ตอนที่เจ็ดสิบสาม การทดสอบของเทเลอร์
ความจริงผมคิดมาตลอดว่าเทเลอร์ไม่น่าจะด้อยกว่าแอนนาสักเท่าไรหรืออย่างน้อยการเป็นมนุษย์พลังจิตต่อให้ใช้ไฟหรือล่องหนน่าจะมีการบัฟเพิ่มค่าพลังร่างกายมาพอสมควร
เพราะตามหลักแล้ว แม้แต่เจ้าบิฟ
หนุ่มนักกีฬาผมทองประจำโรงเรียนแอนนาก็ผลักล้มได้อย่งง่ายดาย
แต่ดันต้องทำให้เกิดฉากต่อสู้อย่างตื่นเต้นกับเทเลอร์สักพักเสียอย่างนั้น
นักเขียนที่เขียนแอนนามีแนวคิดว่า
“เชียร์ลีดเดอร์ผมบอลนด์สามารถปราบปีศาจได้แทนที่จะตกเป็นเหยื่อ”
คือแนวคิดที่ทันสมัยก้าวห้า..ท่าทางเขาคงไม่เคยดูเซเลอร์มูนหรือไลท์โนเวล
ที่สาวน้อยผมบลอนด์ปราบเอลดิธบีอิ้งนี่มันมีมานานตั้งแต่สมัยไหนแล้ว
แต่นักเขียนเน้นไปทางดราม่าของนางเอกอย่างแอนนาเกินไป
ดังนั้นผมคิดว่าผมต้องเอาแนวความคิดโชวเน็น
“พลังมิตรภาพ”เข้ามาในโลกนี้ให้มากขึ้น
“นึกถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของเราเอาไว้สิ”
ผมต้องสร้างมิตรภาพเอาไว้เผื่อแอนนาหรือใครในแก๊งของพวกเราโดนเอลดริธบีอิ้งหรือปีศาจจากนรกครอบงำในอนาคต
“ลุยเลยเทเลอร์แสดงให้พวกนี้เห็นว่าเธอเก่งมากแค่ไหน”
เทเลอร์สูดลมหายใจลึกๆเตรียมที่จะแสดงท่าแอโรบิคในการทดสอบเข้าทีม
ผมนึกว่าจะได้เห็นเทเลอร์ทำผิดพลาดและเราจะได้ปลอบใจกันภายหลังเพื่อที่จะให้กำลังใจในการพยายามทดสอบครั้งต่อไปตามแนวการ์ตูนโชวเน็นแต่ทว่า...
เทเลอร์พุ่งตัวกระโดดไปข้างหน้าได้อย่างคล่องแคล่ว
ม้วนตัว
บิดตัว
กระโดดรับปอมปอม
หมุนตัวไปด้านหลัง
กระโดดสูง
ฯลฯ
เธอทำท่าทางต่างๆได้อย่างรวดเร็วจนผมต้องเตือนตนเองอีกครั้งว่า
นี่คือคนที่สามารถชกกับแอนนาได้แม้จะอ้างว่ามีพลังพิเศษควบคุมแมลงอย่างเดียวนะ
หากเคลื่อนไหวอย่างน้อยไม่เร็วกว่านักกีฬาอย่างเจ้าบิฟ
ก็คงชกกับแอนนาไม่ได้หรอก
และยังเป็นคนที่สามารถทำลายตึกได้ด้วยแรงกายด้วย
แต่แน่นอนนั่นคือตอนที่เธอกลายร่างเป็นแมลงยักษ์แล้วในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้
เทเลอร์ทำท่าจบรับปอมปอมที่ตกลงจากฟ้าได้อย่างเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสายตาของทุกคน
แม้แต่แอนนาก็หน้าซีดที่คิดว่าจะมีคู่แข่งอีกคนแล้ว
ผมเห็นเชียร์ลีดเดอร์บางคนเตรียมจดชื่อและสาปแช่งเทเลอร์ไว้
ตกลงพวกเธอจะอยู่กันดีดีไมได้ใช่ไหมนี่?
การมองสาวม.ปลายอเมริกันไฮท์สคูลทำให้ผมอิจฉาพระเอกไลท์โนเวลของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก