นครโฟอุลเป็อาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่ทางทิศใต้ติดต่อกันกับทะเล ทิศตะวันออกติดเทือกเขาอันนัม เขตกั้นระหว่างโฟอุลกับเฟราอันเป็เขตแดนไร้รอยต่อใดๆนอกจากบทบาทของอาณาจักรศัตรู เขตนี้ยังมีพื้นที่บางส่วนเป็ของชนเผ่าชานัน ทิศเหนือคือเทือกเขากูริเทือกเขาที่ได้ชื่อว่าสูงเสียดฟ้า มีชนเผ่าบางกลุ่มอาศัยอยู่บนูเา บรรพบุรุษของโฟอุล มาจากชนเผ่าบนเทือกเขากูริ ถูกเรียกขานอย่างยกย่องว่าชนเผ่าผู้มาจากสรวง์ แตกหนอมาจากชนเผ่าัแห่งเทือกเขากูริ
สาเหตุที่เรียกอย่างนั้นอาจเป็เพราะเทือกเขากูริสูงเทียมฟ้ามีเมฆหมอกปกคลุมตลอดปี ชนเผ่าเหล่านี้มีสายเืที่เข้มข้น ลักษณะที่ถูกถ่ายทอดมาของชนเผ่าคือความสามารถในการเป็นักล่า นักต่อสู้ ล่าสัตว์เป็อาหารและใช้ชีวิตสัญจรไปมาบนเทือกเขาที่ลาดชันมีความอดทน และเด็ดเดี่ยวเป็เลิศแต่ละชนเผ่าจะมีประมุขปกครองและมีความสัมพันธ์ที่แแ่กับเ้าผู้ครองนครโฟอุล ประมุขบางเผ่ายังเคยเป็ถึงองครักษ์พิเศษและตำแหน่งนี้จะตกทอดลงมายังลูกชายคนโตต่อไป
เทือกเขากูริที่กว้างขวางมีชนเผ่าูเาอาศัยอยู่นับได้ราวสิบสองชนเผ่าและหากแบ่งกลุ่มจะเป็สี่สิบแปดกลุ่ม ด้านทิศตะวันตกติดทะเลหากแต่เป็ูเาสูงชันได้รับอิทธิพลจากเทือกเขากูริ นั่นทำให้โฟอุล้ารวมเฟราเพื่อขยายทางเดินเรือแต่นับพันปีมาแล้วที่โฟอุลและเฟราผลัดกันแพ้ชนะ ผลัดกันดินแดนบางส่วนของแต่ละฝ่าย เ้าผู้ครองนครโฟอุลจึงมีแิที่จะะเิูเาหินทิศตะวันตกเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางออกสู่ทะเลและสร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ซึ่งโครงการนี้ถูกต่อต้านจากประชาชนเขตอาลากัล หัวเมืองทิศตะวันตกและเขตวายฮาวซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน จนถึงขั้นเกิดจลาจล
เมดีน เมืองหลวงนครโฟอุล
ณ ท้องพระโรง เ้าผู้ครองนครโฟอุล กษัตริย์ ฟาร์หุ นั่งอยู่บนบันลังก์
"การจลาจลครั้งนี้ ช่างน่าโมโหนัก ข้าจะให้ลูกข้า... เ้าชายไซฟาและเสนาบดี พวกเ้าจงเร่งออกเดินทางไปยังเขตอาลากัลและวายฮาว จัดการให้ประชาชนสงบโดยเร็ว เพื่อเร่งเปิดเส้นทางเดินเรือ" ทรงตรัสแววตามุ่งมั่นส่งประกาย
"ขอเดชะฝ่าา กระหม่อมเกรงว่าองค์รัชทายาทยังทรงพระเยาว์เกินไป ที่จะเผชิญเหตุการณ์ก่อจลาจล มันอาจจะอันตรายเกินไปที่กระหม่อมและทหารจะควบคุมได้นะ พะย่ะค่ะ" เสนาบดี กราบทูล
"ไม่หรอก ไซฟา อายุสิบสี่ปีแล้ว สำหรับข้าเขาคือคนที่โตแล้วต่อความรับผิดชอบในฐานะองค์รัชทายาท เขาควรจะเรียนรู้ถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ "
"แต่เ้าชายไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่นะพะย่ะค่ะ"
"เรียกตัวเขากลับมาจากตำหนักเขียว หมดเวลาสำหรับการเที่ยวป่าล่าสัตว์แล้ว" ทรงตรัส
เ้าชายไซฟามีองครักษ์พิเศษที่ต้องอยู่ด้วยตลอดเวลานอกจากจะมีคำสั่งไม่ให้ติดตามและจะมีงานสำคัญใช้ให้ไปทำหลักๆ คือองครักษ์ทั้งสี่ได้แก่ ไคลี ซึ่งตอนนี้ปฏิบัติราชการลับอยู่นอกเมือง ชิน ชิหลง และราอูลติดตามออกลาดตระเวนเขตอันนัม ชินกับชิหลงเป็พี่น้องคลานตามกันมาและถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกับเ้าชายั้แ่เด็ก นอกจากทั้งสี่คนที่เป็คนสนิทได้รับการไว้วางใจเพราะเติบใหญ่มาด้วยกันกับไซฟา แล้วยังมีเหล่าองครักษ์ที่ต้องเข้าเวรและผู้ติดตามอีกกว่าสองร้อยนาย นอกจากนี้ยังมีราชเลขาวัยสี่สิบนามว่าเฮนรีผู้มีความละเอียดอ่อนและเ้าแห่งกฏระเบียบแห่งพระราชวังเขียว วังที่ประทับฤดูหนาวที่กูริของเ้าชายไซฟา
ส่วนที่ประทับของเ้าผู้ครองนครโฟอุลเรียกพระราชวังโฟอูลอยู่ในเมืองหลวง คือ เมดีน
ดูเหมือนว่าพระราชวังเขียวในตอนนี้จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อเ้าชายและองครักษ์ทั้งสี่มาพักที่นี่ การฝึกซ้อมขี่ม้า ยิงธนู ฟันดาบ ของเ้าชายและเหล่าองครักษ์ในทุกๆ วัน และเย็นนี้พวกเขาก็กำลังซ้อมยิงธนูกันอยู่
"คืนนี้เราไปล่าสัตว์กัน ดีไหมพ่ะย่ะค่ะเ้าชาย" ราอูลเสนอ มองลูกธนูที่ปักเข้าตรงเป้าอย่างแม่นยำจากฝีมือการยิงของเ้าชาย ทรงดูองอาจ สง่างาม มีพระพักตร์ที่คมคายในวัยสิบสี่ชันษา ทรงสืบเชื้อสายมาจากเทพ์เผ่าพันธ์ุั ทรงแย้มพระโอษฐ์น้อยๆ กับข้อเสนอของราอูล
"จริงด้วยฝ่าาคืนนี้จะเป็คืนที่พระจันทร์ใกล้เต็มดวง เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลชมจันทร์แล้ว ก่อนกลับเมืองหลวง เราไปเที่ยวป่าล่าสัตว์กันเถอะ" ชิน กล่าวอย่างกระตือรื้อร้น
"ได้สิ ตามใจ พวกเ้า"
"ไชโย" ชิน ราอูล และขิหลงร้องยินดี
"แต่กระหม่อมว่าอาจจะไม่ดีนักนะพะย่ะค่ะ เ้าชาย สายของกระหม่อมมีรายงานมาว่า มีกองทหารของเฟราอยู่แถวๆ ชายแดน เขตรอยต่อระหว่างอันนัมของเราและเขตชานันของเฟรา " เฮนรี ราชเรขาวัยสี่สิบกล่าวอย่างกังวล
" อย่าห่วงไปเลย ท่านราชเรขา ฝ่าาและพวกเราทั้งหมดจะไม่เข้าไปใกล้ชายแดนแน่ๆ" ชิหลงกล่าวแต่ก็แอบขยิบตาให้เ้าชายเป็นัยๆ
"ใช่ไหมฝ่าา"
เ้าชายทรงแย้มพระโอษฐ์
"ใช่แล้ว" ทรงตอบ แต่ในใจกลับรู้สึกเป็กังวล
"ถ้าเป็อย่างนั้นกระหม่อมก็วางใจพะย่ะค่ะ"