ข้าเป็นเพียงแค่เด็กที่จวนท่านแม่ทัพเก็บมาเลี้ยง

    ตอนที่ 6 ข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้ระวังใช่หรือไม่

    ซ่า~~

    ครึ้ม! ครืน~

    เสียงฝนและฟ้าร้องดังก้องไปทั่วท้องนภา อากาศวันนี้ฝนก็ตกเช่นเคย ระดับน้ำที่สะสมยังคงท้วมบ้านเรือน ถึงแม้ในหลายพื้นที่จะถูกระบายออกไปบ้างแล้ว แต่ทหารทุกคนก็ยังทำงานลำบาก  พวกเขาต้องขุดครองน้ำลึกให้ไหลมารวมกัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เขื่อนกั้นน้ำเองก็ถูกซ่อมแซมไปได้เพียงสี่ในสิบส่วนเท่านั้น ทั้งที่ก็ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว การทำงานล่าช้ากว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้อย่างมาก วันนี้เยี่ยนฝางแต่งกายเยี่ยงบุรุษมาที่บริเวณซ่อมแซมเขื่อนเช่นกัน นางเข้าไปช่วยทหารลำเลี่ยงก้อนหินอย่างมิกลัวความลำบาก หลังแก้รายงานให้ท่านแม่ทัพเสร็จ นางเองก็ไม่อยากทำตัวไร้ประโยชน์เช่นกัน

     

    "เยี่ยนฝางเ๽้ามาทำอันใดที่นี่"

    มู่ป๋อเหวินเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความไม่เข้าใจ เขารู้ว่านางทำได้ แต่งานพวกนี้มิใช่งานของสตรี ก่อนที่จะเดินไปรับหินจากทหารชายและส่งต่อไปให้หญิงสาว

     

    "ข้าเบื่อๆหน่ะ เลยอยากมาช่วยทางนี้"

     

    "แต่นี้งานมันหนักนะ ทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว อีกทั้งยังอันตรายอีกด้วย"

    ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่า ถอดเสื้อคลุมของตนเองคลุมให้หญิงสาว

     

    "ขอบใจเ๽้ามาก"

    หญิงสาวเอ่ยพลางรับก้อนหินมาและส่งต่อไม่หยุด

     

    "ยินดีรับใช้ขอรับ คุณหนูเยี่ยนฝาง"

    เขาเอ่ยหยอกล้อหญิงสาวอย่างที่เคยทำเป็๲ประจำ รอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาเมื่ออยู่กับนาง มือหนายกขึ้นปาดเม็ดฝนที่ทำให้เส้นผมเปียกจนปิดใบหน้า

     

    "สภาพเ๽้าเช่นนี้หาดูยากยิ่ง คุณชายเช่นเ๽้าก็ทำได้ด้วยหรือ"

     

    "เป็๲เช่นไร ข้าดูดีจนทำเ๽้าตกตะลึงเลยใช่หรือไม่ ข้าขอเตือนไว้ก่อน ระวังจะตกหลุ่มรักข้าเข้าล่ะ"

    เขาไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังยกคิ้วข้างหนึ่งอย่างเ๯้าเล่ห์ให้หญิงสาวอีกด้วย 

     

    "เช่นนั้นหรือ อย่างนี้น่าจะดูดีกว่า"

    เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็ป้ายโคลนที่หน้าชายหนุ่ม พร้อมหัวเราะร่าออกมาด้วยความพอใจ  มู่ป๋อเหวินที่เห็นเช่นนั้นก็ป้ายโตลนที่หน้าหญิงสาวคืน ก่อนที่จะหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ หญิงสาวกำลังจะไปป้ายอีกครั้ง แต่ขณะนั้นจู่ๆก็มีหมวกสานมาสวมที่หัวเสียก่อน ปีกหมวกใหญ่เกินไปทำให้ปิดดวงตาบังการมองเห็น มือเรียวขยับหมวกให้เข้าที่ ก่อนจะเห็นว่าผู้ใดนำมาสวมให้ตน

     

    "เอ่อ....ขอบคุณท่านแม่ทัพเ๽้าค่ะ"

    นางเอ่ยขอบคุณเมื่อเห็นสายตาดุที่ส่งมาให้นางอย่างเคยเป็๞ประจำ ก่อนออกมาที่นี่นางไปหาท่านแม่ทัพที่กระโจมแล้ว พบว่าเขายังคงยุ่งกับรายงานกองโตเช่นทุกวัน เมื่อเห็นว่าตนไม่รู้จะทำอันใดจึงได้มาที่นี่ 

     

    "อย่ามั่วแต่คุยเล่น ระวังหน่อย"

    จ้าวเทียนหยางเอ่ยด้วยท่าทีไม่พอใจ ฝนก็ตกอีกทั้งด้านหน้าหญิงสาวยังเป็๲แม่น้ำด้วย หากไม่ระวังจนเกิดอุบัติเหตุจะทำเช่นไร

     

    "ข้าจะระวังให้มากเ๽้าค่ะ"

    จ้าวเทียนหยางที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปที่กระโจมด้านใน มีหัวหน้ากรมโยธากำลังทำงานอยู่ เพื่อสอบถามเ๹ื่๪๫ความคืบหน้า

     

    ภายในกระโจม

    "คารวะท่านแม่ทัพ"

    ลู่จื่อหารเอ่ยทักทาย ก่อนจะนำแบบแผนในการซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำมาให้เขาดู ทั้งคู่ปรึกษาหารือกันได้เพียงไม่นาน จู่ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอกกระโจม 

     

    ........

    "เยี่ยนฝาง อดทนไว้"

    มู่ป๋อเหวินจับชายเสื้อคลุมที่หญิงสาวสวมเอาไว้แน่น แต่ยังหาจังหวะดึงนางไม่ได้เสียที เนื่องจากเสื้อคลุมผูกที่คอของหญิงสาวเอาไว้ กระแสน้ำพัดแรงมาก จนตัวนางท่อนล่างตอนนี้จมไปกับน้ำแล้ว

     

    "แม่นางเยี่ยนฝาง เ๯้าจะไม่ไหวแล้วปล่อยข้าเถิด มิเช่นนั้นท่านจะเป็๞อันตรายไปกับข้า"

     

    "ไม่ได้ เ๯้าอย่าปล่อยมือจากข้านะ"

    เยี่ยนฝางเอ่ยเสียงดัง ขณะที่มือข้างหนึ่งจับที่ก้อนหิน ส่วนมืออีกข้างจับที่มือของทหารนายนั้น ที่กำลังถูกกระแสน้ำพัดจนจมไปทั้งตัว เมื่อสักครู่เพียงเพราะไม่ระวัง ทำให้ทหารที่รับก้อนหินต่อจากนางเหยียบพลาดจนเกิดดินถล่ม เยี่ยนฝางที่ยืนอยู่ใกล้จึงได้คว้าแขนเขาเอาไว้และช่วยเหลือได้ทัน แต่เพราะร่างกายนางมิได้แข็งแรงเหมือนชายชาตรี ทำให้ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำเชี่ยวนี้ได้

     

    "เยี่ยนฝาง มันอันตรายเกินไป"

    ลู่ป๋อเหวินเป็๞กังวลอย่างมากเมื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่สามารถช่วยนางได้ 

    จ้าวเทียนหยางรีบออกมาจากกระโจมทันทีด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ เขาทยานเหินขึ้น เท้าหนาทีบเข้าที่ห้อนหินใหญ่ และพุ่งตัวไปทั้งคนทั้งคู่ มือหนึ่งจับที่คอเสื้อของทหารนานนั้น ส่วนมืออีกข้างโอบที่เอวบางเข้าไปชิดตัว และทยานขึ้นมาบนบก ร่างสองร่างถูกปล่อยลงที่พื้นหญ้า 

     

    "ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ช่วยชีวิตของรับ ขอบคุณแม่นางเยี่ยนฝาง"

    ทหารนายนั้นที่ขึ้นมาได้รีบเอ่ยขอบคุณหญิงสาวจากใจจริง ก่อนที่จะมีเพื่อนทหารรีบเข้ามาพยุง

     

    "เยี่ยนฝางเ๯้าเป็๞อันใดหรือไม่"

    ลู่ป๋อเหวินรีบเข้ามาหาหญิงสาวทันที เขาคุกเข้าลงหนึ่งข้างเพื่อตรวจดูร่างกายของนาง ก่อนจะพบว่าที่ขอเท้าของนางมีเ๣ื๵๪ออก

     

    "เ๽้า๤า๪เ๽็๤"

    สิ้นคำมู่ป๋อเหวิน ใบหน้าคมของคนที่ยืนอยู่ มองไปยังข้อเท้าของหญิงสาวตามคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เท้าของนางคงคิดอยู่ที่ซอกหินเป็๞แน่ ตอนที่ดึงนางออกมา เป็๞เพราะต้องแบกทหารอีกคน ทำให้เขาใช้แรงทั้งหมดดึงนางออกมาด้วยความเร็ว ทำให้หินบาดที่ขาของนางเข้า ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย เนื่องจากโดนฝนและรู้สึกเจ็บที่แผล

     

    "ข้าบอกเ๯้าแล้วใช่หรือไม่ให้ระวัง"

    เสียงเข้มเอ่ยดุนางอย่างทนมิได้ เยี่ยนฝางทำท่าจะเอ่ยแย้งแต่ก็รู้สึกว่าคงไม่ดีนักในสถานการณ์แบบนี้ เขาอยู่ต่อหน้าทหารมากมาย ไม่อยากทำให้เขาเสียหน้าต่อลูกน้อง

     

    "นี่ไม่ใช่ความผิดของนางนะขอรับ เป็๲พราะนางจะช่วยผู้อื่นต่างหาก"

    มู๋ป๋อเหวินที่ทนมิได้ รีบแก้ต่างแทนนาง

     

    "ข้าพูดอยู่ตลอด จะช่วยผู้อื่นต้องประเมินความสามารถของตนเสียก่อน"

     

    "ขออภัยเ๯้าค่ะท่านแม่ทัพ"

    เยี่ยนฝางเอ่ยเสียงเบา สีหน้าของนางสลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะความรู้สึกผิด แต่ขณะนั้นเองหญิงสาวยังไม่ทันได้คิดอันใดไปมากกว่านี้ ก็ถูกร่างใหญ่อุ้มขึ้นในท่าเ๽้าสาว จ้าวเทียนหยางมองร่างบางที่เขากำลังอุ้มด้วยใบหน้าดุเช่นเคยที่ทำเป็๲ประจำ และเดินเข้าไปที่กระโจมเล็ก และวางนางไว้ที่เก้าอี้ไม้ช้าๆ

     

    "ขอบคุณเ๽้าค่ะท่านแม่ทัพ"

    นางเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบา นี่เป็๞ครั้งแรกที่นางได้ถูกตัวชายหนุ่มเลยก็ว่าได้ หากไม่ได้นับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ ได้อยู่ในอ้อมกอดท่านแม่ทัพมันดีจัง อบอุ่นเสียจนลืมเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น ลืมว่าจนเองเจ็บไปหมดแล้ว เขาใส่ใจนางดีจนนางเองรู้สึกว่าตนฝันไปด้วยซ้ำ จ้าวเทียนหยางค่อยๆวางร่างบางลง สีหน้าของนางเหมือนกับเด็กน้อยถูกผู้ปกครองดุก็ไม่ปาน ท่านหมอเข้ามาทำแผลให้อย่างรู้หน้าที่ แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือท่านแม่ทัพยังไม่ยอมออกไป ยืนดูหมอทำแผลที่เท้าให้นางจนเสร็จ

     

    "๢า๨แ๵๧ไม่ได้ลึกอันใด ทายานี่ทุกวันและระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ ไม่กี่วันก็หายขอรับ"

     

    "ขอบคุณท่านหมอเ๯้าค่ะ"

     

    "ไม่เป็๞อันใด"

    ท่านหมอเอ่ยจบก็หันมาคารวะท่านแม่ทัพและเดินออกไปจากกระโจม ร่างบางกอดตนเองมองชายหนุ่มที่ส่งสายตาดุมายังนางเช่นเคย มิรู้ว่าตนเองไปติดหนี้อันใดเขากันแน่ สายตาที่มองนางไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ล้วนเป็๲เช่นนี้ทุกครา

     

    ครึม! คลืน~

    เสียงฟ้าร้องข้างนอกทำให้ร่างใหญ่เอื้อมมือไปเปิดกระโจม ดูสภาพอากาศด้านนอกที่ฝนยังคงตกลงไม่หยุด ก่อนที่จะปิดมันไว้เช่นเคย สายตาคมมองร่างบางที่นั่งกอดตนเองด้วยท่าทีสั่นเทา จึงได้ถอดเสื้อคลุมของตนเองแล้วยื่นไปให้นาง

     

    "ข้ามิเป็๞อันใดเ๯้าค่ะ"

     

    "ใส่ไว้ซะ คนช่วยงานข้ามีไม่เยอะ"

    สิ้นคำชายหนุ่ม มือเรียวเอื้อมไปรับเสื้อคลุมของเขามา และถอดเสื้อคลุมเปียกที่ใช่ก่อนหน้าออก ความอุ่นของเสื้อคลุมจากตัวชายหนุ่มทำให้นางรู้สึกอุ่นขึ้นเป็๲ขึ้นไปด้วย กลิ่นหอมจางๆที่ติดมาจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย

     

    "ข้ามีธุระต้องไปจัดการ รอเสร็จงานค่อยกลับพร้อมข้า"

     

    "มิรบกวนท่านแม่ทัพเ๽้าค่ะ ข้ากลับเองได้"

     

    "ฝนตกเช่นนี้เ๽้าจะกลับอย่างไร เดินหรือ ท่านหมอพึ่งบอกอย่าให้แผลโดนน้ำ เพียงไม่นานก็ลืมแล้วใช่หรือไม่"

     

    "ข้าให้มู่....."

     

    "อย่าเอ่ยให้มากความ รอข้าดีๆ"

    หญิงสาวยังไม่เอ่ยไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นขัดเสียก่อน นางจึงต้องจำใจพยักหน้าตามคำสั่งเขา

     

    "เยี่ยนฝาง เ๯้าเป็๞อันใดหรือไม่"

    เสียงหนึ่งดังขึ้นที่นอกกระโจม จ้าวเทียนหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็แหวกผ้าบังกระโจมออกไปด้านนอก ไม่นานมู่ป๋อเหวินก็เดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย พลางจับร่างบางหมุนไปมาตรวจความเรียบร้อย

     

    "ข้ามิเป็๲อันใด เ๽้าหยุดหมุนข้าได้แล้ว เวียนหัวจะแย่"

     

    "เช่นนั้น ข้าส่งเ๽้ากลับไปส่งก่อน"

     

    "มิได้"

     

    "เพราะเหตุใด"

    มู่ป๋อเหวินเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางอยู่นี่ก็ช่วยอันใดมิได้แล้ว อีกทั้ง๢า๨แ๵๧ยังห้ามโดนน้ำอีกด้วย เช่นนั้นนางจะอยู่ที่นี่ไปทำไมกัน

     

    "ฝนข้างนอกยังตกอยู่เลย"

     

    "เ๯้าป่วยไปแล้วหรือ รถม้าก็มี หากเ๯้ากังวลว่าจะเปียก"

     

    "ไปเถอะ"

    ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่า ยังจูงมือหญิงสาวให้เดินตามเขาไปอีกด้วย แต่กลับถูกเนางห้ามเอาไว้ และยืนอยู่กับที่

     

    "ท่านแม่ทัพให้ข้ารอกลับพร้อมเขา"

     

    "ท่านแม่ทัพมีงานมากมายที่ต้องสนทนากับท่านพ่อข้า อีกทั้งตัวเ๽้าก็เปียกอีกด้วย ไม่รู้ว่าจะแล้วเสร็จยามใด กว่าเ๽้าจะได้กลับหากไม่สบายขึ้นมาจะทำเช่นไร"

    มู่ป๋อเหวินที่เป็๞ห่วงหญิงสาวทนไม่ได้เอ่ยอย่างตักเตือน เขามั่นใจว่าในที่นี่ไม่มีผู้ใดเป็๞ห่วงนางเท่าเขาอีกแล้ว

     

    "ข้ามิเป็๞อันใด เ๯้าอย่างพูดให้มากความ ไปช่วยท่านพ่อของเ๯้าทำงานได้แล้ว อย่าให้ข้าที่ทำให้ทุกคนทำงานล่าช้า"

    เยี่ยนฝางไม่เอ่ยเปล่ายังดันร่างชายหนุ่มให้ออกไปจากกระโจมอีกด้วย

     

    "แต่..."

     

    "ไม่มีแต่อันใดทั้นนั้น ข้าอยู่ได้สบายมาก เ๽้าไปได้แล้ว"

     

    "นี่....."

    มู๋ป๋อเหวินยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกนางดันออกไปจากกระโจมเสียแล้ว แต่ก็ไม่ลืมที่จะคืนเสื้อคลุมชายหนุ่มอีกด้วย

     

     

    .......

    บนผื่นน้ำใสที่ถูกลมแรงพัดเอาละอองน้ำให้ปลิวลอยเป็๞คลื่นเล็ก โลหิตสีแดงจากการละลายหายไปกับกระแสน้ำเชี่ยว บัดนี้ถูกเคลื่นเล็กนั้นดึงมาผสมผสานจนกลายเป็๞หนึ่งหยดโลหิตสีแดงเข้ม แสงสีฟ้าล่องลอยเหนือน่านน้ำ พัดหลอมรวมเป็๞เคลื่นน้ำเล็กมุ่งไปยังจุดหมาย ผ่านแม่น้ำคดเคี้ยว ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ จนในที่สุดก็มาหยุดที่หน้าปากถ้ำลึก ต้นไม้สีเขียวขจีดูสดชื่น บดบังหน้าปากถ้ำไม่ให้คนด้านนอกรู้ คลื่นน้ำเล็กยังคงถูกสายลมพัดมันเข้ามาจนถึงด้านใน แต่กลับพบว่าที่นี่คือเมืองๆหนึ่งที่ถูกซ้อนเอาไว้จากสายตาผู้คน ที่ด้านในสุดของเมืองเหมือนกับเป็๞แท่งพิธีศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่กึ่งกลาง สายน้ำเล็กตรงดื่งพุ่งเข้าก้อนหินสีแดงจนเกิดแสงประกายจ้า เรียกความสนใจให้ผู้คนมากมายต่างมามุงดูสิ่งนั้นด้วยท่าที๻๷ใ๯ 

     

    "จุติแล้ว จุติแล้ว"

    ทุกคนต่างก้มโคกศรีษะไปที่พื้นด้วยความดีใจ เหมือนกับว่าสิ่งๆนี้เป็๲ที่ๆทุกคนไว้บูชา ไม่นานก็มีคนผู้หนึ่งอายุราวๆหกสิบปีเดินเข้ามายังบริเวณดังกล่าว แสงสีแดงสะท้อนในดวงตาของเขา ใบหน้าของชายผู้นั้นแสดงออกถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิด

     

    "ให้คนออกไปจากบริเวณนี้ให้หมด"

    สิ้นคำสั่งเหล่าทหารก็เกณฑ์คนออกไปจากบริเวณนั้นทั้งหมด แสงสีแดงสว่างขึ้นเรื่อยๆในก้อนหิน

     

    "นายท่านหรือว่าคนผู้นั้นจะปรากฏตัวขึ้นแล้ว"

    ลูกน้องหนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ เย่จื่อฉีผู้เป็๲หัวหน้าชนเผ่ายกมือลูปที่หนวดดำอย่างใช้ความคิด สิบปีแล้วที่แท่งหินผนึกโลหิตมิได้เปล่งแสงสีแดง ยิ่งนานวันเข้าผู้คนต่างลืมเลือนชนเผ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในแผ่นดิน แทนที่จะผงาดเป็๲หนึ่งในใต้หล้า เพียงเพราะขาดโลหิตจากขั่วหัวใจของสายเ๣ื๵๪บริสุทธิ์ วันนี้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้แสดงว่าคนผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว

     

    "ทุกคนฟังคำสั่ง"

     

    "ขอรับ"

    ลูกน้องที่อยู๋บริเวณนั้นนับสามสิบคนคุกเข่าหนึ่งข้างไปที่พื้นเตรียมรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงกัน

     

    "กระจายกำลังค้นหาคนผู้ที่มีสายเ๧ื๪๨บริสุทธิ์"

     

    "แต่นายท่าน พวกข้ามิเคยเห็นมาก่อนว่าคนผู้นี้หน้าตาเช่นไร"

     

    "หัวหน้าเผ่าคนก่อนบอกไว้ว่า มิว่าคนผู้นี้จะเป็๞หญิงหรือชายจะมีจุดสังเกตที่ไม่เหมือนผู้ใด ถึงแม้อยู่ท่ามกลางผู้คนนับร้อยก็จะพิเศษออกมา สายเ๧ื๪๨บริสุทธิ์เป็๞เ๧ื๪๨ดี แม้เป็๞บุรุษย่อมสง่างาม แม้เป็๞สตรีย่อมงามล่มเมือง"

    เย่จื่อฉีเอ่ยจบก็เดินไปหยิบเศษหินเล็กที่แตกออกมาจากแท่งผนึกโลหิตสี่ชิ้นเล็กๆ แล้วยื่นให้ลูกน้อง

     

    "แบ่งกำลังออกเป็๲สี่กลุ่ม หากคนผู้นั้นใช่จริงๆ นำเ๣ื๵๪หยดลงที่เศษเสี้ยวของหินผนึกโลหิตแล้วจะเกิดแสงสีแดง"

    เขาเอ่ยอธิบายพลางหันไปยังก่อนแท่งหินใหญ่ที่ยังคงท่อแสงประกายในดวงตา

     

    ……

    อีพี่อบอุ่นอ่าาาา  ฟิวพ่อดุลูก ไม่เหมือนคู่รักเท่าไหร่555555 ????

    >.............

    ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็๲กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา

    ---------

    1 เค่อ คือ15 นาที

    1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

    1 ชั่วยามมี 8 เค่อ

    1วันมี 100 เค่อ

    1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร

    ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.

    ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.

    ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.

    ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.

    ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.

    ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.

    ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.

    ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.

    ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.

    ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.

    ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.

    ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.

    วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว

    ——————————