ตอนที่ 18 หากมีหนี้ ย่อมต้องใช้เป็ธรรมดา
หลินจิ่วเหนียงเพิ่งยกหม้อข้าวออกมาทำความสะอาด เมื่อนางเห็นภาพนี้ นางก็ขมวดคิ้ว ทำอะไรไม่เป็เลยจริง ๆ นอกจากเป็ตัวปัญหาอันดับหนึ่ง
เมื่อเห็นเืมนุษย์บนเนื้อหัวหมู หลินจิ่วเหนียงก็ขยะแขยง นางมีเนื้อเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็ต้องให้เขาเพิ่มเนื้อให้อีก
นางหยิบถังมาเทน้ำลงไปด้วยใบหน้าเคร่งขรึม จากนั้นเริ่มหั่นเนื้อหัวหมูอย่างรวดเร็ว
เมื่อหลิวซื่อหลางออกมาหลังจากใช้พันผ้าพันแผลแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็เพิ่งแยกหนัง เนื้อและกระดูกหัวหมูเสร็จ แล้วนางก็โยนหัวหมูที่เตรียมเสร็จแล้วไปบนถาดไม้
หลิวซื่อหลางมีสีหน้าละอายใจ “ท่านแม่...”
ปัง!
หลินจิ่วเหนียงสับมีดทำครัวในมือลงบนเขียง มองหลิวซื่อหลางด้วยสายตาเ็า “ข้าปล่อยให้เ้าอยู่ที่นี่ได้ก็เพื่อให้ทำงาน ไม่ได้ให้เ้ามาสร้างปัญหาให้ข้า”
“อายุสิบสามแล้ว แต่ยังปล่อยให้มีดบาดมือตัวเองได้ หลิวซื่อหลาง หากไม่อยากทำงานก็พูดออกมาเถิด ไม่จำเป็ต้องใช้มีดทำร้ายตัวเอง”
“ข้าไม่อยากเก็บขยะไว้ที่นี่ ไม่ทำงานก็ไม่ต้องกิน ดูจากการทำตัวของเ้าวันนี้แล้ว เ้าคงไม่อยากกินมื้อนี้ตอนเที่ยงหรอก”
หลังจากพูดจบ หลินจิ่วเหนียงก็เดินตรงไปที่ห้องครัวพร้อมกับหนังหมูและกะโหลกหมู
ว่ากันว่าเด็กในครอบครัวที่ยากจนจะดูแลครอบครัวั้แ่เด็ก แต่ดูหลิวซื่อหลางสิ เขาทำอะไรไม่เป็เลย เห็นแล้วปวดหัว
สายตาของหลิวซื่อหลางเศร้าหมอง เขาไร้ประโยชน์จริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่จะโกรธ ตัวเขาเองสมควรถูกลงโทษแล้ว
เขาก้มหน้าหยิบไม้กวาดที่อยู่ด้านข้างขึ้นมา อดทนต่อความเ็ปที่นิ้ว แล้วเริ่มทำความสะอาดลานบ้าน
ไม่นานหลังจากนั้น กลิ่นหอมเย้ายวนก็ลอยมาจากห้องครัว
หลิวซื่อหลางที่กำลังทำเช็ดถูเครื่องเรือนในบ้าน อดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอม เนื้อที่ท่านแม่ปรุงนั้นอร่อยมากจริง ๆ เนื้อหมูย่างที่แม่ทำเมื่อคืนก็อร่อยเหมือนกัน แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาถูกลงโทษไม่ให้กิน สายตาของเขาก็พลันหดหู่
หลังจากนำน้ำสกปรกในอ่างไม้ออกไปเททิ้ง หลิวซื่อหลางก็หยิบตะกร้าที่พังแล้วออกไปนอกประตู
หลินจิ่วเหนียงย่อมเห็นทั้งหมด แต่นางไม่ได้เรียกเขาให้หยุด แต่กลับพลิกหัวหมูตุ๋นในหม้อ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หากเขาไม่หิวก็แสดงว่าเขาความจำสั้น
หมูถูกขโมยไปจากมือ นางไม่ตีเขาก็นับว่าเป็บุญแล้ว หากยังอยากกินหมูอีกก็อย่าหวังเลย
นางไม่เลี้ยงคนเกียจคร้านหรอก
เทน้ำปรุงรสหนึ่งช้อนพร้อมน้ำมันลงบนข้าว ตามด้วยเนื้อหัวหมูตุ๋นหนึ่งชิ้น และน้ำแกงกระดูกหมูหนึ่งชาม เท่านี้หลินจิ่วเหนียงก็พุงกางแล้ว
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำแล้ว ก็ย่อมง่วงนอนเป็ธรรมดา แต่ทันทีที่ล้มตัวลงนอน ประตูบ้านที่พังแล้วก็ถูกเคาะเสียงดังลั่น
หลินจิ่วเหนียงอารมณ์เสีย ขณะเดินออกจากห้อง เมื่อนางเห็นคนหลายสิบคนยืนมุงกันอยู่หน้าบ้าน นางก็ขมวดคิ้ว
“มีเื่อันใดกันหรือ?”
หลิวจั่งฝูและคนอื่น ๆ พยักหน้า หากไม่ได้รับความยินยอมจากนาง แม้ว่าประตูจะพังจนเปิดออก พวกเขาก็ไม่กล้าก้าวเข้าไป จึงได้แต่ยืนเฉยอยู่นอกประตู
“มาหาเ้านั่นแหละ แน่นอนว่ามีธุระ” หลิวจั่งฝูพูดด้วยรอยยิ้ม “จิ่วเหนียง เราได้ยินมาว่าเ้าจับหมูป่าไปขาย จนได้เงินมามากมาย เมื่อก่อนเ้าเคยยืมเงินพวกเรา ตอนนี้เ้ารวยแล้ว จึงควรชดใช้คืนใช่หรือไม่?”
“เ้ารู้หรือไม่ ปีนี้ชีวิตของทุกคนลำบาก ดังนั้น...”
“หากมีหนี้ ย่อมต้องใช้เป็ธรรมดา ข้าไม่พลาดใช้หนี้หรอก” หลินจิ่วเหนียงมองพวกเขาด้วยสีหน้าเฉยเมย “นำใบยืมหนี้ออกมา แล้วข้าจะคืนเงินทั้งหมดให้พวกเ้า”
เมื่อเห็นว่าเจรจากับนางได้อย่างง่ายดาย หลิวจั่งฝูและคนอื่น ๆ ก็ตกตะลึง และลังเลอยู่พักหนึ่ง “จิ่วเหนียง เ้า... เ้าไม่โกรธหรือ?”
นางน่าจะทุบตีพวกเขา เมื่อพวกเขาขอให้นางจ่ายเงินคืนไม่ใช่หรือ?
ไม่นานมานี้นางยังถือมีดทำครัวไล่ฆ่าคนอยู่เลย
ทุกคนรู้สึกสับสนเล็กน้อย
“เหตุใดข้าต้องโกรธด้วยเล่า?” หลินจิ่วเหนียงยกยิ้ม “ทำไม พวกเ้ามาที่นี่เพื่อทวงหนี้ แล้วกลัวว่าลูกหนี้อย่างข้าจะไม่ยอมจ่ายหรือ?”
หลิวจั่งฝูและคนอื่น ๆ หัวเราะแห้ง ก่อนจะรีบหยิบใบยืมหนี้ออกมาจากกระเป๋าอย่างรวดเร็ว “จิ่วเหนียง นี่คือใบยืมหนี้ เ้ายืมเงินข้าไปหนึ่งตำลึง เ้าดูสิ ส่วนดอกเบี้ยข้าไม่เอาแล้ว เ้าแค่คืนเงินต้นมาก็พอ”
“สิ่งที่ควรจะให้ก็ต้องให้ ข้าไม่เอาเปรียบเ้าหรอก” หลินจิ่วเหนียงอ่านใบยืมหนี้ หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหา นางก็มอบเงินหนึ่งตำลึงให้เขา แล้วนับเหรียญอีแปะสิบเหรียญให้ไปเป็ดอกเบี้ย
หลังจากใช้หนี้ทั้งหมดแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็เหลือเพียงสองเหรียญอีแปะในมือของนาง
เมื่อเห็นว่าพวกเขารับเงินไปแล้ว และกำลังจะจากไปด้วยความพึงพอใจ หลินจิ่วเหนียงก็เรียกหลิวจั่งฝูให้หยุดก่อน แล้วถามเขาตามตรงว่าใครบอกให้พวกเขามาทวงหนี้นาง
หลินจิ่วเหนียงไม่คิดจะปฏิเสธการใช้หนี้
แต่ถ้านางถูกทวงหนี้เพราะคนอื่นยุยง นางก็คงอารมณ์เสียเล็กน้อย
หลิวจั่งฝูลังเล แต่ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจ “อดีตแม่สามีของเ้า”
“จิ่วเหนียง คนในหมู่บ้านก็เห็น อย่าหาว่าข้าพูดมากเกินไปเลย สิ่งที่เ้าทำเมื่อเร็ว ๆ นี้มันมากเกินไปหน่อย หนึ่งในคนเ่าั้คืออดีตแม่สามีของเ้า ส่วนอีกสองคนก็เป็ลูกชายของเ้าเอง เป็เื่เลวร้ายเหลือเกินที่เ้าใช้มีดทำครัวไล่สับพวกเขา
“แล้วอย่างไร พวกเขาขโมยอาหารของข้าไป และคิดจะทำให้ข้าอดตาย ข้าสมควรคิดว่าตัวเองโชคร้ายงั้นหรือ?” หลินจิ่วเหนียงถามกลับ ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสำลัก
หลินจิ่วเหนียงยิ้มเยาะ นางเป็คนที่คิดว่าคนอื่นไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกับตน ก็จะไม่มีทางเข้าใจ หากได้รับความทุกข์เพราะคนอื่น นางก็ไม่คิดจะใจดีกับคนผู้นั้น
หากนางไม่โเี้ บางทีหญิงแก่นั่นก็อาจจะคิดว่านางกลัวพวกเขา แล้วในอนาคต มีหรือจะไม่ให้คนมาขโมยของในบ้านนางเป็ครั้งคราว?
นางยึดหลักว่าหากไม่ทำให้นางขุ่นเคืองก่อน นางก็จะไม่ระราน แต่หากมีคนทำให้ขุ่นเคือง นางจะตอบแทนกลับเป็สิบเท่า
เมื่อมองไปยังเหรียญอีแปะสองเหรียญในมือ และคิดถึงเงินจำนวนมหาศาลที่นางติดค้างอยู่ตอนนี้ หลินจิ่วเหนียงก็หายง่วง และกลับไปที่ห้องครัวเพื่อเก็บข้าวของ แล้วมุ่งหน้าเข้าเมือง นางมีวิธีหาเงินอยู่แล้ว
ในที่สุดก็มาถึงหอซงเหออีกครั้ง
ทันทีที่จางเป่าเฉิงเห็นว่าเป็หลินจิ่วเหนียง ก็ทักทายนางทันทีด้วยรอยยิ้มสดใส เพราะเขาทำเงินได้มากมายจากมื้อเที่ยงด้วยหมูป่าที่นางหามาให้
คิดว่านางล่าสัตว์ป่าตัวใหม่มาได้แล้ว แต่เมื่อเห็นว่านางมีเพียงกล่องอาหารเก่า ๆ ในมือ เขาก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย
แต่เขาก็ยังมองนางด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “แม่นางหลิน เ้ามาที่นี่เพราะเหตุอันใดหรือ?”
“ขายสูตรอาหาร!”
หลินจิ่วเหนียงไม่ได้จดลงบนกระดาษ นางหยิบเนื้อหัวหมูในจานออกมาจากกล่องอาหาร มันมีรูปร่างเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่เล็ก ๆ ตรงกลางพระจันทร์เสี้ยว ทำให้ดูมีระดับขึ้นทันที และเพิ่มความอยากอาหารอย่างมาก
เมื่อจางเป่าเฉิงเห็น สายตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจ
นี่มันเนื้อหัวหมูชัด ๆ แต่สีสวยกลิ่นหอมเหลือเกิน...
หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง จางเป่าเฉิงก็หยิบตะเกียบที่หลินจิ่วเหนียงส่งมาให้ คีบชิ้นหนึ่งใส่ปาก กลิ่นอันหอมหวนและรสชาติละมุนเอาชนะใจเขาได้ทันที
เขาวางตะเกียบลง แล้วมองหลินจิ่วเหนียงด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่นางหลิน ข้าอยากได้สูตรลับของอาหารจานนี้ โปรดเสนอราคามาได้เลย”
หลินจิ่วเหนียงเงยหน้าขึ้น “หนึ่งร้อยตำลึง”
จางเป่าเฉิงเบิกตากว้าง “เ้า เ้าเรียกร้องเกินเหตุ สูตรอาหารสูตรเดียวไม่คุ้มราคานี้หรอก!”
หลินจิ่วเหนียงเหลือบมองเขา มุมปากของนางกระตุก จากนั้นก็เริ่มเก็บข้าวของโดยไม่เอ่ยอันใดสักคำ
เมื่อเห็นท่าทางเด็ดเดี่ยวของนาง จางเป่าเฉิงก็ตื่นตระหนก รีบห้ามนางขณะยกยิ้มฝืดเฝื่อน “แม่นางหลิน ช้าก่อน มีอันใดจะพูดก็พูดกันก่อน แต่ข้าพูดจริงนะว่าราคาที่เ้าเสนอมานั้นสูงเกินไป สุดท้ายมันก็เป็เพียงสูตรทำอาหารจานเดียว มันจึงไม่คุ้มค่ากับเงินจำนวนมาก ปกติแล้วสูตรอาหารมักจะราคาหนึ่งหรือสองตำลึงเท่านั้น”
หนึ่งร้อยตำลึงใช้ซื้อบ้านหลังใหญ่ในเมืองได้หลังหนึ่งทีเดียว
“ใครบอกท่านว่ามันเป็แค่สูตรทำอาหารจานเดียว” หลินจิ่วเหนียงหยุดเก็บของ “สูตรลับของข้าไม่เพียงแต่ใช้หมักหมูตุ๋นได้เท่านั้น แต่ยังใช้หมักไก่ตุ๋นและเป็ดตุ๋นได้ด้วย”
“สูตรเดียวนี้สามารถใช้หมักเนื้อสัตว์ที่กินได้ทุกชนิดในโลก โดยที่ท่านลงทุนเพียงร้อยตำลึง”
“นี่พูดจริงหรือ?” จางเป่าเฉิงเริ่มจริงจัง
“ข้าไม่เคยคุยโวโอ้อวด หนึ่งร้อยตำลึงไม่มีบวกเพิ่ม หากท่านยังคลางแคลงใจ ข้าก็ไม่บังคับ คนที่รู้คุณค่าของมันเท่านั้นที่จะได้” หลินจิ่วเหนียงยิ้มเยาะ เขาจะร้องขอมันแน่นอน นางมั่นใจมาก
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
ที่จ่ายหนี้ไปง่ายๆ เพราะมีวิธีหาเงินอยู่นี่เอง แถมหาได้มากกว่าที่คนพวกนั้นคิดด้วย
ไหหม่า(海馬)