ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ร่างเซียนที่พิเศษ

    ซึ่งการเดินทางของฟางเฉินนั้นถือว่าเป็นการเดินทางที่ยากลำบากและจากวันที่ฟางเฉินเดินทางออกจากหมู่บ้านนี่ก็ผ่านมาแล้ว 20 ปี ซึงฟางเฉินได้เดินทางผ่านทวีปหลายทวีปมาแล้วและเหลืออีกแค่ 1 ทวีปฟางเฉินก็จะถึงทวีปโบราณแล้ว“แล้วเราจะข้ามทะเลไปยังไง” ความโลภกล่าว“ควบคุมอสูรยังไงละ” ฟางเฉินกล่าว“พูดบ้าๆแถวนี้มีแต่อสูรที่อ่อนแออยู่ไม่เห็นจะมีอสูรตัวใหนที่พอจะใช้งานได้เลย” ความโลภกล่าวพร้อมกับมองไปที่ทะเลซึ่งไม่มีวี่แววของอสูรที่ใช้งานได้เลย“ข้ามีวิธี” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนำศพของผู้อาวุโสนิกายราชาสีห์ออกมาและโยนมันลงไปในทะเลทันทีเลือดเซียนก็กระจายออกไปทำให้ทะเลกลายเป็นสีแดง เหล่าอสูรน้ำที่อยู่รอบ ๆเริ่มปรากฏตัวออกมาทันที ไม่ว่าจะเป็นอสรพิษทะเล เต่าวารี หริอแม้แต่อสูรประเภทปลาเองก็ปรากฎและเริ่มต่อสู้เพื่อแย่งเหยื่อกัน“แบบนี้นี่เองมีวิธีนี้ด้วยสินะ แต่จากที่ข้าเห็นพวกนี้ยังเป็นแค่อสูรระดับ 7 อยู่เลยพวกมันจะพาพวกเราข้ามทะเลได้จริง ๆงั้นเหรอ” ความโลภกล่าวด้วยสีหน้ากังวล“ไม่หรอกแต่ของจริงกำลังจะมาแล้ว” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับดวงตาแสดงความตื่นเต้น“ฟู่!!!!!!!!” เสียงของเคลื่อนทะเลถูกแหวกออกร่างของอสูรขนาดใหญ่ปรากฎออกมาพร้อมกับแรงกดดันของเซียนทำให้อสูรที่กำลังต่อสู้กันต้องถอยไป“นั่นมัน อสูรฉลามเกล็ดเงิน” ความโลภกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น“เจ้านี่น่าจะใช้ได้” ฟางเฉินกล่าว“ยิ่งกว่าใช้ได้อีกเจ้านี่เป็นอสูรที่กลายเป็น ปกติอสูรประเภทฉลามจะไม่มีเกล็ดแต่เจ้านี่กลับมีเกล็ดงอกออกมาทำให้มันมีทั้งความเร็วและพลังป้องกันที่สูง ฟางเฉินรีบจัดการเร็วเข้า” ความโลภกล่าว“ข้ารู้แล้วน่า” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยจิตวิญญาณเนตรบรรพชนออกมาฟางเฉินล็อคเป้าหมายไปที่ฉลามเกล็ดเงินทันทีทันทีพลังวิญญาณที่ทรงพลังก็โจมตีไปที่วิญญาณของฉลามเกล็ดเงินทันที ฉลามเกล็ดเงินสั่นสะท้านถึงมันจะเป็นอสูรระดับ 8 แต่มันก็มีจุดอ่อนด้านพลังวิญญาณและด้วยพลังของฟางเฉินในตอนนี้ไม่มีใครในระดับเซียนจะต่อการได้จึงง่ายต่อการสะกดฉลามเกล็ดเงิน“เรียบร้อย” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ดูเหมือนการเริ้มต้นใหม่ของเจ้าจะไม่เลวร้ายเสมอไปสินะ ถึงจะเสียเวลาเล็กน้อยแต่มันก็ช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากและกฎสายเซียนของเจ้ายังลึกซึ้งกว่าเมื่อก่อนอย่างเทียบไม่ติดโดยเฉพาะร่างเซียนที่เจ้าสร้างขึ้นมาใหม่นั้นทำเอาข้าไม่อยากจะเชื่อเลยละ” ความโลภกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นฉลามเกล็ดเงินถูกฟางเฉินควบคุมอย่างง่ายดาย“นั่นสินะ หลังจากที่ข้านั่งคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆในช่วงที่ข้าไร้พลังมานานหลายปีทำให้ข้าสามารถเห็นสิ่งต่าง ๆและได้ความคิดใหม่ๆขึ้นมาและข้าเองก็ไม่คิดว่าความคิดของข้าจะสามารถนำมาใช้ได้จริง” ฟางเฉินกล่าวขณะสำรวจร่างเซียนของตัวเองในตอนแรกฟางเฉินสร้างร่างเซียนออกมาทั้งหมด 4 ร่างซึ่งแต่ละร่างมีรูปร่างเหมือนกับฟางเฉินใช้พลังทั้งสี่ชนิดอยู่ แต่การสร้างร่างเซียนทั้ง 4 ร่างนั้นทำให้ฟางเฉินต้องลำบากในการบ่มเพราะอย่างมากแต่หลังจากที่ฟางเฉินได้เริ่มบ่มเพาะใหม่ฟางเฉินก็ขบคิดถึงการสร้างร่างเซียนยังไงให้ไม่ลำบากเหมือนตอนแรก เพราะภาระที่ต้องบ่มเพาะร่างเซียนทั้ง 4 นั้นมันยากมากจริง ๆและยิ่งบ่มเพาะไปถึงราชาเซียนแล้วกฎสายเซียนที่ฟางเฉินต้องเรียนรู้ยิ่งมากมายมหาศาลอีกด้วยดังนั้นฟางเฉินจึงได้สร้างร่างเซียนขึ้นมาร่างเดียวโดยการผสานร่างเซียนทั้ง 4 เข้าด้วยกัน ในวิญญาณเซียนของฟางเฉินในตอนนี้มีร่างเซียนของฟางเฉินกำลังนั่งอยู่ ร่างเซียนนี้มีหน้าตาเหมือนกับฟางเฉิน บนหน้าผากมีดวงตาที่สามซึ่งเป็นตัวแทนของพลังเนตรบรรพชน ที่มือขวาของร่างเซียนมีดาบเล่มหนึ่งอยู่และมือซ้ายมีเส้นด้ายวางเอาไว้ ส่วนรอบ ๆตัวของร่างเซียนก็มีเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกไหม้อยู่ตลอดเวลาเรียกได้ว่าร่างเซียนของฟางเฉินเป็นร่างเซียนที่พิเศษที่สุดและไม่เหมือนใครบนโลก“บอกตามตรงข้าไม่คิดเลยว่าจะทำสำเร็จได้เพราะถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวเจ้าได้ติดอยู่ระดับครึ่งเซียนไปตลอดดชีวิตอแน่” ความโลภกล่าว“ข้าเองก็ยังไม่เข้าใจแต่หลังจากที่ข้าเข้าใจในสัจธรรมบางอย่างและมีดวงเนตรนี่แล้วข้ากลับคิดว่าการทำความเข้าใจในพลังทั้ง 4 อย่างและหลอมรวมมันเข้าด้วยกันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้” ฟางเฉินกล่าว“อืม ข้าเองก็รองนึกแล้วนึกอีกมานานแล้ว ดวงตาที่สามของเจ้าหนะดูเหมือนว่ามันจะถูกเรียกด้วยชื่อมากมาย อย่างเช่น เนตรแห่งสัจธรรม เนตรแห่งความจริง หรือเนตรแห่งพระเจ้าบ้างละ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มีเนตรแบบเจ้าล้วนเป็นคนของตำหนักพุทธซึ่งเป็นศูนย์รวมของเหล่าผู้นับถือพระพุทธเจ้า” ความโลภกล่าวขณะที่ย่างเนื้ออสูรทะเล“พระพุทธเจ้า นี่หมายถึงคือ???” ฟางเฉินแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ“ถ้าจะให้พูดง่ายๆคือหลวงจีนที่เจ้าพบเจอเองก็เป็นหนึ่งในผู้นับถือพระพุทธเจ้าเช่นกันและหลวงจีนที่บวชแล้วฝึกตนจนบรรลุการเป็นเทพได้แล้วจะถูดเรียกว่าพระพุทธเจ้าหนะ” ความโลภอธิบาย“แบบนี้นี่เอง อืมถ้างั้นถ้าข้ามีโอกาสย่อมต้องไปขอบคุณหลวงจีนรูปนั้นเสียหน่อย” ฟางเฉินกล่าวและคิดว่าสักวันจะต้องได้พบกับหลวงจีนรูปนั้นอีกแน่ขณะที่พวกฟางเฉินกำลังนั่งอยู่บนหลังของฉลามเกล็ดเงินและเดินทางข้ามทะเลด้วยความเร็ว ทางด้านดินแดนเซียนเองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ในตอนแรกตระกูลหยูคิดจะกระจายกำลังของตัวเองมายังดินแดนเซียนแต่เมื่อลัทธิเทพอสูรและเผ่าอสูรเริ่มบุกยยึดดินแดนต่าง ๆมากมายรวมถึงนิกายพฤกษาครามพวกตระกูลหยูก็พากันถอนกำลังออกไปจนหมดแม้แต่การติดต่อกับตระกูลเสวี่ยยังไม่ติดต่อกันอีกส่วนการตายของเสวี่ยซินนั้นทำให้ตระกูลเสวี่ยสูญเสียผู้หนุนหลังอย่างตำหนักผลึกเหมันต์ไปเรียกได้ว่าตอนนี้ตระกูลเสวี่ยก็ตกอยู่ในที่นั่งลำบากจนบรรพชนของตระกูลเสวี่ยจึงต้องกลับมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อมาอยู่ปกป้องตระกูลและไม่นานพรสวรรค์ของเสวี่ยหลิงก็ปรากฏ ทำให้นางถูกมองว่าเป็นความหวังของตระกูลส่วนมารดาของฟางเฉินและฟางอี้ก็ถูกเมินและไม่ถูกรังแกอีกทางด้านเย่เซียนหลังจากที่นางลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง นางก็เริ่มบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่งและไม่ใช่แค่นั้นทุกครั้งที่นางออกมาจากการปิดด่านนางจะออกไปต่อสู้กับอสูรด้านนอกและเมื่อไม่นานมากนี้นางได้บรรลุระดับราชาเซียนและเอาชนะราชาอสูรตะขาบร้อยมือได้ข่าวนี้ทำให้ดินแดนเซียนต้องสั่นสะเทือนบวกกับจิตวิญญาณของเย่เซียนเข้าใกล้ระดับเทวะมากขึ้นไปอีกส่วนอีกข่าวหนึ่งคือการมาถึงของถังเจี่ย เมื่อถังเจี่ยรู้ว่าฟางเฉินได้ตายไปแล้วก็โกรธแค้นอย่างมากและได้สาบานต่อสวรรค์ว่าจะทำลายพวกที่อยุ่ในนิกายพฤกษาครามให้หมด ซึ่งตามจริงถังเจี่ยต้องการยืมมือของตระกูลช่วยล้างแค้นแต่เพราะสถานการณ์ของตระกูลถังและตระกูลหยูค่อนข้างรุนแรงทำให้ถังเจี่ยไม่สามารถทำอะไรได้ 

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน