ฮุ่ยเฟินและฉีเยี่ยนตอนนี้ จำต้องประเมินเซี่ยซีหานผู้วิเศษลึกลับ ที่สวมหน้ากากไม้ใหม่เสียแล้ว เจ้านี่สามารถต่อต้านคำสาประดับสูงได้อย่างงั้นรึ ดวงตาฮุ่ยเฟินหรี่เล็ก แม้แต่ตอนนี้เขาจะยังไม่เข้าใจ นั่นเพราะรอบตัวเซี่ยซีหานนั้น ยังมีแสงสีจากคำสาปร้อยรัดพันร่างอยู่เลย
เพียงแต่ด้วย 'ดวงเนตรจอมวิญญาณ' ของตัวเขา ที่มีเช่นเดียวกับหญิงที่ตายไปอย่างหวงย่าซิน
ฮุ่ยเฟินสังเกตเห็นได้ว่า แสงสีที่เกิดจากคำสาปนั้น เมื่อมันลอยไปกระทบสายหมอกสีขาวรอบตัวเซี่ยซีหาน มันคล้ายกับว่า จมหายไปอย่างลึกลับ มันไม่ได้เชื่อมโยงเข้าไปสัมผัสถึงกายวิญญาณของเซี่ยซีหาน
ในฐานะผู้ชำนาญด้านดวงวิญญาณผู้หนึ่ง ฮุ่ยเฟินย่อมรู้ว่า สิ่งที่คำสาปทั้งหลายเล่นงานนั้น จริงๆ ไม่ใช่ส่วนร่างกาย แต่เป็นกายวิญญาณอันเป็นสำนึกแท้จริงของมนุษย์ เมื่อคำสาปไม่สามารถไปสัมผัสร่างวิญญาณได้ ดังนั้นมันก็เปล่าประโยชน์ 'ไอ้เจ้านี้มีพลังวิเศษที่ใช้ต่อต้านคำสาปได้... ไม่... ไม่ใช่เพียงแค่นั้น สายหมอกสีขาวที่ข้าเห็น มันอาจจะมีความลึกล้ำมากกว่านั้นอีก เหตุใดข้าไม่เคยรู้เลยว่า ทั่วทวีปเล็กแห่งนี้ของข้า มีพลังวิเศษเช่นนี้... เขาไม่น่าใช่ผู้วิเศษของทวีปแห่งนี้'
ฮุ่ยเฟินพยายามประเมินเซี่ยซีหานอย่างรวดเร็ว
ฉีเยี่ยนผู้วิเศษที่เยาว์วัยกว่าฮุ่ยเฟินส่งเสียงจิต ในเวลาแบบนี้เขาไม่กล้าตัดสินใจ
"ท่านฮุ่ยเฟินพวกเราควรทำอย่างไรดี เราควรจัดการมันหรือไม่ พวกเราต้องการเพียงจารึก 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' ที่พวกนั้นขโมยก็เท่านั้น"
ฮุ่ยเฟินไม่รีบตอบ แต่เขาเดินช้า ก่อนผู้คนจะเริ่ม เดินตีกรอบล้อมรอบตัวเซี่ยซีหาน
"หยุด... นี่เป็นเพียงการพบกันโดยบังเอิญ สหายท่านกับข้าก็ล้วนเป็นผู้วิเศษเช่นกัน ข้าขอพูดตรงๆ ที่ข้าไล่ล่าพวกเขานั้นเพราะพวกเขาขโมยสิ่งสำคัญของอาณาจักรของเราไป ถ้าท่านมอบมันให้กับเรา ท่านย่อมนับว่าเป็นสหายของพวกเรา"
เซี่ยซีหานเขาไม่สนใจสิ่งใดๆ ของพวกนางสตรีตัวร้ายอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงพยักหน้ารับเบาๆ เซี่ยซีหานไม่ต้องการที่จะสร้างศัตรู
และที่ตรงนี้ก็มีคนเกือบๆ ครึ่งร้อยด้วย ถ้าหากสู้เซี่ยซีหานรู้สึกตรึงมือไปบ้าง แต่ปัญหาจริงๆ คือ เซี่ยซีหานไม่ชอบฆ่าคนโดยไม่จำเป็น ไม่ใช่สู้ไม่ไหว
นอกจากนั้น ตั้งแต่ได้เป็นผู้วิเศษแท้จริง เซี่ยซีหานยังไม่อาจจะประเมินตัวเองได้ว่า เขาแข็งแกร่งขนาดไหน เขารู้แค่ว่าเขาเกือบเอาตัวรอดไม่ได้ เมื่อต้องปะทะกับอมนุษย์ที่เป็นผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งวิญญาณ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาควรจะเอามาใช้สำหรับเย่อหยิ่งและประมาท
"งั้นข้าไปล่ะ... ข้ายังไม่ได้แตะต้องสิ่งใดบนตัวพวกเขา" เซี่ยซีหานโค้งกายและค่อยๆ เดินจากไป
ฮุ่ยเฟินพูดว่า เปิดทางให้สหายเสียงดัง
แต่ในใจของฮุ่ยเฟินกลับปรากฏรอยยิ้มอันชั่วร้าย เขาสบถด่า 'หวงย่าซิน' และบิดาของนาง นักรบแปดดาบว่าเป็นคนโง่
'บัดซบ! เหตุใดเจ้าถึงโง่บัดซบเช่นนี้ นี่สินะไอ้พวกที่เดินบนเส้นทางนักรบ คิดได้แต่แผนการโง่ๆ ข้าอุตส่าห์วางแผนเปิดทางให้พวกเจ้าได้ขโมยของจารึก 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' ของอาณาจักรข้าออกมา แต่พวกเจ้ากลับไม่สามารถขโมยพวกมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์ และสุดท้ายก็ต้องมาตายเพราะผู้วิเศษที่ไม่รู้จัก... แต่ช่างเถอะแม้แผนการจะผิดเพี้ยนไปอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นโอกาสดีของข้า ข้าจะได้ครอบครองมันเสียเอง และด้วยสิ่งนี้ ตำแหน่งและฐานะของข้าในอาณาจักรชั้นสามอาจจะเป็นไปได้อย่างมั่นคง คิกคิก สิ่งนี้จะเป็นใบเบิกทางของข้าในการเข้าสู่สำนักวิหารอันยอดเยี่ยมในอาณาจักรชั้นสาม'
ฮุ่ยเฟินยังไม่ทันเดินไปถึงม้าของหญิงงามที่ตายอย่างหวงย่าซิน มือใต้ผ้าคลุมของเขาปรากฏดวงวิญญาณที่ยากจะมองเห็น มุดสู่ใต้แผ่นดิน และมันก็พุ่งตัวเร็วไปที่กระเป๋าบนหลังอานม้า โดยที่ฮุ่ยเฟินไม่ต้องค้นเขาก็รู้ว่า จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามนั้นอยู่ที่ไหน
เพราะบนจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม มีการทำสัญลักษณ์อันเกิดจากพลังวิเศษของตัวเขาเอาไว้แล้ว
แท้จริงส่วนหนึ่งที่พวกของหญิงงามหวงย่าซินเข้าไปขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามออกมาได้ ก็เป็นเพราะฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาผู้นี้เปิดทางให้ และเปิดเผยข่าวรั่วไหลว่า อาณาจักรไม้หมื่นกิ่งมีจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามออกสู่ภายนอก เป็นจุดเริ่มของสงคราม
และถ้าถามว่าฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาทำเช่นนี้ไปทำไม นั่นก็เพราะฮุ่ยเฟินรู้ดีว่าจารึกนี้มีความสำคัญมากขนาดไหน ตัวฮุ่ยเฟินเริ่มแก่ชราแล้ว เขาอยากมีอายุยืนต่อไป เสพรับอำนาจอันยิ่งใหญ่ของผู้มีเกียรติต่อไป
แต่การที่เขาจะอายุยืนได้มีอยู่สองวิธี หนึ่ง.กลายเป็นผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณ สอง.เดินสู่วิถีอันมืดมิดและกลายเป็นอมนุษย์
ฮุ่ยเฟินต้องการเลือกวิธีที่หนึ่ง เขาชอบดื่มด่ำแสงสีของมนุษย์ นอกจากนั้นต้นตระกูลของฮุ่ยเฟิน ก็มีรากฐานอันยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนาน แต่ถึงอย่างนั้น การเป็นผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณก็ไม่ง่าย ฮุ่ยเฟินไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโง่เขลา และเขารู้สึกว่าเขาแค่ขาดทรัพยากรขั้นสูงก็เท่านั้น
ดังนั้นเขาก็พบว่า หากเขานำบางสิ่งที่สำนักวิหารต่างๆ ในอาณาจักรชั้นสูงไม่อาจจะห้ามใจได้ ไปเสนอให้พวกเขาแลกกับการให้พวกเขาช่วย ให้ตัวฮุ่ยเฟินเป็นผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งวิญญาณ โอกาสที่เขาจะเป็นผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งวิญญาณก็ง่ายดาย ในอาณาจักรชั้นสามว่ากันว่า มีค่ายกลที่ช่วยผู้วิเศษตระหนักรู้พลังธรรมชาติกลายเป็นผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณได้โดยง่าย
...
ดวงวิญญาณดึงจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามเข้าปากโดยไม่มีใครเห็น มันกลืนและสิ่งนั้นก็หายไป มันรีบมุดใต้ดิน ก่อนจะกลับเข้าไปในร่างของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา นี่คือพลังวิเศษลึกลับส่วนตัวที่เขาปกปิดทุกคนเอาไว้
แต่โดยที่ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาไม่รู้ เซี่ยซีหานเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านดวงตาที่ส่องประกายของเขา ที่ซ่อนใต้หน้ากากไม้และกลุ่มหมอกควันสีขาว ดวงวิญญาณไม่อาจจะซ่อนตัวจากการมองเห็นของดวงตาวิหครุ่งอรุณได้
ฉีเยี่ยนไปถึงศพและม้าของหญิงงามหวงย่าซินที่อยู่ไม่ไกลกัน และเขาก็ค้นทั้งม้าและศพนางอย่างรวดเร็ว "ไม่มีสิ่งนั้น..."
และในเวลาเดียวกันนักรบหกดาบห้าคนก็ต่างแผดเสียงว่า ไม่พบสิ่งนั้นเช่นเดียวกัน โดยพวกเขาแยกไปค้นศพคนอื่นๆ และม้าตัวที่เหลือ
บรรยายเงียบงันไปครู่ กลุ่มคนของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งวิ่งกรูล้อมตัวเซี่ยซีหาน พร้อมแผดเสียงว่า !หยุด เสียงดัง
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาได้ที เขาก็ยิ้มเยาะในใจแผนการของเขาสมบูรณ์แบบ ตอนนี้เขาสามารถขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามมาเป็นของตัวเองได้ โดยที่ทุกคนไม่สงสัยตัวเขา ตอนนี้ในใจของเขาคิดเพียงแค่อย่างเดียวนั่นคือ ผลักดันให้ชายผู้เป็นผู้วิเศษลึกลับหนีไปได้อย่างปลอดภัย นี่จะเป็นบทสรุปที่ดีที่สุด
โดยจากการประเมินของฮุ่ยเฟิน ฝั่งเขามีสองผู้วิเศษและนักรบหกดาบห้าคน ต่ำกว่านั้นเกือบๆ ห้าสิบ หากชายลึกลับมีสติปัญญา เขาต้องรีบหนีไปจากที่นี่แน่นอน การสู้มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่จะกระทำ
'หนีไปซะ หนีไปและผลสุดท้ายผลประโยชน์ทุกอย่างจะเป็นของข้า และเจ้าจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยสูงสุดของอาณาจักรแห่งนี้แทนข้า คิกคิก'
"เมื่อกี้พวกเจ้าพูดว่าอะไรนะ" เซี่ยซีหานพูดน้ำเสียงกดข่ม พลางหันหลังกลับมามองกลุ่มคนที่ค้นศพ
จากนั้นในมือเดินลากดาบไม้ก้าวเดินไปทางคนกลุ่มนั้นอย่างช้าๆ ใต้หน้ากากเซี่ยซีหานไร้ความหวาดกลัว ส่วนในใจรอบด่าฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา ส่วนอีกใจหนึ่งเซี่ยซีหานกำลังหัวเราะ ใช่แล้วเขาอยากรู้เหมือนกันว่า จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามคืออะไร? ในเมื่อคนพวกนี้หาเรื่องเขา เช่นนั้นเขาก็ควรหาเรื่องพวกมันกลับ
ฉีเยี่ยนผู้วิเศษแท้จริงตอนนี้ใบหน้าแฝงอารมณ์บิดเบี้ยวเล็กๆ เขาคิดว่าเซี่ยซีหานคือพวกชุบมือเปิบ
และการปรากฏตัวที่นี่ของเซี่ยซีหานไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมมาก่อน เขามาที่นี่เพื่อขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง โดยการวางแผนฆ่าผู้ลงมือขโมย เขาช่างเป็นพวกวางแผนลึกล้ำอีกคนหนึ่ง
"บัดซบ! เจ้าขโมยจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามของพวกเราไป ดีดีดี เจ้าเสแสร้งได้เก่งนัก" ฉีเยี่ยนพูดในสิ่งที่เขาเชื่อ แต่ท่าทางของผู้วิเศษท่านนี้ดูจะเก๋ๆ กังๆ เงะงะแบบแปลกๆ
"จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม..." เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองเบาๆ อย่างห้ามไม่ได้ เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในและตัวร้ายคือใคร ข้อเท็จจริงคือ เขาไม่ได้เอาสิ่งนี้ไปอย่างแน่นอน ตอนนี้เขากลายเป็นแพะ
เซี่ยซีหานมองจ้องฮุ่ยเฟินและฉีเยี่ยน สุดท้ายเซี่ยซีหานก็หรี่สายตาไปที่ฮุ่ยเฟิน ชายแก่คนนี้ดูนิ่งเฉยผิดปกติ
ในขณะที่ตอนนี้สองมือของฉีเยี่ยนทั้งสองข้างปรากฏวงเวทย์ แต่ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผากลับนิ่งเฉยอยู่... 'ไอ้แก่เจ้าจงอย่าคิดว่าแทงบิดาลับหลังแล้ว จะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรตอบแทน' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองก่อนจะควงดาบและจับมันแน่นมือ ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาคือเป้าหมายที่เซี่ยซีหานจะไม่มีทางปล่อยไป เขาคือตัวต้นเหตุ
"ช่างเถอะไม่ว่าข้าจะเอามันไปหรือไม่ สุดท้ายมันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดีที่ข้าจะอธิบายหรือปฏิเสธ เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เพราะว่าวันนี้ข้ารู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน เพราะว่าไม่ว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนคิดร้ายข้า เช่นนั้น... พวกเจ้าก็ช่วยตายกันให้หมดก็แล้วกัน! และข้าจะเป็นเจ้าของสิ่งนั้นเอง"
อึดใจต่อมาร่างของทุกคนรู้สึกหนาวสั่น ชายลึกลับที่สวมหน้ากาก ร่างของเขาพุ่งเร็วราวกับภูตผี หมุนตัวตวัดดาบในมือเกิดเป็นคลื่นปราณดาบ ทำพวกเขาต้องพุ่งตัวหนีกันวุ่นวาย
จากนั้นดาบไม้ในมือชายลึกลับก็เปล่งแสงมีอัคคีสีแดงฉายอาบไปทั่วตัวดาบ มันขยายใหญ่และยืดยาวกินรัศมีนับร้อยเมตร ชายลึกลับตวัดดาบเป็นรูปจันทร์เสียวสีแดงเพลิงกลืนกินสรรพสิ่งรอบตัวอีกครั้ง
ครั้งนี้ต้นไม้จำนวนมากหักโค่น นักรบที่ต่ำกว่าระดับห้าดาบในอึดใจเดียว ร่างพวกเขาขาดครึ่ง ไม่ช้าก็ขาดใจตายกันจนหมด
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาอื้ออึง เขากระโดดพลิ้วหลบหนีดาบที่น่าหวาดกลัวได้ทัน แต่ในใจเขาสบถด่าเซี่ยซีหานที่ทำตัวเป็นไอ้โง่บัดซบ 'ทำไมเอ็งถึงไม่หนีไปซะ ไอ้โง่!!! แกคิดว่าตัวแกคนเดียว จะเอาชนะข้ากับฉีเยี่ยนผู้วิเศษแท้จริงสองคน พร้อมนักรบหกดาบห้าคนได้งั้นเหรอ หน่อย! ทำไมข้าถึงมาพบไอ้โง่ที่เกินเยียวยาแบบนี้ นี่มันคงเป็นลูกหลานตระกูลผู้มีเกียรติที่ไม่เคยผ่านโลกแน่ๆ'