ตอนที่ 40 เมดแอบฟัง พวกเขาสอบถาม
“แกซ้อนอะไรเอาไว้ด้านใน”
ครึ่งเสือโคร่งใบหน้าถมึงทึง สายตามองต่ำลงมาถามหัวหน้าหมู่บ้าน
“ชายแก่อย่างผมจะไปซ้อนอะไรไว้อย่างงั้นเหรอครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านตอบอย่างฝืนยิ้ม...
“คิดจะทำเป็นไขสืออย่างงั้นเหรอ...แม้ชั้นจะจมูกไม่ดีเท่าพวกแกแต่อย่าคิดว่าจะมาหลอกชั้นได้”
พูดจบลูกเตะที่เหยียดตรงของครึ่งเสือโคร่งพุ่งถีบไปด้านหน้า...
“ตูม!!!”
ประตูบ้านหลุดลอยกระเด็นไปติดผนังด้านหลังทันที...
แล้วเดินเข้าไปในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านในแบบที่ไม่ต้องได้รับคำอนุญาต
...หัวหน้าหมู่บ้านนั้นยืนอย่างตัวสั่นเขาไม่มีทางสู้ครึ่งเสือโคร่งได้เลย ต้องยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างเดียว...ยังดีที่ว่าครึ่งเสือโคร่งไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขา
พวกชาวบ้านครึ่งหมาป่าต่างมองไปที่ครึ่งเสือโคร่งด้วยสายตาที่ไม่พอใจ...แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่มอง
“ไปค้นดูให้ทั่ว ทุกซอกทุกมุม”
ครึ่งเสือโคร่งออกคำสั่งกับเหล่าทหารที่มาด้วยกันกับเขา...
.
.
.
---เวลาผ่านไปแล้วเกือบชั่วโมง
ไม่ว่าพวกเขาจะค้นหาเท่าไหร่ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเลยสักนิด...‘จากสายรายงานที่บอกว่ามีมนุษย์มาที่หมู่บ้านแห่งนี้...เป็นเรื่องที่ไม่จริงอย่างงั้นเหรอ’ครึ่งเสือโคร่งคิดหนัก หลังจากที่เขาไม่พบแม้แต่ร่องรอยของมนุษย์เลยหากพวกมันซ้อนตัวอยู่ในบ้านหลังนี้จริง ก็ต้องพบเบาะแสบ้างแล้ว
...หลังจากนั้นครึ่งเสือโคร่งก็ได้สั่งให้ลูกน้องของเขาหยุดการค้นหา
พร้อมกับสีหน้าที่ถมึงทึงเดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้านอีกครั้ง
“รอดตัวไปนะแก...ชั้นรู้ว่าแกปิดบังอะไรไว้อยู่อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้...พวกสุนัขแบบแกมันปกปิดสีหน้าไม่ได้อยู่แล้ว”
พูดจบครึ่งเสือโคร่งก็เดินจากไปพร้อมกับทหารของเขา...
“ไปพวกเรา กลับ!!”
.
.
----ภายหลังที่กลุ่มทหารของอาณาจักรไลอ้อนจากไป
“เฮ้อ!!!”
หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่เป็นอะไรนะครับ”
ชาวบ้านถามอย่างเป็นห่วง
“อื่ม! ไม่เป็นอะไรหรอก”
หัวหน้าหมูบ้านหันไปตอบด้วยรอยยิ้ม
“เดี่ยวพวกเราช่วยซ่อมประตูให้นะครับ”
…
แม้ชาวบ้านจะรู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านนั้นซ้อนมนุษย์ไว้แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดร้ายต่อกันเลย และช่วยเหลือกันดีมาตลอด...มีเพียงแค่ยามครึ่งหมาป่าคนหนึ่งเท่านั้นที่มองด้วยสายตาที่ไม่พอใจไปที่หัวหน้าหมู่บ้าน
ก่อนที่หัวหน้าหมู่บ้านจะเข้าไปภายในบ้านแล้วนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสงบอารมณ์...
“บ้านชั้นก็ไม่ได้หลังใหญ่อะไรนะ แกไปซ้อนตัวอยู่ที่ไหนกัน...ทำไมพวกนั้นถึงหาแกไม่เจอ”
“ชั้นก็อยู่ที่นี้ตลอดนั่นแหละ”
เฟรอกิน เมดและหลานชายของเขาโผล่ออกมาทางด้านหลังของหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วตอบคำถามของเขา
...หัวหน้าหมู่บ้านนั้นไม่ได้ตกใจอะไรเขานั่งอย่างเอนหลังอย่างเบื่อหน่าย
“แกอยากจะถามเจ้าคนที่รอดตายจากการเข้าไปใกล้เดดโซลปริซึมสินะ...ได้เลยเดี่ยวชั้นจะไปเรียกมันมาให้”
...
“ขอบคุณมากชั้นไม่รู้จะตอบแทนนายยังไงดีที่ช่วยเหลือชั้นในครั้งนี้”
เฟรอกินกล่าวออกมาจากใจ...
“ไม่ต้องหรอก...หากแกสามารถกำจัดเดดโซลปริซึมไปได้จริงๆก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเรามากแล้ว พื้นที่แห่งความตายมันกำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆสักวันมันต้องขยายตัวเข้ามากลืนกินหมู่บ้านแห่งนี้แน่..”
หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยอาการที่หนักใจก่อนที่เขาจะเริ่มพูดต่อ...
“ตอนนี้โซลไลฟ์ปริซึมก็ไม่อยู่แล้ว...ทางฝั่งอาณาจักรเอเลเฟนท์ก็ไม่มีสงครามภายในเกิดขึ้นแล้วแต่แทนที่สงครามจะเพลาลง ราชาของอาณาจักรเอเลเฟนท์ดันใช้จุดที่โซลไลฟ์ปริซึมหายไปเป็นข้ออ้างในการทำสงครามหนักยิ่งขึ้น...”
ยิ่งคิดหัวหน้าหมู่บ้านยิ่งปวดหัว...ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเขาทำอะไรไม่ได้เลยมีเพียงแต่รอรับผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งจากสงครามและการขยายตัวของพื้นที่แห่งความตายเท่านั้น
.
.
.
---ภายในเวลาต่อมาหลังจากที่พระอาทิตย์ตกดิน
กอนนั้นหลับอยู่ในห้องรับแขก และมีซีโร่คอยเฝ้าอยู่
บนโต๊ะอาหารที่เดิมมีเฟรอกินหัวหน้าหมู่บ้าน และอีกคนเป็นครึ่งหมาป่าสภาพดูขี้เรื้อนเป็นอย่างมากในตาของเขาดูไร้แววเหมือนคนตาย
“บอนโน่ เล่ามาหน่อยได้ไหม...ทำไมเธอถึงรอดมาได้จากการเข้าไปในพื้นที่แห่งความตาย”
หัวหน้าหมู่บ้านถาม...แต่ก็ไม่คิดว่าบอนโน่จะตอบเช่นกันเพราะเขาไม่คอยพูดกับใครถึงเรื่องนี้เลย บางคนนั้นไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าขี้เรื้อน และขี้ขลาดอย่างบอนโน่จะกล้าเข้าไปภายในพื้นที่แห่งความตาย
...แต่หัวหน้าหมู่บ้านนั้นเห็นมาแล้วกับตาแม้หลังจากนั้นก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามบอนโน่ว่ารอดมาได้ยังไง...แต่ในวันนี้เขาจะเค้นคำตอบมาให้ได้
“ฮาฮาฮา..คิดว่าจะเรียกผมมาทำอะไรเสียอีก”
บอนโน่หัวเราะแบบแห้งๆ สายตาของเขาเอื่อยเฉื่อยเลือนลอยเหล่ไปมองเฟรอกิน...น้ำเสียงของเขาเหมือนคนใกล้จะหลับ
“หัวหน้าแล้วก็มนษย์คนนั้นจะถามอะไรก็ถามมาได้เลยผมจะตอบความจริงที่ผมรู้ทุกอย่าง”
บอนโน่พูดพร้อมกับเผยรอยยิ้มแห้งๆออกมา
“ข้อแม้ของผมมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นหลังจากที่ผมตอบคำถามคุณหมดแล้ว...คุณต้องตอบคำถามของผมด้วยเช่นกัน”
บอนโน่จ้องมองไปที่เฟรอกินอย่างไม่ลดล่ะ
“ได้สิ...ชั้นจะตอบสิ่งที่เธออยากรู้เช่นกัน”
เฟรอกินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ตาของเขานั้นหรี่จนเหมือนจะปิดจ้องมองไปที่บอนโน่
.
.
หัวหน้าหมู่บ้านหันมองสลับไปมาระหว่างบอนโน่และเฟรอกินที่จ้องตากันอยู่
“อะแฮ่ม! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะ...เรามาเริ่มกันที่คำถามแรกกันเลยดีกว่า”
...
แล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็หันไปถามคำถามแรกกับบอนโน่
“บอนโน่! เจ้ารอดไม่ได้ยังไง...ไม่สิเจ้าทำยังไงถึงยังไม่ตาย...”
คำถามแรกของหัวหน้าหมู่บ้านทำให้บอนโน่หัวเราะแห้งๆออกมาอีกครั้ง
“ไม่รู้สิ...ผมก็แค่เข้าออกเข้าออกตามปกติผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงยังไม่ตาย”
คำตอบของบอนโน่ ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านหัวเสียขึ้นมาทันที...
“บอนโน่...ไหนเจ้าบอกว่าจะตอบอย่างจริงใจไง”
น้ำเสียงที่ไม่พอใจหันไปถาม พร้อมกับกระชากคอเสื้อที่ดูมอมแมมอย่างกับผ้าขี้ริ้วของบอนโน่
...เฟรอกินที่เห็นแบบนั้นก็เข้ามาห้ามในทันทีพร้อมกับปรามให้หัวหน้าหมู่บ้านให้อารมณ์เย็นลง
ทางฝั่งบอนโน่นั้นมีสีหน้าที่แน่นิ่งไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้นแม้จะถูกตวาด และกระชากคอเสื้อก็ตาม
----เฟรอกินบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านว่าต่อไปนี้เขาจะเป็นฝ่ายถามเองแล้วหัวหน้าหมู่บ้านแค่รอฟังอยู่เงียบๆก็พอ..
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเฟรอกินหันไปถามครึ่งหมาป่าหนุ่มขี้เรื้อนดวงตาไร้แววตรงหน้า
“เอาแบบนี้ดีกว่า...บอนโน่! เธอเข้าไปในพื้นที่แห่งความตายทำไมอย่างงั้นเหรอ”
คำถามของเฟรอกินทำให้บอนโน่เงียบไปสักพักบรรยากาศโดยรอบของเขานั้นเต็มไปด้วยความมืดมน และดูอึดอัดเป็นอย่างมาก...ก่อนที่เวลาต่อมาเขาจะฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างกระทันหัน มันเป็นการฉีกยิ้มที่ดูน่ากลัวเป็นอย่างมากแล้วตอบออกมาเพียงสั้น.....
“.............ผมแค่อยากตาย”
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic