นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 348 เอ่ยถามผู้สูงศักดิ์

        ตอนที่ 348 เอ่ยถามผู้สูงศักดิ์

         

         

        เผ่าครึ่งสัตว์สายเลือดกระต่าย จากแหล่งข้อมูลของกลุ่มการค้าอิสึกะ สายพันธุ์กระต่ายมักเกิดมาจากเทพอสูรกระต่ายแรกอรุณ เป็นเทพอสูรที่อ่อนโยนและเป็นหนึ่งในเทพอสูรที่ไม่ได้มีตำนานเล่าขานมากนัก

         

        หูกระต่ายสีขาวงดงามของเธอเมื่อสะท้อนกับพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วปรากฏแสงสีเหลืองนวล นี่คือลักษณะเฉพาะตัวจากสายเลือดเทพอสูรกระต่ายแรกอรุณ ส่วนรูปร่างกำยำล่ำสันของเธอนั้นมาจากการฝึกฝนด้วยตนเอง

         

        ตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์นุ่มนวลของกระต่ายแรกอรุณ ผู้สูงศักดิ์เฟกอลกลับโด่งดังในเรื่องความเข้มงวดและแข็งแกร่ง เธอเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ปกปักคุ้มครองผู้ศรัทธาอย่างแข็งแกร่ง

         

        “เดินทางมาไกลจากนครรัตนะ พวกเจ้าคงเหนื่อยกันมากแล้ว” เธอยิ้มนุ่มนวล ดวงตาเข้มงวดสีแดงคู่นั้นมองมายังทั้งสาม พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ร่างของเธอปลดปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบด้านอุ่นขึ้นเล็กน้อย

         

        โฮโจกลั้นหายใจ ตัวของเขาสั่นสะท้านอยู่ครู่หนึ่ง กว่าที่เขาจะตั้งหลักได้ผู้สูงศักดิ์เฟกอลก็ปลดพลังรอบร่างของเธอลง ช่วยให้โฮโจนั้นหายใจได้สะดวกขึ้นอีกครั้ง

         

        ในหมู่ทั้งสาม มีเพียงเขาที่ยังเป็นผู้เรียนรู้อยู่

         

        เขาหันไปมองไลล่าและเลโอ ทั้งสองดูจะไม่มีปัญหาเช่นเดียวกันกับเขา พลังศักดิ์สิทธิ์สำหรับนักบวชเช่นพวกเธอแล้วต่อให้มากกว่านี้ก็มีแต่จะผ่อนคลายยิ่งขึ้น สายตาของไลล่าที่หันมามองเขาด้วยความผิดหวังนั้นทำให้โฮโจอดเม้มปากไม่ได้

         

        เขารู้สึกไม่เป็นธรรม! ตัวเขายังเป็นเพียงผู้เรียนรู้เท่านั้น ยังไม่ได้สลักคำแห่งพลังคำแรกลงบนร่างแต่อย่างใด การรับมือกับพลังจิตวิญญาณของเขาย่อมด้อยกว่าพวกเธอทั้งสอง

         

        อีกส่วนหนึ่งคือระดับของผู้สูงศักดิ์เฟกอล โฮโจไม่ใช่ไม่เคยพบผู้ร้อยเรียงมาก่อน ในกลุ่มการค้าอิสึกะเองย่อมมีผู้ร้อยเรียงอยู่เช่นกัน มีหลายครั้งที่ผู้ร้อยเรียงจากสาขาใหญ่เดินทางมายังนครรัตนะ แต่กับผู้สูงศักดิ์เฟกอลแล้วมันต่างออกไป

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลนั้นอยู่คนละระดับกับผู้ร้อยเรียงที่เขาเคยพบเจอโดยสิ้นเชิง หากผู้ร้อยเรียงที่เขาเคยพบเจอเหมือนกับเรื่องราวที่มีชีวิตและกำลังเริ่มต้น ผู้สูงศักดิ์เฟกอลกลับเหมือนเรื่องราวแห่งตำนานที่เดินทางมาจนถึงบทสรุป

         

        “การได้อาบรัศมีมันตราของนครเฟเบิลและมหาวิหารนักบุญวีเบียนนั้นปัดเป่าความอ่อนล้าของเลโอไปจนสิ้นค่ะ” เลโอตอบ เธอทำตัวสงบเสงี่ยมเป็นพิเศษ

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลหยักหน้าแผ่วเบา ไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย

         

        “ทายาทแห่งอิสึกะ? ค้นพบถึง 4คำในช่วงวัยเท่านี้ ดูเหมือนอนาคตของอิสึกะจะสดใสยิ่งแล้ว” 

         

        “โฮโจยังเป็นเพียงผู้เรียนรู้ครับ ยังต้องฝึกฝนและเรียนรู้อีกหลายปี” โฮโจตอบถ่อมตัว ความประทับใจแรกของเขานั้นไม่ค่อยดีนัก เขาจึงต้องพยายามมากเป็นพิเศษ

         

        “ไลล่า มันตราในตัวเจ้านั้นตกผลึกและงดงามขึ้นอย่างยอดเยี่ยม จงหมั่นพากเพียรอย่าได้เกียจคร้าน”

         

        “น้อมรับคำสอนค่ะ”

         

        ทั้งสามติดตามผู้สูงศักดิ์เฟกอลไปสักการะรูปปั้นขององค์เดรฟัส ผู้สูงศักดิ์เฟกอลกระดิกหูข้างหนึ่ง พลังศักดิ์สิทธิ์โดยรอบพลันควบรวม เกิดเป็นหน้ากระดาษที่ปกปิดมหาวิหาร

         

        ทายาทแห่งกลุ่มการค้าอิสึกะเดินทางมาเยือนถึงที่ ถึงแม้จะเป็นเพียงผู้เยาว์ที่ระดับขั้นห่างชั้นก็ยังต้องปฏิบัติอย่างให้เกียรติ เนื้อหาการพูดคุยหลังจากนี้ไม่อาจหลุดออกไป

         

        “พวกเจ้ากำลังศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาในคัมภีร์เปลือกไม้ชำระ?”

         

        “ครับ โฮโจขอความกรุณาผู้สูงศักดิ์สั่งสอนด้วย พวกเรามาเพราะต้องการศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาในพระคัมภีร์บทที่ 26 ราชาแห่งปีกรับมันตราครับ” โฮโจนำคัมภีร์เปลือกไม้ชำระเล่มหนึ่งออกมาเปิดให้ผู้สูงศักดิ์เฟกอลชม

         

        ปกติเขาย่อมไม่พกคัมภีร์เช่นนี้ แต่ในเมื่อผู้ที่พวกเขามาพบคืออัครสาวกแห่งศาสนจักร การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการให้เกียรติ

         

        “บทที่ 26 ราชาแห่งปีกรับมันตรา กล่าวถึงท่านซือบาส บรรพชนแห่งเผ่าพันธุ์เข้าเฝ้าองค์เดรฟัสและรับฟังมันตรา 49วันติดต่อกัน เพราะมันตราที่ราชาแห่งปีกได้รับฟัง ท่านจึงต่อยอดจนสามารถสลักนามไว้ในกาลเวลาได้สำเร็จ” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลพยักหน้าน้อย ๆ

         

        “เหตุผลหนึ่งที่เผ่าซือบาสแทบทั้งหมดนับถือองค์เดรฟัสเพราะตัวราชาแห่งปีกอันเป็นบรรพชนของพวกเขานั้นได้รับการช่วยเหลือจากองค์เดรฟัส ว่ากันว่าเผ่าซือบาสคือเผ่าที่องค์เดรฟัสตั้งใจปั้นแต่งเพื่อเป็นตัวแทนแห่งทวยเทพ”

         

        “บทที่ 26 นั้นกล่าวถึงเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นระหว่าง 49วันแห่งการรับมันตรา ตั้งแต่การตื่นรู้ของราชาแห่งปีกไปจนถึงยามสำเร็จ ความเข้าใจผิดระหว่าง และขวากหนามมากมาย เจ้าต้องการที่จะรู้สิ่งใด?”

         

        เป็นไลล่าที่เอ่ยถาม ตัวเธอมีพื้นฐานความรู้มันตราเหนือล้ำกว่าอีกทั้ง 2คนมาก อีกทั้งเธอยังเป็นผู้ที่ศาสนจักรโปรดปราน การให้เธอเอ่ยถามจะเหมาะสมที่สุด

         

        “เป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนสุดท้ายค่ะ ที่ราชาแห่งปีกต้องเผชิญกับบททดสอบจากเทวทูตที่สรวงสวรรค์ส่งลงมา” ไลล่าเปิดไปยังรูปภาพของเทวทูตเหล่านั้น

         

        “ไลล่าอยากทราบว่าเทวทูตเหล่านี้คือสิ่งใด และพวกเขามีตัวตนจริงอยู่หรือไม่ในยุคปัจจุบันค่ะ”

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลไม่เปลี่ยนสีหน้า หากแต่ดวงตาของเธอสั่นไหวน้อย ๆ ภายในดวงตานอกจากความเข้มงวดเริ่มเกิดความสงสัยเบาบาง

         

        “พวกเจ้าอยากรู้เกี่ยวกับเทวทูตแห่งท้องฟ้า? เป็นพวกเจ้าที่ต้องการจะทราบเองหรือเป็นคำร้องขอของผู้ใด?” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลกลับไม่เอ่ยตอบในทันที ตั้งคำถามกลับ

         

        ทั้งสามเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย ส่วนมากคือความสงสัย และอีกส่วนหนึ่งคือความดีใจ

         

        พวกเขานั้นคาดเดาถูกต้อง เทวทูตในคัมภีร์เปลือกไม้ชำระคือเทวทูตแห่งท้องฟ้าจริง! แต่ความสงสัยคือเหตุใดผู้สูงศักดิ์เฟกอลจึงถามกลับเช่นนั้น ไลล่านิ่งไปครู่หนึ่ง คิดว่าควรตอบคำถามนี้เช่นไรดี

         

        การตอบไปตามตรงนั่นหมายถึงการเผยความต้องการขององค์หญิงไพลิน แม้ตัวตนระดับผู้สูงศักดิ์เฟกอลย่อมไม่มีทางยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับสงครามการเมืองของอาณาจักรอื่น แต่อีกฝ่ายคือองค์ชาย 2 ผู้ที่สามารถดึงมหาตระกูลเอเทลให้เข้าร่วมได้

         

        ในทางกลับกัน การเลี่ยงคำตอบหรือโกหกนั้นอาจไม่ให้ผลดีเช่นกัน เธอสามารถปฏิเสธที่จะตอบหรือเปลี่ยนใจเมื่อใดก็ได้ หรือแม้แต่การสังหารทั้งสามทิ้งตรงนี้ อีกฝ่ายคือผู้สูงศักดิ์และเป็นถึงอัครสาวกแห่งศาสนจักร อย่างมากเพียงชดใช้แก่กลุ่มการค้าอิสึกะก็มากพอสำหรับชีวิตน้อย ๆ ของเขา

         

        ไม่มีสิ่งใดยืนยันว่าโฮโจจะเป็นผู้สืบทอดในอนาคตหรือสามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นผู้ร้อยเรียงในอนาคต หน่ออ่อนที่มีค่าในอนาคตอย่างเขาย่อมไม่มีทางเทียบได้กับการมีปัญหากับผู้ร้อยเรียงตัวจริงเสียงจริง

         

        บางทีทั่วทั้งมหาทวีปแห่งนี้ หน่ออ่อนที่แม้แต่ผู้ร้อยเรียงยังไม่อาจลงมือผลีผลามได้คงมีเพียงซอเด็ต เอเทลเท่านั้น

         

        “เป็นโฮโจเองที่ต้องการทราบครับ โฮโจต้องการวัตถุดิบจากชิ้นส่วนร่างกายของเทวทูตแห่งท้องฟ้า” โฮโจขึ้นหน้าเอ่ยตอบ คำตอบของโฮโจทำให้ไลล่าเหลือบตามองเขา

         

        โฮโจนั้นมิได้โกหก เขาต้องการทราบเองจริง รวมถึงวัตถุดิบนั้นก็เช่นกัน เขาเพียงไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่จะนำไปส่งต่อก็เท่านั้น

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลหรี่ตาลงน้อย ๆ หูข้างขวากระดิกแผ่วเบา พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างอีกครั้ง ถมทับทั่วทั้งวิหารให้เนืองแน่นไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

         

        โฮโจรับรู้ได้ถึงความอึดอัดอีกครั้ง สีหน้าของเขาซีดลงพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มปั่นป่วน ความอึดอัดนี้อยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่จะสลายไป ผู้สูงศักดิ์เฟกอลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

         

        “อย่าได้เข้าใจผิดไป ข้ามิได้มีเจตนาจะยุ่งเกี่ยวกับการละเล่นของพวกเจ้า เพียงแต่ตัวตนของเทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับเผ่าซือบาส”

         

        “ขอบคุณผู้สูงศักดิ์ที่เมตตา” โฮโจก้มหน้ารับการลงโทษแต่โดยดี คำพูดของผู้สูงศักดิ์ทำให้ทั้งสามกระจ่าง เธอนั้นรับรู้เรื่องของสงครามฝักฝ่ายอยู่แล้วและไม่มีความคิดจะเกี่ยวข้องด้วย เธอเพียงเอ่ยถามเพราะเหตุผลอื่น

         

        ส่วนพลังศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่คือการลงโทษสำหรับการวกวน เธอเพียงลงโทษแผ่วเบาเท่านั้น ในสายตาของตัวตนเช่นเธอสงครามฝักฝ่ายของพวกรุ่นเยาว์เป็นเพียงการละเล่นที่เธอไม่สนใจ

         

        “ทายาทแห่งอิสึกะกลับทุ่มเทถึงเพียงนี้เพื่อการเมืองภายในของอาณาจักรไฟกัลป์ พวกผู้อาวุโสในตระกูลอิสึกะเจ้าต้องการวางรากฐานของพันธมิตรหรือ?” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลส่ายหน้า

         

        คำพูดของผู้สูงศักดิ์เฟกอลทำให้โฮโจสะดุ้ง อีกฝ่ายนั้นกลับรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการข้อมูลของเทวทูตแห่งท้องฟ้าเพื่อไพลิน แถมยังรับรู้เรื่องข้อตกลงระหว่างกลุ่มการค้าอิสึกะและองค์หญิงอีกด้วย

         

        ในอดีตตอนที่ทำข้อตกลงเรื่องสุสานของขุนนางพันธุ์ผสม ทางตระกูลได้ติดต่อกับเขาเรื่องนี้จริง

         

        นอกจากผลประโยชน์จากข้อมูลการทดลองของขุนนางพันธุ์ผสมแล้ว ทางตระกูลอิสึกะยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของอาณาจักรไฟกัลป์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงต้องการวางรากฐานและได้เข้าร่วมในสงครามฝักฝ่าย

         

        “ใช้วิธีที่ซับซ้อนยิ่งนัก เพียงตำแหน่งผู้ประคองบัลลังก์อันเล็กจ้อยและการละเล่นของรุ่นเยาว์ย่อมไม่มีทางส่งผลใด ๆ ต่อโครงสร้างของกลุ่มการค้าอิสึกะและราชวงศ์ไฟกัลป์” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลที่สีหน้านิ่งเฉยตลอดมาหัวเราะเสียงเบา ขำขันให้กับความพยายามของเหล่าอนาคตใหม่ตรงหน้า

         

        โฮโจเพียงก้มหน้ารับฟัง สิ่งที่ผู้สูงศักดิ์เฟกอลกล่าวนั้นไม่มีอันใดผิด ข้อตกลงและความพยายามทั้งหมดของพวกเขาสามารถพังทลายลงได้ในพริบตาหากผู้ร้อยเรียงของสักขุมกำลังหนึ่งเอ่ยปากยกเลิก

         

        สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความคิดอ่านและการตัดสินใจของผู้ขีดเขียนชะตาที่แข็งแกร่งโดยแท้จริง มิใช่ชนรุ่นหลังเช่นพวกเขา

         

        “สมกับเป็นอิสึกะยิ่งนัก ผู้ที่คิดถึงการค้าเข้าเส้นเลือดเช่นนี้คงมีเพียงอิสึกะและเชียนเป่าเท่านั้น” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลหัวเราะ วางมือหนึ่งลงบนศีรษะของโฮโจพร้อมกับลูบเบา ๆ

         

        “สตรีแห่งไฟเองก็สมควรสนุกสนานอยู่กับการดูเชื้อสายแห่งไฟของตนเติบโตและลุกโชน เป็นยุคสมัยที่น่าตื่นตายิ่งนัก”

         

        โฮโจที่ตามสถานการณ์ไม่ทันตัวแข็งทื่อไป แม้แต่ไลล่าและเลโอยังเหม่อมองมือที่อยู่บนหัวโฮโจด้วยสายตาสับสน

         

        “จุดประสงค์หลักนั้นข้าไม่สนใจ แต่จุดประสงค์รองของเจ้านั้นออกจะดูออกง่ายไปหน่อยนะหนุ่มน้อย” นิ้วชี้ของผู้สูงศักดิ์เฟกอลจิ้มหน้าผากของโฮโจอย่างแผ่วเบา ราวกับคุณยายที่หยอกล้อหลานของตน

         

        “ในฐานะผู้ที่ขีดเขียนชะตาของตนมาก่อน ข้าจะคอยเฝ้าดูว่าชะตาที่พวกเจ้าจะขีดเขียนหลังจากนี้นั้นเป็นเช่นใด” เธอยิ้มบาง ถอนมือออกจากหน้าผากของโฮโจ หูของเธอกระดิกอีกครั้ง พลังศักดิ์สิทธิ์อ่อนโยนสายหนึ่งเขาปกคลุมทั้งสาม ฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณและขจัดความอ่อนล้าในจิตใจ

         

        “ข้าไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของชนรุ่นหลัง แต่การที่พวกเจ้าสามารถมาถึงที่แห่งนี้ได้ก็พิสูจน์ความสามารถของพวกเจ้าเพียงพอแล้ว”

         

        “ข้าจะตอบคำถามเพียง 3คำถาม ถือว่านี่เป็นคำอวยพรจากหญิงชราคนนี้ และเป็นของขวัญแก่การทุ่มเทของหนุ่มน้อย” เธอชี้ไปยังทั้งสามคนละหนึ่งครั้ง สื่อถึงว่าให้ถามได้คนละหนึ่งคำถาม พร้อมทั้งฉีกยิ้มละไมให้แก่โฮโจ

         

        โฮโจหน้าขึ้นสีเล็กน้อย เขามีหรือจะไม่เข้าใจว่าผู้สูงศักดิ์หมายถึงอะไร

         

        เลโอถอนหายใจอย่างโล่งอก หันไปจับมือกับไลล่าด้วยความดีใจ ทางด้านไลล่ากลับแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน ผู้สูงศักดิ์เฟกอลนั้นเป็นบุคคลเช่นไร ถึงเหล่านักบวชมักจะมีจิตใจเมตตา แต่เธอเป็นถึงผู้ร้อยเรียง ก่อนมาทั้งสามเพียงคาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลสักเล็กน้อยก็คุ้มค่าแล้ว

         

        ไลล่าหันมองโฮโจทางด้านข้าง ความนับถือในใจเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง ใครจะไปคิดว่าผู้สูงศักดิ์ผู้เข้มงวดกลับมีจุดอ่อนเช่นนี้อยู่

         

        โฮโจอ้าปากและหุบอย่างต่อเนื่อง พยายามจะพูดบางสิ่งหากกลับนึกไม่ออกว่าควรพูดอะไรดี ผู้สูงศักดิ์เฟกอลยิ้มแผ่วเบาก่อนจะเมินเขาไปโดยสิ้นเชิง

         

        เลโอที่มองอยู่ได้เพียงคิดในใจ

         

        สู้ ๆ ล่ะโฮโจ!