โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 125 หลบหนี

    จักรพรรดิเทวะ เป็นหนึ่งคำที่ใช้เรียกผู้ปกครองหรือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในทวีปฟ้ากระจ่างแห่งนี้ อีกความหมายของมันก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด รัฐบาลโลกที่ผู้คนมักเกรงกลัวกันนั้นก็ยังไม่อาจเทียบเคียงได้กับบุคคลผู้ถูกขนานนามว่าจักรพรรดิเทวะ

    “เฮ้ หัวหน้าพูดไปแบบนั้นมันจะดีเหรอ นั่นมันเป็นความลับที่หน่วยเราต้องเก็บรักษานะ”

    ชายร่างผอมที่ชื่อว่าไอแซ็คกล่าวกับริวโอด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก หากใครได้ยินบทสนทนาพวกนี้พวกเขาจะต้องคิดว่าคำกล่าวของริวโอนั้นโกหกอย่างแน่นอน แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นสามารถยืนยันคำกล่าวของเขาได้

    “ช่างหัวมันสิ! ข้าทนมานานแล้ว ไม่ใช่แค่ไอกากนี่ที่บอกว่าพวกเราอ่อนแอที่สุด แม้แต่คนในหน่วยอื่นมันยังคิดเช่นนั้นไป แกไม่หงุดหงิดหรือไงไอแซ็ค ตอนข้าได้ยินพวกมันพูดว่าเราอ่อนแอข้าอยากจะเอาหมัดยัดปากพวกมัน”

    “ย้ากกกกกกกกก!”

    เมื่อถูกเรียกว่าไอกาก กาโร่ที่ใบหน้ากำลังฝังดินอยู่ก็พยายามขัดขืนแรงกด อันมหาศาลของริวโอ จนสามารถพยุงหน้าของตนเองให้ห่างจากพื้นได้สิบกว่าเซนแล้ว

    “แรงดีไม่เลวไอกาก”

    ริวโอไม่ได้กังวลเลยสักนิด บนใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่ขี้เล่นขึ้นก่อนที่แขนของเขาจะปรากฏเส้นเลือดจำนวนหนึ่งพร้อมกับเพิ่มแรงกดอันมหาศาลจนทำให้ศีรษะของกาโร่นั้นฝังเข้าไปในดินอีกรอบ

    เซนที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เพราะชายที่ท่าทางเหมือนคนบ้าคนนี้กลับมีพละกำลังมหาศาล นี่ยังไม่ใช่การต่อสู้กันด้วยออร่าแต่แค่พลังกายอย่างเดียวกาโร่ที่เซนคิดว่ามีพละกำลังมหาศาลยังต้องหมอบเมื่อเจอกับพลังของชายคนนี้

    “อย่ามาดูถูกกันนะ!”

    กาโร่คำรามออกมาในขณะที่ร่างกายของมันนั้นได้ขยายใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวในพริบตา อย่างไรก็ตามต่อให้พละกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกมากแค่ไหนกาโร่ครั้งนี้ก็ยังไม่สามารถต่อต้านมือที่กดศีรษะของตนเองได้

    “บูมมมมมมมมม!”

    ออร่าไร้สีระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งซึ่งที่มานั้นมาจากร่างกายของกาโร่ เพียงแค่ออร่าของกาโร่นั้นก็ทำให้คนที่เฝ้าดูอยู่รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามริวโอนั้นกลับยื่นมืออีกข้างมาแคะขี้มูกของตนเองก่อนที่จะดีดมันใส่หัวของกาโร่อย่างแม่นยำ พร้อมกับกล่าว

    “จะให้โอกาสแกได้สู้หน่อยแล้วกัน อย่าทำให้ผิดหวังล่ะ”

    ริวโอกล่าวจากนั้นก็คลายมือและผ่อนแรงจากศีรษะของกาโร่ทันที ศีรษะของกาโร่ที่จมดินอยู่หลุดออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่หมัดขวาตรงที่ห่อหุ้มด้วยออร่าไร้ธาตุอันไร้เทียมทานจะส่งตรงมาที่หน้าอกของริวโอ

    “ปัง!”

    เสียงของแผ่นอกอันหนาปึกกับหมัดปะทะกันอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามกาโร่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเพราะหมัดของเขานั้นไม่แม้แต่จะสามารถทำให้อีกฝ่ายขยับไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว อย่างไรก็ตามกาโร่นั้นยังไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าตนเองเขาจึงทุ่มพลังทั้งหมดไปที่หมัดขวาอีกครั้งและต่อไปที่ใบหน้าของริวโอ

    “ปัง!”

    ร่างของริวโอยังคงไม่ขยับไปไหนเช่นเดิมขัดกับเสียงดังจากการปะทะที่เกิดขึ้น ใบหน้าของริวโอเพียงถูกแรงของหมัดจนต้องหันไปอีกด้านเท่านั้นกาโร่ค่อยๆ ถอนหมัดออกช้าๆ ในขณะที่อยู่ในอาการช็อกสุดขีด เมื่อถอนหมัดออกกลับพบว่าจุดที่เขาต่อยโดนครั้งนี้นั้นปรากฏเพียงรอยแดงจางๆ เท่านั้น

    “ข้ายังรู้สึกว่าการโดนผู้หญิงตบยังเจ็บกว่าหมัดของแกอีก”

    ริวโอกล่าวออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนที่จะมองไปรอบๆ และสายตาของเขามาตกที่ร่างของเซนแวบหนึ่ง ก่อนที่จะย้ายไปตกที่สองพี่น้องตระกูลเฟอร์มิเรี่ยนจากนั้นก็กลับมาที่กาโร่ที่ตอนนี้กำลังยืนหน้าเขียว

    “ไปไหนก็ไปเถอะ ข้ามาที่นี่ก็นึกว่าจะเจอกับปลาตัวใหญ่กับเจอกับกุ้งฝอยแบบเจ้ามันน่าหงุดหงิดจริงๆ นี่มันเสียเที่ยว”

    ริวโอกล่าวจากนั้นก็หันหลังให้กับกาโร่พร้อมกับเดินเข้าไปหามาเอลและไอแซ็คที่กำลังรออยู่ ไอแซ็คที่ได้ยินวาจาของหัวหน้าตนเองนั้นก็ได้ตบหน้าตัวเองพร้อมกับส่ายหัวก่อนที่จะกล่าว

    “หัวหน้าการดูถูกศัตรูของคุณนี่มันเกินไปมากจริงๆ แบบนี้ไอกากนั่นมันจะโกรธเอานะ”

    เป็นอย่างที่ไอแซ็คได้กล่าวตอนนี้กาโร่นั้นกำลังบ้าคลั่งไปแล้ว และมันใช้ความเร็วและพลังกายทั้งหมดของมันเพื่อพุ่งเข้ามาจู่โจมด้านหลังของริวโอ จนเซนอดไม่ได้ที่จะตะโกนเตือนออกมา

    “ระวัง!”

    เพียงสิ้นเสียงของเซนไม่นานริวโอก็ได้หันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับกาโร่ที่อยู่ห่างจากเขาไปไม่กี่เซนเท่านั้น ก่อนที่ริวโอจะประเคนหมัดเสยคางของกาโร่จนกาโร่นั้นบินขึ้นไปด้านบนเพดานอย่างรวดเร็วเหมือนกับติดจรวด

    “ตูมมมมมมมมมมม!”

    ร่างของกาโร่ปะทะเข้ากับหลังคาของห้องโถงทำให้เศษหินและฝุ่นที่เกิดจากการแตกหักจำนวนมากหล่นร่วงลงมายังพื้นของห้องโถง

    ราฟและเรนสองพี่น้องที่มาด้วยกันกับกาโร่พึ่งฟื้นสติได้ไม่นานและเมื่อเห็นว่าพรรคพวกของตนที่ตนเชื่อว่าแข็งแกร่งอย่างมากกลับแพ้ไม่เป็นท่าพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะตอนที่สายตาของริวโอนั้นเหลือบมองมาที่พวกเขา

    “ไม่ฆ่าพวกมันจะดีเหรอหัวหน้า?”

    ไอแซ็คกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของผู้คน ไอแซ็คสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหัวหน้าของเขานั้นออมมืออย่างมากและยังไว้ชีวิตของอีกฝ่ายอีกด้วย

    “ข้าไม่ค่อยอยากจะฆ่าคนในวันนี้ ฉะนั้นปล่อยๆ พวกมันไปก็ไม่เห็นเป็นไร”

    ริวโอยักไหล่ในขณะที่กล่าว เมื่อราฟกับเรนได้ยินคำกล่าวของริวโอพวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาไอแซ็คก็ได้กล่าวคำพูดที่ทำให้ความหวาดกลัวของพวกเขากลับมาอีกครั้ง

    “หัวหน้าไม่อยากทำไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าช่วยทำเอง”

    ไอแซ็คกล่าวพร้อมกับค่อยๆ ก้าวเดินมาหาราฟและเรนเป็นอันดับแรก ร่างผอมๆ ของเขานั้นไม่ได้สร้างความกดดันให้ใครใน ณ ที่แห่งนี้เลยอย่างไรก็ตามท่าทางที่มั่นใจของเขากลับทำให้ราฟและเรนรู้สึกกังวล เพราะพวกเขาต่างคาดเดากันไปว่าไอแซ็คนั้นจะเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนกับหัวหน้าของเขาอีกคน

    แต่ก่อนที่ไอแซ็คจะลงมือร่างของกาโร่ก็ปรากฏขึ้นข้างกายของสหายทั้งสองของมันพร้อมกับหยิบร่างของทั้งสองขึ้นด้วยแขนข้างเดียวก่อนที่จะส่งสายตาอาฆาตแค้นมองมาที่ริวโอพร้อมกับใช้อีกมือหนึ่งบีบอัญมณีสีดำที่มีกระแสพลังของมิติไหลเวียนอยู่

    “ครั้งหน้าที่เจอกันจะเป็นข้าที่จะจัดการกับเจ้า”

    กาโร่กล่าวออกมาด้วยเสียงต่ำอย่างไรก็ตามริวโอไม่ได้สนใจที่จะมองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นร่างทั้งสามก็ถูกหลุมมิติดูดและหายไปจากบริเวณนั้น ไอแซ็คที่เตรียมจะลงมืออยู่ก็ได้ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดายและผิดหวัง

    “พวกกลุ่มคนตายพวกนั้นกลับรวยกว่าพวกเราซะอีก พวกเราแม้แต่อัญมณีเทเลพอร์ตยังมีอยู่ไม่มากและถูกเก็บไว้ที่หัวหน้าหน่วยเท่านั้น แต่พวกมันเป็นแค่ไอกากแท้ๆ กลับหยิบของล้ำค่าแบบนั้นออกมาใช้ทิ้งขว้างได้อย่างไม่เสียดาย”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน