จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 201 ค้นพบความผิดปกติ Re

        “เดี๋ยวเราจะนำทางทุกท่านเอง” ไป่ฉีกล่าว


        “รบกวนท่านอวี้กงแล้ว” ประมุขจางกล่าวจบก็แยกไปอีกทาง


        'ฮึ่ย น่าหงุดหงิด  ไอ้เด็กพวกนี้มาถึงก็วางท่าใหญ่โต  ยังโชคดีที่ยังเกรง ๆ ท่านอวี้กงอยู่บ้าง' จางหนี่หวังคิดในใจ  เธอคาดว่าอดีตประมุขตำหนักเทพน่าจะได้ยินเรื่องการต่อสู้ระหว่างอู่กุยหลงจินกับอวี้กงมาแล้ว  ซึ่งตอนนั้นพลังปราณของอวี้กง  น้อยกว่า  แต่กลับสามารถเอาชนะอู่กุยหลงจินมาได้  จึงเป็นเหตุให้พวกนั้นไม่กล้าที่จะวางอำนาจกับอวี้กง


        ทางด้านไป่ฉีนั้น  เดินนำเหล่าอดีตผู้นำตำหนักเทพมาที่ทางเดินหลัก  ที่จะนำพวกเขาไปยังห้องรับรองของตำหนักเทพ  ที่ด้านหน้าห้องแต่ละห้องตอนนี้ มีประมุขตำหนักเทพคนปัจจุบันและประมุขน้อยของตำหนักเทพยืนรออยู่


        “หึหึ ไม่เจอกันนาน  ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นนี่หลงสุ่ย” อดีตประมุขตำหนักเทพมังกรครามยกยิ้มขึ้น


        “ไม่เจอกันนานนะครับ  ท่านพ่อ” หลงสุ่ยกล่าวอย่างนอบน้อม


        “สวัสดีครับท่านปู่” หลงเทียนหมิงคำนับปู่ของเขาที่เขาเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก


        “ไม่คิดว่าฉันจะมีหลานแค่คนเดียว  แกมัวทำอะไรอยู่  ถึงมีทายาทแค่คนเดียว หืม” อดีตประมุขตำหนักเทพมังกรครามกล่าวอย่างไม่พอใจ


        “ต้องขอโทษด้วยครับท่านพ่อ” หลงสุ่ยกล่าว  เขาพยายามแล้ว  แต่ดูเหมือนเขาจะมีลูกยากเนี่ยสิ


        “หลงจิน  หลังจบการประลองนี้  คงต้องขอดูฝีมือแกหน่อย  ทำไมถึงแพ้อวี้กงได้  ทั้งที่ตำหนักเทพของเราเด่นในด้านของกระบวนท่า” อดีตประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรตำหนิลูกชายของเขา


        “ครับ” อู่กุยหลงจินรับคำ  แต่สีหน้าดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด


        “คำนับท่านปู่  ผมอู่กุยเหวินป๋อ  เป็นหลานของท่านครับ” อู่กุยเหวินป๋อคำนับอดีตประมุขตำหนักเทพเต่ามังกร


        “หึหึ เจ้าเองก็ด้วย  หลังจบการประลองครั้งนี้  ต้องมาให้ฉันทดสอบฝีมือ” อดีตประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรกล่าว


        “ครับ” อู่กุยเหวินป๋อรับคำ


        'สองคนนี้มีบางอย่างผิดปกติ' ไป่ฉีตรวจพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง  แต่ยังไม่ได้พูดออกไป  เขาเดินเข้าไปคว้าข้อมือของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋อทันที


        “ท่านอวี้กง  มีอะไรครับ” หลงสุ่ยถาม


        การทักทายของอดีตประมุขหยุดลงทันที  ทุกคนต่างจ้องมองอวี้กงด้วยความสงสัย  ใบหน้าของอวี้กงที่พวกเขาเห็นส่วนมาก  เป็นใบหน้าสบาย ๆ หรือเรียบเฉย  แต่ว่าใบหน้าของอวี้กงตอนนี้ดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด


        “ประมุขน้อยทั้ง 2 เราขอถามอะไรสักข้อหนึ่งได้หรือไม่” ไป่ฉีมองหน้าของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋อ


        “ครับ  ท่านอวี้กง  มีอะไรถามมาได้เลย” หลงเทียนหมิงกล่าว


        “ได้ครับ  ท่านอวี้กง” อู่กุยเหวินป๋อทำหน้าแปลกใจ


        “พวกท่านทั้ง 2 เมื่อวานนี้ไปทำรักกับผู้หญิงมาหรือไม่” ไป่ฉีถามสิ่งที่สงสัยออกไป


        ทุกคนเงียบกริบ  หลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋ออ้าปากค้าง  พวกเขาไม่คิดว่าจะเจอคำถามนี้  ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็ตกใจกับคำถามของอวี้กงเช่นกัน


        'คำถามเชี่ยอะไรวะเนี่ย' หลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋อคิด


        “ไม่นะครับ  หลังจบการประลอง  ผมกับท่านพ่อก็กลับไปที่โรงแรมเลย” หลงเทียนหมิงกล่าว


        “ทางผมเองก็ไปดื่มมากับเหวินจง  แล้วก็เมากันมาก  เลยมาเข้าห้องน้ำที่สมาคมการค้า  พอรู้สึกตัวก็โทรให้คนของท่านพ่อให้มารับกลับครับ” อู่กุยเหวินป๋อกล่าว


        “ประมุขน้อย  หรือว่าช่วงที่พวกเราเมากันเผลอทำ........” อู่กุยเหวินจงหน้าซีด


        “จะเป็นไปได้ยังไงกัน  ไม่งั้นท่านอวี้กงก็ต้องทักนายด้วย” อู่กุยเหวินป๋อกล่าว


        “อวี้กง  เหตุใดจึงบอกว่าหลานของฉันไปทำรักมาเมื่อวาน” อดีตประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรถาม


        “นั่นสิ  ในเมื่อลูกชายฉันก็กลับเข้าโรงแรมพร้อมกับฉัน มีคนคุ้มกันแน่น......” หลงสุ่ยฉุกคิดได้บางอย่าง


        “ดูเหมือนจะนึกอะไรออกสินะครับ” ไป่ฉีมองไปที่หลงสุ่ย


        “อืม  มีเรื่องแปลก ๆ นิดหน่อย  เมื่อคืนนี้ทุกคนอยู่ ๆ ก็เผลอหลับกันหมด” หลงสุ่ยกล่าว


        “ลองตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรม หรือไม่ก็คนที่เช็กเอาท์ออกไปหลังจากเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ นี้ดูรึยัง” ไป่ฉีถาม


        “สักครู่นะครับ  ผู้อาวุโส ฝากด้วย” หลังจากหลงสุ่ยสั่งการ  ผู้อาวุโสก็วิ่งออกไปทันที


        “ส่วนสาเหตุที่ทำไมเราถึงถามเช่นนั้นเพราะว่า  ปราณหยางในร่างกายของทั้ง 2 น้อยกว่าปกติ และยังมีปราณหยินที่ไม่ใช่ปราณหยินในธรรมชาติ  แต่น่าจะเป็นปราณหยินจากร่างของผู้หญิงไหลเวียนอยู่  แสดงว่าต้องมีการทำรักกันอย่างลึกซึ้ง  ถึงได้มีปราณของหญิงสาวไหลเวียนอยู่ในร่างของประมุขน้อยทั้งสอง” ไป่ฉีอธิบาย


        “ท่านอวี้กง  อย่าบอกว่านะว่าลูกของผมโดนผู้หญิงข่มขืน” หลงสุ่ยถาม


        “ยังไม่ได้สรุป  แต่ขอยืนยันอะไรนิดหน่อย” ไป่ฉีเรียกโอสถสองเม็ดออกมาจากแหวนมิติ


        “นี่คือโอสถสำหรับใช้ตรวจสอบพิษ  หากได้รับพิษอะไรไป  ไม่เกิน 24 ชั่วโมง  มันจะถูกขับออกมาทางเหงื่อ และสีของมันจะบ่งบอกถึงชนิดของพิษที่ได้รับ  หยิบไปคนละ 1 เม็ด” ไป่ฉียื่นโอสถไปตรงหน้าของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋อ  ทั้งสองนำมันเข้าปากแล้วกลืนลงไป  ก่อนจะโคจรปราณดูดซับโอสถทันที


        เพียงไม่นานก็ปรากฏของเหลวสีเหลืองกับสีม่วงอ่อนและสีส้มออกมาที่ผิวของอู่กุยเหวินป๋อ  แต่หลงเทียนหมิงมีของเหลวสีน้ำเงินกับสีม่วงอ่อนและสีส้มออกมา


        “สีเหลืองคือพิษอัมพาต  สีม่วงอ่อนคือยาปลุกกำหนัด  สีน้ำเงินยาสลบ  สีส้มยาขัดขวางการโคจรลมปราณ  คนร้ายเตรียมตัวมาดีจริง ๆ” ไป่ฉีกล่าว


        “หมายความว่าพวกเราทุกคนโดนยาสลบงั้นเหรอ” หลงสุ่ยตกตะลึง


        “หรือจะเป็นฝีมือของพวกพรรคตะวันดับ” เฟิงหลง ผู้เป็นประมุขตำหนักเทพวิหคสีชาดกล่าว


        “ถ้าเป็นมือสังหาร  ป่านนี้ท่านหลงสุ่ยกับหลงเทียนหมิงและคนของตำหนักเทพมังกรครามคงสิ้นชีพหมดแล้ว” หู่หยุน ผู้เป็นประมุขตำหนักเทพพยัคฆ์ขาวกล่าว


        “แล้วพวกมันต้องการอะไรกันแน่  เพียงแค่ทำรักกับหลงเทียนหมิงงั้นเหรอ  ดูไม่ใช่วิธีของพวกมันเลย  ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสฆ่าแท้ ๆ” อู่กุยหลงจินตั้งข้อสงสัย


        ขณะกำลังสนทนากัน  สมาร์ทโฟนของหลงสุ่ยก็ดังขึ้น  หลงสุ่ยรีบกดรับสายทันทีพร้อมทั้งเปิดเสียงให้ทุกคนในที่นี้ได้ยินกันทั้งหมด  โดยไม่ปิดบัง


        [จากการตรวจสอบพบว่ากล้องวงจรปิดของทางโรงแรมเสียครับ  กล้องใหม่ตอนนี้กำลังติดตั้งอยู่  ส่วนคนที่เช็กเอาท์ออก  ไม่มีครับ  ทางนั้นคงลบร่องรอยไปหมดแล้ว] ผู้อาวุโสกล่าว


        “เราขออ่านความทรงจำของพวกเจ้าหน่อย” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับส่งพลังจิตวิญญาณผ่านปลายนิ้วไปจี้ที่หน้าผากของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยหลงจิน และไป่ฉีก็ค้นพบความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้ของทั้งคู่  จึงปลดผนึกความทรงจำนั้นออกมา


        สีหน้าของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยหลงจินเริ่มมีสีแดงระเรื่อ  เพราะความทรงจำที่ถูกปลดผนึกนั้นมาพร้อมกับอารมณ์ของทั้งคู่ในตอนนั้นด้วย


        “สรุปว่ายังไง” หลงสุ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของลูกชาย


        “หญิงสาวคนนี้ชื่อซือเหลียง  ในกระเป๋าถือเล็ก ๆ ของเธอมีอุปกรณ์บางอย่างที่น่าจะใช้เก็บน้ำวิสุทธิ์” ไป่ฉีกล่าว


        “ท่านอวี้กง  ผมเคยเจอหญิงสาวคนหนึ่ง  เราสองคนทำรักกันครั้งหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเธอก็หายไปเลย  เธอชื่อว่าซือเหนียง  คิดว่าเธอเป็นคนคนเดียวกันรึเปล่า” เฟิงจินถามด้วยสีหน้าวิตก


        “ขอเราอ่านความทรงจำของเจ้าหน่อย” ไป่ฉีทำแบบเดียวกันกับการอ่านความทรงจำของหลงเทียนหมิงกับอู่กุยเหวินป๋อ


        “เป็นยังไงบ้าง” เฟิงจินถาม


        “ประมุขน้อยเฟิงจินท่านก็ถูกยาปลุกกำหนัดที่แฝงมากับควันกำยานเช่นกัน  โดนเครื่องมือแปลก ๆ นั่นเก็บน้ำวิสุทธิ์ของท่านไปเช่นกัน  แม้หน้าตาจะแตกต่างกัน  แต่ตำหนิบนร่างกายกับรูปร่างเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน” ไป่ฉีได้ให้คำตอบที่เฟิงจินสงสัย


        “นี่พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่” หู่หยุนถาม  เพราะเกรงว่าหู่จิ้งน่าจะเป็นเป้าหมายต่อไป


        “เราจำได้ว่าเราเคยเตือนเรื่องนี้ไปแล้ว  ว่าพวกมันดึงตัวนักชีววิทยาที่หลงไหลในการทดลองกับมนุษย์  ไปช่วยพวกมันทำงานวิจัย  เกรงว่าสิ่งที่พวกมันเอาไป  ก็เพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตที่มี*ยีน* ส่วนดีของประมุขน้อยทั้ง 5 ก็เป็นได้” ไป่ฉีพูดในสิ่งที่เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้ออกมา (Gene ไม่มี ส์ นะครับ  ไม่งั้นมันจะกลายเป็นกางเกง)


        “สามารถกระทำได้ด้วยรึ” อดีตประมุขตำหนักเทพพยัคฆ์ขาวถาม


        “สมัยนี้สามารถทำได้แล้ว  เพียงแต่การทดลองกับมนุษย์เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่ยอมรับเท่านั้น  คาดว่าหลังจากนี้หู่จิ้งกับจี๋หลินเฟิงเทียนคงเป็นเป้าหมายต่อไป” ไป่ฉีกล่าว


        “ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด” หู่หยุนกล่าว


        “ท่านอวี้กงพอจะมีทางจัดการไหม” จี๋หลินเวิ่นเทียนถาม


        “คงต้องหาตัวแล้วนำมารีดข้อมูลก่อน  เช่นนั้นเราขอตัว  เราคงต้องไปหาหนูสกปรกที่แฝงตัวอยู่ที่นี่เสียหน่อย  หากหญิงสาวผู้นั้นยังใช้ใบหน้าเดิม  เราคงจะหาเธอเจอในไม่ช้า” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินจากไป


        หลังจากนั้นแม้ไป่ฉีจะพยายามหาหญิงสาวคนนั้น  แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา  คาดว่าเธอคงถอนตัวไปแล้ว  หากเป็นแบบนั้น  เขาคงต้องให้คนของเขาไปสืบหาเสียแล้ว


        “มีอะไรรึเปล่าท่านอวี้กง” จางหนี่หวังที่เดินมาเพื่อเตรียมจะขึ้นไปดำเนินการประลองต่อ  เห็นอวี้กงกำลังยืนกวาดสายตามองผู้ชมอย่างละเอียดเหมือนกับกำลังหาใครบางคน


        “ค้นหาคนที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคตะวันดับ  เมื่อวานพวกมันเล่นงานหลงเทียนหมิงกับอู่กุยหลงจินไปแล้ว” ไป่ฉีตอบ


        “ตายจริง  ประมุขน้อยทั้ง 2 เป็นอะไรมากไหม” จางหนี่หวังถาม


        “ไม่เป็นไรมาก  แค่พลังปราณหยางในร่างกายลดลงผิดปกติเท่านั้น” ไป่ฉีกล่าว


        "แล้วมันผิดปกติยังไงคะ" จางหนี่หวังถาม  ซึ่งไป่ฉีก็ได้อธิบายไปว่าเขาพบความผิดปกติอะไรในตัวประมุขน้อยทั้ง 2 คนบ้าง รวมถึงอธิบายว่าทั้ง 2 คนโดนอะไรมา


        “แต่ท่านอวี้กงก็เก่งนะคะ  ท่านรู้ได้ยังไงว่าถ้าปราณหยางลดลงเท่าไหร่  ถึงจะมีสาเหตุมาจากการทำรัก” จางหนี่หวังถาม


        “เพราะเราเคยทำรักมาก่อน และพลังหยางในร่างก็ลดลง” ไป่ฉีกล่าว


        “นี่ท่านไม่ซิงแล้วเหรอคะ” จางหนี่หวังทำหน้าตกใจ  ไป่ฉีหรี่ตาลงแล้วมองด้วยหางตา


        “มีคนเคยบอกไหมว่าท่านไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าท่านเป็นใบ้” ไป่ฉีกล่าว


        “ขอโทษค่ะ” จางหนี่หวังรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่พอใจกับการหยอกของเธอ


        “ช่างเถอะ  ดูเหมือนพวกมันจะถอนตัวไปแล้ว  แต่ที่นั่งว่าง 1 ที่ตรงนั้น  ท่านต้องไปสืบมาว่าใครซื้อบัตรตรงนั้นไป” ไป่ฉีชี้ไปที่นั่งหนึ่งที่ยังว่างอยู่


        “เดี๋ยวจะตามเรื่องให้ทันที  ฝากท่านเรื่องดำเนินการประลองแทนฉันได้รึเปล่าคะ” จางหนี่หวังถาม


        “ได้สิ” ไป่ฉีตอบ  พร้อมกับเดินไปยืนที่ลานประลอง


        เมื่อผู้ชมเห็นอวี้กงเดินออกมาก็ส่งเสียงเฮดังลั่น  อวี้กงยืนอยู่พร้อมกับโคจรปราณไปที่เส้นเสียง  เพื่อเริ่มดำเนินการประลองต่อจากเมื่อวาน


        “วันนี้ประมุขจางติดภาระกิจ  เราจะเป็นผู้ดำเนินการประลองในรอบ 32 คนสุดท้าย  เริ่มจากการจับคู่” ไป่ฉีเรียกศิลาสีดำก้อนหนึ่งออกมากลางลานประลอง


        “นั่นมันอะไรน่ะ  ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” เฟิงเทียนจ้องมองไปที่ศิลาสีดำนั้น


        "สิ่งนี้เคยถูกใช้เมื่อหลายพันปีก่อน  เพื่อใช้จับคู่การประลองในยุทธภพ  เราจะใช้สิ่งนี้ในการจับคู่  ขอให้ผู้เข้าประลองทุกคนมาสัมผัสศิลานี้  จากนั้นศิลาจะประกาศคู่ต่อสู้ให้" ไป่ฉีอธิบาย


        เมื่อประกาศจบ  เหล่าผู้ที่ต้องเข้าประลองรอบสองก็มาสัมผัสศิลาสีดำนี้  จากนั้นบนศิลาสีดำก็ปรากฎตัวอักษรที่เป็นชื่อของผู้เข้าประลองขึ้นทีละคู่ ๆ


        “เริ่มการแข่งขันคู่แรก  จี๋หลินเฟิงเทียน จากตำหนักเทพกิเลน ประลองกับ หวังเฉียน จากสำนักเส้าหลิน” ไป่ฉีประกาศการประลองคู่แรกออกมา


        เฟิงเทียนกับหลวงจีนหวังเฉียนก้าวขึ้นมาบนสนามประลอง  ซึ่งไป่ฉีได้ทำการเคลื่อนศิลาสีดำลงไปเรียบร้อยแล้ว และรอจังหวะให้ทั้งคู่ได้ยืดเส้นยืดสายสักครู่  เมื่อเห็นว่าทั้งคู่พร้อมแล้วไป่ฉีจึงได้ประกาศเริ่มการประลอง


        “เริ่มการประลองคู่แรกได้” จบการประกาศ  หวังเฉียนพุ่งเข้าหาเฟิงเทียนทันที

_____________________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน