ซ่า~~
ครึ้ม! ครืน~
เสียงฝนและฟ้าร้องดังก้องไปทั่วท้องนภา อากาศวันนี้ฝนก็ตกเช่นเคย ระดับน้ำที่สะสมยังคงท้วมบ้านเรือน ถึงแม้ในหลายพื้นที่จะถูกระบายออกไปบ้างแล้ว แต่ทหารทุกคนก็ยังทำงานลำบาก พวกเขาต้องขุดครองน้ำลึกให้ไหลมารวมกัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เขื่อนกั้นน้ำเองก็ถูกซ่อมแซมไปได้เพียงสี่ในสิบส่วนเท่านั้น ทั้งที่ก็ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว การทำงานล่าช้ากว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้อย่างมาก วันนี้เยี่ยนฝางแต่งกายเยี่ยงบุรุษมาที่บริเวณซ่อมแซมเขื่อนเช่นกัน นางเข้าไปช่วยทหารลำเลี่ยงก้อนหินอย่างมิกลัวความลำบาก หลังแก้รายงานให้ท่านแม่ทัพเสร็จ นางเองก็ไม่อยากทำตัวไร้ประโยชน์เช่นกัน
"เยี่ยนฝางเ้ามาทำอันใดที่นี่"
มู่ป๋อเหวินเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความไม่เข้าใจ เขารู้ว่านางทำได้ แต่งานพวกนี้มิใช่งานของสตรี ก่อนที่จะเดินไปรับหินจากทหารชายและส่งต่อไปให้หญิงสาว
"ข้าเบื่อๆหน่ะ เลยอยากมาช่วยทางนี้"
"แต่นี้งานมันหนักนะ ทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว อีกทั้งยังอันตรายอีกด้วย"
ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่า ถอดเสื้อคลุมของตนเองคลุมให้หญิงสาว
"ขอบใจเ้ามาก"
หญิงสาวเอ่ยพลางรับก้อนหินมาและส่งต่อไม่หยุด
"ยินดีรับใช้ขอรับ คุณหนูเยี่ยนฝาง"
เขาเอ่ยหยอกล้อหญิงสาวอย่างที่เคยทำเป็ประจำ รอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาเมื่ออยู่กับนาง มือหนายกขึ้นปาดเม็ดฝนที่ทำให้เส้นผมเปียกจนปิดใบหน้า
"สภาพเ้าเช่นนี้หาดูยากยิ่ง คุณชายเช่นเ้าก็ทำได้ด้วยหรือ"
"เป็เช่นไร ข้าดูดีจนทำเ้าตกตะลึงเลยใช่หรือไม่ ข้าขอเตือนไว้ก่อน ระวังจะตกหลุ่มรักข้าเข้าล่ะ"
เขาไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังยกคิ้วข้างหนึ่งอย่างเ้าเล่ห์ให้หญิงสาวอีกด้วย
"เช่นนั้นหรือ อย่างนี้น่าจะดูดีกว่า"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็ป้ายโคลนที่หน้าชายหนุ่ม พร้อมหัวเราะร่าออกมาด้วยความพอใจ มู่ป๋อเหวินที่เห็นเช่นนั้นก็ป้ายโตลนที่หน้าหญิงสาวคืน ก่อนที่จะหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ หญิงสาวกำลังจะไปป้ายอีกครั้ง แต่ขณะนั้นจู่ๆก็มีหมวกสานมาสวมที่หัวเสียก่อน ปีกหมวกใหญ่เกินไปทำให้ปิดดวงตาบังการมองเห็น มือเรียวขยับหมวกให้เข้าที่ ก่อนจะเห็นว่าผู้ใดนำมาสวมให้ตน
"เอ่อ....ขอบคุณท่านแม่ทัพเ้าค่ะ"
นางเอ่ยขอบคุณเมื่อเห็นสายตาดุที่ส่งมาให้นางอย่างเคยเป็ประจำ ก่อนออกมาที่นี่นางไปหาท่านแม่ทัพที่กระโจมแล้ว พบว่าเขายังคงยุ่งกับรายงานกองโตเช่นทุกวัน เมื่อเห็นว่าตนไม่รู้จะทำอันใดจึงได้มาที่นี่
"อย่ามั่วแต่คุยเล่น ระวังหน่อย"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยด้วยท่าทีไม่พอใจ ฝนก็ตกอีกทั้งด้านหน้าหญิงสาวยังเป็แม่น้ำด้วย หากไม่ระวังจนเกิดอุบัติเหตุจะทำเช่นไร
"ข้าจะระวังให้มากเ้าค่ะ"
จ้าวเทียนหยางที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปที่กระโจมด้านใน มีหัวหน้ากรมโยธากำลังทำงานอยู่ เพื่อสอบถามเื่ความคืบหน้า
ภายในกระโจม
"คารวะท่านแม่ทัพ"
ลู่จื่อหารเอ่ยทักทาย ก่อนจะนำแบบแผนในการซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำมาให้เขาดู ทั้งคู่ปรึกษาหารือกันได้เพียงไม่นาน จู่ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอกกระโจม
........
"เยี่ยนฝาง อดทนไว้"
มู่ป๋อเหวินจับชายเสื้อคลุมที่หญิงสาวสวมเอาไว้แน่น แต่ยังหาจังหวะดึงนางไม่ได้เสียที เนื่องจากเสื้อคลุมผูกที่คอของหญิงสาวเอาไว้ กระแสน้ำพัดแรงมาก จนตัวนางท่อนล่างตอนนี้จมไปกับน้ำแล้ว
"แม่นางเยี่ยนฝาง เ้าจะไม่ไหวแล้วปล่อยข้าเถิด มิเช่นนั้นท่านจะเป็อันตรายไปกับข้า"
"ไม่ได้ เ้าอย่าปล่อยมือจากข้านะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยเสียงดัง ขณะที่มือข้างหนึ่งจับที่ก้อนหิน ส่วนมืออีกข้างจับที่มือของทหารนายนั้น ที่กำลังถูกกระแสน้ำพัดจนจมไปทั้งตัว เมื่อสักครู่เพียงเพราะไม่ระวัง ทำให้ทหารที่รับก้อนหินต่อจากนางเหยียบพลาดจนเกิดดินถล่ม เยี่ยนฝางที่ยืนอยู่ใกล้จึงได้คว้าแขนเขาเอาไว้และช่วยเหลือได้ทัน แต่เพราะร่างกายนางมิได้แข็งแรงเหมือนชายชาตรี ทำให้ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำเชี่ยวนี้ได้
"เยี่ยนฝาง มันอันตรายเกินไป"
ลู่ป๋อเหวินเป็กังวลอย่างมากเมื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่สามารถช่วยนางได้
จ้าวเทียนหยางรีบออกมาจากกระโจมทันทีด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ เขาทยานเหินขึ้น เท้าหนาทีบเข้าที่ห้อนหินใหญ่ และพุ่งตัวไปทั้งคนทั้งคู่ มือหนึ่งจับที่คอเสื้อของทหารนานนั้น ส่วนมืออีกข้างโอบที่เอวบางเข้าไปชิดตัว และทยานขึ้นมาบนบก ร่างสองร่างถูกปล่อยลงที่พื้นหญ้า
"ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ช่วยชีวิตของรับ ขอบคุณแม่นางเยี่ยนฝาง"
ทหารนายนั้นที่ขึ้นมาได้รีบเอ่ยขอบคุณหญิงสาวจากใจจริง ก่อนที่จะมีเพื่อนทหารรีบเข้ามาพยุง
"เยี่ยนฝางเ้าเป็อันใดหรือไม่"
ลู่ป๋อเหวินรีบเข้ามาหาหญิงสาวทันที เขาคุกเข้าลงหนึ่งข้างเพื่อตรวจดูร่างกายของนาง ก่อนจะพบว่าที่ขอเท้าของนางมีเืออก
"เ้าาเ็"
สิ้นคำมู่ป๋อเหวิน ใบหน้าคมของคนที่ยืนอยู่ มองไปยังข้อเท้าของหญิงสาวตามคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เท้าของนางคงคิดอยู่ที่ซอกหินเป็แน่ ตอนที่ดึงนางออกมา เป็เพราะต้องแบกทหารอีกคน ทำให้เขาใช้แรงทั้งหมดดึงนางออกมาด้วยความเร็ว ทำให้หินบาดที่ขาของนางเข้า ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย เนื่องจากโดนฝนและรู้สึกเจ็บที่แผล
"ข้าบอกเ้าแล้วใช่หรือไม่ให้ระวัง"
เสียงเข้มเอ่ยดุนางอย่างทนมิได้ เยี่ยนฝางทำท่าจะเอ่ยแย้งแต่ก็รู้สึกว่าคงไม่ดีนักในสถานการณ์แบบนี้ เขาอยู่ต่อหน้าทหารมากมาย ไม่อยากทำให้เขาเสียหน้าต่อลูกน้อง
"นี่ไม่ใช่ความผิดของนางนะขอรับ เป็พราะนางจะช่วยผู้อื่นต่างหาก"
มู๋ป๋อเหวินที่ทนมิได้ รีบแก้ต่างแทนนาง
"ข้าพูดอยู่ตลอด จะช่วยผู้อื่นต้องประเมินความสามารถของตนเสียก่อน"
"ขออภัยเ้าค่ะท่านแม่ทัพ"
เยี่ยนฝางเอ่ยเสียงเบา สีหน้าของนางสลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะความรู้สึกผิด แต่ขณะนั้นเองหญิงสาวยังไม่ทันได้คิดอันใดไปมากกว่านี้ ก็ถูกร่างใหญ่อุ้มขึ้นในท่าเ้าสาว จ้าวเทียนหยางมองร่างบางที่เขากำลังอุ้มด้วยใบหน้าดุเช่นเคยที่ทำเป็ประจำ และเดินเข้าไปที่กระโจมเล็ก และวางนางไว้ที่เก้าอี้ไม้ช้าๆ
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่ทัพ"
นางเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบา นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ถูกตัวชายหนุ่มเลยก็ว่าได้ หากไม่ได้นับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ ได้อยู่ในอ้อมกอดท่านแม่ทัพมันดีจัง อบอุ่นเสียจนลืมเื่ที่เกิดขึ้น ลืมว่าจนเองเจ็บไปหมดแล้ว เขาใส่ใจนางดีจนนางเองรู้สึกว่าตนฝันไปด้วยซ้ำ จ้าวเทียนหยางค่อยๆวางร่างบางลง สีหน้าของนางเหมือนกับเด็กน้อยถูกผู้ปกครองดุก็ไม่ปาน ท่านหมอเข้ามาทำแผลให้อย่างรู้หน้าที่ แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือท่านแม่ทัพยังไม่ยอมออกไป ยืนดูหมอทำแผลที่เท้าให้นางจนเสร็จ
"าแไม่ได้ลึกอันใด ทายานี่ทุกวันและระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ ไม่กี่วันก็หายขอรับ"
"ขอบคุณท่านหมอเ้าค่ะ"
"ไม่เป็อันใด"
ท่านหมอเอ่ยจบก็หันมาคารวะท่านแม่ทัพและเดินออกไปจากกระโจม ร่างบางกอดตนเองมองชายหนุ่มที่ส่งสายตาดุมายังนางเช่นเคย มิรู้ว่าตนเองไปติดหนี้อันใดเขากันแน่ สายตาที่มองนางไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ล้วนเป็เช่นนี้ทุกครา
ครึม! คลืน~
เสียงฟ้าร้องข้างนอกทำให้ร่างใหญ่เอื้อมมือไปเปิดกระโจม ดูสภาพอากาศด้านนอกที่ฝนยังคงตกลงไม่หยุด ก่อนที่จะปิดมันไว้เช่นเคย สายตาคมมองร่างบางที่นั่งกอดตนเองด้วยท่าทีสั่นเทา จึงได้ถอดเสื้อคลุมของตนเองแล้วยื่นไปให้นาง
"ข้ามิเป็อันใดเ้าค่ะ"
"ใส่ไว้ซะ คนช่วยงานข้ามีไม่เยอะ"
สิ้นคำชายหนุ่ม มือเรียวเอื้อมไปรับเสื้อคลุมของเขามา และถอดเสื้อคลุมเปียกที่ใช่ก่อนหน้าออก ความอุ่นของเสื้อคลุมจากตัวชายหนุ่มทำให้นางรู้สึกอุ่นขึ้นเป็ขึ้นไปด้วย กลิ่นหอมจางๆที่ติดมาจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย
"ข้ามีธุระต้องไปจัดการ รอเสร็จงานค่อยกลับพร้อมข้า"
"มิรบกวนท่านแม่ทัพเ้าค่ะ ข้ากลับเองได้"
"ฝนตกเช่นนี้เ้าจะกลับอย่างไร เดินหรือ ท่านหมอพึ่งบอกอย่าให้แผลโดนน้ำ เพียงไม่นานก็ลืมแล้วใช่หรือไม่"
"ข้าให้มู่....."
"อย่าเอ่ยให้มากความ รอข้าดีๆ"
หญิงสาวยังไม่เอ่ยไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นขัดเสียก่อน นางจึงต้องจำใจพยักหน้าตามคำสั่งเขา
"เยี่ยนฝาง เ้าเป็อันใดหรือไม่"
เสียงหนึ่งดังขึ้นที่นอกกระโจม จ้าวเทียนหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็แหวกผ้าบังกระโจมออกไปด้านนอก ไม่นานมู่ป๋อเหวินก็เดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย พลางจับร่างบางหมุนไปมาตรวจความเรียบร้อย
"ข้ามิเป็อันใด เ้าหยุดหมุนข้าได้แล้ว เวียนหัวจะแย่"
"เช่นนั้น ข้าส่งเ้ากลับไปส่งก่อน"
"มิได้"
"เพราะเหตุใด"
มู่ป๋อเหวินเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางอยู่นี่ก็ช่วยอันใดมิได้แล้ว อีกทั้งาแยังห้ามโดนน้ำอีกด้วย เช่นนั้นนางจะอยู่ที่นี่ไปทำไมกัน
"ฝนข้างนอกยังตกอยู่เลย"
"เ้าป่วยไปแล้วหรือ รถม้าก็มี หากเ้ากังวลว่าจะเปียก"
"ไปเถอะ"
ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่า ยังจูงมือหญิงสาวให้เดินตามเขาไปอีกด้วย แต่กลับถูกเนางห้ามเอาไว้ และยืนอยู่กับที่
"ท่านแม่ทัพให้ข้ารอกลับพร้อมเขา"
"ท่านแม่ทัพมีงานมากมายที่ต้องสนทนากับท่านพ่อข้า อีกทั้งตัวเ้าก็เปียกอีกด้วย ไม่รู้ว่าจะแล้วเสร็จยามใด กว่าเ้าจะได้กลับหากไม่สบายขึ้นมาจะทำเช่นไร"
มู่ป๋อเหวินที่เป็ห่วงหญิงสาวทนไม่ได้เอ่ยอย่างตักเตือน เขามั่นใจว่าในที่นี่ไม่มีผู้ใดเป็ห่วงนางเท่าเขาอีกแล้ว
"ข้ามิเป็อันใด เ้าอย่างพูดให้มากความ ไปช่วยท่านพ่อของเ้าทำงานได้แล้ว อย่าให้ข้าที่ทำให้ทุกคนทำงานล่าช้า"
เยี่ยนฝางไม่เอ่ยเปล่ายังดันร่างชายหนุ่มให้ออกไปจากกระโจมอีกด้วย
"แต่..."
"ไม่มีแต่อันใดทั้นนั้น ข้าอยู่ได้สบายมาก เ้าไปได้แล้ว"
"นี่....."
มู๋ป๋อเหวินยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกนางดันออกไปจากกระโจมเสียแล้ว แต่ก็ไม่ลืมที่จะคืนเสื้อคลุมชายหนุ่มอีกด้วย
.......
บนผื่นน้ำใสที่ถูกลมแรงพัดเอาละอองน้ำให้ปลิวลอยเป็คลื่นเล็ก โลหิตสีแดงจากการละลายหายไปกับกระแสน้ำเชี่ยว บัดนี้ถูกเคลื่นเล็กนั้นดึงมาผสมผสานจนกลายเป็หนึ่งหยดโลหิตสีแดงเข้ม แสงสีฟ้าล่องลอยเหนือน่านน้ำ พัดหลอมรวมเป็เคลื่นน้ำเล็กมุ่งไปยังจุดหมาย ผ่านแม่น้ำคดเคี้ยว ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ จนในที่สุดก็มาหยุดที่หน้าปากถ้ำลึก ต้นไม้สีเขียวขจีดูสดชื่น บดบังหน้าปากถ้ำไม่ให้คนด้านนอกรู้ คลื่นน้ำเล็กยังคงถูกสายลมพัดมันเข้ามาจนถึงด้านใน แต่กลับพบว่าที่นี่คือเมืองๆหนึ่งที่ถูกซ้อนเอาไว้จากสายตาผู้คน ที่ด้านในสุดของเมืองเหมือนกับเป็แท่งพิธีศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่กึ่งกลาง สายน้ำเล็กตรงดื่งพุ่งเข้าก้อนหินสีแดงจนเกิดแสงประกายจ้า เรียกความสนใจให้ผู้คนมากมายต่างมามุงดูสิ่งนั้นด้วยท่าทีใ
"จุติแล้ว จุติแล้ว"
ทุกคนต่างก้มโคกศรีษะไปที่พื้นด้วยความดีใจ เหมือนกับว่าสิ่งๆนี้เป็ที่ๆทุกคนไว้บูชา ไม่นานก็มีคนผู้หนึ่งอายุราวๆหกสิบปีเดินเข้ามายังบริเวณดังกล่าว แสงสีแดงสะท้อนในดวงตาของเขา ใบหน้าของชายผู้นั้นแสดงออกถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิด
"ให้คนออกไปจากบริเวณนี้ให้หมด"
สิ้นคำสั่งเหล่าทหารก็เกณฑ์คนออกไปจากบริเวณนั้นทั้งหมด แสงสีแดงสว่างขึ้นเรื่อยๆในก้อนหิน
"นายท่านหรือว่าคนผู้นั้นจะปรากฏตัวขึ้นแล้ว"
ลูกน้องหนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ เย่จื่อฉีผู้เป็หัวหน้าชนเผ่ายกมือลูปที่หนวดดำอย่างใช้ความคิด สิบปีแล้วที่แท่งหินผนึกโลหิตมิได้เปล่งแสงสีแดง ยิ่งนานวันเข้าผู้คนต่างลืมเลือนชนเผ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในแผ่นดิน แทนที่จะผงาดเป็หนึ่งในใต้หล้า เพียงเพราะขาดโลหิตจากขั่วหัวใจของสายเืบริสุทธิ์ วันนี้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้แสดงว่าคนผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว
"ทุกคนฟังคำสั่ง"
"ขอรับ"
ลูกน้องที่อยู๋บริเวณนั้นนับสามสิบคนคุกเข่าหนึ่งข้างไปที่พื้นเตรียมรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงกัน
"กระจายกำลังค้นหาคนผู้ที่มีสายเืบริสุทธิ์"
"แต่นายท่าน พวกข้ามิเคยเห็นมาก่อนว่าคนผู้นี้หน้าตาเช่นไร"
"หัวหน้าเผ่าคนก่อนบอกไว้ว่า มิว่าคนผู้นี้จะเป็หญิงหรือชายจะมีจุดสังเกตที่ไม่เหมือนผู้ใด ถึงแม้อยู่ท่ามกลางผู้คนนับร้อยก็จะพิเศษออกมา สายเืบริสุทธิ์เป็เืดี แม้เป็บุรุษย่อมสง่างาม แม้เป็สตรีย่อมงามล่มเมือง"
เย่จื่อฉีเอ่ยจบก็เดินไปหยิบเศษหินเล็กที่แตกออกมาจากแท่งผนึกโลหิตสี่ชิ้นเล็กๆ แล้วยื่นให้ลูกน้อง
"แบ่งกำลังออกเป็สี่กลุ่ม หากคนผู้นั้นใช่จริงๆ นำเืหยดลงที่เศษเสี้ยวของหินผนึกโลหิตแล้วจะเกิดแสงสีแดง"
เขาเอ่ยอธิบายพลางหันไปยังก่อนแท่งหินใหญ่ที่ยังคงท่อแสงประกายในดวงตา
……
อีพี่อบอุ่นอ่าาาา ฟิวพ่อดุลูก ไม่เหมือนคู่รักเท่าไหร่555555 ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————