริ่มการทำงานของค่ายกลได้” ไป๋ชินหลงสั่งการทันที
เมื่อค่ายกลเริ่มทำงาน นางมารปิงโหย่วรู้สึกว่าตัวเองพลาดซะแล้วที่ไม่จัดการทำลายค่ายกลนี้ก่อน เพราะทันทีที่ค่ายกลทำงาน โซ่ตรวนแสงกฌพุ่งออกมาจากพื้นดิน แม้เธอจะพยายามหลบไม่ให้โดนจับ แต่โซ่ก็มีจำนวนมากเกินไป
“ดีล่ะ จับได้แล้ว ติดต่อตำหนักเทพมังกรคราม บอกทางนั้นว่าเราจับตัวนางมารปิงโหย่วได้แล้ว ต้องการให้พวกเขาส่งคนมาคุมตัวนางโดยด่วน เพราะพวกเราไม่สามารถทำอะไรนางได้” ไป๋ชินหลงกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไป๋ชินหลง ต้องยอมรับเลยว่าค่ายกลของตระกูลเจ้าแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่คิดหรือว่ามันจะมันจะกักฉันได้นานน่ะหา” นางมารปิงโหย่วส่งพลังปราณของตนไปที่โซ่ โซ่ตรวนที่ตรึงเธอไว้เริ่มเกิดรอยร้าว ทำให้ผู้อาวุโสทั้ง 10 ต่างเร่งส่งพลังปราณเพื่อฟื้นฟูโซ่ตรวนเช่นกัน
“แบบนี้ไม่ดีแน่ สั่งอพยพผู้ชายทุกคนที่ยังไม่ได้แต่งงานเดี๋ยวนี้ ต่อให้นางหลุดไปได้ นางจะไม่ได้สูบพลังของใครในตระกูลเราทั้งนั้น” ไป๋ชินหลงสั่ง
ไม่นานก็มีรถจำนวนมากขับออกจากตระกูลไป๋ ข้างในมีเหล่าชายหนุ่มของตระกูลนั่งอยู่ นี่นับเป็นการอพยพเร่งด่วนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“หนอย ถ้าไม่ยอมให้กันแบบนี้ ฉันจะฆ่าทิ้งให้หมดเลย” นางมารปิงโหย่วเริ่มกระชากโซ่ตรวนแสง ซึ่งมันก็ขาดออกในทันทีที่เธอออกแรงกระชาก
“แย่แล้ว ทุกคนถ่ายพลังให้ผู้อาวุโส พวกเราต้องตรึงนางไว้จนกว่าพวกตำหนักเทพมังกรครามจะมาถึง” ไป๋ชินหลงสั่งการทันที
ขณะเดียวกันไป๋กุ้ยอิงที่เห็นเหตุการณ์ได้โทรติดต่อหาไป่ฉีทันที ก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาพาไป๋หู่ขึ้นรถเพื่อไปหลบซ่อนตัวก่อน หากเกิดอะไรขึ้นก็สามารถมั่นใจได้ว่านางมารปิงโหย่วจะไม่ได้อะไรจากตระกูลไป๋ไป นอกจากนี้ยังมีการปิดผนึกหอคัมภีร์ตระกูลอย่างแน่นหนาด้วยอาคมที่ไป่ฉีลงเอาไว้อย่างแน่นหนา
[ครับ พี่กุ้ยอิง โทรหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ] ไป่ฉีรับสายและถามถึงสาเหตุที่ไป๋กุ้ยอิงโทรหาเขา
“เกิดเรื่องที่ตระกูลไป๋ นางมารปิงโหย่วบุกมาที่ตระกูลเพื่อต้องการสูบพลังของผู้ชายในตระกูล ตอนนี้คุณพ่อกำลังใช้ค่ายกลที่ได้เมื่อคราวก่อนตรึงเอาไว้ แต่นางมารปิงโหย่วสามารถพังโซ่ตรวนแสงของค่ายกลได้อย่างง่ายดาย นายพอจะมาช่วยได้ไหม” ไป๋กุ้ยอิงถาม
[ได้ครับ รอผม 3 นาที] ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับวางสาย เขาทำการเปลี่ยนเป็นชุดวอร์มของอวี้กง พร้อมกับกินยาแปลงโฉม ก่อนจะวาดอาคมเพื่อเปิดประตูมิติไปยังหน้าประตูใหญ่ของตระกูลไป๋
เมื่อประตูมิติถูกเปิด ไป่ฉีทำการเดินเข้าไปยังประตูมิติ แล้วโผล่มาอยู่ที่ด้านหน้าประตูใหญ่ของตระกูลไป๋ สิ่งที่เขาเห็นคือหญิงสาวคนหนึ่งกำลังพยายามกระชากโซ่ตรวนแสงให้ขาดทีละเส้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ทางตระกูลไป๋ไม่สามารถฟื้นฟูพวกมันได้ทัน
ขณะที่นางมารปิงโหย่วที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากค่ายกล เธอก็เห็นการมาของชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งเข้าพอดี เธอจำได้ว่าชายคนนี้คืออวี้กง จึงแสยะยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด อวี้กงก่อนหน้านี้มีข่าวว่าสนิทกับไป๋กุ้ยอิงที่เป็นคุณหนูตระกูลไป๋ หากตระกูลไป๋พบกับอันตราย อวี้กงต้องโผล่มาช่วยแน่นอน
“ว้าว ดูซิใครมา เทพกระบี่อวี้กงที่สาว ๆ ในยุทธภพต่างหลงใหลนั่นเอง ฮิฮิ” นางมารปิงโหย่วทักขึ้น ทำให้ผู้อาวุโสในตระกูลไป๋ต่างมีสีหน้าผ่อนคลายลง
“นี่น่ะเหรอ นางมารปิงโหย่ว น่ารังเกียจที่สุด” ไป่ฉีกล่าว เขาแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ชอบจารีต 3 ภรรยา 4 อนุภรรยา อยู่แล้ว สตรีเช่นนี้น่าจเรียกว่า หญิงวปลาสมากกว่า
“อย่าเพิ่งรังเกียจกันสิ ฉันสามารถทำให้ท่านมีความสุขได้หลายยกเลยนะ ฮิฮิ ที่มานี่ก็เพราะว่าอยากพบท่านอวี้กงนี่แหละ” นางมารปิงโหย่วพูดถึงจุดประสงค์ของตนทันที
“แล้วมีธุระอะไรกับข้าไม่ทราบ” ไป่ฉีถาม
“ฉันได้ข่าวว่าท่านยังบริสุทธิ์ ดังนั้นท่านจึงเหมาะจะเป็นต่อคู่ฝึกยุทธ์ของฉันอย่างมาก แต่เพราะไม่รู้จะไปตามตัวท่านที่ไหน เลยมาหาท่านที่ตระกูลไป๋ คิดไม่ถึงว่าท่านจะมาปรากฎตัวจริง ๆ” นางมารปิงโหย่วยิ้ม
ไป่ฉีไม่พูดอะไรมาก เขาทำการวาดอักขระลมปราณเข้าไปยังโซ่ตรวนแสง ฉับพลันโซ่ตรวนแสงแต่ละเส้นก็แข็งแกร่งขึ้นทันที
“นี่มันอะไรกัน ทำไมมันถึงไม่ขาดล่ะ” นางมารปิงโหย่วแสดงสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านีเธอยังกระชากโซ่ทีเดียวขาดกระจุยอยู่เลย แต่นี่ต้องกระชาก 2-3 ครั้งถึงจะสามารถทำลายมันได้
“ปล่อยให้ยืดเยื้อแบบนี้ไม่ดีแน่” ไป่ฉีเริ่มกังวล เขาทำการเรียกกระบี่จักรพรรดิออกมาทันที พร้อมกับปักลงยังทิศทั้ง 8 รอบนางมารปิงโหย่ว
“ว้าว นั่นมันกระบี่ระดับจักรพรรดิ ท่านอวี้กงมีสมบัติระดับนี้อยู่ด้วยช่างน่าสนใจยิ่งนัก ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ฆ่าท่าน แต่จะให้ท่านต้องกลายเป็นทาสรักของฉันตลอดไป” นางมารปิงโหย่วตอนนี้หัวเราะราวกับหญิงวิปลาสไปแล้ว
“ยัยนี่เสียสติเหมือนแม่เฒ่าถ้ำปรภพไม่มีผิด” ไป่ฉีกล่าว พร้อมกับเริ่มวาดอักขระปราณลงไปยังกระบี่ทั้ง 8 เล่ม พร้อมทั้งให้ผู้อาวุโส 8 คนคอยถ่ายพลังให้กับกระบี่แต่ละเล่ม ส่วนเขาหยิบพิณขึ้นมา พร้อมกับนั่งขัดสมาธิ โดยวางพิณไว้บนตัก จากนั้นตัวของเขาก็ลอยขึ้น
“น่าสนุกจริง ๆ คิดถูกแล้วที่มาทดสอบพลังที่ตระกูลไป๋ ท่านอวี้กง ไหนท่านลองแสดงให้ฉันดูทีว่าท่านเอาชนะอู่กุยหลงจินได้ยังไง พลังที่ท่านแผ่ออกมาตอนนี้มันแค่ระดับชั้นนภาเท่านั้นเอง ฉันอยากเห็นว่าพลังอะไรที้ท่านใช้ซัดตาเฒ่านั่นกระเด็นในหมัดเดียว” นางมารปิงโหย่วยิ่งคลุ้มคลั่งมากขึ้นไปอีก ปกติขนาดเธออยู่ระดับปราณชั้นจักรพรรดิยังไม่มีใครสามารถต่อกรกับเธอแบบ 1 ต่อ 10 ได้เลย แต่ตอนนี้เธออยู่ในระดับปราณชั้นราชันย์ทรราชแล้ว เธอยังต้องกลัวอะไรอีก
ไป่ฉัเริ่มดีดพิณจากจังหวะช้า ๆ แล้วส่งคลื่นเสียงไปกระตุ้นอักขระลมปราณที่กำกับไว้ที่กระบี่แต่ละเล่ม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นางมารปิงโหย่วหลุดจากค่ายกลตระกูลไป๋ได้ เพราะผู้อาวุโส 10 คนที่สร้างค่ายกลหยุดส่งพลังฟื้นฟูค่ายกล และหันมาส่งพลังไปที่กระบี่ระดับจักรพรรดิแทน 8 คน
“คิดว่าฉันจะกลัวกระบี่ระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ” นางมารปิงโหย่วใช้ปราณสร้างลิ่มน้ำแข็งจำนวนมากเข้าจู่โจมผู้อาวุโสทั้ง 8 คนของตระกูลไป๋ทันที แต่สิ่งที่ได้รับคือพวกมันแตกสลายเพราะกระแทกกับกำแพงที่มองไม่เห็น
“อะไรกัน อึ๊ก” นางมารปิงโหย่วตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากค่ายกลใหม่ของเทพกระบี่จะไร้รอยขีดข่วนแล้ว นางยังถูกผลสะท้อนกลับจากการโจมตีของตัวเองอีกด้วย
“เป็นยังไงนางมารปิงโหย่ว รสชาติของค่ายกลข้าอร่อยเหมือนปราณที่สูบไปจากชายหนุ่มรึเปล่าล่ะ” ไป่ฉียิ้ม
“หึ หึ ฉันไม่เชื่อว่ามันจะทำลายไม่ได้” นางมารปิงโหย่วทุ่มสุดตัว ฟาดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยปราณระดับราชันย์ทรราชอย่างเต็มกำลัง แต่ระหว่างกำลังจะโจมตี อยู่ ๆ พลังของเธอก็อ่อนกำลังลง ทำให้เธอแปลกใจไม่น้อย ก่อนที่จะหยุดมือเพื่อตรวจสอบ
“อะไรกัน ทำไมพลังถึงอ่อนกำลังลงล่ะ” นางมารปิงโหย่วหยุดแล้วสำรวจไปรอบ ๆ เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าค่ายกลนี้แข็งแกร่งมาก ราวกับมันไม่สามารถทำลายได้ แถมยังมีเสียงคอยรบกวนสมาธิกับการโคจรพลังปราณของเธออีก แต่นางก็พบจุดอ่อนของค่ายกลนี้จนได้ นางหันไปมองอวี้กง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“รอเดี๋ยวนะคะท่านอวี้กง ฉันกำลังจะไปหาแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นางมารปิงโหย่วพุ่งขึ้นไปด้านบนของค่ายกลทันที
“แย่แล้ว พวกท่านหนีไป ค่ายกลกำลังจะถูกทำลายแล้ว” ไป่ฉีตะโกนเตือน ทำให้ผู้อาวุโสทั้งหมดถอยออกมา
ค่ายกลนี้ของเขานั้นมีจุดอ่อนที่ด้านบน เนื่องจากด้านบนนั้นแต่เดิมจะใช้กระบี่ระดับราชันย์ทรราช แต่ที่นี่มีแต่คนที่มีระดับปราณจักรพรรดิทั้งนั้น การจะใช้กระบี่ระดับราชันย์ทรราชเพื่อทำค่ายกลให้สมบูรณ์จึงทำไม่ได้ เขาไม่คิดว่านางมารปิงโหย่วจะหาจุดอ่อนของค่ายกลได้เร็วขนาดนี้
เปรี้ยง
สิ้นเสียงปะทะที่ดังก้อง ค่ายกลก็พังทลาย ไป่ฉีรีบเรียกกระบี่ทั้งหมดกลับเข้าไปในแหวนมิติ แล้วนำแหวนมิติเก็บเข้าไปในจิตวิญญาณทันที นอกจากนี้ที่เขาไม่ใช้เจตจำนงกระบี่เพราะมันสามารถรับมือได้สูงสุดกับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปราณจักรพรรดิเท่านั้น หากใช้สู้กับชั้นปราณราชันย์ทรราช เขาต้องมีระดับปราณขั้นจักรพรรดิก่อน ไม่อย่างนั้น หากเจตจำนงของเขาถูกทำลายลง จิตวิญญาณของเขาจะได้รับความเสียหาย ซึ่งมันรักษายากกว่าร่างกายมาก
นางมารปิงโหย่วเมื่อทะลวงค่ายกลออกมาได้แล้ว เธอก็พุ่งเข้าหาอวี้กงทันที แต่อวี้กงก็ใช้คลื่นเสียงพิณแฝงพลังจากอักขระปราณเข้าสกัดกั้นไม่ให้อธอเข้าใกล้
“ชิ ทั้งที่อยู่แค่ชั้นปราณนภาแท้ ๆ ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ช่างน่าสนุกจริง ๆ” นางมารปิงโหย่วพยายามปัดการโจมตีออก แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคลื่นเสียงเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถจับต้องได้ และกลับโดนมันกระแทกให้ถอยห่างออกมาจากอวี้กง
“พลังของฉันอ่อนแอลงมาก เพราะอะไรกัน โคจรปราณไม่ได้ดั่งใจเลย” นางมารปิงโหย่วรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพลังปราณของตน แต่เมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยล้ากับร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของอวี้กง ก็ทำให้เธอยิ้ม พร้อมกับพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
“ท่านอวี้กงจะไหวรึเปล่าน่ะ” ผู้อาวุโส ลำดับที่ 1 รู้สึกกังวล
“สีหน้าแบบนั้นคงกำลังเหนื่อยล้าอยู่ เขาคงใช้พลังไปมากจากการคุมค่ายกลเมื่อกี้” ผู้อาวุโส ลำดับที่ 2 พูดสิ่งที่เขาคิดออกมา
“จะไปช่วยไหม” ผู้อาวุโส ลำดับที่ 3 ถาม
“ไม่ต้อง ดูแล้วเขามีแผนอยู่” ไป๋ชินหลงกล่าว
หลังจากการบุกฝ่าอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดนางมารปิงโหย่วก็สามารถคว้าคอเสื้อของอวี้กงเอาไว้ได้ จากนั้นเธอก็จับอวี้กงกดลงกับพื้นอย่างแรง
“อั๊ก” ไป่ฉีมีเลือดออกที่มุมปากเล็กน้อยจากการที่หลังของเขาถูกกระแทกกับพื้นอย่างแรง
“ฮิฮิฮิ ท่านอวี้กง ฉันจับท่านได้แล้ว พวกเรามาเริ่มกันดีกว่า เสียเวลามามากพอแล้ว” นางมารปิงโหย่วยิ้มอย่างผู้มีชัย
เธอมองไปยังไป๋ชินหลงและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลไป๋ ขณะเดียวกันเธอก็เห็นไป๋กุ้ยอิงที่กำลังพุ่งเข้ามาช่วยอวี้กง
“เกะกะน่า ไม่มีปัญญาไขว่คว้าเขาเอาไว้ก็อย่างมายุ่ง” นางมารปิงโหย่วซัดพลังปราณเข้าใส่ไป๋กุ้ยอิง ทำให้ไป๋กุ้ยอิงกระเด็นกลับไป
ไป๋ชินหลงเข้ามารับไป๋กุ้ยอิง แต่ก็ต้องกระเด็นไปด้วยคลื่นพลังปราณของนางมารปิงโหย่ว พวกผู้อาวุโสต่างก็ถูกคลื่นพลังซัดจนกระเด็น ต่างบาดเจ็บจนเคลื่อนไหวไม่ได้อีกต่อไป
“อะ...อวี้กง” ไป๋กุ้ยอิงตะโกน เธอชอบอวี้กง (ไป่ฉี) เธอรู้ว่านางมารปิงโหย่วไม่เคยปล่อยเหยื่อให้รอดไปได้สักคน แต่สำหรับอวี้กง นางมารคงจับตัวเขาไปกักขังและสูบพลังเขาไปเรื่อย ๆ แน่ เธออาจจะไม่ได้พบเขาอีก เธอไม่น่าเรียกเขามาเลย ไป๋กุ้ยอิงเริ่มร้องไห้ด้วยความเสียใจที่เธอตัดสินใจผิดพลาด
นางมารปิงโหย่วดีดนิ้ว 1 ครั้ง ก็ปรากฎห่วงน้ำแข็งยึดที่ขากับแขนทั้ง 2 ข้างของอวี้กง ก่อนที่จะเลียริมฝีปากตนเองเหมือนกับกำลังเจออาหารอันโอชะอยู่ตรงหน้า
“อวี้กง ๆ เทพกระบี่ที่แสนเก่งกาจ ขนาดอู่กุยหลงจินยังพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว ตอนนี้กำลังอยู่ใต้ร่างของฉัน และฉันกำลังจะได้กลายเป็นภรรยาของเทพกระบี่ที่สาว ๆ ในยุทธภพต่างอยากครอบครอง” นางมารปิงโหย่วมองอย่างเยาะเย้ยไปที่ไป๋กุ้ยอิง
“ถึงได้กาย แต่ไม่ได้ใจ เจ้าไม่เคยได้ยินคำนี้รึ” ไป่ฉีดูสงบอย่างมาก แม้เขาจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ตาม
“เคย แต่ฉันไม่สน สำหรับฉันแล้วผู้ชายก็เหมือนโอสถสำหรับเสริมลมปราณที่กินเพื่อเสริมปราณเท่านั้น เป็นของใช้แล้วทิ้ง แต่ท่านไม่ต้องห่วง ฉันถูกใจท่านเป็นพิเศษ ท่านจะให้ใจฉันหรือไม่ ฉันไม่สน เรามาเริ่มกันดีกว่า ฉันจะทำให้ท่านลืมทุกอย่างและมีแต่ฉันเท่านั้น จากนั้นก็มาอยู่ฝ่ายอธรรมด้วยกัน” กล่าวจบนางมารปิงโหย่วก็ทำให้เสื้อวอร์มของอวี้กงกลายเป็นน้ำแข็งและแตกออกราวกับแก้ว
______________________________
คิดถึงกันไหมครับ กลับมาอัพแล้ว ความคืบหน้าการรีไรท์อยู่ที่ตอน 85 แล้ว จะเริ่มอัพอีกรอบนะคร้าบ สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่แฟนเพจนะครับ ^^
