เจ็ดวันบ้าบออะไรกัน?ข้ออ้างไร้สาระชะมัด!
การหักหน้า...นี่มันการหักหน้าชัดๆ!
“เอ่อ…’’ซุยเทียนก็ผงะไป เขานึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะกล้าหักหน้าจริงๆ
“พ่อปล่อยเขาไป!’’ซุยหมิงพูดขึ้นด้วยสายตาเหลื่อมลํ้า เขาพอเข้าใจได้ว่าชายหนุ่มต้องการหักหน้าเย่ฟางเทียนดังนั้นถ้าชายหนุ่มไม่ต้องการไปจริงๆ ก็ไม่มีใครสามารถทําอะได้
แม้จะเป็นเขาและพ่อของเขาก็ตาม!
“เข้าใจแล้ว!’’สุดท้ายซุยเทียนก็คอตกกลับไป ซุยหมิงจึงออกไปทานอาหารเป็นเพื่อนกับพ่อของเขา
ส่วนมู่หลินนั้นเขาไม่สนใจเลยว่าใครจะคิดยังไงเขาจึงเข้าครัวไปเพื่อทําอาหารกินเองเพราะหลังจากนี้เขาต้องบําเพ็ญเพียรเป็นระยะเวลาเจ็ดวัน ซึ่งจากการคาดการของเขาด้วยพลังงานแห่งจักรวาลอันล้นหลามหากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาต้องสามารถขึ้นสู่ขั้นกลางของระดับหลอมรวมเต๋าได้อย่างแน่นอน
หลังจากเติมอาหารลงท้องจนอิ่มมู่หลินก็นึกขึ้นได้ว่าต้องจัดการเรื่องของหลินไห่
ความจริงแล้วแม้มู่หลินจะใช้หัตถ์เปลี่ยนสวรรค์กับหลินไห่แต่เขาไม่ได้ทําอะหนักมากนัก เพราะเพียงแค่อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นกระดูกขาที่แตกละเอียดยิบก็เช่นกันพวกมันจะกลับเป็นเหมือนเดิม
เช่นกันนอกจากสองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยแล้วเหล่าบอดี้การ์ดและพวกเสิงเทียนหม่าเพียงแค่ต้องรอหนึ่งเดือนและอดทนมันให้ได้ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นหมอหรือเก่งขนาดไหน ถ้าไม่ใช่เขาก็ไม่สามารถทําอะไรได้!
ดังนั้นก็รอๆไป!แค่หนึ่งเดือนเอง!
“อืม!เข้าใจแล้ว!’’ หลังจากที่โทรไปหาเทาก้านเพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ของหลินไห่มู่หลินได้รับรู้มาว่าหลังจากที่ชายหนุ่มตื่น อีกฝ่ายดูโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากผลสุดท้ายก็ถูกหูเฟิงสั่งสอนจนกลัวหัวหดไปเลย
อย่างไรก็ตามเมื่อเทาก้านได้เอาคลิปวิดีโอบางส่วนที่ยังคงหลงเหลือให้หลินไห่ดูแม้อีกฝ่ายจะไม่อยากยอมรับ สุดท้ายก็ต้องจําใจและทํางานให้กับคาสิโนอีกครั้งโดยเป็นลูกน้องของเทาก้าน…
“จริงสินะฉันยังไม่ได้กลับไปทําในสิ่งที่พูดกับสองคนนั้นเอาไว้เลยด้วย’’ หลังจากนึกเหตุการณ์ทั้งหมดในเมื่อคืน มู่หลินก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกลับไปตอบแทนสองผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่โรงแรมฉวนเสิ่งแต่นั่นก็ไม่สําคัญเพราะก่อนออกมาเขาได้ทําการคลายจุดและชําระล้างร่ายกายให้พวกเขาแล้วและนี่ก็ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก อีกนัยหนึ่งก็คือ เขาได้ตอบแทนไปแล้วมันจึงไม่มีความจําเป็นที่จะต้องกลับไปที่นั่นอีก
“เอาล่ะฉันควรเริ่มการบําเพ็ญเพียรได้แล้ว!’’ จัดแจงทุกอย่างเข้าที่แล้วมู่หลินก็กลับเข้าไปในห้องนอนและนั่งขัดสมาธิเพื่อบําเพ็ญเพียร
…
ณโรงพยาบาลแห่งมาเก๊า ห้องผู้ป่วยพิเศษ
“น้องพี่บอกพี่มา!บอกมาซะว่าใครทําให้นายเป็นแบบนี้!’’ ภายในห้อง ชายวัยกลางคนๆหนึ่งซึ่งมีร่างกายกํายําเสมือนทหารมากประสบการณ์ได้มองไปยังสภาพร่างกายของเสิงเทียนหม่าที่ถูกพันผ้าพันแผลอย่างดีไปทั่วทั้งตัวด้วยความโกรธเขาโกรธเป็นอย่างมากที่น้องชายของเขาถูกทําให้เป็นแบบนี้!
“อ๊ากกกก!’’แต่เสิงเทียนหม่าจะไปตอบได้อย่างไร นอกจากที่เขาจะต้องทานแต่อาหารเหลวแล้วเขายังไม่สามารถพูดอะไรได้มาก ดังนั้นเขาจึงทําได้เพียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดอย่างไรก็ตามเขาก็อดทนพยายามกัดฟันเป็นครั้งสุดท้าย “พี่ชาย! พี่ห้ามไป!เขาไม่ใช่คนธรรมดา!’’
“ไม่ใช่คนธรรมดา?แล้วมันอย่างไร! ฉันก็ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกัน!’’ เสิงเทียนหยางไม่กลัวเขาไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถล้างแค้นให้แก่น้องชายของเขาได้
“แต่ถ้าพี่ไป...เราตัดพี่ตัดน้องกัน!’’ กลัวว่าอีกฝ่ายจะรั้นไม่ฟังเสิงเทียนหม่าก็อดทนกัดฟันจนเผลอกัดโดนลิ้นตัวเอง “อ๊ากกกก!’’
สําหรับเสิงเทียนหม่าแล้วเขากลัวมู่หลินเป็นอย่างมาก เพราะในสายตาของเขาต่อให้พี่ชายของเขาไม่ใช่คนธรรมดามันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสู้กับยอดมนุษย์อย่างชายหนุ่ม อีกอย่างเผลอๆถ้าพลาดไปมีหวังได้สูญหายยกครัวตระกูลแน่
และนั่นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน!
“...’’ เห็นว่าน้องชายพยายามห้ามตัวเองจนต้องกัดโดนลิ้นเสิงเทียนหยางก็อึ้งไป ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ “เข้าใจแล้ว!ไว้รอนายหายดีก่อนแล้วกัน!’’
“...’’ เสิงเทียนหม่า
…
เวลาเดียวกันทางด้านปรมาจารย์หยางที่ได้รับรู้ว่ามู่หลินได้รับการปล่อยตัวนานแล้วก็ตั้งใจที่จะโทรไปและนัดเจอ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงโทรศัพท์ออกไปทันที“ไม่ทราบว่าปรมจารย์มู่อยู่ไหมครับ? นี่ผมปรมาจารย์หยาง...หยางฮ่าวเองนะ!’’
อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสิ่งที่ปรมาจารย์หยางไม่คาดคิดว่าจะได้ยินก็ดังขึ้น “ปรมาจารย์มู่? ปรมาจารย์หยาง?อะไรกัน! ที่นี่ภัตตาคารหยวนหลิว! ถ้าไม่ได้โทรมาจองที่ก็อย่าก่อกวน!ไม่งั้นฉันจะแจ้งจับคุณ!’’
ภัตตาคารหยวนหลิวตอบกลับมาด้วยความหงุดหงิดพวกเขาไม่เข้าใจว่าชายแก่คนนี้ต้องการที่จะเล่นตลกอะไร
“...’’ ได้ยินปรมาจารย์หยางก็อึ้งไปก่อนที่จะตัดสายทิ้งอย่างไม่ลังเลใบหน้าของเขาค่อยๆแดงกํ่าอย่างเห็นได้ชัด
นึกอยู่แล้วเชียวว่าทําไมเบอร์ๆนี้ถึงได้ดูคุ้นๆ...
ที่แท้แม่งงงง...ก็คือเบอร์ปลอม!
บัดซบ!ฉันโดนเล่นละไง!
…
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตา เจ็ดวันก็ผ่านไป
ณหมู่บ้านโคโลอาน บัดนี้เป็นเวลารุ่งสางที่ริมชายหาดจึงยังไม่มีนักท่องเที่ยวหรือผู้คนเดินผ่านให้เห็นอย่างไรก็ตามในไม่กี่นาทีต่อมาเด็กหนุ่มคนหนึ่งผู้ซึ่งหลับตาเริ่มเดินตรงมาอย่างเชื่องช้าทุกฝีเท้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงและหนักแน่น
เด็กหนุ่มคนนี้ก็คือวั่งซู!
เป็นเวลานับเจ็ดวันแล้วตั้งแต่ที่ได้พบเจอมู่หลินและได้รับรู้การบ่มเพาะวั่งซูจึงใช้เวลาบ่มเพาะตลอดทั้งเจ็ดวัน โดยมีแม่ของเขาเป็นคนดูแลเรื่องการกินให้ด้วยเงินจํานวนมากที่อีกฝ่ายได้มอบเอาไว้ก่อนไปเขาจึงไม่จําเป็นที่จะต้องหยุดชะงักหรือออกไปทําสิ่งอื่นส่วนพวกฉิงเฉาแม้เขาจะสงสัยว่าทําไมพวกนั้นถึงไม่โผล่มาเลยแต่เขาก็ไม่คิดจะสนใจอีกต่อไป จนกระทั่งปัจจุบัน บัดนี้เขาได้กลายเป็นผู้บ่มเพาะอย่างแท้จริงแล้ว!
ผู้บ่มเพาะระดับตันเถียนขั้นต้น!
ดังนั้นเมื่อกลายเป็นผู้บ่มเพาะแล้วด้วยรูปแบบบ่มเพาะพลังจิตที่มีความสามารถไม่เหมือนใครวั่งซูจึงต้องการมาทดสอบความแข็งแกร่งที่นี่ โดยใช้ ‘อํานาจพลังจิต’ เป็นตัวทดสอบ
โดยไม่รอช้าวั่งซูใช้อํานาจพลังจิตของเขา ฉับพลัน ทิวทัศที่มืดบอดของเขาก็ปรากฏแสงสว่างภาพตรงหน้าค่อยๆแจ่มชัดขึ้น
“เยี่ยม!’’เห็นอย่างนั้นมือของเด็กหนุ่มก็กําแน่นอย่างตื่นเต้นจากนั้นเขาก็เดินไปที่ตรงพื้นผิวนํ้า
ทันทีที่มาถึงวั่งซูก็โคจรพลังปราณทั้งหมดในร่างผนวกเข้ากับอํานาจพลังจิตแล้วเปลี่ยนคุณสมบัติของร่างกายให้มีแรงต้านมากพอ
ราวกับว่าตอนนั้นท้องทะเลถูกเปลี่ยนให้เป็นบรรไดที่มองไม่เห็นร่างกายของเด็กหนุ่มค่อยๆก้าวเดินผ่านท้องทะเลไปอย่างช้าๆเสมือนจ้าวสมุทไม่ปาน…
และนี่ก็คือหนึ่งในความสามารถของอํานาจพลังจิต!
จิตผันแปร!