บทที่139 โดนเหอเซียนกู่ปฏิเสธ
เกี้ยวบ้าเกี้ยวบออะไรเล่า!
ตาแก่ผู้นี้ไม่ทิ้งความเป็นตัวเองจริงๆ เริ่มมาก็ถามว่าจะจีบหรือเปล่าเสียได้
เย่จื่อเฉินคนนี้จะกล้าจีบเหรอ เกิดไปจีบนางเข้าหานเซียงจื่อจะไม่ตีเขาตายหรือไง
เขาคือเทพโป๊ยเซียนเลยนะ ส่วนเขาก็แค่คนธรรมดา...
เย่จื่อเฉิน : ข้าไม่ได้จะตามเกี้ยวนางข้าแค่อยากจะขอของบางอย่างจากนาง ท่านช่วยแนะนำให้หน่อยได้ไหม
ผู้เฒ่าจันทรา : ถ้าอย่างนั้นก็ได้
พอเห็นข้อความ เย่จื่อเฉินก็หน้าเหวอไปอีกครั้ง หมายความว่ายังไงคือถ้าเกิดเขาจะจีบจริงๆ ก็ไม่ได้ใช่ไหม
ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านรอเดี๋ยวนะ
ดูท่าว่าผู้เฒ่าจันทราจะไปหาเทพธิดาเหอเซียนกู่แล้ว เย่จื่อเฉินจึงวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วบิดขี้เกียจ
เจ้าเด็กขงเบ้งคนนี้แปลกมากเขาไม่มีนิสัยซุกซนเหมือนอย่างที่เด็กในวัยนี้ควรจะมี
แต่เขาเงียบ แล้วก็เชื่อฟังมาก
ถ้าเย่จื่อเฉินไม่เรียกเขาเขาก็จะนั่งมองท้องฟ้าอยู่หน้าประตูร้านเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
"ขงเบ้ง อยู่แต่ที่ร้านทุกวันคงจะเบื่อน่าดูเลยนะ"
เย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้นถาม ขงเบ้งหันหน้ามาใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นยู่เข้าหากัน กะพริบตาถี่ๆ เหมือนจะร้องไห้
"พี่จื่อเฉิน พี่อยากจะไล่ผมไปแล้วใช่ไหม"
ฉันมีความคิดแบบนั้นอยู่จริงๆ นั่นแหละ!
เย่จื่อเฉินพูดกับตัวเองในใจ แต่พอเห็นท่าทางน่าสงสารของเจ้าเด็กนี่ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
"ถ้าฉันไล่นายไป นายจะไปไหน? ฉันก็แค่ถามว่านายเบื่อหรือเปล่าถ้านายเบื่อครั้งหน้าฉันจะได้เอาโน้ตบุ๊กมาด้วย เวลาว่างจะได้เล่นเกม"
"จริงๆ เหรอ แบบนั้นก็เยี่ยมเลย"
ขงเบ้งพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
"ถ้าพี่จื่อเฉินซื้อคอมพิวเตอร์ให้ผมได้ แบบนั้นจะยิ่งดีที่สุดเลยล่ะ"
...
ไม่มีการลังเลเลยจริงๆ
แม้แต่ปฏิเสธก็ไม่มี
"ได้ งั้นเดี๋ยวครั้งหน้าฉันจะเอามาให้นาย"
เย่จื่อเฉินเม้มปากยิ้ม ขงเบ้งก็พยักหน้ายิ้มตาหยี
"จริงสิ เล่าเรื่องที่บ้านนายให้ฉันฟังหน่อยสิ เรื่องคู่หมั้นอะไรนั่นอีก?"
"อย่าไปพูดถึงเลยครับ" ขงเบ้งเบ้ปากพูด "ที่บ้านผมไม่มีอะไรให้น่าพูดถึงหรอก แค่ทำธุรกิจเล็กๆ ส่วนเรื่องคู่หมั้น…"
"คู่หมั้นทำไมเหรอ?"
"ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นแก่กว่าผมไม่กี่ปี ผมก็ไม่เคยเห็นเธอด้วยแม้แต่ชื่อของเธอผมยังจำไม่ได้เลย เห็นว่าชื่อเซี่ยอะไรสักอย่างนี่แหละ"
ขงเบ้งขมวดคิ้วมุ่นคิดอยู่นาน และเหมือนจะนึกไม่ออก จึงได้โบกมือบอกปัดไป
"ช่างมันเถอะ ยังไงมันก็ไม่ได้สำคัญ แต่ก็เคยเห็นรูปเธออยู่ เธอก็ดูสวยดีแต่ไม่ใช่สไตล์ที่ผมชอบ"
สวยดี อันนี้เย่จื่อเฉินไม่สงสัย
ลูกชายลูกสาวจากตระกูลคนมีเงินแบบนั้นล้วนหน้าตาดีกันทั้งนั้นโดยเฉพาะผู้หญิง
ถึงจะไม่ได้เกิดมาสวย แต่ภายหลังก็ได้รับการปลูกเสริมเติมแต่งเทคโนโลยีในสมัยนี้มันก้าวล้ำไปมากแล้ว อยากจะทำให้เป็นมนุษย์ต่างดาวทางโรงพยาบาลก็สามารถทำให้ได้
"เด็กแก่นเซี้ยวยังมีสไตล์ไหนที่ชอบอีกล่ะ อย่างนายจะไปเข้าใจอะไร"
"ยังไงซะไม่ชอบก็คือไม่ชอบ"
ขงเบ้งขมวดคิ้วมุ่น ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเย่จื่อเฉินที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลังจากที่ส่งสายตาเป็นเชิงบอกขงเบ้งให้เขาขึ้นไปเล่นข้างบนแล้วเย่จื่อเฉินก็เปิดหน้าวีแชทเพื่อดูแจ้งเตือน
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือไม่พบแม้แต่เงาของเทพธิดาเหอเซียนกู่ในรายชื่อเพื่อนใหม่เลย
ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียน!
เย่จื่อเฉิน : จะมาท่านเง็กเซียนอะไรเล่าเทพธิดาเหอเซียนกู่ล่ะ?
ผู้เฒ่าจันทราทำอะไรไม่ว่องไวเลย เทพธิดาเหอเซียนกู่ก็ไม่ทักมาหาเขาด้วย!
ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนเมื่อกี้ข้าทักไปหาเหอเซียนกู่ เหอเซียนกู่นาง…
เย่จื่อเฉิน : นางทำไม?
ผู้เฒ่าจันทรา : ช่างเถอะ ข้าส่งรูปที่แคปมาไปให้ท่านดูก็แล้วกัน
ติ๊ง!
แล้วผู้เฒ่าจันทราก็ส่งรูปที่คุยกันในแชทมาให้เย่จื่อเฉินไล่อ่านดู
ผู้เฒ่าจันทรา : เสี่ยวเหอ!
เหอเซียนกู่ : อยู่!
ผู้เฒ่าจันทรา : ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?
เหอเซียนกู่ : ก็ดี แค่เบื่อนิดหน่อย
ผู้เฒ่าจันทรา : ถ้าเบื่อก็ไปโผล่ที่กลุ่มสิเจ้าเข้าร่วมกลุ่มแชทของพวกข้าแล้วไม่ใช่หรือไง
เหอเซียนกู่ : เข้าไปแล้วในกลุ่มคึกคักกันดี
ผู้เฒ่าจันทรา : ใช่ไหมล่ะ เข้าไปหาเพื่อนหน่อยจริงสิ ตอนที่เจ้าเข้ากลุ่ม เจ้าเห็นเซียนที่ขึ้นว่าเง็กเซียนนิรนามหรือเปล่า
เหอเซียนกู่ : อันที่ไม่มีชื่อไม่มีโปรไฟล์น่ะเหรอ?
ผู้เฒ่าจันทรา : ใช่ เขานั่นแหละ
เหอเซียนกู่ : เห็นแล้ว
ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนผู้นั้นเป็นบุคคลชั้นสูงเลยนะอยู่ระดับเดียวกับไท่ไป๋จินซิงเลย
เหอเซียนกู่ : อย่างนั้นเหรอแบบนั้นก็เก่งเลยน่ะสิ!
ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนผู้นั้นอยากทำความรู้จักกับเจ้าสักหน่อย
...
แล้วแชทก็หยุดไว้แค่ตรงนี้ หลังจากนั้นเหอเซียนกู่ก็ไม่ตอบกลับมาอีกเลย
เย่จื่อเฉินอ่านอยู่นาน พูดตามตรงเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก
ผู้เฒ่าจันทราปูทางได้ดีแล้วยังบอกตำแหน่งของเย่จื่อเฉินกับเทพธิดาเหอเซียนกู่ก่อน และในระหว่างที่คุยกับเหอเซียนกู่นั้นก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะมีการต่อต้านอะไร
แล้วทำไมถึงไม่ตอบกลับมาล่ะ!
ในขณะเดียว ณ วิหารเทพโป๊ยเซียน
หานเซียงจื่อถือโทรศัพท์ไว้พร้อมกับดูโปรไฟล์ของเย่จื่อเฉินในแชทกลุ่ม ก่อนจะเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างชิงชังเถียไกว่หลี่กับจงหลี่เฉวียนที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่จึงถามขึ้น
"เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น"
"เจ้าคนที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาคนนั้นคิดจะเกี้ยวเหอเซียนกู่"
"เจ้ารู้ได้ยังไง?" เถียไกว่หลี่นิ่งไปหานเซียงจื่อยกโทรศัพท์ในมือขึ้น แล้วพูด "เมื่อกี้ข้าใช้โทรศัพท์ของเหอเซียนกู่คุยกับผู้เฒ่าจันทราแล้วผู้เฒ่าจันทราก็บอกว่าเง็กเซียนนิรนามคนนั้นอยากทำความรู้จักกับเหอเซียนกู่พวกเจ้าคิดดูสิ ผู้เฒ่าจันทราพูดออกมาเอง ถ้าไม่เกี้ยวแล้วจะเป็นอะไร?"
"เหล่าหาน เจ้าไม่ค่อยมีมารยาทเลยนะ เจ้าไปเล่นโทรศัพท์ของเหอเซียนกู่แบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไร"
จงหลี่เฉวียนขมวดคิ้วมุ่นพูดขึ้น
"พวกข้ารู้ว่าเจ้ามีความรู้สึกดีให้กับเหอเซียนกู่แต่ก่อนที่พวกเราจะขึ้นมาเป็นเซียนเรื่องมันก็จบไปแล้วไม่ใช่เหรอพวกเจ้าสองคนไร้วาสนาต่อกัน จำเป็นต้องทำแบบนี้ไหม"
"ก็ข้าไม่พอใจนี่"
ดวงตาของหานเซียงจื่อเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทันใดนั้นเหอเซียนกู่ก็เดินถือตะกร้าเข้ามา
หานเซียงจื่อรีบลบข้อความที่เขาคุยกับผู้เฒ่าจันทราออกไปจนหมด แล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม
เถียไกว่หลี่กับจงหลี่เฉวียนที่เห็นก็อดส่ายหน้าไม่ได้ ก่อนจะลงมือเล่นหมากรุกกันอีกครั้ง
ทำเหมือนว่าเรื่องทุกอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
ผู้เฒ่าจันทรา : ท่านเง็กเซียนอะไรที่ควรพูดข้าก็พูดไปเกือบหมดแล้ว แต่ดูจากความหมายของเหอเซียนกู่แล้วดูเหมือนว่า…
ผู้เฒ่าจันทราอึกอัก ทำไมเย่จื่อเฉินจะไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไร
แม่เจ้า เทพธิดาเหอเซียนกู่หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า
คิดว่าเขาจะจีบเธอจริงๆ เหรอ
เย่จื่อเฉิน : ช่างมันเถอะ เรื่องของเทพธิดาเหอเซียนกู่ท่านไม่ต้องยุ่งแล้ว ท่านจะมาสั่งสินค้าใช่ไหม เดี๋ยวลดให้สิบเปอร์เซ็นต์เลย
ผู้เฒ่าจันทราที่อยู่บนสวรรค์ดีใจ ช่วยไม่สำเร็จก็ยังได้ส่วนลดตั้งสิบเปอร์เซ็นต์แบบนี้เขาได้กำไรเต็มๆ
ติ๊ง!
ระดับความสนิทของคุณกับผู้เฒ่าจันทราเพิ่มขึ้น 100ระดับความสนิทปัจจุบันอยู่ที่ 330
ผู้เฒ่าจันทรา : ขอบคุณท่านเง็กเซียนมากจริงๆ
เย่จื่อเฉิน : ไม่ต้องเกรงใจ
เย่จื่อเฉินยิ้ม เปิดดูใบรายการพร้อมกับเดินลงไปที่ชั้นใต้ดิน
ขงเบ้งที่นั่งมองท้องฟ้าอยู่หน้าประตูร้านขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะหันไปพูดกับต้าเฮยที่ลอยอยู่กลางอากาศ
"นายตามไปดูหน่อย"
"ไม่ดีมั้งครับ"
ต้าเฮยลังเล ถึงยังไงเย่จื่อเฉินก็เป็นเจ้านายของเขา
"ถ้านายไม่ไป งั้นต่อไปฉันก็จะไม่ช่วยนายหล่อเลี้ยงวิญญาณแล้ว"
มือเล็กของขงเบ้งยกขึ้นมา ต้าเฮยก็นิ่งไปทันที
ช่วงนี้เขาได้รับการหล่อเลี้ยงวิญญาณจากขงเบ้งวิญญาณของเขาจึงได้นิ่งขึ้นมาก เขาได้ลิ้มรสความหวานของมันมาแล้วเขาจะปล่อยมันไปไม่ได้
"ครับ งั้นผมก็จะไปดู แต่ถ้าเจ้านาย..."
"นายแค่ไปดูก็พอแล้ว" ใบหน้าเล็กของขงเบ้งเงยขึ้น "ฉันอยากรู้ว่าพี่จื่อเฉินมีความลับอะไรกันแน่!"